650923 บุญญาวุธหมายเลข 1 อาหารมังสวิรัติ อาหารเจ.docx
เนื้อหาในไฟล์
บุญญาวุธหมายเลข 1 อาหารมังสวิรัติ อาหารเจ พ่อครูว่า... ก็ต่อไขความประเด็นที่ว่า ทำไมมังสวิรัติ อาตมาเอามาเป็นบุญญาวุธหมายเลข 1 หรือที่อาตมาพูดไปแล้ว มีคนอยากรู้รายละเอียด อาตมาบอกว่า เจก็คือมังสวิรัติมังสวิรัติก็คือเจ อันเดียวกัน ทำไม เจกับมังฯอันเดียวกัน มังสวิรัติ แปลว่า ไม่กินเนื้อสัตว์ เจ เขาก็ไม่กินเนื้อสัตว์ แต่เขาไปแถมทำเท่ห์ ทำโก้ ไม่กินผักอีกบางชนิด เติมเป็นสัญลักษณ์ของคนอยากจะเท่ห์ ให้ประเทือง ให้มันโก้เข้าไปอีกก็เท่านั้นเองไม่มีปัญหาอะไร ข้อสำคัญคือมังสวิรัติ คือ ลัทธิไม่กินเนื้อสัตว์ ไม่ใช่ลัทธิไม่กินกระเทียม พวกจะทำเท่ห์ก็ให้เขาเท่ห์ไปเถอะ เขาจะเอามากกว่านั้นไม่กินกะเพราไม่กินผักอีตู่ ไม่กินที่มันมีเมนทอลทั้งหลาย ถ้าจะให้เท่ห์ไปอีกก็เติมไปอีก มันมีตั้งเยอะแยะรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสอื่นๆอีก ถ้าหากหมดเลยก็ไม่ต้องกินอะไร ทำเท่ห์มากๆ ทุกอย่างมันก็ต้องมีกลิ่นมีรส _คุณเข่ง...เขาบอกว่า คนจีนสมัยโบราณเวลาสวดมนต์มันจะมีกลิ่นออกมา พ่อครู... ก็หัดดมไปสิ ตัดกิเลส พวกกลิ่น มันเป็นของกินจะไปรังเกียจอะไรกันนักกันหนาเล่า ก็แล้วแต่จะมีเหตุผลอะไรเยอะแยะ นั่นคือประเด็นหนึ่งที่ว่ามังสวิรัติกับเจ ทีนี้ทำไมสำคัญเป็นหมายเลข 1 เรื่องของสัตว์กับเรื่องของชีวิต เรื่องของคน มันเนื่องกันต่อกัน ซึ่งอาตมาอธิบายไปมาก แต่ก็เข้าใจได้ยากเพราะมันละเอียด จิตวิญญาณเป็นธาตุรู้ ที่โง่ที่สุด อวิชชา โง่ตรงไหน โง่ตรงไม่รู้จักอจินไตย เขาโง่จนคิดไม่ออกหรอก หรือแม้บอกแล้วบอกอีก ก็เข้าใจไม่ได้ง่ายๆ เป็นอจินไตย อจินไตย ตรงกรรมวิบาก ศาสนาเทวนิยมเขาไม่รู้จักกรรมวิบาก ไม่ได้รู้เรื่องกรรมวิบากไม่ได้เรียนรู้เลย ขนาดชาวพุทธเรียนรู้เรื่องกรรมวิบากเรียนปฏิจจสมุปบาท เพราะอวิชชา จึงมีสังขารปรุงแต่งขึ
อ่านต่อ
้นมาเป็น มีสภาพแล้วที่ปรุงแต่งกันรวมกันเป็นขันธ์ 5 เวทนาสัญญาสังขารรวมกันเป็นวิญญาณ เป็นกอง ธาตุรู้กับธาตุไม่รู้รวมกันปรุงแต่งเป็น 2 สภาวะ ก็ต้องมาแยกวิญญาณเป็น 2 สภาวะคือ นามกับรูป แยกแล้วมันก็มาสัมผัสสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันเป็นอายตนะ ถ้ามันไม่มาสัมผัสเกี่ยวข้องกันอายตนะก็ไม่มีให้คุณศึกษา คุณต้องศึกษาอายตนะ อายตนะมันสนิทกว่าคำว่า สังขารเลย เนียนสนิทกว่าคำว่าสังขาร ทีนี้ คนจะเกิดอายตนะต้องมีรูปนาม เกิดผัสสะกันภายนอกภายในสัมผัสกัน เป็นภาวะ 2 คำว่า ภาวะสอง ภาษาบาลีว่า เทฺว คือสิ่งที่ต้องเรียนเทวฺ พระพุทธเจ้าให้มาเรียนรู้ที่เวทนา 108 จะได้รู้ตัณหาอุปาทาน เป็นเหตุให้หลงติดอยู่ที่เวทนาติดอะไรแยกสุขทุกข์ที่เป็นเทวเป็น 2 สภาวะ เขาแยกไม่ออก เทวนิยมจึงไม่ได้เรียนสุขทุกข์ เรียนแต่ดีชั่วมันไม่เป็นโลกุตระ เขาจึงจบไม่ได้ มันไม่รู้กรรมวิบาก ไม่จบแม้กระทั่ง เขาเป็นจิตวิญญาณที่ศาสดาของเทวดานิยมก็ต้องวนมาตกนรก มาขึ้นสวรรค์ มาตกต่ำขึ้นสูงอีก ไม่ได้เลิกราเลย 1. ไม่ทำความดีเที่ยง 2. เลิกสภาวะจิตนิยามเป็นดินน้ำไฟลมไปเลยได้ ไม่จบ จบตรงที่ 1. ถ้าเป็นโลกียจะเกิดอีกกี่ชาติก็เป็นคนที่ดี ไม่ทำอีกแล้วบาปทั้งปวงจะทำแต่ดี เป็นหลักประกันของจิตนิยามเลย 2. จิตนิยามสลายเป็นดินน้ำไฟลมไปเลย ได้ด้วยจึงเรียกว่า จบ นี่คือศาสนาพุทธที่รู้ที่จบที่จริง เพราะฉะนั้นเมื่อไม่จบ คุณก็จะมีกรรมวิบาก โพธิสัตว์จะรู้กรรมวิบากดีเป็นสัมภาระวิบากให้ศึกษาไป อีกกี่ภพอีกกี่ชาติจนสูงสุดเป็นพระพุทธเจ้า ไม่มีอะไรที่จะรู้ยิ่งกว่านี้แล้วในมหาจักรวาล ในมนุษย์ ในสัตว์ทั้งหลายในความเป็นชีวะทั้งอุตุทั้งพีชะ ทั้งจิต ด้วยกรรมด้วยธรรมะ มันจะหมุนเวียนเกิดอยู่จากธรรมชาติที่คุณจะปฏิบัติด้วยกรรม จะอยู่หรือสลายไปด้วยกรรม นี่คือสูงสุดแห่งสูงสุด เพราะฉะนั้นเรื่องติดรสเป็นสุขอยู่นี่ ยิ่งใหญ่มากเลยแต่คนไม่รู้ คำว่า รส คำนี้ ไม่ได้หมายความว่า ลิ้น อย่างเดียวนะ รูปก็รส กลิ่นก็รส เสียงก็รส รสทั้งน้้นแหละ เห็นทางตาก็รส สัมผัสทางกาย รส มันเป็นรสชาติ แล้วไม่รู้จักรสชาติพวกนี้ว่ามันคือ เวทนา อ้างต่อไปอีก จนเรียนรู้ว่าเหตุที่ทำให้โง่เง่าเวียนวน หากเราเป็นอรหันต์แล้วจะมีหลักประกัน จะปรินิพพานเป็นปริโยสานก็ได้ ไม่ใช่ว่าตายไปแล้วไปอยู่กับพระเจ้า พระเจ้าเป็นของจิตวิญญาณ มาเรียนรู้อาหารมังสวิรัติ โภชเนมัตตัญญุตานี่แหละจะรู้จักทั้งผัสสะทั้งเจตนา ทั้งวิญญาณ อาหาร 4 แล้วสลายวิญญาณไป ถ้ารู้เป็นวิชชาหมดแล้ว สลายภพสลายชาติจบเลย มันเป็นการเรียนรู้เรื่องกินอาหารนี่แหละ ฟังอาตมาอธิบายไปเรื่อยๆแล้วจะเกิดความเข้าใจจริงๆ 650923 วิสัยทัศน์ของพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ