621004_รายการสำมะปี๋ซี่วิต สันติอโศก ครั้งที่ 73.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2562
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์23 KB
วันที่แก้ไข14 ตุลาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

621004_รายการสำมะปี๋ซี่วิต สันติอโศก ครั้งที่ 73 อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/1oM19E9lAj_mv0aqk2zkdFYhuPcrKdOQ75KCq-0ZJolU/edit?usp=sharing

ดาวโหลดเสียงที่ https://drive.google.com/open?id=1IbeKODWDsf4CXJkFMXiD-QR3LMgJrRok

พ่อครูว่า…วันนี้วันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม 2562 ที่บวรสันติอโศก

_พลอยแผ้ว...แต่ก่อนได้เคยช่วยงาน อาจารย์อาภรณ์ พุกกะมาน อ.ได้บอกให้ดิฉันช่วยทำงานเรียบเรียงคำเทศน์สอนของพ่อครูเป็นหนังสือ เป็นงานที่ดิฉันชอบ ได้เคยเรียนถามพ่อครู แต่พ่อครูไม่ได้ตอบมา ดิฉันก็เลยว่าเราเป็นแค่ฆราวาส ซึ่งอาจเป็นความน้อยใจของตัวเอง และก็เลยไม่ได้ทำงานนี้มา เพราะคุณธรรมเรายังน้อยอยู่พ่อครูจึงไม่ได้ตอบเรามา อาจเพราะภาษามีแต่สภาวะยังน้อยอยู่ ตอนนี้ทำงานไปเรื่อยๆทำได้ทุกอย่าง ว่าจะไปทำร้านขายยากับพี่สงกรานต์ พ่อครูว่า...เอาที่เป็นเนื้อๆหน่อย ต้มเปื่อยไปเรื่อยๆก็ไม่ได้เนื้อ ก็ต้องหยิบให้เป็นชิ้นเป็นอัน งานในอโศกเรามีเยอะไป ก็ไปช่วยสงกรานต์ก็แล้วกัน

สื่อธรรมะพ่อครู(สาราณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7) ตอน สาธารณโภคีเป็นระบบยิ่งใหญ่ในโลก _พลังเพ็ญ..แต่ก่อนทำงานในระบบทางโลก แต่เมื่อมาอยู่ในระบบสาธารณโภคี ต่อมาได้กลับไปช่วยทำงานที่บ้านเรื่องน้ำท่วม ทำให้เปรียบเทียบเห็นว่า ระบบสาธารณโภคีแม้จะเกิดปัญหาอย่างไรก็จะมีความร่วมมือร่วมมือกัน แต่ไปเห็นสังคมอื่น เป็นสังคมต่างอยู่เห็นแก่ตัว ไม่มีความเมตตาต่อกัน ต่างคนต่างก็อยากได้ของที่แจก แต่ที่บ้านราชฯทั้งที่เราเดือดร้อนแต่เราก็ไม่เดือดร้อน ทำให้เชื่อมั่นในระบบที่พ่อครูนำพา ทำอย่างไรเราจะพัฒนาจิตเราให้อยู่ในระบบนี้ได้ดีขึ้น พ่อครูว่า...ความรู้สึกของคนที่รู้สึกว่าพวกเราไม่มี เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม

อ่านต่อ

แต่จริงๆแล้วชาวอโศกทุกแห่งมีความมีเมตตากายกรรมเมตตาวจีกรรมเมตตามโนกรรม จิตเมตตา คุณมีเมตตาเมื่อใด คือ ความเห็นแก่ตัวคุณต้องไม่มีหรือมีก็ต้องไม่ให้แสดงออก แม้คนชั่วเป็นโจรก็ต้องมี คนสะสมจิตเมตตามาตั้งแต่เป็นสัตว์เดรัจฉาน แม่ของสัตว์เดรัจฉานเลี้ยงลูก ตัวเองหนักตัวเองเจ็บตัวเองจะเหนื่อย ดีไม่ดีลูกเล่นด้วยอย่างแรงเจ็บ ก็ไม่เป็นไร ลูกมันก็สบายใจได้สนุกสนาน แต่มันเล่นกับเราแรงไปหน่อย เจ็บ มันสะสมมาแล้วตั้งแต่เป็นสัตว์เดรัจฉาน มาเป็นคนก็จะมีรายละเอียดเพิ่มขึ้น จะบอกว่าพวกเราไม่มีเมตตาไม่ได้ ผิด มีเมตตา สิ่งที่พิสูจน์ยืนยันว่าเรามีเมตตาต่อกันคือความหยาบของความไม่มีเมตตา ทางกายกรรม วจีกรรม เท่าที่ชุมชนพวกเรามีไหม มีหยาบทางกายกรรม วจีกรรม ก็ไม่มี ตบตีกันแรงๆ ไม่มี 30-40 ปีมาแล้ว ฆ่าแกงกันไม่มี หรือตีกันนับรายกันได้ error หรือจิตใจไม่อยู่ในเกณฑ์ที่อยู่กับชาวอโศกก็อยู่ไปแล้วไม่อยู่ในนี้หรอก ที่อยู่ในนี้ได้เขารู้สึกตัวแล้วเขาก็ไม่ได้ทำอีกเลย พวกเราก็มีละเมิด แต่ก็ไม่ทำอีกแล้ว มีบ้าง แม้แต่วาจาที่ด่ากันแรงๆก็ไม่มี หอกปาก อย่างที่จะมีมากๆก็คือไม่พูดกันเลย ไม่ชอบใจก็ไม่ต้องพูดกันไม่ต้องเกี่ยวข้องกัน ลักษณะไม่พูดกันเลยไม่ต้องเกี่ยวข้องกันคุณจะเป็นอย่างไรไม่ต้องพูดกันต่างคนต่างทำฉันไม่เกี่ยวอันนี้คือลักษณะของ พรหมทัณฑ์ ต่างคนต่างไม่ยุ่งกันคุณจะดีจะร้ายอย่างไรฉันไม่เกี่ยว รุนแรงที่สุดแล้วสำหรับพรหมทัณฑ์ ในสังคมอาริยบุคคล ซึ่งรองจากปาราชิก ที่ต้องขับออกจากหมู่ แต่พรหมทัณฑ์อยู่กับหมู่ แต่เป็นหมาหัวเน่า คุณจะดีจะชั่วอย่างไรไม่แนะนำสั่งสอน ให้คุณศึกษาเอาเอง แต่สำหรับปาราชิกไม่ให้ร่วมด้วยเลย

ลาภธัมมิกา คือลาภที่ได้โดยธรรม โดยสุจริต ก็เอาเข้ากองกลางสาธารณโภคีหมด กินใช้ร่วมกัน ซึ่งสาธารณโภคีคือเศรษฐศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ ที่อาตมาเองภาคภูมิใจ ที่พาพวกเราทำมาตั้งแต่ตั้งปฐมอโศกไปหมู่บ้านแรก ซึ่งตอนนั้นยังไม่ได้ใช้สาธารณโภคี แต่มันก็ไม่ยอมให้เป็นอื่น ก็เป็นระบบสาธารณโภคีมาตั้งแต่ต้นจนบัดนี้ ที่ปฐมอโศกทำขึ้นมาตั้งแต่ทำพื้นดินทำต้นไม้ จากนั้นก็บูรณะเป็นศีรษะอโศก ศาลีอโศก ที่ป่าช้า ที่สันติอโศกตอนนี้ขยายไม่ออกแล้วที่ดินแพงมาก แม้แต่ที่สุดใจดีจะไปซื้อที่ข้างหลังไร่กว่า เขาจะเอา 17 ล้าน อาตมาก็บอกว่าไม่ต้องซื้อ หากซื้อก็ทำที่จอดรถยนต์ เพราะมันคับคั่ง แต่คิดเห็นอีกที ถ้าขืนเป็นที่จอดรถยนต์ถนนซอยนี้กลายเป็นซอยตันเลย จะทำอย่างไรให้ซอยนี้ไม่มีการจอดรถเลย ถ้าทำได้ให้ซื้อที่ทำที่จอดรถได้ แต่นี่เขาจอดฟรีตลอดเลย ข้ามปีเลย สาธารณโภคีเป็นระบบที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เอาแต่ประเด็นที่สมาชิกของสังคมกลุ่มนี้ ทุกคนทำงานแล้วเสียภาษีร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่เอาเข้ากระเป๋าตัวเองเอาเข้ากองกลางหมด ทุกคน ส่วนใครจะมีส่วนแบบเก็บก็เป็นกิเลสของเขาแต่เขามีสำนึกทุกคน จะใช้ส่วนตัวก็ไปเบิกได้ แต่ต้องอยู่ที่บารมีด้วย แต่ถ้าใช้ไม่เข้าเรื่องเขาก็ไม่ให้ เป็นธรรมดา ต้องให้สมควรพอเป็นไป เพราะพวกเราไม่มีจิตเห็นแก่ตัวลำเอียง แม้จะมีจิตลำเอียงก็พยายามไม่ลำเอียง หัดฝึกด้วยพฤติกรรมจริง เป็นการปฏิบัติธรรมที่สูงสุดแล้ว ไม่ต้องไปตั้งหลักเกณฑ์ เป็นหลักเกณฑ์กลางกลางคือศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ และมีสัมผัสเป็นปัจจัยตามหลักปฏิจจสมุปบาท ทำได้เนียน เป็นลำดับที่น่าอัศจรรย์ของพระพุทธเจ้า คนไม่กล้าจะหมดจริงก็ต้องแอบๆ หมักไว้แล้วกินกับหมู่ไป ใช้ส่วนตัวไป ก็จะไปมีปัญหาอะไร กลัวจะหมดก็ใช้ของหมู่ สู่แดนธรรมว่า...พวกเราชาวอโศกไม่ค่อยมักได้ มีแต่คนขยันปลูก แต่ไม่ขยันเก็บ พ่อครูว่า..ของที่ควรดูแลรักษาก็ไม่ค่อยมีใจรักษา เป็นของส่วนกลางก็จริง เราเองก็ต้องช่วยดูแลรักษาด้วย แม้ไม่ใช่ของเราใช้ก็ตาม เช่นเศษไม้ของดีๆก็มี แต่เราเห็นแล้วไม่เกี่ยว แต่ช่างไม้เห็นไม้เก็บ ช่างเหล็กเห็นเหล็กก็เก็บ แต่เราไม่ใช่ช่างที่จะต้องใช้แล้วก็ปล่อยให้มันทิ้งไป อยู่อีกนานไม่มีใครเก็บ แต่ถ้าเป็นธนบัตรนี้เก็บนะ 10 บาท 5 บาท 20 บาท 100 บาทก็เก็บ

_สิกขมาตุสัจฉิกตา..

สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน กิเลสไม่เที่ยงและจางคลายได้อย่างไร _สู่สายพุทธ...จะเล่าเรื่องการปฏิบัติแบบเดินที่หนูฝึกมา เดินเพื่ออ่านอาการของจิตให้รู้ เห็น พิจารณา อาการของตัณหาที่เกิดขึ้น เช่นเป็นอาการตื้อๆ ตึงๆ หนักๆ จิตเร่ิมไม่สบายไม่ปกติ นั้นคืออาการของตัณหา จิตอ่านอาการตัณหาได้ รู้ เห็น พิจารณาจึงจดจ่อกับอาการนั้น แล้วพิจารณาเป็นไตรลักษณ์ ว่าอาการตัณหาไม่เที่ยงไม่จริง จางได้ดับได้ พูดกับตัวเองจนอาการนั้นดับไป แต่จิตจดจ่อตลอด จนอาการมันจางลงจนดับและไม่มีในตอนนั้น พ่อครูว่า...ใช่ เป็นจริงไม่มีอะไรตั้งอยู่นานไม่มีจางคลายนอกจากกิเลสของคุณจะมีจริง นอกจากกิเลสของคุณต้องการให้มันยามะ ยาวนานต่อไปอีกอย่าเพิ่งหาย ให้อยู่นานๆหน่อยอร่อยดี แซบดี เป็นสุขดี อัสสาทะดี รสกิเลสดีมันก็ไม่อยากให้หมด แต่ถึงจะนานขนาดไหนจะเบื่อไหม..สุภาษิตจีนว่าไว้ งานเลี้ยงต้องมีวันเลิกรา อันนั้นเป็นสิ่งหยาบ แต่จะสุขทุกข์ก็ไม่ทนทานนาน เป็นวันไม่ได้หรอก จะสุขอย่างไรก็ตามให้ทั้งวันก็ไม่ได้ ถ้าคุณได้ปฏิบัติว่าไม่ต้องอะไรมากมายไม่ต้องยาวยืด เราจะรู้ว่าไม่ได้ยึดมั่นถือมั่นอะไร อันนี้ พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ อนิจจานุปัสสี (ตามเห็นความไม่เที่ยงของกิเลสตัณหา). วิราคานุปัสสี (ตามเห็นความจางคลายของกิเลส) นิโรธานุปัสสี (ตามเห็นความดับของสัตว์กิเลสตัณหา) ปฏินิสสัคคานุปัสสี (เห็นการย้อนทวนกลับไปสลัดคืน) (พตปฎ. เล่ม 14 ข้อ 288)

ก็จะเห็นความไม่เที่ยงของอาการ มันจะค่อยๆลดลง ไม่เพิ่มอีก จนกระทั่งไม่มีหยุด ไม่มีหยุดก็ตายเลย คนที่มีความสุขสนุกสนานมากมายพวกเต้นพวกนักกีฬาเตะเข้าโกล ทำท่าที แต่บางทีดูเจ็บแต่ก็ทนได้ นักฟุตบอลทำสถิติตัวเองไว้เลยว่าแต่เขาโกงไปเท่าไหร่แล้ว รสอร่อยนี้ต่างกับไม่อร่อย อาการมันลดลงไปตามเวลา สุดท้ายดับได้ ตามอนุปัสสี 5 ดับแล้วบางทีฟื้นได้บ้าง มีแวบมาอีกได้ ถ้าพลังปัญญาสูงจะดับแล้วดับเลย หรือใช้เจโตสะกดไว้ อาจสะกดไว้ได้นาน จนนึกว่าไม่มี แต่คุณก็ตายก่อน เกิดชาติใหม่หรือหลายชาติก็ขึ้นมาใหม่เพราะพลังงานที่ยึดติดมันมาหลายชาติ หากไม่ทำอย่างวิปัสสนาบ้างลดกิเลสได้จริง จะไม่ถาวรสนิทจริง ตัวปัญญาจึงเป็นตัวยิ่งใหญ่ ปัญญาไม่ใช่ธาตุรู้สามัญ เป็นธาตุรู้วิเศษสุดยอด ปัญญาเป็นพลังงานไฟ เผากิเลสได้เรียกว่าปัญญา อาตมาเพิ่งจะมาสรุปคำว่าสมาธิ ที่เป็นสมาหิโต ในเจโตปริยญาณ 16 สมาหิโต อสมาหิโต มีสอุตริจิต อนุตรจิต อันนี้เป็นคู่สุดท้าย สอุตรจิต เขาแปลว่าจิตนี้ดีแล้วแต่จิตที่ดีกว่านี้ยังมีอีก หรือคำว่าสมาธิ จะเรียกว่าสมาหิโตก็ได้ เป็นตัวจิตตั้งมั่นที่จบ จริงๆแล้วสมาธิตัวนี้คือการสั่งสม จากจิต จรณะ 15 วิชชา 8 ถอนอาสวะสิ้น วิชชาตัวสุดท้ายคือถอนอาสวะสิ้น วิปัสสนาญาณ (ความรู้แจ้งเห็นจริง – หรือรู้ความจริงในเหตุที่มีความจริงเกิด .. รู้กิเลสตายจริง อกุศลดับจริง) . . มโนมยิทธิญาณ (ความมีฤทธิ์ทางจิต ที่จิตสามารถ เนรมิต “ความเกิด” อย่างใหม่ขึ้นมาได้) . อิทธิวิธญาณ (จิตมีอานุภาพในการบรรลุขจัดทำลายกิเลส ได้หลากหลายวิธี) . . ดู พตปฎ.9/133 ทิพโสตญาณ (สามารถแยกแยะ การได้ยินสิ่งที่ละเอียดลึกซึ้ง เช่น กิเลสปะปนมากับคำร่ำลือ กับเสียงที่เกินกว่าคนธรรมดาเขาจะรู้นัยยะได้) เจโตปริยญาณ (กำหนดรู้ความแตกต่างในจิตขั้นอื่นๆ ของตนได้รอบถ้วน) & ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ (การย้อนระลึกถึงการเกิดกิเลสเก่าก่อน มารู้อริยสัจจะจนหายโง่จากอวิชชา) จุตูปปาตญาณ (รู้เห็นการเกิด-การดับของจิตที่ดับเชื้อกิเลส แล้วเกิดเป็นสัตว์เทวดา หรืออาริยะสัตว์) . อาสวักขยญาณ (ญาณที่รู้การหมดสิ้นอาสวะของตน) (พตฎ. เล่ม 9 ข้อ 127 - 138)

อาสวักขยญาณคือต้องเป็นฌานที่ 4 ตั้งมั่นสะสมอเนญชาภิสังขาร หรืออนุรักขณาปธาน จนจิตตั่งมั่นแข็งแรงเป็นสมาธิ ปัญญาสะสม อัปปนา พยัปปนา เจตโสอภินิโรปนา

_ทองแก้ว...เคยฝึกไม่กินเผ็ด 7 ปี แต่ต่อมาร่างกายรับเผ็ดไม่ไหว แต่จิตไม่ชอบก็มี เรารู้สึกว่าทำไมต้องใส่พริกขนาดนี้ ที่พ่อครูบอกว่าถอนอาสวะ แต่ทุกวันนี้กินเผ็ดอย่างไรก็ไม่ได้ ดิฉันก็ไปกินขิงแทนได้ พ่อครูว่า...จิตชอบไม่ชอบก็เป็นกิเลส หยาบเรียกไม่ชอบ แต่จริงๆคือสู้ไม่ไหวรับไม่ไหว ทรมานร่างกาย แต่จิตชอบไม่ชอบเป็นเรื่องของจิต ใครจะอวดว่ากินเผ็ดเก่งอย่างไรเราก็ว่าเราแพ้ได้ เป็นแต่เพียงเรารู้ว่าเราไม่ได้กินรสเผ็ด แต่ว่าธาตุที่เราจะเอาเข้าใส่ร่างกายแทนพริกนี้ธาตุอื่นแทนได้ อาตมาก็ชัดเจนทุกคนก็คงผ่านมาแม้ไม่ชอบเผ็ดก็คงผ่านมาบ้าง แต่ก่อนอาตมาข้าวคำพริกขี้หนูคำ อร่อยปากแต่ลำบากตอนอุจจาระ _สู่แดนธรรมว่า...เอาเรื่องพริกมาสอนชัดเจนดี สอนการบรรลุแล้วไม่ข้องเกี่ยวกับอร่อย คนทั่วไปจะกินพริกอย่างเผ็ดเป็นอัสสาทะ แต่จริงๆพริกโดยตัวมันเผ็ดร้อน แต่อย่างที่พวกเราฝึก อย่างเผ็ดมากเป็นอบาย พอเราลดเผ็ดอย่างกามจะรู้ว่าเผ็ดไม่ได้อร่อยอะไร พ่อครูว่า...ไม่เผ็ดมากลดลงไปเรื่อยๆ จากอบายมาเป็นกาม มาถึงอรูปเผ็ดนิดเผ็ดหน่อย ถ้าถ้าอรูปนิดหน่อยก็ไม่ได้ก็ไม่ดีเลย เพราะว่าอาหารมันก็จะมีรสเผ็ดธรรมชาติอยู่บ้าง _สู่แดนธรรมว่า..ต้องแยกรสแท้ รสเทียม พ่อครูว่า...รสจริงๆเหมือนกันหมด แต่ภาษาต่างกัน หากว่าเส้นประสาทของแต่ละคนไม่เสีย _สู่แดนธรรมว่า...ในวงการปฏิบัติธรรมบอกว่าปฏิบัติเรื่องการกินจะไปบรรลุได้อย่างไร พ่อครูว่า...เป็นโภชเนมัตตัญญุตา หรือแม้กวฬิงการาหาร สามารถใช้ปฏิบัติจนบรรลุเป็นอรหันต์ได้ _สู่แดนธรรมว่า..ผมตอบไปว่า คุณกินอาหาร แต่ถ้าต้องลุกไปเอาเครื่องปรุงเพิ่มคือการดิ้นรนแสวงหาเพิ่ม พ่อครูว่า...ขอสรุปอีกที ประสาทลิ้น พระพุทธเจ้ายืนยันในโภชเนมัตตัญญุตา ซึ่งในอาหาร 4 กวฬิงการาหาร อาหารคือคำข้าวกินเข้าไปเลี้ยงขันธ์ คุณเรียนรู้พิจารณาอันนี้เข้าใจถึงรสทางลิ้น จนรสทางลิ้นคุณไม่ติดอะไรอีกเลย คืออรหันต์ คนธรรมดาธรรมชาติ คนจัดก็ติดกันแต่เราไม่ติดก็สบาย เราไม่เก่งหรอก คุณกินเผ็ดจัดได้ก็ชนะไปเลยหรือหวานๆเกินก็ตาม

สื่อธรรมะพ่อครู(สัมประสิทธิ์) ตอน ทำไมต้องสร้างบ้านราชฯในที่น้ำท่วม _ฟังฝน...สงสัยมานาน ทำไมพ่อท่านต้องไปสร้างเมืองสำคัญบนพื้นที่น้ำท่วมแบบราบพณาสูร พ่อครูว่า...เป็นวิบากของอาตมา อาตมาไม่มีอะไรเพรียบพร้อม มีได้ขนาดนี้ก็บุญหัวนักหนาแล้ว ได้ที่เป็นพันไร่ เป็นอจินไตยวิบากอาตมาต้องเป็นเช่นนั้น อาตมาก็ไม่ได้คิด ก็ยอมรับ จะให้ดีกว่านี้ได้นั้นดีแน่แต่มันได้แค่นี้

_แซมดิน ...เป็นข้อเสนอถ้าจะลดวิบากน้ำท่วม ผมคิดว่า การปลูกพืชของเราหากอยู่บนแพหรือแม้ที่พักอาศัย บ้าน เวลาน้ำมาให้มันลอยขึ้นไปมีเสา พ่อครูว่า..คิดหมด แต่ถึงวาระจะทำก็ทำ แต่ที่จะทำแพก็ทำ ทุกวันนี้ถ้าเผื่อว่าน้ำไม่ท่วมก็ไม่ได้พูดกัน แต่น้ำไม่ได้ท่วมทุกปี ไม่เป็นไรจนกว่าไม่ทำไม่ได้แล้วเขาจะทำเอง ไม่ต่องห่วงหรอก

_ทอธรรม..ดิฉันตามเรื่องที่อ.ยักษ์เสวนา เรื่องโคกหนองนาโมเดล ฉันเห็นด้วยอย่างยิ่ง ในภาวะฉุกเฉินแบบนี้ อยากจะกราบถามพ่อท่านว่า โครงการนี้จะเกิดขึ้นที่ไหน ใช้งบประมาณที่ไหน อยากเสนอนายกบิ๊กตู่ กับมหาดไทย ต้องถือโอกาสใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์นี่เลย พ่อครูว่า...ไม่ต้องไปเรียกร้อง ดอกไม้จะบานก็จะบานของมันเองอาตมาจะทนอยู่ต่อไปให้ยาวนาน บอกให้ฟังทุกวันนี้รู้ตัวว่าตัวเองเหนื่อยเร็ว ก็พยายามที่จะสร้างพิสูจน์สัมประสิทธิ์ Coefficient เพราะเราจะเหนื่อยน้อยกว่านี้หรือเหนื่อยช้ากว่านี้ได้ไหมให้หนุ่มขึ้นกว่านี้ได้ไหม หรือจะทรงสภาพนี้ได้ต่อไป ดูตอนอายุ 90 หรือ 96 ได้เพิ่มมาสองนักษัตรหากถึง 96 แล้วยังมีสิ่งแสดงว่าดูดีขึ้น มันน่าจะแก่ไปเยอะแต่ทำไมดีขึ้น เหมือนทุกวันนี้ ไม่น่าเหมือน 86 แต่ไม่หง่อมไปกว่านั้น การฝืนร่างกายนี้ไม่ใช่เล่น หาก 96 แล้วยังดูดี จะมีอะไรอื่นเป็นหลักฐานประกอบยืนยัน ว่า ทฤษฎีพระพุทธเจ้าทำให้อายุยืนนานได้ไม่ต้องไปพึ่งพาหมอเกาหลี ไปทำศัลยกรรมแต่เปลือก ตอนนี้เอาจากแก่นแท้เนื้อใน มายืนยัน

_ทอธรรม..จิตเราสามารถสร้างพลังงานเองได้ไหม พ่อท่านผ่องใส สร้างสัมประสิทธิ์ได้เอง ทำให้ดูผ่องใส พ่อครูว่า...อาตมาก็พิสูจน์

_การที่มีน้ำท่วมใหญ่ บ้านราชฯเป็นที่ต่ำสุดหรือไม่ พ่อครูว่า...ที่อื่นก็น่าจะมี แต่ว่าเขาไม่ได้อยู่เป็นเมือง แต่เราอยู่เป็นเมืองเลย แต่ไม่อยากพูดมาก เดี๋ยวจะหาว่าเจตนาร้าย แต่ไม่ใช่ เจตนาสร้างโมเดลราชธานีอโศก จะสร้างใหญ่เกินตัว ยกตัวอย่างแค่หมู่บ้าน มีผู้ใหญ่บ้านดูแล ราชธานีอโศกสร้างมา 20 กว่าปี ที่เป็นวัตถุ ร่วมทั้งจิตวิญญาณเจริญกว่าหมู่บ้านข้างเคียงเลยนะ หมู่บ้านข้างเคียงมีอายุหลายร้อยปี ถ้าดูโดยรวมเขาก็จะหาว่าบ้า บอกว่าจนอะไร เครื่องไม้เครื่องมือกลับมีมากกว่าเขา อาคาร 11 ไร่ โฮ่งปัว วิทยาลัยเทคนิคเราใช้เครื่องมือไม่คุ้มเลย เราทำตลาดประชารัฐให้คนมาขายของได้ฟรีเลย คนยังไม่คึกคักเลย หากเต็มแล้วต่อไปจะแย่งกัน ทั้งคนในคนนอก แต่มีเกณฑ์ให้ไปขาย คนในทำไม่เหมือนคนข้างนอกทำนะ คนละเกณฑ์กัน ต่อไปจะเป็นตำบลบุญนิยม แม้แต่หมู่บ้านข้างเคียงจะเปลี่ยนเป็นหมู่บ้านอโศกได้ในอนาคต

_ 621004 sms

_สมณะใต้ดาว….สงบจากกิเลส มีอาการต่างจาก สงัดจากกิเลส อย่างไรครับ พ่อครูว่า…สงัด พยัญชนะบาลีว่า วิเวก ส่วน สงบคือสมถะ เนื้อแท้ของสมถะคือจิตแข็งทื่อ ส่วนสงบของพุทธแท้เรียกปัสสัทธิ วิเวก มีทั้งลึกและกว้าง ปัสสัทธิเข้าใจได้ง่ายกว่าวิเวก ปัสสัทธิมีในปหาน 5

_สู่แดนธรรมว่า...ผมเคยเรียบเรียงสภาวะ วิเวก ผมตอบตัวเองว่าวิเวกต้องมีปัจจัยเกี่ยวข้องต้องหลีกไป พ่อครูว่า...วิเวกคือหลีกออก แปลกันซื่อๆว่า เอาร่างกายออกไป แต่คำว่าไกลจากวิเวกนี้คนละขั้วจากไกลจากกิเลส คำว่าข้องอยู่คือพวกนี้ไกลจากวิเวก ไกลจากวิเวก คือมันไม่ใกล้เคียงไม่ชิด ไว้ค่อยอธิบายต่อไป คำว่าข้อง เขาไปแปลคำว่าสัตโต สัตว์คือผู้ข้อง เช่นสิงโตข้องอยู่ในป่ามันไม่อยากออกมาหรอก หมามันเป็นสัตว์ป่า แต่คนเอามาเลี้ยงเป็นสัตว์บ้านจนเสียหมาไปเลย แมว นี่เป็นสัตว์ป่า สัตว์ที่ข้องอยู่ในป่า แต่เอามันมาหลอกครอบงำความคิด จนมันกลายเป็นสัตว์บ้าน

_มีญาติธรรมหมดใจจะอยู่วัดแล้ว ยึดทิฏฐิอยู่ข้างนอกด้วยมาก ใจก็เสียดายคนนี้ แม้จะยังไม่เข้ามาอยู่วัดจะมาก็ยาก อยู่ได้แล้วจะอยู่ต่อก็ยังยาก พ่อครูว่า...ไม่มีรายละเอียดตอบยาก เป็นฐานจิตของเขา ก็ต้องพาเขามาคุย แนะนำเขาก็แล้วกัน แต่คุณก็พูดว่าเขายึดของเขา หากเขายึด แล้วไม่มีฉันทะ ยังไม่ยินดีที่มากพอ ความยินดีจึงเป็นต้นของมูลสูตร หากไม่มีฉันทะเป็นมูลกา ต้นเค้าก็ยาก คำว่ายินดีเขามีเท่าไหร่ ต้องยินดี หากไม่ยินดีไปไม่ออก ไม่มีอิทธิบาทเป็นอิทธิบูด หากฉันทะไม่มีสัก 60 70 80 % ขึ้นไปก็ยาก หากมีฉันทะก็จะมีวิริยะมีสัมประสิทธิ์สั่งสมเป็นจิตตะ แล้วได้เนื้อแก่นเพิ่มเรื่อยๆ วิมังสา อาตมาเอาสภาวะมาแปลเป็นไทย คนจะบอกว่าไปแปลวิมังสาไม่ถูก เขาแปลว่าไตร่ตรอง แต่อาตมาแปลว่าได้เนื้ออย่างยิ่งเลยไม่ใช่เนื้อไม่เอาไม่เอาน้ำเลย

_สัญญาความจำที่ไม่ดีเป็นอนุสัยกิเลสหรือไม่ พ่อครูว่า..หากสัญญาจำยึดมั่นถือมันคือกิเลส แต่หากสัญญาได้เปลี่ยนเป็นธาตุรู้กำหนดหมาย สัญญาเป็นเจตสิกใช้งานตั้งแต่ต้นจนปรินิพพาน เป็นตัวหลักของจิตเจตสิกที่ใช้งาน ตั้งแต่ต้นจนจบ คุณมีสัญญาจึงจะสามารถกำหนดได้รู้ เช่นมีฉันทะเป็นมูลต้องมีสัญญาไปกำหนดอาการอย่างไรคือฉันทะ อาการยินดี คืออาการอย่างไร แต่คนไทยคงเข้าใจ ยินดีมันพอใจ มันใช่อย่างนี้ เป็นสิ่งที่ควรได้ควรมีควรเป็นแล้วมันมีน้ำหนักมากใช้ในธรรมะไม่น้อย ในมูลสูตร อิทธิบาท สุริยเปยยาล ยินดีที่เป็นโลกุตระก็เต็มใจยินดีเอาแบบนี้ จิตใจผู้ใดที่เริ่มต้นว่าอโศกนี้ดีมีฉันทะ เข้ามาได้แน่นอน อยู่ที่มีบารมีไหม บารมีไม่มีจะต้องออกไปแต่จะไม่ลืม หากมีฉันทะแล้วจะไม่ลืม แล้วจะซ้อนเข้ามาแล้วอยู่ไม่ได้จะอาย แต่จิตมี chip มีฉันทะแล้ว

_สิกขมาตุสัจฉิกตา..เรื่องฉันทะนี้สำคัญมาก ฉันทะในการตรวจสอบศึกษาเรียนรู้ตัวเอง เรื่องของการฝึกศีล พ่อครูว่า...เป็นธาตุจิตตัวใหม่ คือฉันทะ เป็นอัญญธาตุที่เป็นฉันทะ อันนี้แจ๋วเลย ติดเครื่องอิทธิบาท มูลสูตร ถ้าเร่ิมมีตัวฉันทะก็จะเข้ามาศึกษาเรียนรู้สัมมาทิฏฐิ จะทำใจในใจเป็นสัมมา พวกฤาษีเดียรถีย์นั่งหลับตาไม่สัมมา เขาทำใจในใจแบบเดียรถีย์นั่งหลับตา ก็ได้แบบของเขาไปแต่จะมาทำใจอย่างสัมมาทิฏฐิอีกอย่าง หากมีฉันทะแบบฤาษีก็จะมนสิการแบบฤาษี ทำใจในใจแบบฤาษี จากนั้นคุณจะไม่มีผัสสะ คุณจะล้มเหลวหมดเลย เขาก็มีสมาธิฤาษี ในผัสสะเป็นปัจจัย จึงเป็นตัวสำคัญที่จะต้องทำ ถ้าไม่มีผัสสะไม่มีฐานแห่งการปฏิบัติ หรือแม้แต่ในนาม 5 รูป 28 นาม 5 มี เวทนา สัญญา เจตนา ผัสสะ มนสิการ หากไม่มีนาม 5 ปฏิบัติเต็มไม่ได้ ต้องมีผัสสะ อาตมาถึงบอกว่าไปหลับตาไม่มีผัสสะ 6 ถ้าไม่มีผัสสะไม่มีฐานแห่งการปฏิบัติ มีแต่กิเลสตัณหาเป็นตัวดิ้นรนไม่มีที่จะปฏิบัติได้

_ธีชัช...จากการได้ฟัง ปี 2527 เรื่องพลังงาน ผมมาช่วงหลังได้เข้าใจเพิ่มมากขึ้น วิทยาศาสตร์เป็นสสารกับพลังงาน แต่ของธรรมะน่าจะเป็นสรีระกับพลังงาน พ่อท่านว่า นิยาม 5 นี้มีแต่พระพุทธเจ้าจึงบัญญัติได้ ผมว่า...มันเป็น 5 ระดับที่สะสมมาแต่ละอัตภาพตั้งแต่เป็นอุตุ ระดับพลังงาน ธรรมะ นั้นต้องระดับโพธิสัตว์จึงทำได้ ไอน์สไตน์รู้และทำได้ อย่างข้อเขียนเรื่องพลังงาน bomb of love พ่อครูว่า...พวกอภิธรรมแย้งอาตมาว่า จิตมันไม่ใช่พลังงาน อาตมาก็ไม่มีภาษาใช้เมื่อก่อน แต่พลังงานนี้คืออธิปไตย อย่างในหลวง มีพลังงาน bomb of love แสดงออกมาคนไทยจะชัดเจน แม้อาตมาจะตายไปคนจะไม่ฮือฮาอาตมาไม่เสียใจไม่แปลกใจเพราะอาตมาจะไม่ตีตนเทียบเท่าในหลวง สิ่งที่มันจะเกิดจะเกิดตามจริง อาตมามีหน้าที่ทำความจริงให้ดีที่สุด อย่างไร อาตมาพยายามสร้างสัมประสิทธิ์ให้มาก งานจะเป็นสิ่งชี้บ่ง

_ความคิดที่ไม่ดีหากเกิดมาในใจ เราไม่มีความรู้สึกดูดหรือผลักชอบหรือชังร่วมด้วยมันเป็นกิเลสอนุสัยหรือไม่ พ่อครูว่า...ใช่

_ครั้งก่อนพ่อครู บรรยายเรื่องจดหมายรักของไอสไตน์ เรื่องระเบิดรักเกิดที่สนามหลวง เกิด 13 หมู่ป่า ต่อมาพ่อครูบรรยายลดสุขลดทุกข์เกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่ ต่อไปพ่อครูจะอธิบายเรื่องใดคะ ทำไมช่วงปัจจุบันมีชาวเสื้อแดง ชาวธรรมกายมาเลือกซื้อสินค้าอโศกมากขึ้น พวกเขาลืมที่ไม่ชอบพวกเราไปแล้วหรือไม่คะ วันนี้ชาวธรรมกายใส่เสื้อขาวติดเข็มกลัดล้อมเพชรมา ยืนดูทีวีไปยิ้มไป ดูรายการเกี่ยวกับน้ำท่วม ตอนน้องรุณบรรยาย ไม่แน่ใจว่าเขาชอบใจหรือสนใจขอคิดบวกดีกว่าค่ะ พ่อครูว่า...อธิบายเรื่องคุหัฏฐกสุตตนิทเทส ก็อย่าทำเป็นรู้เขาสิ เรื่องชาวธรรมกายมา ไม่ต้องไปกังวล จะเป็นชาวธรรมกายหรือเสื้อแดงหากเขามีจิตเห็นดีเห็นงาม เขาไม่รู้ว่าเราเป็นปฏิปักษ์เก่า หรืออาฆาตเก่า แต่เขาเปลี่ยนไปก็ดีแล้ว อาตมาไม่ได้มีความอาฆาตมาดร้ายใคร อาตมาติเตียนธัมมชโยจริง ก็บอกไปแล้วว่าไม่ได้เกลียดชัง เขาหล่อกว่าอาตมาอีก เป็นแต่เพียงพฤติกรรมของเราเกิดจากจิตวิญญาณอกุศลทุจริตเราก็ไม่อยากให้เขาทำเขามี อาตมาไม่มีจิตอยากอวดเลย ไม่มีสาเฐยจิต อาตมาอ่าน อาการ ลิงค นิมิต อุเทส ออก อาตมาเป็นคนเอาคำว่า อาการ ลิงค นิมิต มาอธิบายจากพระไตรปิฎกเล่ม 10 ข้อ 60 อาตมาไม่มีจิตอยากอวด หรือจิตอกุศล สุสูสังลภเตปัญญังก็มาพิสูจน์กันสิ ศีล สมาธิ ปัญญา คุณมาลองพิสูจน์ศีล 3 ข้อของอาตมา จะชัดเจน นอกจากคุณจะไม่จริง หรือบารมีไม่ถึง แต่ถ้าบารมีพอได้จะเห็นเลย

_เพ็ญแสงฟ้า...กราบนมัสการพ่อครูมา ด้วยความเคารพยิ่ง. ขอเรียนถามพ่อครู ดังนี้ นะคะ. จากการที่เคยอ่านประวัติพระอริย. พระเกจิ. พระโพธิสัตว์. ฯลฯ. (แม้แต่พระพุทธเจ้า หรือในหลวงรัชกาลที่ 9. )จะมีข้อสังเกตว่า หลายท่านจะสูญเสียบิดา มารดา. ตั้งแต่อายุน้อย ๆ ที่เป็นอย่างนี้. เป็นความปกติ ธรรมดาของโลก หรือ เพราะเหตุ อื่นอันใด หรือไม่เจ้าคะ. ผู้ถามสังเกตเห็นเลยมีข้อสงสัยมานานแล้ว. ขอความเมตตาพ่อครู ตอบคำถามตามพ่อครู เห็นสมควร. กราบนมัสการ สาธุ. ค่ะ พ่อครูว่า...อาตมาอธิบายไม่ได้ อจินไตยเกินไป ว่าท่านเหล่านี้ บิดามารดามักเสียชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อย แต่จะเอามาเป็นหลักเกณฑ์ยาก แต่จะมีอัตราส่วน

_สู่แดนธรรมว่า..พ่อครูเคยบรรยายไว้ปี 2529 ว่าทำไมแม่ต้องตายหลังเกิดโพธิสัตว์แต่พอจำได้ว่า แม่เหมือนเป็นผนังให้ลูกมาเกาะ พอเกิดแล้วก็หมดหน้าที่

พ่อครูว่า..ให้ข้อสังเกต อย่างพระนางสิริมหามายา ก่อนสิ้นพระชนม์ 7 วันหลังประสูติเจ้าชายสิทธัตถะ ทำไมต้อง 7 เพราะ 7 เป็นพลังงานเที่ยงแท้ หรือจริง แม้ว่า พระสมณโคดม เมื่อพระนางสิริมหามายาสิ้นพระชนม์ ท่านก็จะมีแม่นมแม่เลี้ยงมาต่อ แต่อจินไตยอาตมาไม่เก่ง ไม่อยากผิดพลาด จะมีวิบาก บางอย่างพอรู้แต่ไม่กล้าอธิบายไป กลัวผิด เพราะกรรมเป็นอันทำ

_บุคคล ผู้จบกิจเป็นพระอรหันต์ล้างกิเลส จบ.. ครบสมบูรณ์เกลี้ยงแล้ว... หากไม่ได้ตั้งจิตปรินิพพาน ณ ชาติปัจจุบัน การจบ..ในความหมาย ตามที่พ่อท่านกล่าวนั้น ทำไม...เมื่อเกิดมา ณ ชาติใหม่จึงต้องมาเป็นลิงลมอมข้าวพองใหม่ด้วยครับ ทำไม...ไม่ส่งผลจบแล้ว จบเลย ครับผม จาก ผู้ฟังขอบจอ... พ่อครูว่า..คุณไม่รู้ว่าพระอรหันต์ทุกองค์ตายแล้วจะต้องทำจิตให้เป็นอุตุธาตุ จะเห็นว่าพระอนุรุธ อ่านจิตพระพุทธเจ้าตอนตายอยู่ที่ฌานที่ 4 ต้องทำจิตให้เป็นอุตุนิยาม จะสลายได้แต่หากทำจิตเป็นพีชนิยามได้ก็จะมาเกิดอีก แต่จะนานมาก ต้องตามลำดับจึงน่าอัศจรรย์ ทำไมเกิดเป็นลิงลมอมข้าวพอง อรหันต์เกิดมาจึงมีลิงลมอมข้าวพอง จบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน