เอาประโยชน์อะไรจากความรู้อุตุนิยาม พีชนิยาม.docx
เนื้อหาในไฟล์
เอาประโยชน์อะไรจากความรู้อุตุนิยาม พีชนิยาม _ด.ญ.เพชรรัตน์ บุญมานัด(นิค) ม.1... หนูอยากทราบว่า อุตุนิยาม กับพีชะ ต่างกันอย่างไร เด็กๆอย่างหนูจะเอาประโยชน์จากอุตุและพีชะได้อย่างไร พ่อครูว่า... อันนี้เป็นเรื่องใหญ่ เรื่องอุตุกับพีชะ เป็นโลกุตระธรรมเป็นธรรมะพระพุทธเจ้าที่ท่านตรัสรู้ ศาสนาอื่นไม่มีความรู้เรื่องนี้ เขาก็ใช้งาน อุตุนิยาม พีชะ เขามีศาสตร์เรื่องของชีววิทยา ไบโอโลจี หรือทางวิทยาศาสตร์พลังงานอุตุก็เอามาใช้ แต่ความรู้ของพระพุทธเจ้าที่รู้ อุตุนิยาม พีชะ คือ รู้ว่า พีชนิยาม เป็นพลังงานที่ปรุงแต่งกันอยู่เป็นสังขารที่มีสัญญา ที่มีความจำความหมายรู้ได้ แต่มันไม่มีเวทนาไม่มีวิญญาณ อาการที่ไม่มีเวทนา คือไม่มีความรู้สึกที่ผิดไปจากความจริง เวทนาเป็นความรู้สึกที่เป็นความรู้สึก เดี่ยวๆจริงๆเลย คือ ความรู้สึกไม่ทุกข์ไม่สุขไม่สูงไม่ต่ำ ไม่มีสองเป็นความรู้สึกจริงตัวเดียว เพราะฉะนั้นจึงไม่มีวิญญาณไม่มีเวทนา ทีนี้ อารมณ์ของพืชนี่แหละเมื่อมันไม่มีสุขไม่มีทุกข์ไม่มีสูงมีต่ำ ซึ่งเป็นเรื่องลึกซึ้งมาก ผู้ใดทำจิตนิยามให้เป็นจิตแบบ พีชะได้ จึงเป็นผู้ที่ไม่ทุกข์ตัวเองไม่สุขตัวเอง ตัวเองก็ไม่สุขไม่ทุกข์ ตัวเองก็รู้ความจริงความควรความพอเหมาะ อะไรในกาละใด ที่สิ่งนี้เรียกว่า ควรหรือดี ก็ทำแต่สิ่งดีสิ่งควรในทุกมหาปเทส ซึ่งเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากในความรู้ของชีวิตที่จะจัดสรรกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมของตนเองให้ดีตลอดไม่มีอะไรเสียหาย แล้วตัวเองก็ไม่ทุกข์ไม่สุขอะไร สบายๆ เพราะเหตุแห่งทุกข์คือกิเลสล้างได้หมดไป ต้องเรียนรู้อุตุนิยาม พีชนิยาม ส่วนคนเป็นจิตนิยาม ทางวิทยาศาสตร์ไบโอโลจีเขาไม่รู้รายละเอียดพวกนี้เขาจึงทำไม่เป็น แต่ศาสนาพุทธทำเป็น จนไม่ติดยึด จนรู้แจ้งว่าจิตนิยามอาศัยการเกิดทัน ถ้าไปยึ
อ่านต่อ
ดถือตายไปแล้วจะต้องเวียนกลับมาเกิดนี่แหละตัวสำคัญจะต้องพิสูจน์ เพราะฉะนั้นพระอรหันต์จึงรู้จักจิตนิยามตัวนี้แล้วสมบูรณ์แล้ว ว่าอย่าไปยึดถือให้มันปรุงแต่งอยู่สิ ก็เลิกความปรุงแต่ง มีจิตที่กำหนดทำจิตให้มันไม่ปรุงแต่ง ไม่สังขารปรุงแต่ง ตายไปก็ไม่มีสังขารปรุงแต่ง ก็เลยไม่มีธาตุอัตตาธาตุตัวจิตนิยามของมนุษย์นี้เกิดอีกเลย นี่เรียกว่าสูงสุด เป็นผู้มีอนัตตาที่แท้ไม่ใช่ตัวตนแท้ พระพุทธเจ้าตรัสรู้อันนี้จึงเป็นพระอรหันต์คือมีหลักประกันคือ 1. แม้มีชีวิตอยู่ก็ไม่ทำชั่วทำแต่ดี 2. แล้วตัวเองก็ไม่ทุกข์ไม่สุขอะไร อยู่ได้เท่าไหร่ก็มีแต่เป็นคนประเสริฐมีแต่เป็นคนมีประโยชน์ตัวเองก็ไม่ทุกข์ไม่สุข แล้วตัวเองก็จะสามารถเลิกจิตนิยามตายแล้วเป็นชาติสุดท้ายปรินิพพานเป็นปริโยสานก็ได้ จบเลยหมด ความรู้ในโลกของอัตภาพ ส่วนศาสนาเทวนิยมไม่รู้ทำไม่ได้ตายแล้วก็ไปอยู่นิรันดรเป็นอัตตานิรันดรเป็นจิตวิญญาณนิรันดร แก้ไม่ได้ แล้วไม่รู้ด้วยว่าตายไปแล้วก็ต้องวนเวียนมาเกิดอยู่กับกรรมวิบากเยอะแยะ ต่อเนื่องกันอยู่สะสมแก้แค้นกันไปแก้แค้นกันมามีการเกิดการดับมีการหมุนเวียนแก้แค้นกันอยู่ต่างๆนานา เป็นบุพเพสันนิวาส ต่างๆนานา ศาสนาเทวนิยมไม่รู้เรื่องแต่เขามีชีวิตของเขาก็เหมือนบุพเพสันนิวาสแต่เขาไม่รู้เรื่อง 640816_รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 5