ทำไมคนเราเกิดมาต้องทำงาน.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.97 KB
วันที่แก้ไข16 สิงหาคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

ทำไมคนเราเกิดมาต้องทำงาน _เผ่งอัง (เชิดเชิญธรรม)... ทำไมคนเราเกิดมาต้องทำงานครับ พ่อครูว่า... คำถามนี้เข้าท่านะ ตีแสกหน้าคนดีจัง ทำไมคนเราเกิดมาต้องทำงาน ตอบ คนเราเกิดมาเป็นจิตนิยามหรือว่าเป็นสัตว์โลกชนิดที่มีจิตเจริญ เจริญกว่าสัตว์เดรัจฉานทั้งหลายกว่ามด แมลง จนกระทั่งไปถึงสัตว์โต สัตว์มีแข้งมีขา ตัวโต หมูหมากาไก่ช้างม้าวัวควาย เจริญกว่าทั้งนั้น ที่นี้ถามย้อนไปว่า สัตว์เดรัจฉานทั้งหลายมันทำงานไหม ...ทำ มันทำงาน ทำงานอย่างน้อยมันก็ทำงานเลี้ยงชีพตัวเอง พึ่งตนเอง สัตว์เดรัจฉานมันรู้จักทำงาน ถึงเวลานอนมันก็นอน ถึงเวลาตื่นมันก็ตื่นขึ้นมาทำงาน หรือสัตว์มันจะพักมันจะนอน หรือมันจะทำงาน อย่างน้อยมันก็เลี้ยงชีพตัวเอง เพราะฉะนั้นเป็นคนที่มีศักดิ์ถึงขั้นมีจิตเจริญกว่าสัตว์เดรัจฉาน มันก็ต้องทำงานอย่างน้อยเลี้ยงชีพตัวเองได้เหมือนสัตว์เดรัจฉาน ถ้าคนใดไม่ทำงานเพื่อเลี้ยงตัวเอง เพื่อพึ่งพาตัวเอง คนนี่ พอเกิดมาปุ๊บเลี้ยงตัวเองไม่ได้ ตัวน้อยๆไม่มีใครเลี้ยง ไม่มีคนเลี้ยง ไม่มีพ่อแม่เลี้ยง ไม่มีพี่ป้าน้าอาหรือใครเลี้ยงเลยนะ ตายท่าเดียว นอนตายเฉยๆอย่างนั้น คนนี่ เด็กพอเกิดมาช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย นอนอดอยากแห้งตายไปเฉยๆ ไม่เหมือนสัตว์เดรัจฉาน มันก็ยังหาทางดิ้นรน ลูกสัตว์เดรัจฉานบางตัวเกิดมามันหากินได้เลย ไม่เหมือนคน เพราะฉะนั้นพื้นฐานอย่างน้อยต้องทำงานพึ่งพาตัวเองเลี้ยงชีพตัวเองให้รอด คนที่เลี้ยงชีพตัวเองไม่รอด จึงเป็นคนชั้นต่ำมาก ต่ำกว่าเดรัจฉาน เพราะฉะนั้นคนทุกคนต้องทำงานให้คุ้มกับการอยู่การกินของตัวเอง ยิ่งเป็นระบบสาธารณโภคี เราทำงานที่เป็นงานดีๆในสังคมเราแล้ว ทำเสร็จแล้วเราก็จะมีผลแรงงานผลความรู้ของเราทำ รวมแล้วเราก็อาศัยกิน ผู้ที่หาพืชพันธุ์ธัญญาหารให้กิน กินของกินโดยตรง โดยแรงงา

อ่านต่อ

นของเรา กรรมของเราก็ไม่เป็นหนี้ ถ้าเราไม่มีแรงงานทำอะไรอยู่ร่วมและเราก็กินโดยที่เราไม่มีอะไรเลย กินฟรีกินอย่างฟรีเราก็เป็นหนี้ รู้ไหมเด็กๆเราต้องทำงานให้คุ้มกับที่เรากินเราใช้หรือยิ่งทำงานอย่างเกินกินเกินใช้ถือว่าเป็นกุศล ถือว่าเป็นสมบัติที่เหลือ นี่แหละเป็นคนเจริญ เป็นคนรวย รวยอะไร รวยคุณธรรม รวยกุศล รวยความดีงาม พยายามฟังที่หลวงปู่อธิบายให้ฟังนี้ อย่าเป็นคนขี้เกียจ ให้เป็นคนรู้จักทำงาน งานที่ไม่ดี งานที่ผู้ใหญ่ห้ามหรือใครห้ามบอกว่าอย่าทำอย่างนี้อย่าทำ เราก็ไม่ต้องทำ งานที่ผู้ใหญ่พาทำดีๆมีเยอะแยะไป งานนั้นงานนี้งานโน้นต่างๆมันก็จะเป็นคุณค่าเป็นประโยชน์ ชีวิตเราก็ชำนาญ รู้อะไรต่างๆทำได้ ก็จะกลายเป็นคนมีคุณค่ามีประโยชน์ ไม่เป็นคนที่เกิดมาเสียชาติเกิดเปล่าๆ มันไม่ขาดทุนเกิดมามีชีวิตไม่ขาดทุน ตายไปแล้วจะมีวิบากที่ดี สั่งสมไป ถ้ายิ่งมีปัญญา ที่นี่สอนปัญญา ปัญญาคือเป็นความรู้ความฉลาดเป็นธาตุรู้ชั้นพิเศษของศาสนา ที่หลวงปู่กำลังอธิบายอยู่ทุกวันนี้ลึกซึ้งต้องฟังให้ดีพวกเรา ปัญญาคือความรู้ความฉลาดที่รู้จักกิเลสและรู้จักวิธีทำให้กิเลสลด ทำให้กิเลสลดได้ ไม่ใช่รู้แต่เพียงดีชั่วเท่านั้น ดีชั่วเป็นเพียง เฉโก เป็นความรู้ของโลกทั่วไป ส่วนปัญญานั้นรู้เกินกว่านั้น รู้เหตุที่มันพาให้เราทำชั่ว รู้เหตุที่มันเป็นกิเลสทำให้เกิดกิเลส แล้วลด มีปัญญาลดกิเลสได้ ศาสนาเทวนิยมไม่มีความรู้ในทางรู้จักกิเลสแล้วทำให้กิเลสลดไม่มีเลย ถึงแม้จะพยายามค้นคว้าหาอยู่ก็ยังไม่สัมมาทิฏฐิ แม้แต่ชาวพุทธเองก็ยังสัมมาทิฎฐิกันไม่หมด ชาวพุทธเองไม่ใช่เหรอน้อยจะมีสัมมาทิฎฐิรู้จักกิเลส แล้วรู้จักการลดกิเลสได้จริงกิเลสลด ถูกฆ่ามีพลังงานฌานเผากิเลสตาย จนฆ่ากิเลสหมด สิ้นอาสวะกิเลสไม่เกิดอีกเลยเป็นพระอรหันต์ ตลอดจนปรินิพพานเป็นปริโยสาน อย่างนี้เป็นต้นที่พระพุทธเจ้าท่านค้นพบสิ่งสุดยอดประเสริฐที่สุดเลย มีแต่ศาสนาพุทธเท่านั้น พวกเราได้รู้จักอันนี้แล้วติดตามให้ดีๆเกิดมาชาตินี้แล้วได้ค้นพบ อย่าปล่อย ให้รู้ให้ได้ให้รู้จักกิเลสให้ได้แล้วทำให้กิเลสลดได้จนเป็นพระอริยะเป็นพระอรหันต์ให้ได้พยายามพากเพียรให้จริง เป็นสุดยอดของความเกิดมาเป็นคนให้รู้สิ่งนี้แล้ว ถ้าอย่างนั้นไปเป็นเทวนิยมอีกไม่รู้กี่ชาติวนอยู่กับความชั่วความดีความดีความชั่วเป็นวิบากหมุนเวียนอยู่อย่างนั้น ได้ดีสูงขึ้นตกต่ำวนเวียนอยู่อย่างนั้นไม่มีจบ แต่ศาสนาพุทธนี้ดีแล้วไม่ตกต่ำไม่ชั่วอีกเลย ไม่ชั่วแล้วแถมกิเลสไม่เกิดไม่กลับมาทำชั่วทำบาปอีก กิเลสหมดด้วยแล้วทำแต่ดีกิเลสก็หมด เรียก สัพพปาปสอกรณัง(ไม่ทำบาปทั้งปวง) กุสลสูปกำลังสัมปทา(ทำกุศลให้ถึงพร้อม) สจิตตปริโยทปนัง(ชำระจิตของตนให้ผ่องแผ้วจากกิเลส) เกิดเป็นคนมีหลักประกันอันนี้จะอยู่อีกกี่ชาติก็เชิญ หรือผู้ที่เป็นพระอรหันต์สามารถตายแล้วสูญเลิกเลย ปรินิพพานเป็นปริโยสาน แยกธาตุตัวเองไม่เกิดมาอีกเลยเป็นดินน้ำไฟลมสลายไปเลยหมดความเป็นจิตนิยามได้ นี่เป็นสุดแห่งที่สุดเลยในความรู้ของมนุษยชาติ 640816_รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 5

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน