สื่อธรรมะพ่อครู(นิยามศัพท์) ตอน วิพากษ์วิจารณ์ ส่อเสียด นินทา ต่างกันอย่างไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(นิยามศัพท์) ตอน วิพากษ์วิจารณ์ ส่อเสียด นินทา ต่างกันอย่างไร _ชานติ กรุณาอธิบายความหมายของคำ 3 คำ นี้ว่ามีความเหมือนกันหรือความต่างกันอย่างไร คำว่า วิพากษ์วิจารณ์ ส่อเสียด นินทา พ่อครูว่า...จริงๆแล้ว 3 คำนี้ ความหมายมันก็คงจะต้องบอกก่อน คำว่าวิพากษ์วิจารณ์นั้น เป็นคำกลางๆ ไม่บวกไม่ลบ ส่วนคำว่าส่อเสียดกับนินทานั้นลบแน่นอน เป็นคำไม่ควรทำ ส่อเสียดคือเอาความข้างนั้นมาพูดกับข้างนี้ อาตมาเคยปรามพวกสื่อสารมวลชน ชอบเอาความข้างนั้นมาใส่ข้างนี้ทำให้เกิดความไม่เข้าใจเกิดการรบกัน อะไรที่จะทำให้เกิดความรุนแรงขึ้นอย่าต่อดีกว่า พยายามอย่าให้เป็นความหมายทะเลาะกันเกินไป สื่อสารต้องทำหน้าที่อาตมาก็เห็นใจมันยาก คือ สื่อสารมวลชน อาตมาเคยพูดว่าบรรณาธิการนักหนังสือพิมพ์คือตัวหาเรื่องเลย ถ้าไม่มีเรื่องมันก็ไม่มีอะไรมาลงหนังสือเขา ก็ต้องให้มีเรื่อง คำว่ามีเรื่อง ภาษาไทยนี้แรง จะมีเรื่องก็ให้เบาไม่รุกรานแต่ประมาณยาก อาตมาเข้าใจเห็นใจว่าเป็นสิ่งที่ยาก สรุปแล้วคำว่าวิพากษ์วิจารณ์ ก็กลางๆ ส่อเสียดไม่ดี ส่วนนินทาคือการว่าร้ายลับหลัง นินทาคือคนไม่แน่จริง ต้องพูดต่อหน้า วิพากษ์วิจารณ์กันเลย หากว่าวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความเข้าใจผิดไม่มีปัญญาก็เสียหาย แต่การวิพากษ์วิจารณ์นั้น ทำให้เกิดการแก้ไขต่อไป ก็ต้องวิพากษ์วิจารณ์อย่างดี ไม่ใช่ความส่อเสียดหรือนินทา หากไม่มีการวิพากษ์วิจารณ์สังคมก็ไม่ก้าวหน้าไม่กระเตื้อง จม ใครจะเป็นจะตายอย่างไรก็ช่างเขา เราก็ไม่ว่าใครอะไร คุณอยู่ในสังคมก็ไม่มีคุณค่าอะไรเลย แม้แต่สังคมนี้น่าช่วยเหลือกัน แต่ยิ่งไม่บอกใครเลย บุคคลก็ไม่มีวิพากษ์วิจารณ์ใคร สังคมก็ไม่วิพากษ์วิจารณ์ใคร อันนี้อาตมาไม่เอา ไม่มีประโยชน์คุณค่าต่อสังคมเป็นระบบเทวนิยมของฤาษีหนีเข้าป่าขุดรู
อ่านต่อ
อยู่ อันนี้ไม่ใช่ลัทธิพุทธ ซึ่งเป็นลัทธิที่มีประโยชน์ต่อสังคม นั่นคือความเป็นพุทธ
สิกขมาตุกล้าข้ามฝัน สิกขมาตุรินฟ้า สมณะฟ้าไท สมณะแสนดิน 620111_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เราคือโพธิสัตว์
พ่อครูว่า... เรื่องการตอบการโต้ มันเป็นเรื่องเจริญ แม้แต่ที่สุดมันเป็นเรื่องของสงครามก็มีความเจริญ แต่คนที่อวิชชาทำสงครามเพื่อที่จะ ข่มคนอื่น ทำร้ายคนอื่น กับคนที่จะต้องทำสงครามเพื่อที่จะให้คนอื่นได้รับความรู้ ได้รับความเข้าใจและทำให้สังคมมนุษยชาติมวลมนุษยชาติส่วนใหญ่ ได้รับผลที่ถูกต้องได้รับประโยชน์ที่ดีทำเพื่อสังคมมวลมนุษยชาติ ถ้าไม่ทำ ปล่อยให้ โดยเฉพาะพวกที่รุกราน พวกที่อวิชชา ทำแต่ฝ่ายเดียวเขาก็จะหลงตัว เขาก็จะยึดมั่นถือมั่นมันก็ยิ่งจะรุนแรง มันก็ยิ่งจะนานแสนนานเข้าไปอีก เราก็ต้านเขาบ้าง แต่ต้านโดยที่จะต้องดูตัวเอง เรามีอำนาจไปต้านเขาไหม ทีนี้การต้านเขา เราจะต้องต้านด้วยความแรงน้อยกว่าเขา ร้ายน้อยกว่าเขา เลวน้อยกว่าเขา ถ้าเราไปต้านร้ายแรงกว่าเขา เลวมากกว่าเขา อย่างนี้เป็นต้น หมดท่าเลย เราก็ได้วิบากอันนั้นมากยิ่งขึ้น แต่ถ้าเราไปต้านแล้วเราจำเป็นต้องต้านทานไว้ แต่เราไม่ได้เลวอย่างเขาไม่ได้แรงอย่างเขา ไม่ได้ร้ายอย่างเขา อันนี้แหละ เขาเลวกว่าเยอะ ไม่ได้ร้ายอย่างเขา เขาร้ายกว่าเรามาก ไม่ได้แรงกว่าเขาเลย และ จริงๆแล้วเทียบกันได้เลยเขาแรงกว่าเลวกว่า แม้แต่ที่อาตมาแสดงออกแรงแต่เวลาไปรบอาตมาจะเบากว่านี้อีกเยอะ แต่เวลาอยู่ตรงนี้จะแรง แต่เวลาไปรบอาตมาจะสู้ด้วยความสงบสู้ด้วยความเบา สู้ด้วยความไม่ร้ายสู้ด้วยความดี เอาความดีสู้เอาความถูกต้องสู้ จะเป็นอย่างนั้น นี่คือเครื่องมือรบของอาตมา อาตมาจะใช้ศาสตระ คำนี้ ใช้ได้ทั้งอาวุธที่จะไปรบและความรู้ เป็นเทวธัมมา ที่เป็นสองแง่ เป็นเรื่องลึกซึ้งมาก