สื่อธรรมะพ่อครู(สัมมาทิฎฐิ 10) ตอน อย่ามุ่งแต่รู้บัญญัติของสภาวะจนไม่ใส่ใจปฏิบัติสภาวะ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.67 KB
วันที่แก้ไข20 มกราคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สัมมาทิฎฐิ 10) ตอน อย่ามุ่งแต่รู้บัญญัติของสภาวะจนไม่ใส่ใจปฏิบัติสภาวะ _จากลูกศีรษะอโศก กราบนมัสการพ่อท่านที่เคารพบูชายิ่ง กราบขอโอกาสอีกครั้งค่ะ ขออนุญาตกราบเรียนถามเรื่อง กามราคะ ผิดถูกอย่างไรขอความเมตตาพ่อท่านช่วยชี้แนะด้วยค่ะ 1. ผู้หญิงคนแก่ และ ผู้ชายคนแก่ อายุ 80-90 ปี มองเห็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ที่อ่อนวัยกว่า แล้วพูดออกมาเป็นวจีกรรมว่า สวยหรือหล่อ อย่างนี้ เรียกว่ายังมีกามภพในวัยแก่ ถูกต้องหรือไม่คะ พ่อครูว่า..จริงๆแล้วคนสวยหรือหล่อเป็นคนซวยเพราะเป็นเหตุให้คนมาปองรักก็คือปองร้าย เขาอยากได้ไปเป็นของเขา เราก็ควรเป็นเรา เขาเอาเราไปเป็นเขาได้อย่างไร มันลึกซึ้งอย่างนี้ธรรมะ เพราะฉะนั้นคนที่รู้ดีแล้วก็จะไม่พูดสวยหล่อออกมามากมาย แต่จะพูดตามสังคมศาสตร์บางครั้งบางคราวที่ประนีประนอมไปกับสังคมบ้าง อันนี้ก็อย่าไปตีความที่คลุม ว่าคนนี้จะต้องมีกิเลสเสียทีเดียว ยังไม่น่าจะไปยึดมั่นถือมั่นอย่างนั้นเสียทีเดียว

2. ถ้าเห็น แต่ไม่พูดออกมาเป็นคำพูด แต่มีความรู้สึกอยู่ข้างในใจ ว่า สวย หล่อ ไม่แสดงอะไรออกมาให้เห็น แม้แต่แววตา เก็บอารมณ์ได้ดีมาก อย่างนี้เรียกว่า ยังมีรูปภพ ในวัยแก่ ใช่หรือไม่คะ

3. กามภพ รูปภพ เรื่องผู้หญิงผู้ชายไม่เอาแล้ว แต่เสพสุขอยู่กับงานที่เราชอบ และเสพสุขอยู่กับความเป็นส่วนตัว อย่างนี้เรียกว่า อรูปภพ ใช่หรือไม่คะ 4. อาสวะ เป็นกิเลสละเอียด แต่สามารถแตกตัวให้โตขึ้น ถ้าประมาท ลูกสงสัยคำว่า อนุสัย เป็นสัญญาที่ไม่มีกิเลสปน หรือว่า เป็นสัญญา ที่มีกิเลส ที่เป็นละอองธุลี ที่เห็นได้ยาก และล้างสัญญาในเรื่อง กามผู้หญิงผู้ชายได้อย่างไร ขอพ่อท่านยกตัวอย่าง เป็นรูปธรรมด้วยค่ะ ลูกอยากจะให้กิเลสตัวนี้ เป็นสูญ กราบขอความเมตตาชี้แนะด้วยค่ะ กราบข

อ่านต่อ

อบพระคุณอย่างสูงยิ่ง

พ่อครูว่า...รูปภพคือส่วนเหลือของกาม ถ้าอรูปภพไม่มีกามแล้วมีแต่มานะ อุทธัจจะ อวิชชา เป็นกิเลสของอัตตาตัวท้าย ถามว่า อนุสัยเป็นสัญญา ที่มีกิเลส ที่เป็นละอองธุลี ที่เห็นได้ยาก และล้างสัญญาในเรื่อง กามผู้หญิงผู้ชายได้อย่างไร ที่ถามมา ถามเรื่องความละเอียดในบัญญัติ ผู้ที่มีสภาวะแล้วจะไม่เขียนมาให้ยากจะอ่านกิเลสในตัวเองแล้วแยกแยะออกได้ อันนี้ไม่ใช่กามกับอัตตา สองฝั่งใหญ่ ถ้าละเอียดเข้าไปหากาม รูปราคะ อรูปราคะ หากเลยไป มานะ อุทธัจจะ อวิชชา คนที่มีสภาวะจะไม่ถามละเอียดไปถึงตรงนี้ นี่ถามรายละเอียดอย่างนี้มาแปลว่าไม่มีสภาวะอย่าถามมากเลยคุณจะงงในบัญญัติมาก คุณจะไปละเอียดอยู่ที่ภาษาแล้วนึกว่ามันมีความลึกซึ้ง ไปกับภาษามากเกินไป เอาพยัญชนะที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในสังโยชน์ก็เพียงพอแล้ว หรือเมถุนสังโยค ก็บอกไว้ มีอะไรต่างๆที่จะต้องการแตะต้องสัมผัสนวดฝั้น หรือไม่ก็มีสายตากระทบด้วยสายตาก็ยินดี หรือว่าได้ยินเสียงกระซิกกระซี้ก็ยินดี ไปจนไม่มีแล้วก็มีมะลังมะเลือง จนถึงเมถุนสังโยค ไม่มีอะไรแล้วก็ยังกรุ่น ท่านใช้พยัญชนะว่าเทวะ คือกามเทพ เพราะเทวะก็ไปทางกาม ถ้าอัตตาจะไปทางตัวตน การจะยกตัวอย่างเป็นรูปธรรมมันไม่มีหรอก มันเป็นอรูปธรรม แล้วไปยกตัวอย่างให้เป็นรูปธรรม คุณเล่นแต่ในพยัญชนะคุณไม่มีสภาวะ รูปราคะก็ไปข้างในแล้วจะให้เป็นรูปธรรม คล้ายๆบอกว่าจะขี้นะ อย่าให้อะไรออกมาจากตูด ตดก็ไม่ได้นะ อย่ามีอะไรออกมาจากตูดแม้แต่ตดก็ไม่ได้ แล้วจะขี้อย่างไร คนเล่นแต่พยัญชนะแต่สภาวะมันไปอย่างที่พูดมันไม่ได้ อย่าไปติดในพยัญชนะมากเกินไป อาตมาอธิบายละเอียดเกินไปทำให้คุณเป็นคนติดยึดเกินไป ต่อไปคงไม่เอาอย่างละเอียดเอาอย่างหยาบไปก่อนนะ 620116_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ หยุดปฏิบัติการ IO โลกียะพาฉิบหาย

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน