จิตที่เป็นอุตุธาตุกับจิตที่เป็นพีชธาตุต่างกันอย่างไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.33 KB
วันที่แก้ไข1 กันยายน 2566

เนื้อหาในไฟล์

จิตที่เป็นอุตุธาตุกับจิตที่เป็นพีชธาตุต่างกันอย่างไร _สินสมนึก · กราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงสุด มีความสงสัยจึงถามมาเพื่อแก้ไขสัญญา จากปัญญา 8 เล่ม 2 หน้า 339 ข้อ 290 ข้อ 1 การเกิดผลเป็นอุตุธาตุ หน้า 340 บรรทัดที่ 13 อุตุธาตุนั้นมีแต่สัญญากับสังขารเท่านั้น จากการศึกษาที่ผ่านมาตามความเข้าใจของลูก ลูกเข้าใจดังนี้ • อุตุธาตุ เป็นเพียงรูปร่าง แท่งก้อนวัตถุดินน้ำไฟลม ไม่มีสัญญา มีสังขาร • พีชธาตุ นั้นมีรูป สัญญา สังขารเท่านั้น เพราะพีชไม่มีความอาฆาตพยาบาทแล้วจึงไม่มีเวทนาและวิญญาณ • จิตธาตุมีครบขันธ์ 5 ลูกจึงเกิดความสงสัยเมื่ออ่านมาถึงบรรทัดที่ 13 ทุกครั้งว่าช่วงกาละใดที่อุตุธาตุ มีแต่สัญญากับสังขารเท่านั้นเช่นเดียวกับพีชธาตุ ก็เชื่อมต่อกับจิตธาตุเหมือนกัน ก็มีแต่รูปสัญญาสังขารเหมือนกัน .. พ่อครูช่วยขยายความ จิตที่เป็นอุตุธาตุกับจิตที่เป็นพีชธาตุ มีความเหมือนหรือต่างกันอย่างไร ขออภัยต้องการแก้ไขสัญญาเก่าสร้างสัญญาใหม่ครับ กราบขอบพระคุณด้วยพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงสุด ..สินสมนึก 20 ส.ค. 66 พ่อครูว่า...คุณซักตรงนี้มาก็ดี แต่อาตมาก็ได้เปรยได้พูดไปแล้วบ้าง ถึงเรื่องของ 1. มหาภูต 2. ภูตคาม 3. เจตภูต เพราะฉะนั้นในภาวะที่ทุกอย่างมันจะเหลื่อมกัน มันจะค่อยๆเชื่อมกันเข้าไป ก็เหลื่อมกันอยู่ ของพลังงานที่เป็นวัตถุ แล้วค่อยๆกลายมาเป็นพืช กลายๆมาเป็นจิต พัฒนาขึ้นมาเป็นพืช พัฒนาขึ้นมาเป็นจิต นี้มันมีสภาวะของมันจริงๆ ที่บอกว่าอุตุธาตุมีแต่สัญญากับสังขารเท่านั้น ถ้าจับความแต่ตรงนี้ อุตุนิยามไม่ใช่ชีวะ ไม่มีชีวะเลยใช่ไหม ทีนี้ สัญญานี่ มันเป็นชีวะเริ่มแล้ว อุตุเป็นสังขารเท่านั้น เป็นพลังงานบวกลบ ปรุงแต่งกันอยู่ มันไม่มีชีวะ ไม่มีธาตุสัญญา ไม่มีธาตุชีวะเลย แต่อาตมาไ

อ่านต่อ

ปเขียนว่า อุตุนิยาม มีแต่สัญญากับสังขารเท่านั้น มันก็ไม่ผิด ถูกต้องที่คุณท้วงมาว่า อุตุนิยามมีสัญญาด้วยหรือ? มันเป็นสังขารนั้น..ใช่ มันปรุงแต่งกันอยู่ด้วยพลังงานบวกลบ เป็นพลังงานสสาร แต่มันไม่ใช่สัญญา ไม่ได้มีตัวกำหนดตัวมันเอง ถ้าพีชธาตุนั้น มีรูป สัญญา สังขาร ที่จริงจะว่าไปแล้ว อุตุก็มีรูป ยังไม่ได้พูดถึง ละไว้ในฐานที่เข้าใจเป็นธรรมดาของรูป เป็นมหาภูตรูป ทุกอย่างต้องมีรูปทั้งนั้น แม้แต่ อรูป ก็เป็นรูป ทั้งๆที่มันบอกว่า อรูป ไม่ใช่รูปแต่มันก็เป็นรูป อย่ามาเถียง! มันไม่มีพยัญชนะจะพูดแล้ว อรูป ไม่ใช่รูป แต่มันก็เป็นรูป อย่ามาเถียง ไม่มีตัวจะพูดแล้วนะ เพราะฉะนั้น พอบอกว่าอุตุธาตุไม่มีสัญญา มีแต่สังขาร ตามที่คุณสินสำนึกเข้าใจและเขียนมาถาม ก็พืชธาตุเท่านั้นถึงจะมีสัญญา สังขาร เพราะพืชไม่มีความอาฆาตพยาบาทแล้ว จึงยังไม่ได้ชื่อว่าเป็นจิตนิยาม หรือยังไม่มีเวทนา ยังไม่มีวิญญาณ มันยังไม่ครบขันธ์ 5 (พ่อครูอ่านทวนจากที่เขียนมาถาม) _ ลูกจึงเกิดความสงสัยเมื่ออ่านมาถึงบรรทัดที่ 13 ทุกครั้งว่าช่วงกาละใดที่อุตุธาตุ มีแต่สัญญากับสังขารเท่านั้นเช่นเดียวกับพีชธาตุ ก็เชื่อมต่อกับจิตธาตุเหมือนกัน ก็มีแต่รูปสัญญาสังขารเหมือนกัน .. อันนี้จริงๆแล้ว มันก็น่าจะกล่าวว่า อุตุนี่มีแต่สังขาร ไม่มีสัญญา มันก็น่าจะกล่าวเช่นนั้น แต่ทีนี้อาตมาก็คงจะพอมาพูดถึงมหาภูต แล้วก็ภูตคาม แล้วก็เจตภูต มหาภูตนั้นแน่นอน มันเป็นอุตุ 100% พอเป็นภูตคาม เริ่มมาเป็นชีวะแล้ว แต่ก็ยังไม่เป็นชีวะอย่างสมบูรณ์ ยังมีภูตคาม มีพีชคาม ภูตคาม ยังไม่ขยับตัวออกไปเป็นตัวตนที่สมบูรณ์แบบของมันเท่าไหร่ มันยังเป็นรากเป็นเหง้า ยังเป็นก้อน เป็นตัว ยังไม่มีปัญจสาขา หรือยังไม่มีส่วนอะไรที่ออกไป จากภูตคามพอเป็นพีชคาม ก็ออกลักษณะที่เป็นพืชแล้ว อย่างนี้เป็นต้น มันละเอียดขึ้น เพราะฉะนั้นมหาภูต ภูตคาม และเจตภูต นั้น เจตภูต ก็เริ่มมีลักษณะของจิต เจต (อ่านเจตะ) นี้เริ่มมีลักษณะของธาตุวิญญาณ ธาตุจิตขึ้นมา เพราะฉะนั้นในความหมายที่อาตมาได้พูดแล้ว อาตมาไม่ได้พูดเองหรอก มีอยู่ในพระไตรปิฎก มีพยัญชนะพวกนี้ อาตมาเจอพยัญชนะพวกนี้ถึงเอามาพูด ซึ่งเป็น สัตตะ เป็น ปาณะ แล้วก็เป็นภูตะ เป็นชีวะ เพราะฉะนั้น ภูตะนี่แหละ ที่มันจะ จากลักษณะละเอียดของวัตถุขึ้นมาหาพืชขึ้น ขึ้นมาหาจิต มหาภูตะ คือ วัตถุแท้ๆ สสาร พลังงาน พอเริ่มมาเป็นภูตคาม มันจะเข้ามาหาชีวะแล้ว เมื่อกี้แถมพีชคามด้วย แต่อาตมาตอนนั้นไม่ได้พูดถึงพีชคาม ดูเหมือนสู่แดนธรรมจะท้วงหน่อยหนึ่ง มหาภูตแล้วก็เป็นภูตคาม แล้วก็มาเจตภูต เจตภูตเหลื่อมมาหาจิต ก็เป็น 3 เส้าที่มันอยู่ระหว่าง 3 อย่าง อุตุ พีชและจิต เหลื่อมมาหาจิต ส่วนย่อยที่มันเริ่มพัฒนาพลังงานต่างๆ ที่จะ breed ตัวเองขึ้นมา มันก็เป็นไปตามลำดับ ทีนี้มาแยกเป็นมหาภูต ภูตคาม เจตภูต 3 อย่างก็จะง่ายขึ้น 1. สสารวัตถุแท้คือมหาภูต 2.ภูตคาม เริ่มจะไปพีชคม หรือเป็นพืชขึ้นมา แล้วจึงมาหา 3.เจตภูต เริ่มมามีอาการลักษณะธาตุของจิตเข้าไปร่วมหน่อยๆแล้วนะ เป็นต้น ฉะนั้นการพัฒนาของชีวะต่างๆมันจึงเป็นไปละเอียดละอออย่างนี้ เพราะฉะนั้นเราก็จะค่อยๆเข้าใจไป ใช้พยัญชนะสื่อสภาวะ บางทีมันก็ไม่มีพยัญชนะจะสื่อ เขาก็เอามาซับซ้อนวนกัน มันก็เลยทำให้เราวนไปตามพยัญชนะที่สื่อเหล่านั้นบ้าง อาตมายิ่งอธิบายไปนี้ยิ่งงงไหม ยิ่งวนยิ่งสับสนไหม กระจ่างขึ้นก็แล้วกัน เอาเท่านี้เดี๋ยวจะวนไปอีก 660828 เจาะลึกเทวทัตยุคดิจิตอลที่หาความเลวเพิ่มไม่ได้อีก รายการปรับทุกข์ปลุกธรรม #38 ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน