630320_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ธรรมบรรยาย อัมพัฏฐสูตร ตอน 1.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2563
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์23 KB
วันที่แก้ไข27 มีนาคม 2563

เนื้อหาในไฟล์

630320_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ธรรมบรรยาย อัมพัฏฐสูตร ตอน 1

อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวน์โหลดเอกสารที่... https://docs.google.com/document/d/14dHJ5903rGKeVV6OKAZNC2xotXl-wjz8Ohdh4QXmszw/edit?usp=sharing

ดาวโหลดเสียงที่ https://drive.google.com/open?id=10JWL6kWGzOeKrMFoWkHfgqusJToqq5H1 สมณะฟ้าไทว่า…วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 20 มีนาคม 2553 ที่บวรราชธานีอโศก ตอนนี้หมู่บ้านชุมชนราชธานีอโศกก็ปิดหมู่บ้านไม่ให้คนเข้า ไม่ให้คนออก ในช่วงที่ไวรัส Covid 19 ระบาดอยู่ทั่วโลก ต่างประเทศใครที่ฝ่าฝืนไปอยู่นอกบ้านเขาก็จับกันเลย ตอนนี้เราก็มาทำกิจกรรมกันภายในที่สำคัญเราจะได้มีเวลามาฟังธรรมกัน หาข้ออ้างไม่มาไม่ได้แล้ว จะมีเทศน์ก่อนฉันด้วย พ่อครูว่า… SMS วันที่ 18 มี.ค. 2563 (พุทธศาสนาตามภูมิ :พ่อครู)

_ขวัญ เขตบุญ : น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงยิ่งค่ะลูกอยู่ไกลแต่ลูกก็ติดตามฟังเทศพ่อครู และท่านสมณะ ท่านสิกขมาตุทุกวันทางยูทูปบ้าง ทางเฟสบุ๊คบ้างค่ะ

_พรสิทธิ์ เจียรวรรณศิลป์ : ผมฟังพ่อครูเทศน์ในอดีต ความเข้าใจที่เรามีต่ออาการทางใจของเราเอง ไม่มีข้อสรุปอื่นนอกจาก 3 แบบนี้ ใช่หรือไม่ครับ? คือ

1) เราอ่านอาการทางใจของเราออก

2) จริงๆ แล้ว เรารู้อยู่ว่าเราอ่านไม่ออก แต่โกหกคนอื่นว่า เราอ่านออก พ่อครูว่า…อันนี้เหมือนมหาบัว โกหกตัวคนอื่นว่าตัวเองอ่านออก เอาแต่นั่งหลับตาแล้วปึ๊งๆๆ แล้วก็เมื่อยก็เลยบอก climax ว่าบรรลุแล้ว มีแต่อุปาทานสร้างเอง สัญญาคนละสัญญา สิ่งที่แต่ละคนได้ด้วยวิธีนี้ก็ต่างกัน แล้วสมมุติว่าเป็นสิ่งสุดยอด ก็หลอกตัวเองไป มันน่าสงสาร มีจริงๆในโลก

3) คือ เราหลง (หลงว่าอ่านออก ซึ่งจริงๆ อ่านผิด) พ่อครูว่า…

สื่อธรรมะพ่อครู(จิตว่าง) ตอน จิตว่างแบบพ

อ่านต่อ

ุทธได้แล้วไม่ต้องทำอีก _สมประสงค์ วรรณเพียร : กราบนมัสการพ่อครูครับ ขออนุญาตถามต่อเนื่องจาก ที่เคยถามไปนะครับอาการโล่งขณะพ่อครูบรรลุอรหันต์เมื่อทำธุระเบา

1) จะถือว่าโล่งสบายกว่าสภาพอุเบกขาก็ได้ “แต่เป็นคนละอาการ"อธิบายแบบนี้ถูกไหมครับ พ่อครูว่า…ถูก ที่พูดมานี้ผู้ที่ถามมานี้ต้องเข้าใจว่า จิต อาการ อุเบกขา จิตว่างๆ อทุกขมสุข ต้องอ่านใจตัวเองออก แม้จะทำได้แบบสมถะ เคหสิตอุเบกขาก็ตาม ยิ่งเนกขัมสิตอุเบกขาที่กำจัดกิเลสได้จริงแบบปรมัตถ์ ถ้าเราอ่านได้แล้วก็รู้ว่าจิตว่าง ถามมานี้ อาตมาได้ความว่างมาแต่ชาติก่อนๆ แต่ชาตินี้ถูกครอบงำลิงลมอมข้าวพอง จนมาฟื้นแล้วก็ทำทวนจนรู้ว่าได้ จนถึงวาระที่ว่านั้น คือโล่ง มันก็เป็นจุดตัดสินนั้นของตัวเองเพียงเหมือนพระพุทธเจ้าที่ท่านบรรลุธรรมมาตั้งแต่ก่อนแล้ว ตอนแรกท่านก็ทำแบบเดียรถีย์ สุดท้าย 15 ค่ำเดือน 6 ท่านก็ตัดสินได้ว่าท่านเป็นพระพุทธเจ้า ของอาตมานั้นก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเป็นพระพุทธเจ้า คุณจะบอกว่ามันเบากว่า มันโล่งเบาสบายกว่าอุเบกขาก็ถูก 2) ทุกวันนี้พ่อครูทำจิตให้เกิดอาการโล่งเช่นนั้นเมื่อใดก็ได้ ได้ไหมครับ? พ่อครูว่า…ไม่ต้องทำ จิตว่างโล่งอยู่เสมอ ไม่ต้องทำ มันเป็นแล้ว มันเป็นตถตา เป็นเช่นนั้นเอง เป็นอยู่ตลอดเวลา ที่เอามาพูดคุยก็ผสมเอาเท่านั้น แม้คนอื่นจะว่าดุ ก็ตาม แต่อาตมาก็ทำอภิสังขารปรุงแต่งเพื่อสื่อให้พวกคุณรู้เรื่อง อันนี้ถ้าคนเข้าใจได้ยากมันก็เพราะว่าเป็นสภาวะอย่างที่อาตมาพูดไม่ได้ คนที่ได้อย่างที่อาตมาเป็นก็จะรู้ว่าใช่

_Jaitham : ใจธรรม... พ่อครูเทศน์ชั่วโมงครึ่งก็ดีนะคะ ขอพ่อครูเทศน์ไปนานๆ ก็พอใจแล้วค่ะ สำหรับเรื่องนั่งสมาธิ เข้าใจอย่างที่พ่อครูเทศน์แล้ว หลังจาก ที่ฟังมานาน พ่อครูเทศน์เรื่องนี้มานานมากๆนับเป็นสามสิบปีแล้ว แทบทุกวันค่ะ พ่อครูว่า…คงจะรำคาญ ถึงคุณจะรำคาญก็ต้องขออภัย ก็คนเขายังนั่งอยู่นั่นแหละ แล้วก็ยึดมั่นถือมั่น อาตมาก็จำเป็นต้องแทง แม้หอกหักก็ต้องแทง ยอมจำนน เสียหอกก็เสีย แทง กระตุก สักวันก็คงจะเข้าได้นะ อาตมาไม่สิ้นความพยายาม

_2166พ่อท่านว่าหลวงตามหาบัวเป็นอรหันต์เก้ แล้วหลวงปู่มั่นเป็นพระอรหันต์แท้ไหมครับ? พ่อครูว่า…อาจารย์เป็นของเก๊ ส่วนลูกศิษย์ก็ต้องเป็นของเก๊เหมือนกันทำไมต้องพูดความจริง ถ้าไม่บอกก็จะมีข้อแม้ว่าคนเขารู้แล้วก็ไม่กล้าบอกเหมือนอย่างเช่นอาตมาบอกตัวในขณะนี้กล้าบอก บอกความจริงอย่างมีหลักฐานเหตุผล ด้วยอธิบายได้ด้วยยืนยันต้องตามพระไตรปิฎกเอาคำสอนพระพุทธเจ้ามายืนยันด้วยว่าการนั่งหลับตานั้นไม่ได้อยู่ในจรณะ 15 หลับตามันไม่ใช่ อปันกธรรม 3 มันไม่ใช่ ผิดไปจากศาสนาพุทธ เอาแต่หลับตาไม่ได้สังวรสำรวมอินทรีย์ทั้ง 5 ไม่ได้เกี่ยวกับการประมาณในการกินการใช้ ไม่ได้รู้รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส มันผิดไป จากจรณะ 15 ซึ่งเป็นพุทธคุณของพระพุทธเจ้า ถ้าผู้ใดฟังแล้วมีสติปัญญารู้ก็จะหยุด ถ้าไม่หยุดคุณก็จะมีแต่จม มีกิเลสมากบังไว้แล้วตั้งอยู่ จมลงในความหลง เป็นผู้ข้องอยู่ในถ้ำไกลแสนไกลจากวิเวก นี่อาตมาเอาหลักฐานของพระพุทธเจ้ามายืนยัน ไม่ได้ใส่ความ แต่พูดกระตุกกันอย่างนี้ก็ยังไม่ฉุกคิด ไม่ได้คิด ไม่สะดุ้งไม่สะเทือน ไม่แก้ไขปรับปรุง ไม่ได้เป็นพุทธคุณ 9 ตามหลักธรรมพระพุทธเจ้าพูดอย่างแรงแล้ว ถ้าไม่สะดุ้งสะเทือนอาตมาก็คงจะต้องพูดอย่างนี้อยู่ก็ยืนยันความจริงอย่างเดียว

_7230แสดงธรรมวันนี้ดีมากครับ/ดีครับจะได้พิสูจน์ว่าพ่อครูกับหลวงตาบัวใครคือของจริง/ฟังธรรมพ่อครู๓รอบทุกครั้งเริ่มปี๖๑ พ่อครูว่า…แสดงว่าคุณคนนี้ชัดเจน ถึงกล้าพูดออกมาอย่างนี้

_1945ส่วนตัวแล้วควรเลิกการชนไก่ชนวัวสู้วัวกระทิงกัดปลาเพราะทารุณสัตว์บาปหนักไม่ใช่สิ่งบันเทิงที่ต้องเสพ พ่อครูว่า…แล้วเลิกหรือยังที่ว่านี้ นี่บอกตัวเองหรือเปล่า?

_มั่นใจพุทธ บุญเสร็จ : วัดดังแห่งหนึ่งของ จ.อุทัยธานี ซึ่งมีวิหารวิบวับ มีทั้งขายน้ำมนต์ เช่าถวายพระพุทธรูปองค์ละ 2พันและทำพิธีบังสกุลเป็น-ตาย ให้โยมขอกราบนมัสการพ่อท่านช่วยวิจัย วิจารณ์เพื่อเตือนสติชาวพุทธทั้งหลาย พ่อครูว่า…เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องเป็นเดรัจฉานวิชา นอกรีต เรื่องมิจฉาทิฏฐิซึ่งศาสนาพุทธนั้นน้ำมนต์ก็ไม่มีเรียกว่าศาสนาพุทธ ไม่มีอัคคียัญ สิญจนยัญ ไม่ได้ใช้ไฟหรือน้ำเป็นสื่อ คือ ศาสนาพุทธทุกวันนี้ที่จุดธูปจุดเทียนบูชาไฟนั้นไม่ใช่พุทธเลย ผิดไปหมด ที่ต้องพูดว่ามีถูกอยู่ที่อโศกไม่ได้มีการจุดธูปจุดเทียนไม่ได้มีน้ำมนต์เลย นี่ก็ได้ผล เป็นพระโสดาบันสกิทาคามี อนาคามี อรหันต์กันยืนยันด้วย อาตมาว่า คุณเอามาก็ยังไม่ครบ แต่คงมีมากกว่านี้ ทุกวันนี้ศาสนากลายเป็นอาชีพทำมาหากินของคนชนิดหนึ่ง กลุ่มบางคนก็ไปอาศัยวิธีการเลี้ยงชีวิต บางคนก็ไปอาศัยเรียนให้ได้เปรียญธรรมทางพุทธศาสนาได้รับเสื้อแล้วก็ใช้สิ่งใดเป็นเครื่องชีวิตไปค่ายพุทธธรรมที่เป็นอะไรให้แก่ชีวิตน่าสังเวชใจสงสาร มันเป็นอย่างนั้นมันเป็นหลักเป็นกระแสหลักอาตมาพูดแรงพูดตรงพูดจริง หากปรับปรุงก็อนุโมทนาสาธุ หากเขาอยู่ในกลุ่มนั้นก็ต้องถูกครอบงำ สวดมนต์อวยพร รดน้ำมนต์ เป็นเดรัจฉานวิชชา มันยังต้องไปอย่างนั้นกับเขาก็จะยากทุกวันนี้อาตมาก็เลยให้คนมาปฏิบัติทางนี้เสียว่าก็ว่ากันไปคุณยังไม่มีบารมีพอจะไปว่าเขาก็ปล่อยให้ประมาณว่าไปตามฐานะที่พอได้ซึ่งอาตมาก็ประมาณอยู่

สื่อธรรมะพ่อครู(เทวะ อเทวะ) ตอน ทำบุญให้พ่อแม่ที่ตายไปถึงหรือไม่ _แดง ลานกราบ… ๑. นมัสการหลวงปู่ค่ะ แม่ของแดงถามว่าถ้าพ่อกับแม่ตายไปแล้ว ลูกได้ทำบุญหาพ่อกับแม่ พ่อกับแมที่ตายไปนั้นจะได้รับบุญที่ลูกทำบุญหาได้ไหมคะ พ่อครูว่า…ตอบ ไม่ได้ บุญไม่ได้ส่งให้คนตาย บุญคำนี้ในภาษาของศาสนาพุทธ แปลว่าเครื่องชำระกิเลส ที่เดิมหน้าตักมาให้ความหมายเปรียบเทียบไว้กับกีย์โยตินไว้ตัดคอคนหรือเครื่องประหารหัวสุนัขที่เอาไว้ตัดหัวคนของเปาบุ้นจิ้น มันคือเครื่องมือฆ่าคน คือพลังงานเผากิเลสได้ เผาได้ก็เรียกว่าบุญ เผากิเลสดับได้ก็เรียกบุญ แต่บุญก็หมดไปในปัจจุบันนั้น ต้องสร้างพลังงานฌาน แล้วเผากิเลสดับได้ก็เรียกบุญ พอชำระกิเลสได้ บุญก็หมดไปด้วย อรหันต์เป็นผู้สิ้นบุญสิ้นบาปทุกองค์ ปุญญปาปปริกขีโณ ทุกวันนี้เขาแสวงหาบุญ แต่ไปเข้าใจบุญว่าเป็นกุศลเป็นเครื่องอาศัยในชีวิตเป็นความดี ถ้าจะว่าจริงๆบุญไม่ใช้ความดี แต่เป็นผีร้าย เป็นเพชฌฆาต ต้องสร้างพลังงานฌานเผากิเลสเป็นบุญ บุญทำงานสำเร็จเสร็จ บุญก็ไม่มีแล้วหมดไปเลยหายไปเลย พยัญชนะแต่ละคำสื่อสภาวะของพระพุทธเจ้า ที่บอกว่าทำบุญแล้วไปหาพ่อแม่นั้นไม่มีหรอก แม้แต่การทำกุศลเป็นความดีงามทำแล้วก็ส่งไปให้พ่อแม่ที่ตายไปแล้วไม่ได้หรอกใครทำกรรมคนนั้นก็ได้ กัมมัสกตา ที่พูดว่าเอาของไปทานให้พ่อให้แม่ จะทานแก่ภิกษุหรือคน ทานแล้วคุณก็ได้ความดีเป็นกุศลเป็นเครื่องอาศัยของคุณเป็นสมบัติ แต่บุญนั้นเป็นวิบัติ มันไม่ใช่สมบัติเลยมันไม่ได้สะสมอะไรหรอกบุญ ๒. แม่ของแดงถามว่าถ้าแม่ได้มีใจทานลูกชายกับลูกสาว แม่จะได้บุญไหมคะ พ่อครูว่า…การทานคือการให้ แต่หากให้อย่างมีสาเปกโข มีความหวังอยู่ ทานอย่างนี้ไม่มีอานิสงส์มาก แต่หากทานแล้วทำใจในใจไม่มีสาเปกโข อันนี้เป็นทานอย่างมีอานิสงส์ ลดกิเลสได้ คือ อัตถิทินนัง แต่ทุกวันนี้มีแต่ทานอย่างสาเปกโข นัตถิทินนัง คือ ทำทานแล้ว 1. ยังมีความหวังให้ทาน สาเปกฺโข(มุ่งหวัง) ทานํ เทติ 2. มีจิตผูกพันในผลให้ทาน ปฏิพทฺธจิตฺโต(ผูกพัน) ทานํ เทติ 3. มุ่งการสั่งสมให้ทาน สนฺนิธิเปกฺโข(สั่งสม) ทานํ เทติ 4. ให้ทานด้วยคิดว่า เราตายไปจักได้เสวยผลทานนี้ ปริภุญฺชิสฺสามีติ(ให้ข้ามภพชาติ) ทานํ เทติ ทุกวันนี้อาตมาพูดเด็ดขาดไม่ประนีประนอมแล้ว

๓. แดงเคยมีใจอินไปกับรูปสวยเสียงเพราะมากเลย แต่ปัจจุบันไม่อินเหมือนเดิมแล้ว อาการของใจที่ทำได้หายจากการอินรูปสวยเสียงเพราะนี้ได้ มันคืออาการของใจที่เป็นสภาวะอย่างใดคะ เป็นโสดาหรือสกิทาหรืออนาคาคะ พ่อครูว่า…มันก็เป็นขั้นตอน โสดา หมายความว่าคุณได้ลด จากกามก็ไม่สนิทหรอก สกทาฯก็ยังไม่สนิท คุณหายจากอาการติดยึดรูปสวยเสียงเพราะได้มาประมาณหนึ่งก็ได้ว่าโสดาบันเมื่อลดลงไปอีกเกิดอาการทางขึ้นเรื่อยๆในการสัมผัสรูปเสียงต่างๆจนกระทั่งสัมผัสแล้วเหลือแต่จิตภายในแต่ข้างนอกนั้นก็ไม่รู้สึกกระดี๊กระด๊า ยินดีอะไร อันนั้นก็เป็นระดับของอนาคามีก็ตอบได้อย่างนี้แหละ คุณก็อ่านตามการใช้ของตนเองอ่านอาการที่ปรุงแต่งที่เป็นรสติดในรูปสวย เสียงเพราะ

นิมนต์จิบน้ำ สมณะฟ้าไท ...

_เจน ฮู เชอร์ ปิดเลยเจ้า ค่ะ. ป้องกันไวรัสเข้ามา หาเรา ถ้าติดเชื้อโรคไม่มี โรงบาลเจ้าค่ะ บ้านราชคนแก่เยอะติดเชื้อได้ง่าย (ปิดบ้านราชสาธุเจ้าค่ะ) พ่อครูว่า…ที่นี่คนหนุ่มสาวจะไม่มีด้วยหรือ น่าจะพอๆกันอยู่นะ _เพ็ญจันทร์ ภูมิเทศ คนในห้ามออก คนนอกห้ามเข้าหรือเปล่าคะ ช่วงนี้ควร ขายส่งออนไลน์นะคะ กลายเป็นบ้านราชธานี "ลับแล" รักษาปอดด้วยข้าวเจ้า2ส่วน+แป้งข้าวโพด 1 ส่วนเป็นอาหารบำรุงปอดไล่ความชื้นสะสมในปอด หมออยู่รพ.เพื่อเรา เราอยู่บ้านเพื่อหมอ เรียนรู้ และพยายามหาที่สุดของความขม เปรี้ยวและเค็ม เพื่อทำลายเชื้อโควิดนี้

_ฝนพราวไพร เรณู บุญรวม 🙏 ปิดที่เรา >>เพื่อสุขภาพเรา >> >

_สุขภาพโลก💪ชีวิต อยู่ที่การตั้งค่า พ่อครูอย่าปิดtvนะครับ ผมดูอยู่ พ่อครูว่า…ไม่ได้ปิดทีวีหรอก โควิดไม่ได้มาตามแสงเสียงของทีวีหรอก

_Suriya Jitkor สระบุรีรับชมชัดเจน ครับ

_ธัญพัฒน์ วราธนพรพิทักษ์ กราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพยิ่งเจ้าค่ะ

_ประจวบ ราวพิมาย... มาเลย์เน็ตสะดุดบ่อย

_ภูบุญ หวังภูกลาง เป็นบ้านเดียวปิดเดี่ยวเคี่ยวโควิด ทำการปิดบ้านราชปราชญ์ปรารถนา เพียง7วันไม่เข้าออกตามบัญชา ขออนุโมทนาชัดดาวบัดนาวดี ถึงกาละชาวอโศกโลกให้หยุด เป็นชาวพุทธหยุดหมุนทำบุญนี้ โลกช่างร้ายไวรัสจัดกิจกรรมดี ตามโลกชี้เราต้องช่วยจะอวยชัย

_Nart Nissanan อุสาห์ว่าจะไปวัดสักหน่อย สงสัยจะไปได้แค่หน้าวัด

_Peem Prapantha น้อมกราบนมัสการค่ะ ติดตามนโยบายค่ะ

_จักรพล พุทธพัฒนา ถ้าโรงครัวเครื่องปรุงหมด..ก็ต้องกินข้าวกับต้มผักล่ะครับ สมัยผมเป็นนักบวชชอบมากเลยครับใน เรื่องของสมถะหรืออยู่สงัด(ปลีกวิเวก) ถ้าเข้าใจชัดไม่ไปไหนเป็นปีๆ..ใจก็ไม่มีปัญหาเลยจริงๆครับ. ต่อไปถ้าไม่มีงานอะไรก็ต้องเดินจงกรมนั่งสมาธิทบทวนตัวเองเหมือนสมัยต้นๆของอโศก..ตอนนั้นงานยังมีไม่มากเมื่อพศ.2524-5-6..เน้นการบำเพ็ญตบะเป็นหลัก. เรื่องการกินต่อไปกินอาหารที่ไม่ปรุงแต่งเป็นหลัก.(กินอาหารธรรมชาติ) พ่อครูว่า…ไปกลัวทำไม นึกว่าต้มผักจะไม่หวานหรือไง มีขื่นก็มี ขมก็มี(เกลือเราเตรียมไว้มาก) พริกมีมากมายหลายยี่ห้อ

_Kaikhom Jaipranom ไข่คำ ใจประณม... กราบนิมนต์ท่านด่วนดี มาพักที่ผาธรรมเจ้า

_Somnuek Lailak สมนึก ลายลัก ...กราบนมัสการค่ะท่าน อารมณ์ไม่ค่อยดีฟังธรรมอยู่ไลน์มาชึ้นหน้าจอ พ่อครูว่า…คุณก็ปิดสิ อย่าไปไลน์กับใคร คุณเปิดมันก็ขึ้นมาสิ

_Tasanee Bunyawat ทัศนี ปัญญาวัฒน์…. พิจรณา งดชุมนุมเกิน50 ก็ดีนะ

_สาธิดา ตะยุนรัมย์ ...สุดยอดมากค่ะพ่อคูรสาธุสาธุเจ้าค่ะ

_Preecha Khampet ปรีชา ขำเพชร...นี่คือองค์กร..ที่สู้กับโควิคโดยแท้และ เป็นรูปธรรมยิ่ง.

_ดวงจันทร์ ศรีวรรณะ... ป้าไม่ได้ไปบ้านราชเลยสาธุ

_วนิดา เกียรติทรงชัย ...กราบนมัสการเจ้าค่ะกำลังชมอยู่เสียงภาพชัดเจนมากๆเจ้าค่ะ

นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ สิกขมาตุกล้าข้ามฝัน…

พ่อครูว่า…อาตมาตั้งใจเอาอัมพัฏฐสูตร มาอธิบาย ไป ซึ่งเป็นการกลับไปกลับมาระหว่างศาสนาพราหมณ์กับศาสนาพุทธ ซึ่งเดี๋ยวนี้ศาสนาพุทธเนื้อหาก็กลายเป็นศาสนาพราหมณ์ไปแล้ว สมัยพระพุทธเจ้านั้นแก้ไขจากพราหมณ์มหาศาลมาเป็นพุทธ ถ้าเป็นพุทธได้แล้ว แต่ทุกวันนี้ก็กลายเป็นพระ

มหาศาล เป็นเจ้าสำนักนั้นสำนักนี้ มีสัญญาต่างกันทิฏฐิต่างกันไป เหมือนกันบ้าง แตกต่างกันบ้าง ก็จะมีสำนักที่สัมมาทิฎฐิที่สุดอย่างเช่นพระพุทธเจ้าเอาสัมมาทิฏฐิเข้ามาแก้ไขเข้ามาเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้ยากแสนยาก เสร็จแล้วได้แล้วมันก็กลับคืนไปเป็นเดียรถีย์เป็นพราหมณ 3. อัมพัฏฐสูตร ล.9 ข้อ [141] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเสด็จจาริกไปในโกศลชนบท พร้อมด้วยภิกษุหมู่ใหญ่ประมาณ 500 รูป (คำว่าห้าร้อยรูปเป็นการประมาณ) บรรลุถึงพราหมณคาม แห่งชาวโกศล ชื่ออิจฉานังคลคาม. ได้ยินว่า สมัยนั้นพระองค์ประทับอยู่ ณ ราวป่าอิจฉานังคลวัน เขตอิจฉานังคลคาม. [142] ก็สมัยนั้น พราหมณ์โปกขรสาติอยู่ครองนครอุกกัฏฐะ ซึ่งคับคั่งด้วยประชาชนและหมู่สัตว์ อุดมด้วยหญ้า ด้วยไม้ ด้วยน้ำ สมบูรณ์ด้วยธัญญาหาร ซึ่งเป็นราชสมบัติอันพระเจ้าปเสนทิโกศล พระราชทานปูนบำเหน็จให้เป็นส่วนพรหมไทย. พราหมณ์โปกขรสาติได้สดับข่าวว่า พระสมณโคดมศากยบุตรทรงผนวชจากศากยสกุลแล้ว เสด็จจาริกไปในโกศลชนบท พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ประมาณ 500 รูป ถึงอิจฉานังคลคามโดยลำดับ ประทับอยู่ ณ ราวป่าอิจฉานังคลวัน เขตอิจฉานังคลคาม ก็เกียรติศัพท์อันงามของท่านพระโคดมพระองค์นั้นแล ขจรไปแล้วอย่างนี้ว่า แม้เพราะเหตุนี้ๆ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เป็นพระอรหันต์ตรัสรู้เองโดยชอบถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เสด็จไปดีแล้วทรงรู้แจ้งโลก เป็นสารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึก ไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่า เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นผู้เบิกบานแล้ว เป็นผู้จำแนกพระธรรม พระตถาคตพระองค์นั้น ทรงทำโลกนี้พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ให้แจ้งชัดด้วยพระปัญญาอันยิ่งของพระองค์เองแล้ว ทรงสอนหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์เทวดาและมนุษย์ให้รู้ตามพระองค์ทรงแสดงธรรมงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด ทรงประกาศพรหมจรรย์ พร้อมทั้งอรรถ พร้อมทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิง ก็การได้เห็นพระอรหันต์ทั้งหลาย เห็นปานนั้น ย่อมเป็นการดีแล. (พ่อครูว่า...คำว่าวิชชาจรณะนี้เป็นเครื่องยืนยันความเป็นศาสนาพุทธ แต่ถ้าไม่มีวิชาและจรณะก็ไม่มีเครื่องยืนยัน อย่างทุกวันอย่างนี้ไม่มีวิชชาและจรณะแล้ว)

เรื่องอัมพัฏฐมาณพ [143] สมัยนั้นแล อัมพัฏฐมาณพ ศิษย์ของพราหมณ์โปกขรสาติ เป็นผู้เล่าเรียนทรงจำมนต์ รู้จบไตรเพท พร้อมทั้งคัมภีร์นิฆัณฑุ 1- คัมภีร์เกตุภะ 2- พร้อมทั้งประเภทอักษร มีคัมภีร์อิติหาสเป็นที่ 5 3- เป็นผู้เข้าใจตัวบท เป็นผู้เข้าใจไวยากรณ์ ชำนาญในคัมภีร์โลกายตะ 4- และมหาปุริสลักษณะ อันอาจารย์ยกย่องและรับรองในลัทธิปาพจน์ คือ ไตรวิทยา อันเป็นของอาจารย์ของตนว่า ฉันรู้สิ่งใด เธอรู้สิ่งนั้น เธอรู้สิ่งใด ฉันรู้สิ่งนั้น. ครั้งนั้นแล พราหมณ์โปกขรสาติ เรียกอัมพัฏฐมาณพมาเล่าว่า พ่ออัมพัฏฐะ พระสมณ-*โคดมศากยบุตร พระองค์นี้ทรงผนวชจากศากยสกุล แล้วเสด็จจาริกไปในโกศลชนบท พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ประมาณ 500 รูป ถึงอิจฉานังคลคาม โดยลำดับ ประทับอยู่ ณ ราวป่าอิจฉานังคลวันใกล้อิจฉานังคลคาม ก็เกียรติศัพท์อันงามของท่านพระโคดมพระองค์นั้นแล ขจรไปอย่างนี้ว่า แม้เพราะเหตุนี้ๆ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เป็นพระอรหันต์ตรัสรู้เองโดยชอบถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เสด็จไปดีแล้ว(สุคโต) ทรงรู้แจ้งโลก เป็นสารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึกไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่า เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นผู้เบิกบานแล้ว เป็นผู้จำแนกพระธรรมพระตถาคตพระองค์นั้น ทรงทำโลกนี้ พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ให้แจ้งชัดด้วยพระปัญญาอันยิ่งของพระองค์เอง แล้วทรงสอนหมู่สัตว์ พร้อมทั้งสมณพราหมณ์เทวดาและมนุษย์ให้รู้ตาม พระองค์ทรงแสดงธรรมงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด ทรงประกาศพรหมจรรย์ พร้อมทั้งอรรถ พร้อมทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิง ก็การได้เห็นพระอรหันต์ทั้งหลาย เห็นปานนั้น ย่อมเป็นการดีแล.

@1. เป็นคัมภีร์ที่ว่าด้วยชื่อของสิ่งต่างๆ มีต้นไม้เป็นต้น @2. เป็นคัมภีร์ที่ว่าด้วยกิริยา เป็นประโยชน์แก่กวี @3. เป็นคัมภีร์ที่กล่าวถึงพงศาวดารมีภารตยุทธเป็นต้น ซึ่งประพันธ์ไว้แต่บุราณกาลนับเป็นคัมภีร์ที่ 5 คือนับ @คัมภีร์อิรุพเพทเป็นที่ 1 คัมภีร์ยชุพเพทเป็นที่ 2 คัมภีร์สามเพทเป็นที่ 3 คัมภีร์อาถรรพณเพทเป็นที่ 4 @คัมภีร์อิติหาสนี้เป็นที่ 5 @4. เป็นคัมภีร์ที่ว่าด้วยเรื่องไม่น่าเชื่อต่างๆ พ่ออัมพัฏฐะ พ่อจงเข้าไปเฝ้าพระสมณโคดมถึงที่ประทับ แล้วจงรู้ว่าเกียรติศัพท์ของท่านพระโคดมพระองค์นั้นที่ขจรไป จริงตามนั้นหรือไม่ ท่านพระโคดมพระองค์นั้น ทรงคุณเช่นนั้นจริงหรือไม่ เราทั้งหลายจะได้รู้จักท่านพระโคดมพระองค์นั้นไว้ โดยประการนั้น. (พ่อครูว่า..ที่จริงแล้วพราหมณ์และพุทธเป็นอันเดียวกัน แม้แต่พระเวทต่างๆที่ท่องกันมาก็อันเดียวกัน แต่เนื้อหาไปทางเทวนิยมไปแล้ว แต่ที่จริงพยัญชนะอันเดียวกัน) อัมพัฏฐมาณพถามว่า ท่าน ก็ไฉนเล่า ข้าพเจ้าจึงได้รู้ว่าเกียรติศัพท์ของท่านพระโคดมพระองค์นั้นที่ขจรไป จริงอย่างนั้นหรือไม่ ท่านพระโคดมพระองค์นั้นทรงคุณเช่นนั้นจริงหรือไม่? พราหมณ์โปกขรสาติตอบว่า พ่ออัมพัฏฐะ มหาปุริสลักษณะ 32 ประการมาแล้วในมนต์ของเรา ซึ่งพระมหาบุรุษประกอบแล้วย่อมมีคติเป็นสองเท่านั้นไม่เป็นอย่างอื่น ถ้าครองเรือนจะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ผู้ทรงธรรม เป็นพระราชาโดยธรรม เป็นใหญ่ในแผ่นดิน มีมหาสมุทร 4 เป็นขอบเขต ทรงชนะแล้ว มีราชอาณาจักรมั่นคง สมบูรณ์ด้วยแก้ว 7 ประการ คือ จักรแก้ว ช้างแก้ว ม้าแก้ว แก้วมณี นางแก้ว คฤหบดีแก้ว ปริณายกแก้ว เป็นที่ 7 พระราชบุตรของพระองค์มีกว่าพัน ล้วนกล้าหาญ มีรูปทรงสมเป็นวีรกษัตริย์ สามารถย่ำยีเสนาของข้าศึกได้พระองค์ทรงชำนะโดยธรรม มิต้องใช้อาชญา มิต้องใช้ศาตรา ครอบครองแผ่นดินมีสาครเป็นขอบเขต ถ้าเสด็จออกผนวชเป็นบรรพชิต จะได้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า มีหลังคาคือกิเลสอันเปิดแล้วในโลก พ่ออัมพัฏฐะ เราเป็นผู้สอนมนต์ พ่อเป็นผู้เรียนมนต์. อัมพัฏฐมาณพรับคำพราหมณ์โปกขรสาติแล้ว ลุกจากที่นั่ง ไหว้พราหมณ์โปกขรสาติ กระทำประทักษิณ แล้วขึ้นรถม้าพร้อมด้วยมาณพหลายคน ขับตรงไปยังราวป่าอิจฉานังคลวันตลอดภูมิประเทศเท่าที่รถจะไปได้ ลงจากรถเดินตรงไปยังพระอาราม. [144] สมัยนั้นแล ภิกษุหลายรูปกำลังจงกรมอยู่กลางแจ้ง. ลำดับนั้น อัมพัฏฐมาณพเข้าไปหาภิกษุเหล่านั้นถึงที่จงกรม ครั้นแล้วได้กล่าวคำนี้กะภิกษุเหล่านั้นว่า ท่านผู้เจริญ เวลานี้ท่านพระโคดมพระองค์นั้นประทับอยู่ที่ไหน พวกข้าพเจ้าพากันเข้ามาที่นี่ เพื่อจะเฝ้าพระองค์ท่าน. ครั้งนั้นแล ภิกษุเหล่านั้นคิดเห็นร่วมกันเช่นนี้ว่า อัมพัฏฐมาณพผู้นี้เป็นคนเกิดในสกุลที่มีชื่อเสียง ทั้งเป็นศิษย์ของพราหมณ์โปกขรสาติผู้มีชื่อเสียงอันการสนทนาปราศรัยกับพวกกุลบุตร เห็นปานนี้ ย่อมไม่เป็นการหนักพระทัยแก่พระผู้มีพระภาคเลย ดังนี้แล้วจึงตอบ อัมพัฏฐมาณพว่า อัมพัฏฐะ นั่นพระวิหารมีประตูปิดอยู่ ท่านจงสงบเสียงเข้าไปทางพระวิหารนั้นค่อยๆ เข้าไปที่เฉลียง กระแอมไอแล้ว เคาะบานประตูเถิด พระผู้มีพระภาคจักทรงเปิดประตูรับท่าน. ลำดับนั้น อัมพัฏฐมาณพสงบเสียง เข้าไปทางพระวิหารซึ่งมีประตูปิดอยู่นั้น ค่อยๆเข้าไปยังเฉลียง กระแอมไอแล้ว เคาะบานประตู พระผู้มีพระภาคทรงเปิดประตู อัมพัฏฐมาณพเข้าไปแล้ว แม้พวกมาณพก็พากันเข้าไปปราศรัยกับพระผู้มีพระภาค ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง.

ส.ฟ้าไท..สรุป จบ

...ต่อ

[145] ฝ่ายอัมพัฏฐมาณพ เดินปราศรัยบ้าง ยืนปราศรัยบ้าง กับพระผู้มีพระภาคผู้ประทับนั่งอยู่ พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า อัมพัฏฐะ เธอเคยสนทนาปราศรัยกับพวกพราหมณ์ผู้เฒ่าผู้แก่ผู้เป็นอาจารย์และปาจารย์เหมือนดังเธอ เดินบ้างยืนบ้าง สนทนาปราศรัยกับเราผู้นั่งอยู่เช่นนี้หรือ? อ. ข้อนี้หามิได้ พระโคดมผู้เจริญ เพราะว่าพราหมณ์ผู้เดินก็ควรเจรจากับพราหมณ์ผู้เดิน พราหมณ์ผู้ยืนก็ควรเจรจากับพราหมณ์ผู้ยืน พราหมณ์ผู้นั่งก็ควรเจรจากับพราหมณ์ผู้นั่งพราหมณ์ผู้นอนก็ควรเจรจากับพราหมณ์ผู้นอน. ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ แต่ผู้ใดเป็นสมณะโล้น เป็นคฤหบดีเชื้อสายกัณหโคตร เกิดจากพระบาทของท้าวมหาพรหม ข้าพเจ้าย่อมสนทนาปราศรัยกับผู้นั้น เหมือนกับที่สนทนาปราศรัยกับพระโคดมผู้เจริญนี้. อัมพัฏฐะ ก็เธอมีธุระจึงได้มาที่นี้ ก็พวกเธอมาเพื่อประโยชน์อันใดแล พึงใส่ใจถึงประโยชน์นั้นแหละไว้ให้ดี ก็อัมพัฏฐมาณพ ยังไม่ได้รับการศึกษาเลย สำคัญตัวว่าได้รับการศึกษาดีแล้ว จะมีอะไรอีกเล่า นอกจากไม่ได้รับการศึกษา. ลำดับนั้น อัมพัฏฐมาณพถูกพระผู้มีพระภาคตรัสตำหนิด้วยพระวาจาว่า เป็นคนไม่ได้รับการศึกษา โกรธ ขัดใจ เมื่อจะด่าข่มว่ากล่าวพระผู้มีพระภาค คิดว่าเราจักต้องให้พระสมณโคดมได้รับความเสียหาย ได้กล่าวคำนี้กะพระผู้มีพระภาคว่า ท่านโคดม พวกชาติศากยะดุร้าย หยาบช้า มีใจเบา พูดพล่าม เป็นแต่พวกคฤหบดีแท้ๆ ยังไม่สักการะพวกพราหมณ์ ไม่เคารพพวกพราหมณ์ ไม่นับถือพวกพราหมณ์ ไม่บูชาพวกพราหมณ์ ไม่อ่อนน้อมพวกพราหมณ์ ท่านโคดม การที่พวกศากยะเป็นแต่พวกคฤหบดีแท้ๆ แต่ไม่สักการะพวกพราหมณ์ไม่เคารพพวกพราหมณ์ ไม่นับถือพวกพราหมณ์ ไม่บูชาพวกพราหมณ์ ไม่อ่อนน้อมพวกพราหมณ์นี้ไม่เหมาะไม่สมควรเลย. อัมพัฏฐมาณพกดพวกศากยะว่า เป็นแต่พวกคฤหบดีแท้ๆ นี้เป็นครั้งแรกด้วยประการ ฉะนี้. [146] อัมพัฏฐะ ก็พวกศากยะได้ทำผิดต่อเธออย่างไร?. ท่านโคดม ครั้งหนึ่ง ข้าพเจ้าได้ไปยังนครกบิลพัสดุ์ ด้วยกรณียกิจบางอย่างของพราหมณ์โปกขรสาติผู้อาจารย์ ได้เดินเข้าไปยังสัณฐาคารของพวกศากยะ เวลานั้นพวกศากยะและศากยกุมารมากด้วยกัน นั่งเหนืออาสนะสูงๆ ในสัณฐาคารเอานิ้วมือสะกิดกันและกันเฮฮาอยู่เห็นทีจะหัวเราะเยาะข้าพเจ้าเป็นแน่ ไม่มีใครเชื้อเชิญให้ข้าพเจ้านั่งเลย. ท่านโคดม ข้อที่พวกศากยะเป็นแต่พวกคฤหบดีแท้ๆ แต่ไม่สักการะพวกพราหมณ์ไม่เคารพพวกพราหมณ์ ไม่นับถือพวกพราหมณ์ ไม่บูชาพวกพราหมณ์ ไม่อ่อนน้อมพวกพราหมณ์นี้ไม่เหมาะไม่สมควรเลย. อัมพัฏฐมาณพกดพวกศากยะว่า เป็นแต่พวกคฤหบดีแท้ๆ นี้เป็นครั้งที่สอง ด้วยประการฉะนี้. [147] อัมพัฏฐะ แม้นางนกไส้ก็ยังเป็นสัตว์พูดได้ตามความปรารถนาในรังของตนก็พระนครกบิลพัสดุ์เป็นถิ่นของพวกศากยะ อัมพัฏฐะไม่ควรจะข้องใจ เพราะการหัวเราะเยาะเพียงเล็กน้อยนี้เลย. ท่านโคดม วรรณะ 4 เหล่านี้ คือ กษัตริย์ พราหมณ์ เวสส์ ศูทร บรรดาวรรณะ 4 เหล่านี้ 3 วรรณะ คือ กษัตริย์ เวสส์ ศูทร เป็นคนบำเรอของพราหมณ์พวกเดียวโดยแท้.

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน