621011_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ คนจนคือผู้เข้าใกล้วิเวกไม่ข้องอยู่ในถ้ำ.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2562
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์25 KB
วันที่แก้ไข14 ตุลาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

621011_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ คนจนคือผู้เข้าใกล้วิเวกไม่ข้องอยู่ในถ้ำ อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/1ozJjh02L-mPsC5C-_Zm4o6Ju4I-bcYNXczBmEyvbC8Y/edit?usp=sharing

ดาวโหลดเสียงที่ https://drive.google.com/open?id=1vBiTspGo-mK3Jq34hOWgz2DOgLp7yGya สมณะเดินดินว่า…วันนี้วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม 2562 ที่บวรราชธานีอโศก อีก 2 วันก็จะถึงวันออกพรรษา วันพรุ่งนี้ก็จะเป็นวัน Big cleaning Day ของบ้านราชฯในรอบ 25 ปี มีพวกเรารู้สึกว่า Big cleaning Day ทุกคนจะดูคึกคักมากกว่างานมหาปวารณาหรือเปล่า ดูหน่วยราชการก็มาร่วม เมื่อมีน้ำท่วมทำให้บรรยากาศดูคึกคัก ที่ประเทศญี่ปุ่นพายุกำลังจะเข้าอีก 1 ลูก เขาบอกว่าความแรงเทียบกับพายุเฮอริเคนระดับ 5 ขนาดของพายุใหญ่กว่าประเทศไทย ทุกคนต้องเตรียมรับภัยพิบัติ ประมาณ 3 วันที่ต้องเผชิญกับพายุ ความเร็ว 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้ดูว่าภัยพิบัติของพวกเราดูน้อยนิดไปเลย ถ้าดูภาพรวม ถามว่าเราเป็นหมู่บ้านผู้ประสบอุทกภัย มองทางจิตวิญญาณของพวกเราว่ามีพัฒนาการองค์รวม การทุ่มเทเสียสละ ได้ซาบซึ้งกับมนุษยชาติ หากไม่เกิดเหตุการณ์นี้คงไม่เกิดการพัฒนาการ ตอนนี้พวกเราเริ่มกอบกู้วิกฤติได้อย่างรวดเร็ว หลังรายการเราจะมาซักซ้อมกันอีกที งานนี้ทำให้เห็นว่าอุตุ พีชะ ไม่เที่ยงเลย มีแต่จิตนิยามธรรมนิยาม จะคงอยู่กับเราได้นานกว่า พ่อครูว่า…SMS วันที่ 9 ต.ค. 2562 (พุทธศาสนาตามภูมิ พ่อครู : ราชธานีอโศก)

_1182 พ่อครูสอนปุถุชนว่ากายคือจิตมโนวิญญาณไม่ใช่ว่าไม่ถูกต้องไม่มีใครเชื่อ!แม้ว่าเขาจะเห็นในพระตปฎ.แล้ว!เพราะปุถุชนอยู่กับพุทธเทวนิยมที่ผูกพัน ผลปย.ซึ่งกันและกันกับพุทธพานิชย์มานานแล้ว! ลูกใครกินมาม่า?ลุงป้าก็กินไวไว!น้า อาก็ก

อ่านต่อ

ินยำยำ!เฉพาะช่วงวิกฤติภัยพิบัติรุมเร้า!วิกฤติศก.ฝืดล่างลื่นบน!วิกฤติปากท้องเหลื่อมล้ำรายได้!อาหารคนจนที่กินง่ายหาบ่ยากข้าวเหนียวหมูเจแกล้มผักจิ้มน้ำพริกรวมเห็ดประหยัดที่สุด!กบกินผัก ^o^

_พระโย ปฐมธรรม · โห ขออนุโมทนาครับ พ่อท่านที่เมตตาสละเวลา พักเหนื่อยการงานมาตอบ และขอขอบคุณคณะญาติธรรมครับพึ่งจะได้ มาฟังและพิจารณาครับ ที่ถามเพื่อต้องการให้ทุกๆท่านแจ้งไปใน เจตนารมณ์ ของพ่อท่านครับกราบนมัสการครับท่านผู้มีคุณทุกๆรูป ทุกๆนามครับทั้งในกล้อง และเบื้องหลังครับ พ่อครูว่า…ติดตามให้ดีๆอย่าทิ้งกันนะ

_(สมพงษ์)Som Pong : สรุปว่า อริยสัจ คือจริงปัจจุบัน ได้ไหมครับ พ่อครูว่า…ได้ อดีตจริงกว่าอนาคต อนาคตเป็นลมๆแล้งๆ กว่าจะมาถึงปัจจุบันไหลไปอีกเป็นล้านปัจจุบัน คุณแยกได้หากไปซอยกาละ ซอยให้เล็กๆมาก

_(กานา นากา) Gana Naga : สุขทุกข์ เหมือน หัวงูกับหางงู คำสอนหลวงปู่ชา พ่อครูว่า…ก็เข้าท่ามันเป็นตัวเดียวกัน หัวงูกับหางงู ที่จริงมันละเอียดกว่า แทบจะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่มันเป็นสุขหรือทุกข์ มันหลอกลวงละเอียด หัวงูกับหางงูยังไกล แต่เป็นเหรียญสองด้านยิ่งใกล้กันอีก สุขกับทุกข์ มันสิริมหามายา มีหรือไม่มีเปลี่ยนแปลงไวมาก แต่สิริมหามายา เร็วเหมือนนักมายากลแต่ไม่ได้มาหลอกลวง เจตนาหรือว่าอันนี้มันใช่หรือไม่ใช่ จะบอก แต่มันมีความเร็ว ปัจจุบันมาอันนี้ มาอีกปัจจุบันก็เป็นอีกอันนึง ไปอีกก็เป็นอีกปัจจุบันหนึ่ง ที่บอกว่าเร็วยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ ที่พูดนี้เร็วกว่าพลิกฝ่ามือเป็นล้านเท่า หนังจีนบอกว่าเร็วยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือมันก็ยังช้ามหาศาล กินเวลาตั้งหลาย.0000001 วินาที

_(ผัน พันตา)Phan Punta : ประตูธรรมแห่งความเป็นคู่คือในโลกโลกีย์สุข พ่อครูว่า…เรื่องนี้เป็นเรื่องที่จะต้องศึกษาจริงๆในความเป็นคู่ในโลก ของโลกียสุข จะต้องชัดเจนว่าสุขทุกข์คือสองด้านที่คนยึดถือ คนที่เป็นอรหันต์ก็เข้าใจความสุขความทุกข์ที่เขายึดถือกัน ก็ไม่ย้อนแย้ง คุณยึดก็มีทุกข์มีสุข คนไม่ยึดแล้วไม่มีสุขทุกข์ คนนี้บอกไม่มีระดับอากาสาฯ อีกคนบอกระดับวิญญานัญจาฯ(นาม) ก็ต้องเข้าใจว่าใครยึดถืออะไร คนนี้ยืนยันอากาศจริง คนนี้ยืนยันวิญญาณจริง ก็ยึดถือกันไป เราก็ไม่เถียงไม่วิวาทกับใคร หากอยากจะสอนก็แย้งไป แต่หากเห็นว่าไม่ได้ประโยชน์เราก็ไม่ต้องอธิบายปล่อยให้เขายึดถือไปก่อน คนก็อยู่กับความยึดถือทั้งนั้น แม้แต่เป็นความยึดถือที่ผิด ก็เป็นต่างคนต่างเห็น เป็นฐานไม่ให้ตีกัน การตีกันมันไม่ดี ก็เป็นความสงบเป็นความเข้าใจตามลำดับขั้นตอน แต่เขาจะแย้งว่าของข้าจริง ของเอ็งไม่จริง ก็ว่าไป

_(ฉัน)Chunn : กราบนมัสการพ่อครูและหมู่สงฆ์ด้วยความเคารพ / ในการปฏิบัติธรรม เราจะพัฒนาไปได้เร็วหรือช้านั้นขึ้นอยู่กับศักยภาพที่แท้จริงของเราเอง ผมเข้าใจว่าเร็วทีสุดของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน แต่ละคนจะต้องพยายามเพิ่มพูนปัญญาและหาระดับความเร็วหรือสปีดที่เหมาะสมของตนเองให้เจอ แล้วประคองตัวเองให้อยู่ในระดับความเร็วที่เหมาะสมที่สุดนั้นไปเรื่อย ๆ ก็จะพัฒนาไปได้เร็วที่สุด เหมือนรถจักรยานจะวิ่งได้เร็วที่สุดระดับหนึ่ง แต่เร็วที่สุดของรถยนต์ก็จะต้องเร็วกว่ารถจักรยานหลายเท่า ถ้าเป็นเครื่องบินหรือจรวดก็ยิ่งเร็วขึ้นไปอีกหลายเท่า ผมเข้าใจอย่างนี้ถูกต้องมั้ยครับ / กราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ. พ่อครูว่า…ใช่ ความเร็วของแต่ละคนไม่เท่ากัน ถูกต้องแล้ว

_Thailand in. Chinese : อาการหนักมากแล้ว..พระโพธิสัตว์สูงกว่าพระอรหันต์?..พระพุทธเจ้าตรัสว่าถูปารหบุคคลคือผู้ควรแก่สถูปคือควรบรรจุอัฎฐิไวในสถูปให้คนบูชาแล้วได้อานิสงค์มี่สีคนคือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันตสาวก และพระเจ้าจักรพรรดิ์. พระโพธิสัตว์ไม่อยู่ในอันดับเลย....ยังมีอีก..ท่านบอกว่าพระเจ้าอโศกมหาราชเป็นพระอรหันต์มากอ่ินหลายชาติแล้ว..มาชาตินี้ทำหน้าที่ฆ่าคนชั่วตามวิบากกรรมของเขา...โอ้โห.ท่านไปดู สันทกสูตรนะครับ จะได้รู้ว่าพระอรหันต์จะไม่ล่วงฐานะ ๕คือไม่จงใจฆ่าสัตว์ ไม่ลักรัพย์ ไม่เสพเมถุน ไม่พูดปดทั้งๆรู้ และไม่สะสมบริโภคกาม.พระเจ้าอโสกมีเมียมีลูกเป็นร้อยๆ ฆ่าพี่น้องเป็นร้อยๆเพื่อแย่งสมบัติ แล้วจะเป็นอรหันต์มาก่อนได้อย่างไร..อย่าเพี้ยนมากเลยครับ บาปกรรม....ถ้าเป็นสะยัง อภิญญา ผู้รู้ยิ่งเอง ก็ไม่ควรจะอ้างพระไตรปิฎกหรืออ้างพระบรมศาสดา..แล้วอธิบายแบบเพี้ยนๆ ชาวพุทธเรียนกันมาสอนกันมาอย่างนี้ตั้งแต่โบราณกาล โบราณาจารย์ท่านไม่อวดตนหรอกท่านจะบอกกันเฉพาะผู้คุณธรรมใกล้เคียงกัน โลกุตรธรรมมันไม่มีศัพท์โลกุตรมาอธิบายหรอก ก็ต้องอาศัยสมมติบัญญัติของชาวโลกนี้แหละบอกชาวโลก ผู้มีธุลีในดวงตาน้อยก็จะมองเห็น.. พ่อครูว่า…คำว่าอธิบายเพี้ยนๆ คืออาตมาอธิบายไม่ตรงกับใจคุณ การอวดตนหากมีกิเลสไม่ดี แต่หากอวดตนโดยไม่มีกิเลสอย่างอาตมานี้ดี คนไม่กล้าอวดตนเพราะไม่มีของจริงอันนี้ก็เป็นธรรมดา แต่อาตมามีของจริง อาตมามีสมบัติสิ่งต่อสู้คือความจริง ใครมาสู้อาตมาก็สู้ด้วยความจริงที่มีทั้งหมด หากหมดความจริงที่มีแล้วก็จบ สู้ด้วยความจริงทั้งนั้นเลย ยังไม่เคยต่อสู้ด้วยความไม่จริง อาตมามีคนเข้าใจแต่ความจริง พูดทุกอย่างอธิบายทุกอันยืนยันได้ คนไม่อ้างพระไตรปิฎกไม่อ้างพระศาสดาก็คือพระพุทธเจ้า เป็นเจ้าของธรรมะโพธิ มีคนมาเรียบเรียงเป็นพระไตรปิฎก ท่องจำกันมา แต่เดี๋ยวนี้มีทั้งอักษรและคำพูด โลกุตระก็สื่อกันได้ คนมีสภาวะแล้วแม่นสภาวะแล้วจะใช้ภาษาสื่ออย่างไรก็ไม่งง จะใช้พยัญชนะเหมือนมายาเดี๋ยวก็ว่าใช่ เดี๋ยวก็ว่าไม่ใช่ก็จะไม่งง เปลี่ยนไปในเศษเสี้ยววินาทีก็ได้ มุทุภูตธาตุจะเร็วทัน เอาน่าตามไปดีๆ สักวันหนึ่งจะรู้ คนนี้เป็นแฟนขาประจำที่ติดตาม ...ให้เอาแต่ที่เห็นว่าถูกก่อน อันไหนไม่เห็นดีก็อย่าเพิ่งเอา อาตมาขอพูดตามภูมิอาตมา ส่วนคุณจะแสดงความเห็นแย้งก็ยินดี อันไหนตอบได้ก็ขอตอบ อันไหนตอบไม่ได้ก็ไม่ตอบ แต่อย่าเพิ่งเบื่ออาตมานะ มีอะไรจะท้วงติงก็มาได้ ขอบคุณอีกครั้ง สาธุ

พ่อครูว่า…ขอแวะอันนี้หน่อย มีเหตุการณ์สังคมที่น่าศึกษาที่อยากให้ติดตามคือประเทศภูฏาน เป็นประเทศที่มีอัญญธาตุ มีธาตุโลกุตระธรรม ได้จากพระเจ้าอยู่หัวร.9 และพระเจ้าแผ่นดินของเขาก็นับถือในหลวงรัชกาลที่ 9 มาก ทีนี้ ภูฏานได้ประกาศกลาง UN ประกาศว่า

ภูฏานประกาศกลาง UN พร้อมเป็นประเทศยากจน ที่มี “หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า” ครอบคลุม Sun, 2019-10-06 10:56 -- นายกภูฏานประกาศกลางสมัชชาสหประชาชาติพร้อมเป็นประเทศยากจน ที่มี “หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า” ครอบคลุม ตามข้อตกลงระดับโลกบรรลุหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าภายในปี 2573 หรือ UHC2030

โลเท เชอร์ริง (Lotay Tshering) นายกรัฐมนตรีภูฏาน ประกาศบนเวทีการประชุมระดับสูงว่าด้วยหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (High-level Meeting on Universal Health Coverage)เมื่อวันที่ 24 ก.ย.62 ที่ผ่านมา ที่นิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ระบุว่า ภูฏาน จะเป็นประเทศแรกที่ยังไม่มีหลักประกันสุขภาพใดๆ ที่จะบรรลุเป้าหมาย “หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า” ตามปฏิญญาทางการเมือง ที่สมาชิกสมัชชาสหประชาชาติลงนามร่วมกัน เมื่อปลายเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา

ตามแผนการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ ได้กำหนดให้ทุกประเทศ เร่งสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ให้เสร็จภายในปี 2573 หรือ UHC2030 แต่นายกรัฐมนตรีเชอร์ริง ซึ่งเคยเป็นศัลยแพทย์ ประจำโรงพยาบาลส่งต่อผู้ป่วยแห่งชาติภูฏาน มั่นใจว่าจะสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้เสร็จเร็วกว่านั้น

เชอร์ริง เพิ่งเข้ารับตำแหน่งนายก เมื่อปลายปี 2561 ที่ผ่านมา ท่ามกลางการเมืองที่ผันผวนของภูฏาน โดยตั้งแต่ปี 2556 ที่ผ่านมาซึ่งเป็นการเปลี่ยนผ่านจากระบอบ “ราชาธิปไตย” ไปสู่ระบอบ “ประชาธิปไตย” ภูฏาน มีนายกรัฐมนตรีมากถึง 5 คนแล้ว

อย่างไรก็ตาม นโยบายของพรรค “สันติภาพและความรุ่งเรืองของภูฏาน” (ดรุค พีน ซัม ทโซกพา) ที่เชอร์ริงสังกัดนั้น ชัดเจนว่าต้องการปฏิรูประบบสุขภาพของภูฏาน และได้ให้คำมั่นไว้ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งแล้วว่า นโยบายสุขภาพ ถือเป็น “เสาหลัก” เสาหนึ่งของรัฐบาลชุดนี้

“ไม่มีเรื่องไหนสำคัญและยั่งยืนไปกว่าการลงทุนด้านสาธารณสุข และการศึกษาให้กับประชาชน” นายกฯภูฏานระบุ พร้อมกับบอกว่า หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า จะสามารถ “ขยาย” ปรัชญาที่ภูฏานยึดถือมาตลอด นั่นคือ “ดัชนีความสุขมวลรวมประชาชาติ” หรือ Gross National Happiness ออกไปให้กว้างขึ้น เพื่อให้ครอบคลุมการเข้าถึงบริการสุขภาพของประชาชนทุกกลุ่ม ทุกวัย และทุกสถานะ

สำหรับหลักดัชนีความสุขมวลรวมประชาชาตินั้น สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย วังซุก ทรงมีพระราชดำรัสไว้ตั้งแต่ปี 2515 หรือเมื่อ 47 ปี ที่แล้ว ซึ่งจนถึงขณะนี้ ยังคงมีการตีความอย่างหลากหลาย และถูกวิพากษ์วิจารณ์จากตะวันตกว่า ประเมินค่า “GNH” ได้ยาก เนื่องจากดัชนี ตัวชี้วัดส่วนใหญ่ เป็น “นามธรรม”

ขณะเดียวกัน GNH ก็ออกดอกผลตรงกันข้าม แม้ภูฏานจะสร้างประเทศด้วย “ความสุข” แต่อัตราการป่วยด้วยอาการ “จิตเวช”กลับสูงลิ่ว ปี 2561 ประเทศที่มีประชากร 8 แสนคนแห่งนี้ มีผู้ป่วยทางจิต มากกว่า 3,700 คน สูงขึ้นกว่าปี 2551 เกือบ 1 เท่าตัว ขณะที่อัตราการฆ่าตัวตาย ก็เคยสูงเป็นอันดับต้นๆ ของเอเชียแปซิฟิกเช่นเดียวกัน

ปัญหาสำคัญที่คุกคามประเทศเล็กๆ แห่งนี้ และส่งผลต่อสุขภาพจิตของคนบนภูเขาสูงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หนีไม่พ้น “ความยากจน” อัตราการ “ว่างงาน” ที่สูงลิ่ว และการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค ถนนหนทาง ที่น้อยมาก โดยระบบเศรษฐกิจ ยังต้องพึ่งพาประเทศข้างเคียงอย่าง “อินเดีย” ค่อนข้างมาก

อย่างไรก็ตาม เชอร์ริง เชื่อว่า หากประชาชนมีสุขภาพดี เข้าถึงบริการสุขภาพได้มากขึ้น อัตราการป่วย อัตราการตายน้อยลง ดัชนี GNH ก็จะเห็นชัดขึ้นตามไปด้วย

ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญภูฏาน ประกาศไว้ชัดเจนตั้งแต่ปี 2551 ให้ราษฎรภูฏานทุกคนเข้าถึงระบบบริการสุขภาพพื้นฐานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายในการส่งตัว ค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคราคาแพง รัฐบาลภูฏาน ก็จะรับดูแลทั้งหมดเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม นายกฯเชอร์ริง ยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ที่จะเดินหน้านโยบายนี้ให้เสร็จโดยเร็ว ภูฏานยังมีความท้าทายหลายเรื่อง ตั้งแต่ ภูมิประเทศที่ยังทุรกันดาร ห่างไกล ประชาชนเข้าถึงระบบบริการสุขภาพได้ยาก ขณะเดียวกัน โครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุข ก็ยังไม่เพียงพอต่อจำนวนประชากร นั่นทำให้เป็นทั้งเรื่องยาก และต้องเสียค่าใช้จ่ายแพงมาก ในการให้บริการระบบสาธารณสุขที่มีคุณภาพ และเพียงพอต่อความต้องการของประชากร

“นอกจากนี้ การเริ่มต้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง, การระบาดของโรคที่เกิดจากสภาพภูมิอากาศ และการนำเข้าโรคจากการเคลื่อนย้ายข้ามพรมแดน ถือเป็นปัญหาสาธารณสุขที่เราต้องต่อสู้เช่นกัน” เชอร์ริงระบุ

ด้วยเหตุนี้ นายกฯภูฏาน จึงประกาศเปิดรับความช่วยเหลือจากทั่วโลก ในการตั้งไข่ระบบ “หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า” เพื่อให้ชาวภูฏาน มีสุขภาพที่ดีกว่านี้

“ด้วยการสนับสนุนของพวกท่าน เราขอรับรองว่าภูฏานจะเป็นประเทศแรกที่บรรลุพันธะสัญญาทั้งหมดและเสนอบริการสุขภาพที่ดีที่สุดแก่ประชาชนของเรา” เซอร์ริงกล่าว

หนึ่งในประเทศที่ภูฏานยึดเป็นแบบอย่างด้านระบบสาธารณสุข ก็คือไทย นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข ในรัฐบาลก่อนหน้านี้ เดินทางไปลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกันกับรัฐบาลภูฏาน เพื่อถ่ายทอดความรู้ด้านการจัดการระบบสุขภาพที่ภูฏานถึง 2 ครั้ง และในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา รมว.สาธารณสุขภูฏาน และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุขภูฏาน ก็ส่งคนมาอบรมที่กระทรวงสาธารณสุข และที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) อยู่หลายรอบ

ทั้งหมดนี้ อดีตนายแพทย์อย่าง นายกฯ เซอร์ริง ยอมรับเองว่าภูฏาน ถือเป็นประเทศที่ “ปฏิรูป” ระบบสุขภาพได้ยากที่สุด แต่ตัวเขาก็เชื่อว่า “ทำได้” และต้องเริ่มทำตั้งแต่วันนี้

เรียบเรียงจาก

Bhutan To Be First Country To Achieve Universal Health Coverage: Prime Minister Dr Lotay Tshering [dailybhutan.com]

สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยสัจ 4) ตอน ชาวอโศกคือคนจนที่พ้นทุกข์ พ่อครูว่า...ประเทศบรูไนมีประชากร 4 แสนกว่า ประเทศภูฏานมีประชากร 8 แสนกว่า ประเทศบรูไนประชากรเกิดมาก็มีเงินเดือนแล้ว ประเทศไทยในหลวงพามาเป็นคนจน แบบคนจน ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา แต่เป็นหน้าที่ของอาตมาต้องมาทำความจริงขึ้นไป กษัตริย์ภูฏานศรัทธาในหลวงมีทิฏฐิเห็นด้วยว่ามาเป็นคนจนดีกว่ามาเป็นคนรวย

ถามชาวอโศกอัตราการว่างงานไม่มี แต่อัตราความจนมีเยอะ...อโศกทำงานขยันทำงานเราไม่ว่างงาน ขยันหมั่นเพียร วิริยารัมภะ แต่เรายากจนตรงกับของพระพุทธเจ้าสอน เราอุดมสมบูรณ์ไปด้วยความจน (สู่แดนธรรมว่าเราจนแต่เราไม่ได้ยากจน) เราอยากจนด้วยซ้ำไป เราจนได้ด้วยความยินดีด้วยซ้ำไป ประเทศภูฏานเป็นประเทศเล็ก ขมีขมันสร้างประชาชนในประเทศไทยให้ได้รับสิ่งดีที่สุด มาเอาอย่างประเทศไทยให้ได้รับความสุข สูงสุดแห่งความสุขโลกุตระคือ ไม่สุขไม่ทุกข์ หมดสิ้นความสุขหมดสิ้นความทุกข์ เพราะรู้ดีว่าสุขกับทุกข์นั้นมันเป็น เทวะ เป็นสองที่คนยังเข้าใจไม่ได้ ตีไม่แตก ก็เลยถูกความทุกข์หลอกเป็นความสุข อยากได้ความสุข แต่คุณไม่พ้นทุกข์เพราะตีไม่แตก ความสุขความทุกข์นั้นเอาอันใดอันหนึ่งไม่ได้ มันเป็นของคู่กัน ศาสนาพุทธนั้นดับความสุขความทุกข์ จบ เป็นจิตที่ใหม่ที่สุด ที่คนในโลกยังยากจะเข้าถึงได้ ว่าความสุขความทุกข์เป็นสมมุติ ไม่มีตัวตน ความสุขความทุกข์เป็นอุปาทาน ความสุขความทุกข์เป็นตัณหา ให้มาเรียนรู้ว่าเวทนา ล้างตัณหาอุปาทาน ก็จะรู้ความจริงว่าความสุขความทุกข์เป็นอนัตตา พวกเราพูดกันเข้าใจความสุขความทุกข์นั้นผู้ที่บรรลุแล้วเห็นจริง แม้ว่าในโลกมีอบายที่คนในสังคมต้องเกี่ยวข้องถึงจะมีความสุข แต่พวกคุณไม่ต้องเกี่ยวข้องวุ่นวายเลย มันมีอยู่ในโลก เดี๋ยวนี้โลกอบายมีเยอะเลย ปรุงแต่งหลอกกันยิ่งขึ้น แต่ผู้หลุดพ้นเรื่องนี้แล้วไม่เป็นเหยื่อ เดี๋ยวนี้เราก็มีจิตเฉยๆไม่สุขไม่ทุกข์กับโลกอบายแล้ว ในแต่ละคนพวกเราพอมีไหม ..มี หลุดพ้นอบายภูมิพวกนี้แล้ว ในโลกก็มีอยู่ จัดจ้าน อย่างที่เราก็ไม่ได้ไปติดยึด มันก็มีอยู่กับโลก ผู้ที่ชัดเจนในจิตเจตสิก ทำความหลุดพ้น ถูกต้องตามสัมมาทิฐิของพระพุทธเจ้าจะรู้โลกของ อบาย กามคุณ โลกธรรม อัตตา มีสภาวะธรรมที่เป็นโลกุตรธรรมจริง

สื่อธรรมะพ่อครู(จรณะ 15 วิชชา 8) ตอน ญาณกับปัญญาในจรณะ _ขอกราบเรียนถามว่าปัญญาในตัวที่ 11 ของจรณะต่างจากญาณอย่างไร แล้วถ้าต่างกันญาณ จะเกิดขึ้นในส่วนใดของจรณะ 15 พ่อครูว่า...ผู้ถามมาก็พอเข้าใจ แต่ยังไม่ละเอียดไม่มากพอ สรุปก่อน มีจรณะ 15 มีปัญญาอีก 8 เรียกว่าวิชชา8 ก็คือปัญญา ปัญญาที่สูงกว่าปัญญาเรียกว่าวิชชา ในจรณะ15 มียาดำของปัญญา ตั้งแต่ศีลเลย เริ่มต้นปฏิบัติ หลักเกณฑ์ของศีล ต้องปฏิบัติให้ถูกหลัก 3 ข้อ แล้วก็ต้องมีศีลพกไปด้วย คุณต้องเอาตามกรอบนี้ ไม่เอาเลอะเทอะไปกว่านี้ ศีลข้อที่ 1 2 3 เท่านี้ก็เอาก่อนเยอะแล้ว ยังมีส่วนของกายวาจาใจ ครบ แล้วก็ศึกษาให้ครบ อาตมาก็แยกแยะ อันหนึ่งสัตว์ อันสองของ เป็นดินน้ำไฟลม กับพืชถือว่าเป็นของ มันไม่มีวิญญาณไม่มีเวทนา กับ 3 ตัวเวทนาแท้ๆ รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส สัมผัส 6 กามคุณ 5 แล้วมีจิตร่วมเป็น 6 ต้องศึกษาและมีสภาวะเหล่านี้ ปฏิบัติอธิศีล อธิจิต แล้วต้องมี สำรวมอินทรีย์ทั้ง 6 ต้องลืมตาปฏิบัติ หากหลับตาปฏิบัติก็ไม่ได้สัมผัสทั้งอินทรีย์อีก 5 มันก็ผิดแล้ว ในวิชชาจรณสัมปันโนของพระพุทธเจ้า ที่พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ได้ตรัสรู้ เริ่มต้นหลับตาปฏิบัติก็ไม่ใช่ทฤษฎีของพระพุทธเจ้าแล้ว แต่มีไหมก็มี ปนเละเทะอยู่ในศาสนาพุทธ และผู้ที่สัมมาทิฏฐิแล้วจะหลับก็ได้ ปฏิบัติเป็นอุปการะก็ได้ อุปการะแต่ไม่ใช่แก่นแท้ อาตมาก็ใช้อยู่มาก ตอนนอนหลับก็ใช้ ทวารนอกไม่เกี่ยว แม้แต่นอนหลับอาตมาก็ปรุงแต่งธรรมะได้ ยิ่งมีสติ ก็แน่นอนตื่นอยู่ก็ทำได้ แม้จะตัดภายนอกก็ปฏิบัติได้ การหลับก็หลับแบบไม่ฝันเลยก็ได้แต่ไม่ได้เรื่อง ก็ติดยึดกันไปแบบดับ โภชเนมัตตัญญุตา ชาคริยานุโยคะ ก็ต้องมี แล้วเกิดสัทธรรม 7 ศรัทธา หิริ โอตตัปปะ พหูสูต วิริยะ สติ ปัญญา วิริยะ สติ ปัญญา ก็ต้องมีปัญญาเข้าไปร่วมกับ วิริยะ กับสติ เข้าไปทำงานเต็มที่เลย คุณจึงจะเกิดฌาน 1 2 3 4 ปัญญาอยู่ที่ไหนฌานอยู่ที่นั่น ปัญญาไม่มีฌานไม่ได้ ปัญญาคือคนมีฌาน เป็นฌาน 1 2 3 4 คนไม่สูงใช้ได้แต่ฌาน 1 เป็นฌาน 2 3 4 ใช้ไม่ได้ คนที่ทำได้ฌาน 1-4 ใช้ฌานไหนก็ได้ โดยรู้ อันนี้ปรุงแต่งแค่ฌานไหนก็ทำได้ คุณทำใจในใจของคุณได้ทั้งหมด มันก็อยู่ที่ความสามารถของคุณที่จะมีสมรรถนะมีความสามารถ หรือมีเจโตวสิปัตโต ยังจิตให้เป็นไปในอำนาจตามที่เราต้องการได้ ในจรณะ 15 ขาดปัญญา ขาดญาณขาดวิชชาไม่ได้ ต้องมีปัญญา ตั้งแต่ วิปัสสนาญาณ มโนมยิทธิ อิทธิวิธญาณ โสตทิพย์ เจโตปริยญาณ บุพเพนิวาสานุสติญาณจุตูปปาตญาณ อาสวักขยญาณ

พ่อครูว่า...อาตมาก็เห็นว่า โลกุตรธรรม..ขยายผลอย่างน้อยในหลวงร.9 รับจากในหลวงร.9 ถ้ากษัตริย์ภูฏาน คิงจิกมี เริ่มมีอัญญธาตุเริ่มรู้โลกุตระเหมือนอัญญาโกณฑัญญะ จะมองไม่เห็นดีเห็นงามกับอันนี้ ก็เลยไม่ใช่ว่าเป็นประเทศจนอยู่แล้ว ก็เลยจนต่อไปไม่ใช่ แต่เขามีปัญญาเฉลียวฉลาดรู้ความจริงอันนี้ จนกระทั่งกล้าไปประกาศ นายกฯปัจจุบันนี้ กล้าไปยืนยันกับสหประชาชาติ ประกาศกลางที่ประชุมผู้นำโลก ประกาศว่า จะยินดีเอาความจน แต่เขาก็ไม่ได้เข้าใจผิดว่า ความจนแล้วจะไม่ดูแลสุขภาพ สุขภาพก็สำคัญ เขายืนยันเอาเรื่องสุขภาพ พูดถึงสุขภาพตั้งแต่ไหนแต่ไร เขาก็บอก GNH คือ Health เขาไม่ได้หมายถึง Happiness อย่างเดียว เป็นสุขภาพมวลรวม คราวนี้เขาจึงยืนยันว่า รัฐบาลจะรับผิดชอบเรื่องสุขภาพ ทุกประเทศถ้ามีหลักประกันรับผิดชอบเรื่องสุขภาพรัฐบาลช่วยเหลือมากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะเป็นสิ่งที่ดี มันเป็นทุกข์อาริยสัจ ทุกข์เจ็บป่วยได้ไข้ สุขภาพไม่ดี มันเป็นทุกข์ที่เลี่ยงไม่ได้ ไม่มีใครอยากได้หรอก แต่มันก็เข้าไปถึงตัวเพราะมันเป็นเรื่องกรรมวิบาก เขาไม่ได้เรียนรู้กรรมวิบาก เมืองไทยเรียนรู้กรรมวิบาก สุดท้ายก็จำนนเรื่องกรรมวิบาก เราก็พยายามแก้ไขวิบากแก้ไขกรรมของเราไป ส่วนของเทวนิยม ก็เป็นบอกว่าพระประสงค์ของพระเจ้า จะมีความทุกข์ทรมานเจ็บป่วยก็เป็นพระประสงค์ของพระเจ้า เขาก็เบาใจเหมือนกัน เขาก็สบายใจได้ทนได้เพราะเป็นความประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า แต่ของเรานี้ คนทุกข์เจ็บป่วย พระเจ้าอะไรใจดำ แล้วมาแกล้งมนุษย์ ก็ไหนว่าพระเจ้ารักมนุษย์ทุกคน บันดาลได้ทุกอย่างทำไมไม่บันดาลให้เขาดี ทำไมมาให้เขาชั่ว ก็เลี่ยงไปว่าเขาชั่ว แต่ทีดีก็เอาเข้าตัว แต่ที่จริงแล้วไม่ใช่อยู่ที่พระเจ้า เขาก็คือตัวเขาคือพระเจ้าของตัวเขาเอง เขาทำชั่วเองเขาก็มีความทุกข์ความเจ็บป่วยเอง เขาพยายามรักษาป้องกันไม่ให้มีที่จะเจ็บป่วย เขาก็รอดตัวของเขาไป สุดท้ายแล้วก็คือตัวเองทั้งนั้น ไม่ใช่พระเจ้าเป็นตัวบันดาล หรือพระประสงค์อะไรทั้งนั้นหรอก ขออภัยเป็นวิชาการนะ อย่าหาว่ายกตนข่มเทวนิยมก็ขออภัย

สื่อธรรมะพ่อครู(อุปกิเลส) ตอน ความข้องในอุปกิเลส 16 คุหัฏฐ แปลว่าถ้ำ ล.21 ข้อ 30 คุหัฏฐกสุตตนิทเทสที่ ๒ ว่าด้วยนรชนเป็นผู้ข้องอยู่ในถ้ำคือกาย [๓๐] พระผู้มีพระภาคตรัสว่านรชนเป็นผู้ข้องอยู่ในถ้ำ เป็นผู้อันกิเลสมากปิดบังไว้แล้ว นรชนเมื่อตั้งอยู่ ก็หยั่งลงในที่หลง นรชนเช่นนั้น ย่อมอยู่ไกลจากวิเวก ก็เพราะกามทั้งหลายในโลก ไม่เป็นของอันนรชนละได้โดยง่าย. [๓๐] สตฺโต คุหาย พหุนาภิฉนฺโน ติฏฺ นโร โมหนสฺมึ ปคาโฬฺห ทูเร วิเวกา หิ ตถาวิโธ โส กามา หิ โลเก น หิ สุปฺปหายา ฯ

คำว่า ไกลจากวิเวก มีความว่า นรชนนั้นใด เป็นผู้ข้องอยู่ในถ้ำอย่างนี้ อันกิเลสมากปิดบังไว้อย่างนี้ หยั่งลงในที่หลงอย่างนี้ นรชนนั้นย่อมอยู่ไกลแม้จากกายวิเวก ย่อมอยู่ไกลแม้จากจิตตวิเวก ย่อมอยู่ไกลแม้จากอุปธิวิเวก คืออยู่ในที่ห่างไกลแสนไกล มิใช่ใกล้มิใช่ใกล้ชิด มิใช่เคียง มิใช่ใกล้เคียง. คำว่า อย่างนั้น คือ ผู้หยั่งลงในที่หลง ชนิดนั้นเช่นนั้น ดำรงอยู่ดังนั้น แบบนั้น เหมือนเช่นนั้น เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า นรชนเช่นนั้นย่อมอยู่ไกลจากวิเวก. (ทูเร วิเวกา หีติ โย โส เอว คุหาย สตฺโต เอว พหุเกหิ กิเลเสหิ ฉนฺโน เอว โมหนสฺมึ ปคาโฬฺห โส กายวิเวกาปิ ทูเร จิตฺตวิเวกาปิ ทูเร อุปธิวิเวกาปิ ทูเร วิทูเร สุวิทูเร น สนฺติเก น สามนฺตา อนาสนฺเน อนุปกฏฺเ ๓ ฯ ตถาวิโธติ ตถาวิโธ ๔ ตาทิโส ตสฺสณฺิโต ตปฺปกาโร ตปฺปฏิภาโค โย โส โมหนสฺมึ ปคาโฬฺหติ ทูเร วิเวกา หิ ตถาวิโธ โส ฯ)

[๓๑] คำว่า นรชนเป็นผู้ข้องอยู่ในถ้ำ(สัตโต คุหยัง) เป็นผู้อันกิเลสมากปิดบังไว้แล้วมีความว่าทรงตรัสคำว่า เป็นผู้ข้องไว้ก่อน. ก็แต่ว่าถ้ำควรกล่าวก่อน กายเรียกว่า ถ้ำ. คำว่า กายก็ดี ถ้ำก็ดี ร่างกายก็ดี ร่างกายของตนก็ดี เรือก็ดี รถก็ดี ธงก็ดี จอมปลวกก็ดี รังก็ดี เมืองก็ดี กระท่อมก็ดี ฝีก็ดี หม้อก็ดี เหล่านี้เป็นชื่อของกาย. (แยกไว้ว่าคือข้างนอกเป็นร่างกาย วัตถุ หรือ ฝีในตัวเรา เหล่านี้เป็นชื่อของกาย) คำว่า เป็นผู้ข้องอยู่ในถ้ำ คือ ข้อง เกี่ยวข้อง ข้องทั่วไป ติดอยู่ พันอยู่ เกี่ยวพันอยู่ในถ้ำ เหมือนสิ่งของที่ข้อง เกี่ยวข้อง ข้องทั่วไป ติดอยู่ พันอยู่ เกี่ยวพันอยู่ ที่ตะปู ซึ่งตอกติดไว้ที่ฝา หรือที่ไม้ขอ ฉะนั้น. สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ความพอใจ ความกำหนัด ความเพลิน ความปรารถนาในรูป ความเข้าไปถือ ความเข้าไปยึดในรูป อันเป็นความตั้งมั่น ความถือมั่น และความนอนตามแห่งจิต บุคคลมาเกี่ยวข้องอยู่ในความพอใจเป็นต้นนั้น เพราะเพราะนั้น. จึงเรียกว่า สัตว์(หมายถึงนามธรรม คือจิต). คำว่า สัตว์เป็นชื่อของผู้เกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้น. จึงชื่อว่า เป็นผู้ข้องอยู่ในถ้ำ. (พ่อครูว่า...คนที่เอาร่างกายไปป่าเขาถ้ำ เขาว่าเขาได้วิเวก แต่แท้จริงเขาเป็นคนที่ไกลจากวิเวก ยังไม่พออยู่แต่ผู้เดียว เดินผู้เดียว กินผู้เดียว บิณฑบาตผู้เดียว แล้วนึกว่าตนเองเป็นผู้วิเวก แต่แท้จริงตนเองเป็นคนไกลแสนไกลจากวิเวก วิ คือ 3 สภาพ สูงยิ่งก็ได้ กลางก็ได้ ต่ำก็ได้ ต้น กลาง ปลายก็ได้ ไม่ก็ได้ ยิ่งก็ได้ กลางๆก็ได้ วิ คือ3 ตัวสำคัญมาก วะ คือพฤติกรรมของพลังงาน ย ร ล ว คือตัวที่ 4 ของพลังงานเศษวรรค มีสามเส้าแล้วมีตัวที่ 4 เป็นพลังงานเก่งกว่าสามเส้าออกมา ว ยังไม่ใช่ ภ ตัว ว คือเศษวรรค แต่ถ้าเข้าใจละเอียด ว ละเอียดสุขุมรูปกว่า ภ อย่างนี้เป็นต้น ไม่มีใครอธิบายขยายความถึงรากศัพท์พวกนี้ในยุคนี้ พูดไปแล้วเหมือนอวดตัวตน แต่ย้ำให้รู้ว่าอาตมาเป็นผู้รู้อันนั้นจริงๆ มาทำขณะนี้ อย่ารังเกียจอาตมานักเลย บอกความจริงอันนี้)

คำว่าผู้อันกิเลสมากปิดบังไว้แล้ว คือ ผู้อันกิเลสมาก

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน