สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน อโศกไม่หลงสวรรค์.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน อโศกไม่หลงสวรรค์ มาเข้าเรื่องต่อ … พรหมชาลสูตรเริ่มต้นว่าโลกนี้ต้องมีการชมและการติ ในโลกถ้าคนใดเข้าใจ โลกต้องมีการชม มีการติ แล้ววางใจได้ไม่ต้องยึดติดสเปค ใครวางใจได้อย่างอาตมาวางใจได้ คนติอาตมาก็ติไป อาตมาก็ฟัง ว่าเขาติถูกไหม แต่ส่วนมากเขาติผิด อาตมาว่าอาตมามีสิ่งที่จะให้ติอยู่บ้างแต่มีน้อย น้อยจนคนจะหาที่ติได้ยาก แต่ถ้าคนหาที่ติอาตมาได้มากคือคนไม่รู้สัจธรรม เช่นว่า อาตมาเอาแต่ตำหนิ ซึ่งอาตมาบวชมา 47 ปีนี้ติเสียมาก ชมบ้างแต่น้อย ทำไมชมน้อย เพราะ 1 ไม่ค่อยมีคนให้ชม 2 ชมทีไรมันโดนพวกตัวเอง เพราะสิ่งที่ถูกต้องมันดันเป็นอโศก ชมทีไรก็ถูกแต่พวกตน ติทีไรก็โดนแต่พวกเขา ทำไมต้องติ ก็เพราะว่ามันมีความผิดมีความไม่ดีมีความชั่ว แล้วชั่วหนักหยาบด้วย พูดไปแล้วก็ยังไม่แก้ไข ก็เลยกลายเป็น ลูกสอนยาก พ่อแม่ปากเปียกงานการเวียก ไม่เอาไหนเลย มันก็เลยจำเป็นเพราะว่า สอนยากพูดยากบรรยายยาก ก็เลยต้องพูดปากเปียกปากแฉะ ถ้าจะชมว่าพวกนี้มีศีล ไม่เอาอบายมุข ไม่ติดโลกธรรม กามคุณ แล้วพวกเราเป็นได้จริงตามพพจ.สอน ไม่วุ่นวายแย่งชิง โลกธรรม ไม่เป็นตัวทำให้สังคมเดือดร้อนที่เขาแย่งชิงกัน เราช่วยสังคมเศรษฐกิจประเทศชาติ เราช่วยความสงบแห่งประเทศชาติ 1 เราช่วยเศรษฐกิจ เราไม่ได้แย่งจากเขามา แล้วยังเป็นผู้สร้างแล้วเผื่อแผ่แจกจ่ายคนอื่น ขายถูกหรือให้ฟรีเลย ตั้งใจไว้อย่างนี้ถึงไม่เป็นตัวแย่งสังคม 2 เป็นพวกมีศีลธรรมเป็นพวกไม่รุนแรงไม่แย่งตำแหน่งลาภยศสรรเสริญโลกียสุข จึงเป็นผู้สงบไม่ก่อความวุ่นวายให้บ้านเมือง เป็นคนดี เป็นคนไม่ก่อเรื่องแต่บ้านเมืองก็มาสตริคกับเรา เราผิดท่านก็จัดการไม่ละเว้น ก็ดีจะได้ไม่สองมาตรฐาน ชาวอโศก นี่ อาตมามาพาให้ประชาชนคนไทยเป็นคนไม่ทำลา
อ่านต่อ
ยเศรษฐกิจ ให้แก่สังคม แต่เป็นคนสร้างเศรษฐกิจให้แก่สังคม จนกระทั่งมีเศรษฐกิจระบบสาธารณโภคี เศรษฐกิจหรือเศรษฐศาสตร์สาธารณโภคี คือเป็นคนสร้างสรรค์ แรงงานผลผลิต ทั้งแรงงานผลผลิตไม่คิดราคา สร้างขึ้นมาก็ให้แก่ส่วนกลาง ส่วนกลางเอาไปบริหาร ให้แก่ส่วนกลาง 100% ทั้งแรงงานและผลผลิต เท่ากับเป็นคนทำงานในส่วนกลาง เสียภาษี 100%ให้หมด สังคมคอมมิวนิสต์ก็ต้องการให้เสียภาษีมากที่สุด แต่ทำไม่ถึงอย่างพระพุทธเจ้า แม้แต่คอมมิวนิสต์หรือประชาธิปไตยก็ทำให้เสียภาษี100%ไม่ได้ แต่ของเราทำได้ การบริหารกองกลางนี้ทำอย่างไร ให้ส่วนกลางเอาไปสะพัดแจกจ่ายกับสังคม เราอาศัยกินใช้ในส่วนกลางอยู่ แล้ว พวกเรามาเป็นคนไม่กินมากใช้มาก อัปปิจฉะ สันตุฏฐิ ปวิเวก อสังสัคคะ กินน้อยใช้น้อย เท่านี้พอ อย่างเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง เพราะมีปัญญาไม่หลงสวรรค์ อสังสัคคะ ไม่ไปหลงความบำเรอจิตเป็นสวรรค์ อสังสัคคะแปลว่าไม่ปรุงสร้างสวรรค์ใส่จิต แต่เขาแปลว่าไม่คลุกคลีในหมู่คณะ ก็ คณะ คืออะไร คณะก็คือสวรรค์ รู้จักว่าสวรรค์คือภพชาติคือนรก คนคิดสร้างสวรรค์ก็คิดนรก คนคิดสร้างสวรรค์สำเร็จก็สร้างนรกสำเร็จ แต่แน่นอนไม่มีใครคิดจะสร้างนรก แต่ถ้าคุณคิดจะสร้างสวรรค์ก็คือสร้างนรก สวรรค์นรกก็คืออันเดียวกัน นรกคือภพ แล้วสวรรค์ก็คือภพ สวรรค์ = ภพ ,นรก = ภพ ,ดังนั้น สวรรค์ = นรก ผู้ที่ในจิตใจไม่คิดจะสร้างภพชาติ ผู้ที่บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์แล้วต่อภพภูมิ ภพภูมิที่ต่อไม่ใช่ภพชาติ เพราะเป็นอรหันต์แล้ว โพธิสัตว์เป็นผู้ที่ต่อภพภูมิเป็นพระพุทธเจ้า ผู้ดับอบายได้ก็เป็นโพธิสัตว์โสดาบัน ไม่มีภพอบาย แล้วอยู่กับภพต่อไป กับกามภพก็ดับกามภพ จนหมดเป็นอนาคามี ไม่มีกามภพ เป็นสกิทาไปเรื่อยๆจนหมดภพกามก็คืออนาคามี แล้วดับรูปภพ อรูปภพต่อ ดับสังโยชน์เบื้องสูงต่ออีก ดับไปหมดก็หมดภพชาติ เป็นอรหันต์ หมดภพแล้วก็อยู่อย่างคนไม่มีภพ พระโพธิสัตว์ที่เป็นอรหันต์ ก็เป็นอนุโพธิสัตว์ต่อไป จึงเป็นภพอุดมคติ เป็นวิภวภพ ไม่มีกิเลสตัณหาในโลกโลกียะแล้ว อยู่เหนือโลก เพื่อศึกษารายละเอียดภพของตน เอากิเลสในตนหมดแล้ว ก็เรียนรู้กิเลสคนอื่นแล้วช่วยเขา ก็จะได้ความรู้ว่าคนอื่นเขาติดอย่างไร คนนี้ติดเหมือนเราเมื่อก่อน แต่เราละได้แล้ว คนอื่นติดอะไรเหมือนเรา เราละได้หมด แต่คนอื่นก็ติดสิ่งที่เราไม่เคยติด เราก็เรียนรู้ต่อ อรหันต์นี่ โลกีย์ของตนที่เคยติด ล้างหมดแล้วก็ไม่ติดของตนเอง ก็จะรู้แต่ของคนอื่น ของคนอื่นเราไม่เคยติด แล้วจะไปติดทำไม โง่ทำไม แต่ก่อนเราโง่ไปติดของตนมา เราเลิกได้ แล้วจะไปติดอันอื่นอีกทำไม ที่จริงมันก็ติดเหมือนกัน คุณติดสวรรค์คุณก็ติดนรก ยกตัวอย่าง สิ่งน่าเกลียดน่ากลัวคือนรก เช่น ความรุนแรง ไม่น่าเกิดไม่น่ามี คนที่ชอบความรุนแรง พวกนี้เป็นพวกนรก เรียกว่าซาดิสม์ ซาดิสม์ยังไม่พิสดารเท่ามาโซคิส ความรุนแรงที่เกิดกับคนอื่น ก็ชอบมาก แต่คนนี้รุนแรงที่คนอื่น แต่หนักเข้า มารุนแรงที่ตนเองก็อร่อยคือมาโซคิส สองอย่าก่อความรุนแรง ต้องพยายามสร้างความสงบ อโศกก็ทำ ไม่ก่อความรุนแรง พยายามสร้างความสงบอบอุ่นช่วยเหลือกัน สร้างน้ำตกลำธารต้นหมากรากไม้ สร้างธรรมชาติให้มาเดินมาเที่ยว ไม่เก็บตังค์ ไม่หาทางหลอกล่อด้วย เช่นสร้างมาแล้วก็เพื่อขายของเอาเงินคน ไม่ทำ แม้สร้างตลาดเฮือนสวน. ก็พยายามไม่ข้องแวะกับพวกนี้ สร้างมาเพื่อให้คนมาพักผ่อน อาตมาไม่เคยไปบุกรุกธรรมชาติ ในชีวิตนี้ คนไม่เข้าใจจะมองในแง่ที่ผิด เช่นเรียกร้องให้คนมา แล้วให้คนมานี้ เราก็ไม่ได้ล้วงตับกินไส้ หาเงินจากพวกเขา สมณะฟ้าว่า...วันนี้ มีความหลากหลายทางธรรมชาติตั้งแต่พรหมชาลสูตร คนไม่มีศีลไม่ใช่คน … คนมีศีลถือว่าต่ำสุดสำหรับคน คนไม่มีศีลก็ต่ำกว่าคน
600528_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ หากไม่มีศีลเขาก็ไม่ใช่คน https://www.youtube.com/watch?v=AItS9fuI9gY