นิกายแปลว่าอะไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข27 กันยายน 2563

เนื้อหาในไฟล์

นิกายแปลว่าอะไร _สติพล จนพัฒนา • ใครเชื่อพ่อครู..คนๆคนนั้นต้องมีภูมิหรือบารมีครับ. พ่อครูว่า…ขยายความ อาตมาเกิดมาชาตินี้มาทำงานมา 50 ปี ตั้งแต่เป็นฆราวาส ปฏิบัติธรรมแล้ว เราก็รู้ว่าเราบรรลุธรรม อย่างที่เขียนหนังสือเป็นหลักฐาน คนคืออะไร ทำไมสำคัญนัก ที่จริงก็ตอบปัญหาในหนังสือดาราภาพ เปิดคอลัมน์ถามตอบปัญหาธรรมะ และก็ในหนังสือไทยโทรทัศน์ด้วย ก็ได้มารวมเป็นเล่ม ชื่อ ชีวิตนี้มีปัญหา มารวมกันได้สองเล่ม ตั้งแต่ยังไม่ได้บวช พอมาบวชแล้วก็ได้พยายามทำธรรมะนี่แหละ คนจะเชื่อ จะเชื่อพ่อครูต้องเป็นคนมีบารมีมีภูมิปัญญา เพราะอาจารย์ต่างๆที่บรรยายกันเอาไว้ตั้งหลายร้อยปีพันปีเรียนมาเรื่อยๆ ตั้งแต่เริ่มพระพุทธเจ้ายังมีความแข็งแรงคนก็เริ่มต้นเจริญขึ้นเจริญขึ้นไปถึงประมาณ 500 ปี มันเจริญไปสูงสุดได้ประมาณ 500 ปีแล้วจะเริ่มเสื่อมลงมา พอมาถึงนี่มัน 2,500 กว่าปี เพราะฉะนั้นจะเริ่มเสื่อมมาพอพันปีนี้ จะกลับไปนิยมหรือไปยึดติดอะไรที่ผิดมาเป็นถูก พอสองพันปีนี้คิดดูซิ เขาก็ไปยึดผิดเป็นถูกอย่างแน่นสนิท พอ 2500 ก็ยิ่งแย่ อาตมาเกิดมาในยุค 2500 เป็นโพธิรักษ์ เขาถึงจะเอาอาตมาให้ตาย อาตมาปฏิบัติถูกต้องมา แม้แต่แค่คำว่านานาสังวาสเขาก็ไม่รู้เรื่อง ที่พูดว่าเขาไม่รู้เรื่องเพราะมีหลักฐานยืนยันว่าเขาไม่รู้จักนานาสังวาส เขาไม่ได้ปฏิบัติตามวินัยนานาสังวาสไม่ได้ ผิดหมด ตั้งแต่มีนิกายธรรมยุต และมหานิกาย มารวมกันเล่นงานอาตมาก็ผิดแล้ว เขาเป็นนิกายเขาไม่ได้รู้จักไม่ได้ทำนานาสังวาส เขาแยกกันเลย เอาตั้งแต่คำว่า นิกายก่อน _นิกายแปลว่าอะไร…? _สะพานบุญ...นิแปลว่าแตกแยก กาย คือรูปนาม นิกายแปลว่า รูปนามที่แตกแยก พ่อครูว่า..นิแปลว่าไม่ ปฏิเสธ กายก็ต้องแปลว่าคืออะไร กายคือสภาวะสอง คือรูปกับนาม แต่นิกายมันไม่รู้เรื่องรูป

อ่านต่อ

กับนามแล้ว รูปกับนามคือสิ่งที่อาศัยในชีวิตมนุษย์ ท่านแยกว่าผู้ที่มีจิตวิญญาณจะต้องรู้จักรูปและนาม คำว่ารู้จักรูปและนามนีแหละ ความเป็นคนมีธาตุรู้ แล้วธาตุรู้ระดับจิตนิยามด้วย คนเป็นจิตนิยาม ไม่ใช่ระดับสัตว์ด้วย คนก็เป็นสัตว์ชั้นสูงมีจิตใจเจริญ เพราะฉะนั้นคนที่เป็นคนแล้วได้จิตนิยาม จะต้องรู้สิ่งหนึ่งกับอีกสิ่งหนึ่ง สิ่งนั้นก็เป็นตัวรู้ อีกสิ่งหนึ่งก็เป็นตัวที่ถูกก็รู้ เรียกว่า รูปี กับ รูปานิ เป็นวิโมกข์ 8 ข้อที่ 1 รูปี คือ รูป มีอะไรสิ่งหนึ่งอยู่ รูปานิ คือ ผู้ที่จะรู้รูป คนที่เอาแต่เฉพาะรูป เช่นผู้ตาบอดก็ไม่ใช่รูปานิ ก็ไม่มีตาจะเห็นรูปหรือผู้ไปหลับตา ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะเห็นรูป ปัสสติแปลว่าการเห็น รูปีรูปานิปัสสติ คือวิโมกข์ข้อที่ 1 เพราะฉะนั้นจะต้องมีผู้ที่สามารถมีธาตุรู้ในจิตมีนามธรรม พีชนิยาม มันก็มีธาตุรู้เรียกว่าสัญญา มันกำหนดรู้เหมือนกัน มันก็รู้แค่ว่าอันนี้ใช่อันนี้ไม่ใช่มันเอาหรือไม่เอา มันเอาแต่สิ่งที่ใช่ สิ่งที่ไม่ใช่มันก็ไม่เอา หากจะมาเล่นงานมัน มันก็สู้ไม่ได้ สัมผัสกับเขี้ยวควาย ก็เคี้ยว พืชมันจะทำอย่างไร ก็ต้องเฉยให้ควายเคี้ยวกินเป็นอาหาร คนก็เช่นกัน ไปสัมผัสกับคน แล้วมันจะไปทำอะไร ดีไม่ดี คนก็เอามันมาเคี้ยวเลย มันไม่ทำร้ายใครทำร้ายใครไม่เป็นหรอกพืช ไม่ตอบโต้ใครทำร้ายใคร แต่ จิตนิยามตอบโต้ ตั้งแต่สัตว์เซลล์เดียวเป็นไวรัส พวกนี้ขย้ำแหลกเลย ทำลายอย่างอื่นมหาศาล สัตว์มันก็ไม่เกี่ยง คนก็ไม่เกี่ยง ช้างมันก็ไม่เกี่ยง สรุปแล้ว คนที่จะเชื่อคนที่จะเข้าใจคนที่จะรู้ว่าอันนี้มันถูกต้องอันนี้มันใช่ อันนี้น่ารับ เป็นกุศลของเราแล้วหนอที่ได้ยินได้ฟัง คนจะเริ่มรู้โลกุตรธรรมต้องได้สะสมถ้ารู้มา ถ้าเป็นโลกียะจะไม่รู้จักโลกุตรธรรมรู้จักดีชั่ว โลกุตระนั้นจะรู้เลยว่าเรานี้ไปยึดชั่วยึดดี สิ่งชั่ว เราไม่ควรต้องไปอยู่ฐานนี้ เรายังไปถือว่าต้องมีต้องได้ต้องเป็นทำไม เรายังต่ำอยู่ มันก็จะรู้ว่าอย่างนี้ไม่ต้องเอาไม่ต้องมีไม่ต้องได้หรอก มันจะมีอยู่ในโลกคนที่เขาสนใจยินดีคนที่เขาว่ามีค่าเขาก็จะเอา แต่เราเห็นว่าไม่มีค่าไร้สาระ ไร้ประโยชน์ สัมผัสก็สักแต่ว่ารู้ มันก็มีอยู่ในโลกเราไม่เกี่ยว และถ้ามันร้ายมันไม่ได้เรื่องได้ราวอะไรก็อย่าไปใกล้ เราก็ไม่ต้องไปอยู่ใกล้ แม้ไม่อยู่ใกล้แล้วมันจะมาสัมผัสเรามันจะมาใกล้เรา เราก็ไม่มีปัญหาอะไร แล้วผู้ที่มีภูมิคุ้มกัน แม้มันมาแต่มันก็จะแพ้ภัยตัวมันเอง จริงๆแล้วแม้แต่จะมาใกล้ จะมาสัมผัสก็ไม่ถึงด้วย นี่เป็นบารมี ถึงๆก็เหมือนกับมีอะไรกันไว้คั่นไว้ไม่ให้มาถึง มีอะไรดันกระดอนออกไป มีกำแพงกั้นคุณกระดอนกลับ เหมือนกับลูกระเบิดที่เราไปสนามรบ ไปรบ ไปรัฐประหาร ไปทำการประหารรัฐบาล มาหลายรัฐบาล จนมีรัฐบาลสุดท้ายส่งตำรวจมา แล้วลูกระเบิดนั้นเป็นลูกระเบิดของตำรวจไม่ใช่ระเบิดของประชาชน ตำรวจเขวี้ยงมาดูสิเป็นไปได้มันไปชนกับเสาเต๊นท์ ทำไมมันแม่นจัง ก็เราก็นอนอาตมาก็ให้นอนเงียบหยุดไม่ต้องไปตอบโต้อะไรเลย เขาเขวี้ยงมาก็สะท้อนกลับไป ระเบิดใส่ตำรวจ ลากโล่กันวิ่งไปเลย คือมันตกใจ มันประหลาด ลูกระเบิดมันดันกลับมา ตกใจ จิตมันไม่สู้แล้ว คนเรามันมีความนึกคิดสำนึกสูง ตำรวจเขาก็รู้อยู่แล้ว โดยสามัญสำนึก หมาใหญ่เวลาเจอหมาเล็กที่ยอม ไม่ทำอะไรตอบ ได้แต่แฮ่ๆๆ หมาใหญ่มันก็ไม่ทำ หมาใหญ่มันก็ยังมีสำนึกเลย ใช่ไหม เคยเห็นไหม มันไม่ทำก็ปล่อยไป ยอมมันแล้วมันก็ไม่ทำ ขนาดหมายังมีสำนึกมีความรู้มีคุณธรรมอย่างนี้แหละ คนจะไม่มีได้อย่างไร ไม่ใช่เท่านั้นนะเรามีองค์ประกอบในการประท้วงรัฐบาล จนเกิดกรณีที่โยนลูกระเบิดแล้วก็ชนะไปไม่รู้กี่รัฐบาล เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่รัฐศาสตร์เขาจะต้องศึกษาว่าประชาชนปฏิวัติรัฐประหารซึ่งเป็นการรัฐประหารด้วยความสงบด้วยความจริงด้วยความยอมสู้อดทนไม่รุนแรงไม่ร้ายแรงไม่มีอาวุธจริงๆเลยเป็นคุณสมบัติคุณวิเศษเป็นคนทำของมนุษยชาติที่สูงสุดแล้วที่มนุษย์จะต้องศึกษาว่าคนมีคุณธรรมขนาดนี้เป็นธรรมวุธสุดยอด จะต้องศึกษาต่อไป เพราะความรู้อย่างนี้พวกเขาก็ยังพอบอกว่าประชาชนไปปฏิวัติรัฐบาลซึ่งรัฐบาลมีทหารตำรวจคุ้มกันอยู่ แล้วคนที่มือเปล่าไม่มีอาวุธไม่มีระเบิดไม่มีปืนจะไปสู้ทหารที่มีอาวุธยุทธภัณฑ์ต่างๆได้อย่างไร มัน incredible มันเหลือเชื่อ คนที่เขารู้จักจิตวิญญาณชั้นสูงแล้วเขาก็ใช้จิตวิญญาณชั้นสูงมาจัดการ แม้เขาจะตายก็ไม่มีปัญหา เพราะความตายความเกิดมันเป็นเรื่องสามัญ ตายแล้วหากก็ยังอยู่ยังไม่ปรินิพพานเป็นปริโยสาน เขาก็จะได้ความประเสริฐกว่าเก่า มันเป็นสัจจะความรู้ของผู้รู้ เขาไม่มีปัญหาเขาไม่ตื่นเต้นไม่ตกตกใจ สรุปแล้ว เรื่องรัฐประหาร หรือเรื่องประชาชนปฏิวัติที่ไทยได้ทำเป็นตัวอย่าง กี่รัฐบาล 4 รัฐบาล รัฐบาลแรกของทักษิณก็พลเอกสนธิ บุญยรัตกลินมาปฏิวัติ ที่จริงประชาชนไปปฏิวัติอยู่แล้วพอทหารออกมาเขาก็เอาดอกไม้ไปเสียบปลายปืน เขาก็ไปแสดงความยินดี พอปี 57 การปฏิบัติก็บอกว่าผมขอยึดอำนาจทั้งนั้นแหละไม่ได้ไปถือปืนอะไร แต่มียศตำแหน่งเป็นคสชเท่านั้น แล้วนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล ก็ไม่ได้มีตำแหน่งขาลอยหมดแล้วไม่มีอำนาจทางนิตินัย แต่เต๊ะท่าไว้ว่าฉันอยู่ พล.อ.ประยุทธ์ก็รู้ เอาไปปรับทัศนคติเท่านั้นไม่ได้เอาเข้าคุก ก็ถือว่าเป็นความเมตตา แม้ทักษิณหากเขาจะจับจริงๆก็ทำได้ แต่เขาไม่ทำ ก็น่าจะรู้ว่า ประเทศไทยเมตตาเขาเหลือเกิน ไม่เช่นนั้นลูกหลานเขาไม่ได้อยู่ประเทศไทยหรอกน่าจะสำนึกในความกรุณาปรานีสิ่งที่เมืองไทยเต็มไปด้วยเมตตา สรุปแล้วคนมีบารมี ภาษาคำว่าบารมี เป็นเรื่องยิ่งใหญ่ลึกซึ้งบารมีทางธรรมะของผู้ที่เป็นศาสดาเป็นอาจารย์แม้แต่บารมีทั้งโลกเขาก็เอาไปใช้ ก็หมายถึงมีอะไรที่เป็นสิ่งที่พิเศษไม่มีบารมีก็ไม่ได้เป็น อย่างเช่นหัวหน้านักเลงเขาก็มีบารมี ถ้าหัวหน้านักเลงไม่มีบารมีมันเป็นไม่ได้เป็นหัวหน้านักเลงไม่ได้ ลูกน้องนักเลงเอาตายหมด

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน