สื่อธรรมะพ่อครู(พระวินัย) ตอน วัตถุฏฐวิภาค กรณีธัมมชโย.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(พระวินัย) ตอน วัตถุฏฐวิภาค กรณีธัมมชโย เหตุการณ์ปัจจุบันจะเป็นความถูกหรือผิด จะโศกหรือไม่โศก ทุกปัจจุบันก็เป็นความจริงทุกปัจจุบัน ถ้าพระอรหันต์มีปัจจุบันแวบใดเกิดเสียใจทุกข์ใจไม่ใช่อรหันต์ จิตทุกปัจจุบันถ้าไม่มีกิเลส แล้วจิตเป็นจริง ถ้าจิตเป็นกิเลสแล้วประพฤติผิดจากหลักธรรมพระพุทธเจ้า เช่น เหตุความผิดขั้นปาราชิก จิตทำองค์ประกอบสมบูรณ์แบบในทุกปัจจุบัน ปาราชิกแล้วก็คือปาราชิก ถ้าเกิดจิตปาราชิก ผู้นั้นไม่ใช่อรหันต์ ถ้าในภิกษุเกิดปาราชิกปุ๊ป ผู้นั้นก็ปาราชิกทันที ไม่ได้อยู่ที่การตัดสินของใคร ปาราชิกเสร็จเมื่อใดก็ปาราชิกทันที ไม่ต้องไปตัดสินใดๆ ความจริงนั้นเป็นปาราชิกทันที แล้วก็มาบอกกล่าวกัน ปาราชิกทำกลับไม่ได้ ปัจจุบันมันยิ่งกว่าอะไร จิ้มลงไปปั๊ปเป็นปัจจุบันแล้วจบ เมื่อคุณครบปาราชิกในปัจจุบันก็จบไปแล้ว ที่เอามาพูดกันเยิ่นเย้อนี่ เอาของไปแล้วปาราชิกแล้ว จนสมเด็จพระสังฆราชท่านยืนยันเลยว่าปาราชิก ตั้งหกฉบับพระลิขิต คนจะเลี่ยงก็ดันบอกว่า พระลิขิตปลอม ใครจะโง่ปลอมซ้อนกัน ๖ ฉบับ แล้วยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันนี้ ในวินัยของพระพุทธเจ้า ที่เกี่ยวกับที่ดินเนี่ย วินัยปิฎก วัตถุฏฐวิภาค [๑๐๒] ที่ชื่อว่า พื้นที่ ได้แก่พื้นที่สวน พื้นที่วัด ที่ชื่อว่า ทรัพย์อยู่ในพื้นที่ ได้แก่ ทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ โดยฐาน ๔ คือ ฝังอยู่ในดิน ๑ ตั้งอยู่บนพื้นดิน ๑ ลอยอยู่ในอากาศ ๑ แขวนอยู่ในที่แจ้ง ๑ ภิกษุมีไถยจิตคิดจะลักทรัพย์ที่อยู่ในพื้นที่ เที่ยวแสวงหาเพื่อนก็ดี เดินไปก็ดี ต้องอาบัติทุกกฏ ลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุตู่เอาพื้นที่ ต้องอาบัติทุกกฏ ยังความสงสัยให้เกิดแก่เจ้าของ ต้องอาบัติถุลลัจจัยเจ้าของทอด
อ่านต่อ
ธุระว่าจักไม่เป็นของเรา ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุฟ้องร้องยังโรงศาล ยังเจ้าของให้แพ้ ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุผู้ฟ้องร้องยังโรงศาลแพ้เจ้าของ ต้องอาบัติถุลลัจจัย ภิกษุปักหลัก ขึงเชือก ล้อมรั้ว หรือทำกำแพงให้รุกล้ำ ต้องอาบัติทุกกฏ เมื่ออีกประโยคหนึ่งจะสำเร็จ ต้องอาบัติถุลลัจจัย เมื่อประโยคนั้นสำเร็จ ต้องอาบัติปาราชิก. เช่น ธัมมชโย เอาที่ไปครอบครองเมื่อใดตั้งแต่ต้นก็ปาราชิกแล้ว ยิ่งเอาองค์ประกอบเอาเงินวัดไปซื้อแล้วใส่ชื่อตน ก็ปาราชิกหลายลีลานะ แล้วก็มีการช่วยกลบเกลื่อนสิ่งผิดเป็นถูก ก็บาปทั้งนั้น มันปาราชิกตั้งแต่ทำสำเร็จแล้ว ในกฏหมายทางโลกก็ไม่มีปาราชิก แต่ทางธรรมะมี๘ เป็นเรื่องถูลู่ถูกัง เอาสีข้างเอาเหงือกแถก ผู้รู้มีแต่ไม่ยอมรับความจริง เป็นบาปเป็นภัยต่อตน ผู้รู้ทั้งรู้ก็สัมปชานมุสาวาท เป็นบาประดับอนันตริยกรรมนะ คนที่โกหกทั้งๆที่รู้ พระพุทธเจ้าบอกลึกเลยว่า คนๆนี้ไว้ใจไม่ได้ ทำชั่วเลวได้หมด รู้ว่ากรรมนี้ชั่วแล้วก็ทำอยู่ คนที่มีกิเลสแล้วทำชั่วทั้งๆที่รู้ จงสังวร เราจะกลายเป็นคนที่ทำชั่วๆทั้งๆที่รู้ ถ้ามันใหญ่พอควรก็เป็นปาราชิก อนันตริยกรรม เช่น คนรู้ว่าฆ่าพ่อแม่นี้ชั่ว แล้วก็ทำอีก
_0893867xxx กราบขอบคุณพ่อครูเคยแสดงธรรมสติปัฏฐาน4พิจารณาเห็นกายในกายเวทนาในเวทนาจิตในจิตธรรมในธรรมทำให้เห็นกิเลสในกิเลสรู้ลึกถึงก้นบึ้งแล้วดับมันสาธุ
_จากไลน์คุณพันธุ์ พอเพียง กรณีที่กลุ่มพระเมธีเรียกร้องที่ว่าอย่าใช้กฏหมายบ้านเมืองมาตัดสินคดีพระแต่ขอแค่สนับสนุนหรืออุปถัมภ์ค้ำชูก็พอ ถ้าข้อเรียกร้องนี้ได้รับการยอมรับจะทำให้คดีใหญ่ๆอย่างน้อยสองคดีน่าจะได้รับการชำระใหม่คือ 1 คดีสันติอโศกที่เป็นนานาสังวาสแต่กฎหมายบ้านเมืองถูกตัดสินให้ผิดเมื่อนำเข้าสู่หลักพระธรรมวินัยที่เคร่งครัดและแท้จริงสันติอโศกนั้นถูกพระธรรมวินัยหรือไม่ 2 คดีพระธรรมชัยโยที่ยักยอกทรัพย์ มติ มส อิงกฏหมายบ้านเมืองว่าเรื่องยุติแล้วที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง(ซึ่งพระเมธีร้องว่าอย่าใช้กฏหมายบ้านเมืองตัดสินพระ)เมื่อคดีนี้ต้องเข้าสู่ระบบพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัดแบบกางพระวินัยปิฎก ถามว่าพระธรรมชัยโยจะปาราชิกหรือไม่ ขอบคุณความไม่รอบด้านของพระเมธี พ่อครูว่า...เรื่องธรรมวินัยก็เป็นเรื่องธรรมดาวินัย แต่เสร็จแล้วก็เอาเรื่องทางบ้านเมืองมาตัดสิน ต้องแยกให้ชัดเจน อย่างที่อาจารย์ปรีชาว่า แล้วอาจารย์ปรีชาก็แยกให้ชัดว่ากฎหมายเอาไปตัดสินนี้มันไม่ใช่ มันเป็นเรื่องของธรรมะ เรื่องธรรมะนั้นเป็นเรื่องของการปาราชิกแล้วตามหลักเกณฑ์ของธรรมะ สำหรับท่านเป็นศาสตราจารย์ดอกเตอร์ทางกฎหมาย มันชัดแล้ว ถึงได้เอามาย้ำ หลักฐานในพระวินัยมาอ้างอิงตามพระวินัย ตามหลักฐานกรรมที่ธัมมชโยทำ ถ้าย้อนไปหรือคดีสันติอโศกด้วยก็สวยสิ เพราะนั่นเป็นการทำผิดพลาดมาไม่รู้กี่ประเด็น โมฆะไม่รู้กี่ประเด็นตามหลักเกณฑ์ธรรมวินัย ซึ่งอาตมาจะมาพูดย้อนเกล็ดอยู่ทุกวันนี้เขาก็ไม่กล้ามาทำอะไร
590216_พุทธศาสนาตามภูมิ ทางเสื่อมของชาวพุทธ ๔ ประการ