ปล่อยวางอย่างไรจากความยึด.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.24 KB
วันที่แก้ไข16 สิงหาคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

ปล่อยวางอย่างไรจากความยึด _น.ส.จิวรา ศรีมาศ(บีน)...หนูมีปัญหาที่แก้ไม่ได้สักที 2 อย่าง 1. หนูก็รู้สึกว่าตัวเองอยู่ ม.3 ก็ปล่อยวางทุกอย่าง ยกเว้นบางเรื่อง ที่เราปล่อยวางไม่ได้ เราก็จะเก็บไปคิดมาก เชื่อมโยงไปอันที่ 2 คืออยู่ๆก็ร้องไห้ออกมาโดยไม่มีเหตุผลค่ะ คืออยากแก้นิสัยพวกนี้ค่ะ พ่อครูว่า... เอ้า ที่เรารู้แล้วก็ปล่อยวางได้ เราก็เรียนรู้สิ ที่เรายึดแต่ก่อนนี้ เรารู้ว่าสิ่งนี้แบบนี้แหละคือการยึด เรายึด ทีนี้ที่หนูพูดเองว่า เสร็จแล้วก็วางได้ มันคืออย่างไร อาการที่เรายึดแล้วเราก็วางได้คืออย่างไร นั่นแหละ แล้วทำไมเราถึงวางได้ เราก็อ่านดู เรื่องที่เรายึดอยู่เมื่อก่อนตอนนี้เราวางได้แล้ว จริงๆแล้วที่อะไรก็แล้วแต่ที่วางได้ คนที่รู้จักวางได้นี้ท่านเรียกว่าเป็นคนมีปัญญา มีปฏิภาณไหวพริบและรับรู้ ว่าเราไปยึดอยู่ทำไม สิ่งเหล่านี้มันก็ผ่านไปผ่านมากับชีวิตของเราแล้วเราก็ยึด จะต้องเป็นอย่างนี้จะต้องเป็นเราเป็นของเรา ไม่ต้องยึดหรอกเดี๋ยวมันก็ผ่านไปผ่านมา เสร็จแล้วจริงๆแล้ว ทุกอย่างมันเป็นอนัตตา ไม่มีอะไรจริงที่เราจะยึดมั่นถือมั่นเป็นอะไรเอาอะไรได้ เพราะฉะนั้นอะไรที่เป็นสิ่งสำคัญ ที่ชีวิตเราจะต้องใช้ ชีวิตเราจะต้องอาศัย ในปัจจุบันนี้ หรือในวาระที่ไม่ห่างไกลไม่เกินนัก เช่น เราจะต้องมีชีวิตอยู่ เราก็ต้องกิน มีชีวิตอยู่ควรจะทำงาน ก็ควรจะต้องหางานทำ เรียกว่า อาหารปริเยฐิ ก็แสวงหางานนั้น มาใช้อาศัยทำให้เป็นประโยชน์ ก็เท่านั้นเอง ชีวิต ชีวิตเราก็เกิดมามีงานทำ มีข้าวกิน มีอาหารกิน ชีวิตก็ดี มีการทำงานแล้วก็มีผลงานได้อาศัยเราก็ได้ใช้ได้อาศัย คนอื่นๆก็ได้อาศัย ก็ดี ไม่ใช่มีผลงานแล้วก็เอาไปขายได้ราคาดีได้เงินมาก อย่างนั้นก็เป็นการตะกละตะกลาม ทำงานขึ้นมามีผลผลิตแล้วเอาไปให้คนอื่น แล้วให้คนซื้อ

อ่านต่อ

แลกเป็นของคืนก็ตาม แลกด้วยทองคำ แลกด้วยวัตถุที่มีค่า ดีไม่ดีได้เปรียบ อย่างนี้มีชีวิตอยู่อย่างขาดทุน ไปได้เปรียบ ที่เขาเรียกว่าได้กำไร พวกนี้มีชีวิตขาดทุนทั้งนั้น อย่างในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านตรัสไว้ว่า ขาดทุนคือกำไร เราขาดทุนก็รู้ว่าการขาดทุนนี้แหละดี ให้ชัดเจน ไม่ใช่ว่าได้เปรียบ แต่ว่าขาดทุนนี่แหละดี ต้องเข้าใจให้ถูกสภาวะ ควรทำ และไม่ควรจะไปเอาเปรียบที่เรียกด้วยภาษาว่ากำไร แต่ไปทำผิด เพราะกำไรจริงๆมันต้องขาดทุน กำไรจริงๆคือการขาดทุน แต่ไปขาดทุนแล้วหลงว่าได้กำไร แล้วจะต้องทำกำไรอย่างที่ได้เปรียบเอามา มันคือความผิดพลาดมันโง่ ยิ่งได้กำไรมากๆยิ่งโง่มาก พวกที่ได้กำไรมากๆได้เปรียบมากสะสมเอาเปรียบเอารัด หาทางทำอะไรก็แล้วแต่มีสภาพปรุงแต่งวิธีการให้ยิ่งได้เปรียบมากๆ บอกว่าอย่างนั้นชีวิตเจริญ ที่จริงแล้วเป็นชีวิตที่เสื่อม ชีวิตที่ตกต่ำ เป็นชีวิตที่โง่ทับถมลงไป โง่เป็นปฏิภาคทวีตลอดกาล นี่คือความจริงที่ศึกษาให้ดีๆเพราะฉะนั้นอย่าไปทำเช่นนั้น มันค้านแย้งกับคำสอนพระพุทธเจ้า เขาไม่รู้เดี๋ยวนี้มันเป็นความเสื่อมไปแล้วแย่ อีกคำถาม อยู่ดีๆก็ร้องไห้ พ่อครูว่า... ไม่รู้ว่าทำไมต้องร้องไห้ สาระจริงๆแล้ว การร้องไห้มันไม่มีอะไรหรอก การร้องไห้เป็นเรื่องของการกลบเกลื่อนชนิดหนึ่งที่ไม่เข้าเรื่องอะไร ดีใจก็ร้องไห้เสียใจก็ร้องไห้เป็นการกลบเกลื่อน โดยไม่เดียงสาเท่านั้นเอง การร้องไห้เป็นเรื่องของเด็กๆไม่เดียงสา ถ้าโตขึ้นอาการนี้ก็จะหายไป 640816_รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 5

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน