สกู๊ปสรุปงานมหาฯ รุณ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สกู๊ปสรุปงานมหาฯ ในงานมหาปวารณาครั้งที่๓๖ จัดขึ้นบวรราชธานีอโศก ระหว่างวันที่ ๖-๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ จัดงานภายใต้ระหัส ๓๔๗ ซึ่ง ๓ หมายถึง ๓ รอบนักษัติการจัดงานมหาปวารณาเป็นครั้งที่ ๓๖ ๔ หมายถึง ๔ รอบนักษัติโพธิกิจของพ่อครู ๗ หมายถึง ๗ รอบนักษัติ ๘๔ ปี ชีวิตพ่อครู ฉะนั้นแล้วเพื่อเป็นการถนอมสุขภาพพ่อผู้ให้กำเนิดทางจิตวิญญาณ ลูกๆทุกคนจึงไม่อยากให้พ่อเดินทางไกลบ่อยนัก จึงมีข้อสรุปกันว่า ให้จัดงานที่บวรราชธานีอโศก อ.วารินชำราบ จ.อุบลฯ
โดยปีนี้มีคนมาร่วมลงทะเบียนทั้งหมดประมาณ ๒,๐๖๘ กว่าคน แล้วมีสมณะมาร่วมมหาปวารณาทั้งหมด ๗๘ รูป และ สิกขมาตุมา ๒๐ รูป จากจำนวนนักบวชชาวอโศกในขณะนี้คือ สมณะ ๘๘ รูป สิกขมาตุ ๒๒ รูป กิจหลักของนักบวชคือ ในวัน อังคาร ที่ ๖ พฤศจิกายน มีการรวมตัวของสมณะชาวอโศกเพื่อปวารณาชี้ขุมทรัพย์ชื่นชมและประชุมวาระสำคัญต่างๆของสงฆ์จะจัดขึ้นทุกปีละหนึ่งครั้งหลังออกพรรษา พ่อครูเคยให้ความหมายและความสำคัญการปวารณาไว้ว่า คือ ยอมให้,เปิดดโอกาสให้,อนุญาติให้,ให้ว่ากล่าวตักเตือน โดยให้ภิกษุว่ากล่าวตักเตือนกันได้ ด้วยเหตุ ๓ ประการ ได้แก่ ๑.โดยเห็น ๒.โดยได้ยิน ได้ฟัง ๓.โดยสงสัย
***เสียงสดสมณะสวดมนต์ก่อนปวารณาสั้นๆ
ในช่วง เช้ามืดของทุกวันก็จะมีการแสดงธรรมจากพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ในเรื่อง ๔ นักษัตริโพธิกิจ พ่อครูพูดถึงประวัติสมัยเป็นฆราวาสและตอนที่มาเป็นนักบวช ว่าชีวิตแต่ละช่วงนั้นต้องมีอุปสรรคปัญหาต่างๆนานาแต่ก็มีแนวทางในการแก้ไขตลอด เเละเรื่องสำคัญทุกถ้อยวาจาที่พ่อครูเทศนา คือการลดกิเลสอย่างไรให้ประสบผลสำเร็จ ทำให้ผู้ที่มาฟังนั้นเข้าใจมากขึ้น ได้แนวทางไปปฏิบัติชัดเจนยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
***ใส่เสียงสดพ่อครู
หลังจบจากการทำวัตรเช้าก็มีการตักบาตรซึ่งถือเป็นประเพณีอย่างหนึ่งข
อ่านต่อ
องชาวอโศก ที่มีการปฏิบัติกันมาอย่างยาวนาน บรรยากาศจะดีมากเป็นพิเศษคือเช้าวันที่ ๗ พฤษจิกายน เพราะเป็นเช้าที่ครบรอบ ๔ นักษัติการบวชของพ่อครู มีลูกหลานและญาติธรรมชาวอโศกมาร่วมทำบุญตักบาตรอย่างเนืองแน่นเฮือนบวร ในการตักบาตรของชาวอโศกจะรับแต่อาหารมังสวิรัติ เช่นข้าว ขนม ผลไม้แม้แต่ผักสดก็ใส่ได้เช่นกัน เเละสมณะชาวอโศกจะไม่รับเงินเพราะถือเป็นวินัยเป็นข้อปฏิบัติของสงฆ์ว่า ถ้านักบวชรับเงินจากฆราวาสโดยตรงก็จะถือว่าอาบัติ
นอกจากนี้แล้วยังมีการแสดงธรรมก่อนฉัน ของท่านสมณะรูปต่างๆ เช่นท่านสมณะสรุปผลการมหาปวารณาสู่ฟังว่า การมหาปวารณาในปีนี้เสร็จเร็วมาก เพราะไม่มีปัญหาอะไรมาก ไม่มีการเลือกให้ลุ้นว่า จะมีสมณะรูปไหนจะเป็นเจ้าอาวาสดูแลบวรไหน แต่จะเป็นองค์รวมของหมู่สมณะที่จะช่วยกันดูแล
***เสียงสดท่านเดินดินและท่านแสนดินสรุปผลปวารณา
อีกทั้งในงานนี้ก็ยังมีจัดโรงบุญแจกอาหารมังสวิรัติ รวมๆแล้วก็มีทั้งหมดประมาณ ๓๕ .....โรงบุญ จากบวรต่างๆในโรงบุญมีอาหารที่น่าสนใจอยู่หลายอย่างมากมาย เช่นก๋วยจั๋บญวณ ก๋วยเตี๋ยว ลาบเต้าหู้ ข้าวเหนียว ส้มตำ ซุปหน่อไม้ ข้าวซอย และ นำ้หวาน ซึ่งจุดเด่นของการจัดโรงบุญในปีนี้คือ การจัดโรงบุญทุกบวร เพราะทุกบวรมีการจัดนิทรรศการมีชีวิต ดังนั้นโรงบุญจึงกระจายอยู่ทั่วเฮือนบวร ทำให้กลายเป็นองค์รวมที่ยิ่งใหญ่และอบอุ่นกายใจยิ่งนัก
และยังมีการเปิดร้านพิสูจน์จิตอาสาในวันพุธ ที่ ๗ พฤศจิกายน ถึง ๓ ร้าน ได้แก่ร้านปันกัน ขายสินค้าชุมชนและจิปาถะเหมาะสำหรับประชาชนในท้องถิ่น ร้านนี้มีชื่อนะขายสินค้าการเกษตร ร้านสินค้าโดนใจขายเครื่องครัว เครื่องใช้ภายในบ้าน ถือว่าได้ผลตอบรับดีมากเป็นผลมาจากราคาสินค้าในร้านถูกเพราะทางเราขายสินค้าราคาเท่าทุน แล้วยังเป็นสินค้าคุณภาพดี อีกทั้งทางเราขายทั้งปลีกเเละส่งไม่จำกัดจำนวนสินค้า ทำให้บางเวลาลูกค้าเข้าร้านมาก จนแผนกคิดเงินคิดไม่ทัน ส่วนสินค้ายอดนิยม ก็จะเป็น เสื่อปูพื้นพาสติ๊ก ถ้วยชามเซรามิคจากลำปาง เเก้วนำ้ จักรยาน หม้อ และอีกหลายๆอย่างล้วนเป็นสินค้าโดนใจ เป็นสินค้าการเกษตรและสินค้าชุมชน ที่มีความจำเป็นต่อชีวิตประจำวันของลูกค้าจริงๆ ไม่เพียงเท่านั้น ร้านพิสูจน์จิตอาสาทั้ง ๓ ร้านยังจะเปิดต่อเนื่องไปเรื่อยๆ โดยมีการจัดแบ่งเวรรับผิดชอบ บวรละ ๑ สัปดาห์ กำหนดเปิดร้านในแต่ละวันคือ ๑๒.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ตั้งแต่วันอังคารถึงวันอาทิตย์ หยุดทุกวันจันทร์ จึงเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่สนใจจะซื้อข้าวของเครื่องใช้คุณภาพดี ราคาเท่าทุนและเป็นการพิสูจน์จิตอาสาในระยาวจริงๆ
ในเวลาเที่ยงก็จะมีรายการที่น่าสนใจคือการแสดงของชาวชุมชนต่างๆของชาวอโศก ที่ถ่ายทอดมาจากวิถีชีวิตบุญนิยม มีทั้งความอุดมสมบูรณ์ ความจนที่เรียบง่ายและพอเพียง ซึ่งแต่ละชุมแสดงอย่างเจนถึงความสามัคคี
ส่วนในตัวอาคารบวรก็จะมีการจัดนิทรรศการประวัติความเป็นมาของพ่อครู ตั้งแต่สมัยเป็นฆราวาสจนสู่สมณะเพศ แล้วมีผลงานบุญนิยมด้านต่างๆมากมาย ทั้งด้านการศึกษาบุญนิยมและด้านการเมืองบุญนิยม เป็นต้น ผลงานอีกด้านหนึ่งที่สำคัญของพ่อครู คือการสร้างชุมชนบุญนิยม เห็นได้จากนิทรรศการมีชีวิตของชุมชนต่างๆ ที่สื่อถึงความเป็นสาธารณะโภคีภายในชุมชนซึ่งระบบสาธารณะโภคีนั้น เป็นระบบเศรษฐกิจที่แก้ปัญหาสังคมได้ดีที่สุดในขณะนี้ เป็นชุมชนที่พึ่งตนได้ ทั้งปัจจัย ๔ ข้าว ผ้า ยา บ้าน และโดยเฉพาะการพัฒนาจิตวิญญาณ ด้วยธรรมะของพ่อครูและท่านสมณะท่านสิกขมาตุ
อีกรายการก็คือรายการแฟนพันธุ์เเท้ของพ่อครู เรื่องของการฟังธรรม แฟนพันธุ์แท้การการอ่านหนังสือธรรมะพ่อครูเเละแฟนพันธุ์แท้เพลงพ่อครและรายการสุขภาพ ที่มีคุณหมอสันต์ ใจยอดศิลป์ อดีตศัลยแพทย์หัวใจ ผู้สอนการดูแลหัวใจโดยไม่ต้องผ่าตัด ทำให้ชาวชุมชนได้รู้ว่าเป็นนักมังสวิรัติควรกินอาหารอย่างไร ควรใช้ชีวิตอย่างไรให้มีสุขภาพที่ แข็งแรง
***เสียงสดคุณหมอสันต์ ใจยอดศิลป์ อดีตศัลยแพทย์หัวใจ ประเด็น การดูแลหัวใจ
เเละในวันเสาร์ที่ ๑๐ พฤศจิกายน มีการจัดงานรวมพลังเกษตรกรรมยั่งยืน ราชธานี - อุบลฯ ปฏิญญาว่าด้วยการหยุดใช้สารเคมีในการทำเกษตร โดยมี ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร หรือที่เราเรียกว่าท่านอาจารยักษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรเเละสหกรณ์เป็นผู้กล่าวเปิดงาน เเละในงานนี้ท่านเธียรชัย พุทธรังษี รองผู้ว่าการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นผู้กล่าวรายงาน ในงานนี้ก็จะรวมตัวของเกษตรกรผู้ที่เลิกใช้สารเคมีเพื่อมาลงนามและเผยแพร่เรื่องการเลิกใช้สารเคมีค่ะ นอกจากนั้นยังมีรายการพิเศษคือรายการตั้งปัญหาถามท่านอาจารยักษ์
สรุปแล้วการจัดงานมหาปวารณาครั้งที่ ๓๖ นี้ เป็นการฉลองอย่างยิ่งใหญ่ในความเสียสละ เริ่มจากความเสียสละของพ่อครู ท่านเป็นผู้ริเริ่มก้าวสู่เส้นทางสัมมาอาริยมรรค วางแนวทาง อบรมสั่งสอนจนเกิดหมู่กลุ่มพุทธบริษัทชาวอโศก มีสมณะมีสิกขมาตุอยู่เป็นหลักช่วยธำรงค์ไว้ซึ่งความบริสุทธิ์และความมั่นคงทางพระพุทธศาสนา เห็นได้อย่างชัดเจนจากนิทรรศการมีชีวิตของชุมชนต่างๆและยังมีร้านพิสูจน์จิตอาสา ที่พิสูจน์การค้าพานิชย์ระบบบุญนิยมที่พ่อครูนำพา รวมถึงการประกาศปฏิญญายกเลิกการใช้สารเคมีทางการเกษตร ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่ให้ทุกคนเน้นการพึ่งตนเอง
ฉะนั้นแล้วทุกอย่างชี้ชัดว่า ระยะเวลา ๔๘ พรรษา ที่ผ่านมาของพ่อครู เส้นทางโลกุตระที่เต็มไปด้วยขวางหนามนี้ ย่อมมีผลอันหอมหวาน มีความอิ่มเอมในความจนที่สุขสำราญเบิกบานใจ.........เพราะงานศิลปะชิ้นเอกของพ่อครูคือการสร้างคนให้ไปช่วยเหลือผู้อื่นและสัง