“มหาปวารณา พุทธประเพณีของชาวอโศก”.docx
เนื้อหาในไฟล์
“มหาปวารณา พุทธประเพณีของชาวอโศก”
“มหาปวารณา” คือ พุทธประเพณีอย่างหนึ่งของชาวอโศก หลังจากออกพรรษาแล้ว สมณะจากพุทธสถานและสังฆสถานต่างๆ จะมาประชุมเพื่อปวารณาออกพรรษาร่วมกันที่พุทธสถานปฐมอโศก ซึ่งจัดครั้งแรกเมื่อพุทธศักราช ๒๕๒๕ โดยกำหนดให้สมณะ และสิกขมาตุในพุทธสถานกระทำการปวารณาตัวต่อกัน หลังจากได้อยู่ร่วมกันมาตลอดพรรษากาล มีจุดมุ่งหมายเพื่อยังศาสนจักรให้ดำเนินไปได้อย่างมั่นคงและเจริญไพบูลย์ โดยอาศัยความสามัคคีแห่งสงฆ์สันนิบาต ที่ยินยอมพร้อมใจให้ว่ากล่าว ตักเตือนซึ่งกันและกันได้ ในฐานะกัลยาณมิตร ซึ่งเป็นทั้งหมดทั้งสิ้นของพรหมจรรย์ การปวารณาเพื่อชี้ขุมทรัพย์ไม่ได้มีเพียงแต่ของนักบวชเท่านั้น ทางด้านฆราวาสก็มีการชี้ขุมทรัพย์เช่นกัน สำหรับนักปฏิบัติธรรมแล้วถือว่าเป็นกำไร เมื่อมีผู้อื่นมาบอกข้อบกพร่อง และพร้อมน้อมรับด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน นำไปปรับปรุงแก้ไขตนเองให้เจริญยิ่งๆขึ้น เพราะชาวอโศกเดินด้วยหลักมงคล ๓๘ ประการ ข้อที่ ๒๒ และ ๒๓ คือ คารโว นิวาโต อ่อนน้อมถ่อมตน เป็นคนรับใช้ งานมหาปวารณาครั้งที่ ๓๖ จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๖ - ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ณ บวร ราชธานีอโศก จ.อุบลราชธานี ซึ่งเดิมทีงานมหาปวารณาจะจัดขึ้นที่บวรปฐมอโศก จ.นครปฐม ซึ่งเป็นชุมชนแรกของชาวอโศก ที่ครบพร้อมทั้งสมณะ สิกขมาตุ อุบาสก อุบาสิกา เป็นพุทธบริษัท ๔ แต่ด้วยความเหมาะสมในด้านการจัดงาน และเนื่องในโอกาสครบรอบ 48 ปีโพธิกิจ และ 84 ปีพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ กำหนดรหัสงานเป็น ๓ ๔ ๗
คือ ๓ รอบนักษัตรงานมหาปวารณา ๔ รอบนักษัตร โพธิกิจ (ครบรอบ 48 ปีการบวชของพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ๗ รอบนักษัตร อายุ ของพ่อครูสมณะโพธิรักษ์
เพื่อกตัญญูกตเวทิตาต่อพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ เพื่อร่วมฉลอง ๓ ๔ ๗
ทางคณะสงฆ์ชาวอโศกได้มีมติย้ายการจ
อ่านต่อ
ัดงานมหาปวารณามาที่บวราชธานีอโศก ในวันต้นของงานเป็นวันสำคัญของท่านสมณะ ที่ต้องทำพิธีกรรมปวารณา ซึ่งเป็นเรื่องของสงฆ์ทั้งหมด ทางด้านของส่วนฆราวาสจะมาเตรียมงานหรือมาบริการ ช่วยเหลือ ทั้งจัดสถานที่ จัดที่พักที่หลับนอน จัดอาหารการกิน รวมไปถึงการจัดโรงบุญแจกอาหารมังสวิรัติฟรีตลอดงานเพื่อบริการพี่ๆน้องที่มาร่วมงานมหาปวารณาอย่างเต็มอิ่มตลอดงาน การมีงาน “มหาปวารณา” ซึ่งได้จัดมาเป็นเวลานานถึง ๓๖ ปี ครบรอบ ๓ นักษัตร แล้วนั้น ก็ยังคงเป็นเครื่องเตือนใจเราอยู่เสมอว่า “การปวารณา” นั้นคือสุดยอดวิชาของพุทธ การได้เห็นข้อบกพร่องของตน ซึ่งผู้อื่นมอบให้ จึงคือ ความหวังที่จะหมดกิเลสจากความถือตัวถือตน ดังนั้น คนฉลาดจึงไม่คิดเสียใจให้ไร้ประโยชน์เมื่อได้รับขุมทรัพย์ แต่จะพยายามคิดขจัดกิเลสอย่างเบิกบาน เพราะมีแต่การรู้ข้อบกพร่อง ข้อไม่ดีในตนเท่านั้น ที่จะทำให้มีโอกาสแก้ไขปรับปรุงเป็นคนดียิ่งๆขึ้นในทุกขณะ นอกจาก มหาปวารณาแล้ว ก็ยังมีการปวารณาย่อยโดยปรมัตถ์ จะมีก่อนงานมหาปวารณาที่เป็นพิธีการทางสงฆ์ โดย การปวารณาย่อย นั้นเป็นการชื่นชมชี้ขุมทรัพย์กันโดยใช้ภาษาไทย เนื่องจาก ตลอดช่วงเข้าพรรษา 3 เดือนที่หมู่สมณะ ได้อยู่ร่วมกัน ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ทำให้เห็นข้อดีและข้อบกพร่อง ของกันและกันได้ดียิ่งขึ้น เมื่อใกล้จะออกพรรษา เพื่อประโยชน์ในการขัดเกลากันและกันของหมู่สมณะ ในแต่ละพุทธสถานก็จะ ได้ทำพิธีปวารณาทางปรมัตถ์ โดยทำการชี้ขุมทรัพย์หรือชื่นชมกันและกัน ที่ละรูป เร่ิมจากภันเตไปหาอาวุโสจนกว่าจะครบทุกรูป ผลของการปวารณาปรมัตถ์ ทำให้แต่ละรูปได้รู้ข้อบกพร่องของตนเอง และได้เปิดเผยความคิดเห็นที่มีต่อกันและกัน ให้แหลกมุมคิด จนนำไปสู่ความเข้าใจกันและกัน ลดความขัดแย้ง ลดทิฏฐิมานะ เพิ่มความสามัคคี และความเป็นอยู่ผาสุกของหมู่สงฆ์ให้เกิดขึ้น