สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน ปฏิบัติธรรมจุดไหนมีสิทธิ์ได้อรหันต์.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.31 KB
วันที่แก้ไข2 พฤศจิกายน 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน ปฏิบัติธรรมจุดไหนมีสิทธิ์ได้อรหันต์ ให้เทน้ำออกจากถ้วยชาก่อนนะ สัญญากับปัญญาก็ไม่เข้าใจ นั่งหลับตาสะกดจิต เป็นเจโตสมาธิ จะรู้แต่อดีตกับอนาคต ตามพรหมชาลสูตร จะไม่รู้ปัจจุบันเลย การนั่งหลับตา มีแต่อดีตและอนาคต แม้จะเป็นอนาคตที่เป็น กามคุณ 5 ฌาน 1 2 3 4 ทิฏฐธรรมนิพพานทิฏฐิ 5 ที่ ท่านได้บอกไว้ในอนาคต 44 มันก็เป็น กามในภพ เป็นฌาน ในภพ ไม่ใช่ฌานของพุทธ คุณไปเข้าใจว่า สัญญาเป็นปัญญา แล้วบอกว่า จะเกิดขึ้นเอง ปัญญาจะเกิดขึ้นเอง แท้จริงแล้วมันคือสัญญา ล้วนแล้วแต่เป็นสัญญา ทั้ง 62 ทิฏฐิความเห็นทฤษฎี เป็นความแส่หาของตัณหาทั้งสิ้น ปัญญาเกิดได้อย่างไร ปัญญาเกิดได้ด้วยการลืมตา ไม่ลืมตาปัญญาไม่มี ปัญญาเป็นภาษาของศาสนาพุทธ มาจากอัญญะ มาเป็นปัญญา ต้องท้าวความไปถึงพยัญชนะ ปัญญาเกิดได้ด้วยองค์ 6 ในพระไตรปิฎกเล่ม 14 ข้อ 258 ปัญญา ปัญญินทรีย์ ปัญญาผล จากการปฏิบัติมรรคมีองค์ 8 ด้วยการมีธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ วิจัยในการกระทบสัมผัส เพราะปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้า ทำมรรคทั้ง 7 ลืมตาปฏิบัติ ในการทำอาชีพอยู่ก็ตาม ทำกรรม ทุกอย่าง กัมมันตะ พูดอยู่ คิดอยู่ ก็มี สติ ธัมมวิจัย วิริยสัมโพชฌงค์ วิจัยตัวกิเลสอกุศลจิตออกให้หมด ผู้ที่จะอ่านจิต เจตสิกของตัวเองออก ต้องฝึกอ่าน เห็นอาการจิต อาการ ลิงค นิมิต เห็นอาการจิตอย่างนี้เรียกว่า โลกียจิต อย่างนี้เคหสิตะ อย่างนี้ เนกขัมมะ สัมผัสตัวตนของมัน ด้วยญาณของคุณ จะเห็นจริงด้วยคุณเอง เป็นนามธรรม ต้องกำหนดอาการนี่เอง อาการนี้กำหนดเป็นราคะ อาการนี้โทสะ อาการนี้ทุกข์ อาการนี้สุข เป็นต้น ต้องอ่านสิ่งนั้นด้วยตนเอง ปัจจัตตังเวทิตัพโพ วิญญูหิ อ่านเมื่อสัมผัสอยู่หลัดๆ มีผัสสะ เกิดกิเลสชอบใจหรือไม่ชอบใจ อยากได้หรือไม่อยากได้ หรือเฉยๆ

อ่านต่อ

มันมีเวทนาอยู่ 3 อาการ ก็ต้องอ่าน ที่ไม่อยากได้และอยากได้ด้วยไม่มี มะละกอนี้ สัมผัสเมื่อไหร่ เมื่อก่อนก็อยากกิน แต่ตอนนี้สัมผัสแล้วเฉยๆ หรือบางทีเซ็งๆ ได้บ้างไม่ได้บ้าง เป็นครั้งคราวเป็นธรรมชาติ อย่างนั้นคือ เคหสิตอุเบกขาเวทนาเป็นได้ ต่างกับ เนกขัมสิตอุเบกขาเวทนา แล้วแยกมโนปวิจาร 18 ตากระทบรูป หูกระทบเสียง เกิดความสุขความทุกข์หรือเฉยๆ ในหกทวารนี้ รวมแล้ว เป็น 18 มโนปวิจาร 18 เกิดจากตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจกระทบสัมผัสแล้ว เกิดความสุข ความทุกข์และ อุเบกขา แต่แยกออกว่า นี่คือเคหสิตเวทนา ผู้อ่านจิตออก แยกได้ว่านี่เนกขัมสิต อย่างนี้เคหสิต ผู้นี้มีหวังนิพพาน ได้มรรคผล เพราะรู้จักเวทนาที่เป็นกรรมฐานของศาสนา ถ้าเอาอย่างอื่นเป็นกรรมฐานนี้ผิดหมด ถ้าปราศจากเวทนาแล้วไม่มีฐานในการปฏิบัติ แต่คุณอ่านและแปล พระไตรปิฎกผิดเอง หรือไปเข้าใจว่า กสิณคือกรรมฐาน มันไม่ใช่ เวทนาคือกสิณ ใช้จดจ่ออ่าน ถ้าแยกเคหสิตอุเบกขาเวทนา ต่างกับ เนกขัมสิตอุเบกขาเวทนา เป็นสองทาง ทางอลมริยา คือทางที่ประเสริฐ ส่วน นาลมริยา คือทางสู่นรก ต้องแยกแยะอาการจิต สองอย่างนี้เป็น คนนั้นเป็นอาริยะ เริ่มต้นปฏิบัติถูก รู้ทิศทางที่จะเป็นโลกุตระ ทิศทางไหนเป็นโลกียะ ผู้ที่ปฏิบัติธรรมเวทนา 108 โดยเฉพาะ มโนปวิจาร 18 ทำได้ ผู้นี้มีหวังได้บรรลุพระอรหันต์ สัมโพธิปรายนะได้แน่นอน 600602_พุทธศาสนาตามภูมิ สันติอโศก ปฏิบัติธรรมจุดไหนมีสิทธิ์ได้อรหันต์

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน