กรรมฐานของศาสนาพุทธคือเวทนา.docx
เนื้อหาในไฟล์
กรรมฐานของศาสนาพุทธคือเวทนา _สว่างแสง ขวัญดาว · กราบนมัสการพ่อครู สมณะฟ้าไท สมณะด่วนดี สิกขมาตุกล้าข้ามฝัน ด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ ลูกได้ฟังท่านฟ้าไทท่านกล่าวได้ชัดเจนว่า หากเราเห็นกิเลสในตัวเรานี้เหมือนโรคร้าย เราก็จะเพียรพยายามเอากิเลสออกให้ได้ แต่หลายครั้งที่ลูกยังเป็นเพื่อนรักกับกิเลสอยู่ ลูกขออนุญาตถามในส่วนที่พ่อครูว่า ในศาสนาพุทธมีเวทนาเป็นกรรมฐาน ลูกฟังมาหลายครั้งแล้วยังไม่เข้าใจค่ะ แล้วทำไม สัญญา สังขาร ตัณหาฯลฯ ไม่เป็นกรรมฐานบ้างคะ น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ พ่อครูว่า...กรรมฐานแปลว่าอะไร กรรมฐานแปลว่า ที่ตั้งของการปฏิบัติ ของกระทำ ของการประพฤติ เพราะฉะนั้น ที่ตั้งของการประพฤตินี้อาตมาบอกว่าเวทนานี้เป็นที่ตั้งของการประพฤติ ไม่ใช่อาตมาเป็นคนกล่าว แต่พระพุทธเจ้าท่านบอกว่า ถ้าไม่มีเวทนา ไม่มีผัสสะเป็นปัจจัย เวทนาไม่มี ก็ไม่มีที่ตั้งหรือไม่มีที่..ท่านใช้ศัพท์คำว่าฐาน ไม่มีฐานะที่จะพึงปฏิบัติได้ เพราะฉะนั้นฐานที่ตั้งแห่งการประพฤติ หรือเรียกเต็มคำว่ากรรมฐาน มันก็ต้องคือเวทนา ทีนี้เวทนานี่มันเป็นนามธรรม มันไม่ใช่รูปธรรม เพราะฉะนั้นความหลงผิดของศาสนา ตั้งแต่พระพุทธโฆษาจารย์ในวิสุทธิมรรคนั้นมาเลย ไปเอามา เขาใช้คำว่า กสิณ กสิณก็คือกรรมฐานของการปฏิบัติธรรมของเขา แล้วก็ไปเก็บกสิณมา ซึ่งไม่ใช่ของพระพุทธเจ้าเลย แต่เอามารวมเอง จริง จะต้องใช้บ้างในสิ่งที่จะทำสมถะ สมถะคือใช้จิตไปกำหนด ให้หยุด ให้นิ่ง อยู่กับสิ่งที่เรากำหนด เช่น กสิณ 10 พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เอาจิตไปจดจ่ออยู่ที่อันนั้น จ้องจิตอยู่กับอันนั้น เราต้องการจะสงบด้วยสมถะเราก็ต้องเข้าใจ เราจะสงบด้วยปัสสัทธิ สมถะก็แปลว่า สงบ ความสงบ 2 อย่างปัสสัทธิก็เป็นความสงบ แต่มันเป็นความสงบ 2 อย่าง ปัสสัท
อ่านต่อ
ธิมันเป็นโลกุตระ สมถะมันเป็นโลกียะ สมถะก็ทำง่ายๆเอาจิตไปจดจ่อไว้ เทวนิยมหรือเดียรถีย์เขาก็ทำ แต่ว่าจะทำให้เป็นปัสสัทธิให้เป็นความสงบที่มันไม่ใช่เอาจิตไปจดจ่อแต่เป็นจิตรู้แจ้ง กว้างหมดเลยแต่กิเลสมันไม่มีมากวนเลย จิตมันก็ยิ่งคล่องแคล่วว่องไว ปราดเปรียว สะอาดบริสุทธิ์ รู้แจ้ง รู้จบ รู้ทั่ว รู้ทั่ว รู้จัก รู้แจ้ง รู้จริงอยู่ในตัวมันเองหมดเลย มันไม่ใช่บื้อๆทื่อๆ มันคนละความหมาย คนละทิศเลย นี่คือความสงบ 2 อย่าง นี่ก็ไม่ใช่อธิบายได้ง่ายๆ ปัญญาข้อที่ 3 ได้รู้จักความสงบ 2 อย่าง ถ้าเข้าใจความสงบ 2 อย่าง ปัสสัทธิกับสมถะ จะปฏิบัติธรรมได้ดีมากเลย แต่คนยังเข้าใจอันนี้ไม่ได้ บรรลุไม่ได้หรอก จะไม่ง่ายที่เขาจะเข้าใจ ได้แต่พูดๆ และเขาก็ไม่ได้รู้สึกว่าปัญญา 8 เป็นเรื่องลึกซึ้ง เป็นเรื่องที่ต้องเอามาศึกษาต้องเอามาขยายความ ไม่ว่าจะเป็นปราชญ์ที่เขายกย่องในเรื่องศาสนาพุทธก็ไม่เคยลงลึกไปถึงพวกนี้ อย่าว่าแต่พวกนี้เลยคำว่า “กาย” คำว่า “บุญ” คำว่า “สมาธิ” คำว่า “ฌาน” เขาก็รู้กันทั่วคำพวกนี้ เขาก็ยังไม่ได้เข้าไปเป็นสัมมาทิฏฐิอะไร เพราะฉะนั้น อาตมาก็จำเป็นต้องมากอบกู้อย่างที่ว่านี้ แสดงความจริงที่ว่าอาตมากอบกู้นั้นคืออะไร ก็คือทำความจริงนี้ให้ปรากฏ อธิบาย สาธยาย พาให้ปฏิบัติ เกิดผลจริง คุณก็จะเป็นคนที่รับรองยืนยันว่าอาตมาพูดนี้ถูกต้อง เขาทำได้ คุณทำได้ คุณถูกต้อง คุณทำได้ คุณก็รู้เป็นปัจจัตตัง สิ่งเหล่านี้ก็เป็นเรื่องของอิสระเสรีภาพด้วย ของใครของมัน แล้วถ้าคุณยอมรับ คุณก็มาเอง มาได้อันนี้แล้วคุณก็เห็นจริง แล้วก็เอาชีวิตมาศึกษาธรรมะนี้ อาตมาเองสบายใจ ภูมิใจ ยังอบอุ่นใจที่ว่า อาตมาจะมาแสดงธรรมทีไร พวกคุณก็มานั่งอยู่ไม่ได้น้อย เป็น 10 เป็น 100 ทุกวัน ไม่ใช่มีเล็กๆน้อยๆ 5 คน 10 คนอะไรก็ไม่ใช่ นอกจากจะไปในสถานที่ที่มันไปในดงทางโน้น พวกเราก็ไม่ค่อยมี มันก็จะมีน้อยแน่ หรือว่าไปบรรยายแล้วแม้แต่ทางโน้น อาตมาก็บรรยายธรรม ไม่เคยเห็นว่าอาตมาบรรยายธรรมแล้วมีคนมาฟังน้อย เสร็จแล้วก็ยิ่งน้อยลงไปน้อยลงไปแสดงธรรมก็ยิ่งหายไปๆ เหลือน้อยนิดลง มีแต่เพิ่มขึ้น ตอนแรกเริ่มมีน้อย พออธิบายไป มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พอจบแล้วมีจำนวนมากขึ้น อาตมามีแต่เห็นอย่างนั้นทุกที แม้จะไปอธิบายในที่ข้างนอก ในที่นี้แน่นอนก็ยังไม่ค่อยออกไปเท่าไหร่ นอกจากจะมีเหตุปัจจัยพิเศษอะไร น้อย เพราะพวกเราที่มานี่ อาตมาไม่ได้ไปบังคับ ไม่ได้ไปล่อหลอก ไม่ได้ไปอ่อยอะไรให้มา คุณมาด้วยความอยากจะมารับ เพราะฉะนั้นคุณจะบังคับตัวเอง คุณจะเห็นดีเห็นงามที่จะต้องฟังทำให้จบ ไม่งั้นอาตมาจะเทศน์ชั่วโมง 1-2 ชั่วโมง คุณก็ว่าต้องฟังให้จบ มันเป็นเรื่องของคุณทั้งนั้นไม่ได้บังคับ คุณค่าของคนที่เต็มใจมาฟัง แค่นี้อาตมาพอใจแล้ว ไปอ่อย ไปหว่านล้อม ไปโกย ไปหาเรื่องเอาปริมาณมวลมาเฉยๆนั้น มันไม่ได้เกิดจากสัจจะเลย อาตมาไม่ได้นิยมกระทำแบบนั้นเลย ไม่ชอบที่จะทำแบบนั้น นี่ก็เป็นนัยยะละเอียดของสิ่งที่มีทั้งเจตนารมณ์ มีทั้งการประพฤติการกระทำ อาตมามีเจตนารมณ์อย่างนี้ ประพฤติอย่างนี้ ทำอย่างนี้ ก็พูดไป 660828 เจาะลึกเทวทัตยุคดิจิตอลที่หาความเลวเพิ่มไม่ได้อีก รายการปรับทุกข์ปลุกธรรม #38 ราชธานีอโศก