สัญญาไม่ใช่ปัญญา ปัญญามีแต่ในปัจจุบัน อดีตอนาคตไม่มีปัญญา.docx
เนื้อหาในไฟล์
สัญญาไม่ใช่ปัญญา ปัญญามีแต่ในปัจจุบัน อดีตอนาคตไม่มีปัญญา _9419 : ลูกขออนุญาตเรียนถาม พ่อท่านครับ ว่า"ลูกใช้สัญญา ความโกรธแค้นพยาบาท มากระทุ้งกระแทก ให้กิเลสมันฟุ้งขึ้นมา จนเกิดเวทนา แล้วใช้ฌานจัดการ ได้ไหมครับ ปัจจุบัน ผมทำอยู่บ่อยๆ ครับ" พ่อครูว่า… คนใช้สัญญาเป็น เป็นคนทำงานปฏิบัติธรรมเป็น สุดท้ายก็ใช้สัญญากำหนดรับรู้กายในวิญญาณฐิติ 7 เป็นการตรวจสอบสมบูรณ์แบบทุกอย่างเลย กายต่างกัน กายอย่างเดียวกัน ซึ่งจะมีสัมมาทิฏฐิกับมิจฉาทิฏฐิเป็นตัวตัดสิน คุณก็ไปสร้างอาการของความโกรธแค้นขึ้นใส่จิตอีก มันก็ซ้ำก็ซ้อนอยู่นั่นแหละ แล้วเมื่อไหร่มันจะหมด มาถึงตรงนี้แล้วก็อยากจะอธิบายเรื่องฌานต่อ แต่นี่มีอีก 2 หน้า เวลาเหลือ 9 นาที คุณอย่านึกว่าคุณมีฌานได้อย่างเก่งอย่างดี แต่เอาละคุณอาจจะมีสภาวะบ้าง แต่ความเป็นฌานที่สมบูรณ์มันไม่ใช่เล่นๆเลย ฌานวิสัย เป็น อจินไตย เป็นพลังงานที่สุดยอดเลย เป็นตัวปัญญาเต็มและเป็น เจโต ที่รู้จักภาวะ 2 เจโตรู้จักภาวะ 2 ภาวะ 2 คืออะไร คือภาวะที่รู้ทั้งมีและไม่มี ภาวะเจโตสุดท้าย รู้จักความมีและความไม่มี อันนี้เราใช้ให้มีประโยชน์ ก็คือฌานส่วนหนึ่ง เป็นพลังงานที่สุดยอดเลย เพราะฉะนั้นพระอรหันต์มีฌานไหม โอ้โห ฌาน ปกติ ฌาน เป็นพลังงานวิเศษใช้ ฌาน 1 2 3 4 โดยไม่ยากไม่ลำบากในฌานทั้ง 4 หมายความว่า ฌาน 1 จะมีวิตก วิจาร จะมีคู่วิจัย วิจาร จะมีคู่แยกแยะสภาวะ 2 ได้เก่งมาก เร็วไว ตัดสินได้เร็ว แล้วก็จัดการกับสิ่งที่ดี สิ่งที่ถูกต้อง สิ่งที่ควร ทำได้ แล้วก็จะมีจิตยินดีในสิ่งที่เราได้ แล้วก็สงบเป็นสุข สุขคือความสงบ เสร็จแล้วก็คืออุเบกขาคือความบริสุทธิ์ นี่เป็น ชั้น อธิบายขั้นลึกขั้นสูงส่งแล้ว เพราะฉะนั้นศึกษาดีๆ ที่คุณทำได้ขนาดนี้ก็ดีแล้วล่ะ ศึกษาต่อ _สู่แดนธรรม... แส
อ่านต่อ
ดงว่าจะทำฌาน ก็ต้องมีเหตุปัจจัยสดๆใช่ไหมครับ ถ้าระลึกขึ้นมาเป็นสัญญาไม่จริงใช่ไหมครับ พ่อครูว่า... ใช่ ถ้าเป็นสัญญามันก็ไม่ใช่ เอาตัวที่สัมผัสปัจจุบัน สัญญามันเป็นความจำ มันเป็นการระลึกไม่ใช่ฌาน ต้องเอาปัจจุบันธรรมกำหนดรู้ เพราะฉะนั้นไปหลับตาไม่มีปัจจุบันธรรม ไม่มีทิฏฐธรรม ปัจจุบันชาติ ไปหลับตาไม่มีปัจจุบันมีแต่อดีตกับอนาคต หลับตาก็ขออภัย เมื่อกี้นี้สัญญามันบอกว่า กระทืบ ขอย้ำซ้ำลงไปอีกที ไม่ได้ใช้คำว่ากระทืบนะ ขออภัย ย้ำซ้ำ ไปอีกทีว่า เลิกเถอะ ในศาสนาพุทธไปนั่งหลับตานั่นน่ะ อย่าไปปฏิบัติ เมื่อกี้นี้ถามว่า หลับตานะทำได้ไหม ก็เป็นอุปการะ อุปการะอะไรก็เคยอธิบาย 1. หลับตาแล้วก็ทบทวนธรรมะ ไล่เรียงธรรม อันนั้นอันนี้ 2. พัก พักสบาย 3. ใช้ทำการเตวิชโช ก็ทำเตวิชโชเป็นหลักเป็นฐานจนกระทั่งตรวจสอบกิเลสตัวเอง มันเกิดมันดับ ตั้งแต่ที่เราปฏิบัติธรรมมา บุพเพนิวาสานุสติญาณ มีอะไรเกิด มีอะไรดับ มีกิเลสเกิด ทำกิเลสดับได้หรือยัง หมดหรือยัง ตรวจสอบ จุตูปปาตญาณ อ๋อ.. หมดแล้ว สิ้นอาสวะนานแล้ว อาสวะคืออะไร ก็รู้ความจริงของตัวเอง บุพเพนิวาสานุสติญาณ ตรวจสอบความจริงของตัวเองว่าอาสวะของเราหมดมันก็สมบูรณ์แบบ อย่างนี้เป็นต้น _สู่แดนธรรม... ในหมู่อโศกเรา ที่เคยเข้าใจว่าการเอาสัญญามาระลึกทำ ฌาน ถือว่าเป็นอรูปฌาน ไม่ใช่หรือครับ พ่อครูว่า... เป็นการทบทวนธรรมเป็น บุพเพนิวาสานุสติญาณ มันไม่ใช่ปัจจุบันชาติ เมื่อไม่ใช่ปัจจุบันชาติก็ไม่ใช่ตัวจริง ความจริงไม่มีในอดีต ความจริงไม่มีในอนาคต ความจริงมีแต่ในปัจจุบัน เข้าใจแค่นี้ไม่ได้ไม่ต้องไปปฏิบัติธรรมโลกุตระหรอก ไม่ได้บรรลุหรอก คุณเข้าใจแค่นี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องมาทำที่ความจริงนี้ จะไปทำทำไมกับอดีตกับอนาคต พระพุทธเจ้าแจกเอาไว้แล้วอดีตก็มี 18 อนาคตมี 44 เท่านั้น แล้วจะไปงมงายอยู่กับมันทำไม ทำตัวนี้จริงๆปัจจุบันให้มันจบแล้ว มันก็จบ อดีตกับอนาคต มันก็ได้ อดีต 36 อนาคต 36 ก็จบที่ปัจจุบัน 36 นี่ไง ก็เรียนรู้เวทนานี่แหละ ให้มีผัสสะ ให้มีเวทนา ก็เรียนรู้เวทนา 36 36 36 ก็จะจบในนี้ ไปหลับตามันเป็นโมฆะ นิ่มๆก็ได้มันโมขา โมฆะ ไม่รู้สักทีมันสั้นๆ เอายาวๆก็ได้ มันโมขา รู้จักไหม ป่วยการมันไม่ได้เรื่องมันเสียเวลาเปล่า เพราะฉะนั้นอาตมาพูดให้เพราะอะไร เพราะอาตมาเสียดายในพุทธศาสนา เขาเอาชีวิตมาทิ้งแก่แล้วก็ตายกันไปนั่งสมาธิกันเยอะ มาเถอะเลิกกันโน้นมาศึกษากับโพธิรักษ์นี่ ขออภัยไม่ได้แย่งลูกค้านะ อธิบายธรรมะ คุณจะมาก็คุณต้องฟังเข้าใจเองแล้วมาด้วยความเข้าใจด้วยปัญญามา แต่ถ้าคุณไม่ได้เข้าใจด้วยปัญญามา อาตมาก็ยากอีกมันหนัก เดี๋ยวก็เอาลัทธิอื่นมาเปื้อนอาตมาอีก ยุ่ง คุณมาด้วยปัญญาเข้าใจ มาเลยทางนี้ 660825 ปัญญาต้องเกิดในปัจจุบัน จึงรู้เท่าทันเทวทัตยุคดิจิตอล พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก