620528 เพ่งโทษหรือแค่วิจารณ์ ต่างกันที่สัญญา ย นิจจานิ.docx
เนื้อหาในไฟล์
620528 เพ่งโทษหรือแค่วิจารณ์ ต่างกันที่สัญญา ย นิจจานิ
ฆราวาส(ญ) : พ่อครูคะ เราจะแยกแยะยังไงคะ ว่าสิ่งที่เรากำลังทำคือการเพ่งโทษหรือสิ่งที่เราคิด สิ่งที่เราพูด คือการเพ่งโทษหรือการวิพากษ์วิจารณ์ คือการสังเคราะห์คือการวิเคราะห์ พ่อครู : เราก็ต้องมีปฏิภาณรู้เอง 1 ความหมายที่คุณพูด อันนี้เราต้องการจะถาม ต้องการจะวิเคราะห์จิตของเราอีก 1 มันต้องรู้จิตของเราว่า จิตเพ่งโทษของเรามีอีกไหม เพ่งโทษหมายความว่า จิตของเรามีอกุศลจิต ที่จะไปลองภูมิเขา ไปดูถูกเขาในที อะไรก็แล้วแต่ที่มันเป็นเรื่องอกุศล เราไม่มี อกุศลจิตของเราไม่มี ถามเพื่อต้องการพี่จะมาแยกแยะ มาวิจัย มารู้ มาเข้าใจความแตกต่าง เข้าใจความถูกความผิด วิจัยเชิงชั้น 2 อย่างเทวะ อันไหนควรอันไหนไม่ควร อะไรถูกต้อง อะไรไม่ถูกต้อง ต้องการเท่านั้น จิตเพ่งโทษ อกุศลจิตที่จะโดยเฉพาะกับเราคนถาม หรือแม้แต่จะติ๊ดชิงกับคนอื่น ถามคนนี้เพื่อจะไปถึงคนนี้ เป็นอย่างนี้ เราเพ่งโทษมันอยู่ แล้วจะรู้ความรู้นี้เอาไปเช่ง เราไม่มีทั้งน้้น จิตเราบริสุทธิ์ จิตเราก็ต้องการรู้ความจริงตามความเป็นจริงก็จบ สมณะเดินดิน : ก็สงสัยคำสอนของอาจารย์ มันถูกหรือเปล่า พ่อครู : ถ้าคุณเอง คุณศรัทธา เลื่อมใส คุณเชื่อว่าจะถูก คุณก็มาถามเพื่อเอาประโยชน์ แต่ถ้าคุณ ไม่เชื่อ คุณก็มาลองภูมิได้ คุณมาลองภูมิได้ เพื่อที่จะพิสูจน์ จนกระทั่งเรา ลององภูมิไปลองภูมิมา แต่่ถ้า คุณเอง คุณก็ดื้อด้าน คุณก็มีอัตตา ยึดมั่นถือมั่น เชื่อตามที่กูเชื่อนี่แหละ อธิบายมายังไงๆคุณก็มองมุมแย้งได้หมด จริงๆมุมแย้งมองได้หมด ทุกอย่างเป็น 2 สัจจะมันไม่มี พระพุทธเจ้าตรัสว่าสัจจะมีหนึ่งเดียวเท่านั้น สัจจะไม่มีในโลก ฟังแล้ว เอ่ะแล้วมันมีหรือไม่มีในโลก ผู้ที่รู้สจจะเป็นหนึ่งเดียวจริงๆนั้นไม่มี สั
อ่านต่อ
ญญายนิจานิ สัญญาของตนเอง กำหนดถูกของตนเองเท่านั้น เพราะว่าคุณอยู่กับ 2 คน แย้งกันไปแย้ง กันมา แม้แต่พระพุทธเจ้ากับอีกคนหนึ่ง เธอกับเรามีความเห็นของเธอก็อย่างหนึ่ง ของเราก็อย่างหนึ่ง จบ ท่านก็จบแล้ว มันก็มี 2 เท่านั้น ก็ยืนยันแล้ว เขาไม่เปลี่ยนแปลง จะให้พระพุทธเจ้าไปเห็นตามนั้น ท่านก็เห็นตามนั้น ของเธอก็ของเธอ เขาก็ยอมจบ ยอมจบที่ให้เขายืนยันว่าของเขาไม่เปลี่ยนนะ ไม่เปลี่ยนก็เรื่องของคุณ ให้คุณเอาตามเรา เราไม่บังคับคุณ เราไม่เอาหรอก คุณก็คือคุณ เราก็เรา นี่คือจบ 2, 2 ใน 1 คือ 1 กับ 0 มันก็มีจบ จบก็เป็น 1 สมณะเดินดิน : บางคนยอมไม่ได้ก็ยังไม่จบ พ่อครู : เอ่อยอมไม่ได้ก็ยังไม่จบ หรือมันไม่เห็นจริงๆเขาก็ไม่จบ แม้ว่าเขาจะหยุดเขาเทียงไม่ได้ เขาไม่มีเหตุไม่มีผล แต่เขายังเชื่อของเขาอย่างนั้นอยู่ เขาก็ยึดของเขา ไปบังคับอะไรเขาได้ สมณะแสนดิน : สายเจโตแบบนี้ก็คงยาก พ่อครู : จิตใจของใครของมัน ผู้ที่มาอโศกก็มีตั้งเยอะ ก็อยู่อย่างนั้น พูดไปเถอะ อธิบายไปเขาก็ไม่คลี่คลาย เขาก็ยึดมั่นถือมั่นแล้วมันบัง ยึดมั่นถือมั่นมันบัง เพราะคุณก็จมอยู่ในมุมของคุณ พูดยังไง บางคน ก็อยู่ในมุมของคุณ พูดยังไงบางคนก็ไม่ออกจากมุมของคุณ คุณก็อยู่ในมุมของคุณอย่างเดิม แล้วมันจะเปลี่ยนแปลงได้ไง เรียกว่ายึดมั่นถือมั่น ใช้ภาษายึดมั่นถือมั่น สมณะแสนดิน : ยิ่งพวกที่ชอบถือไมค์แล้วบอกว่ามันต้องฝึกด้วยการพูดนี่แหละ สมณะเดินดิน : มีอู้ดคนเดียวนี่แหละ พ่อครู : มันก็อยู่อย่างนั้นแหละ สมณะแสนดิน : ถ้าหยุดพูดแล้วคุณจะได้ คุณเชื่อไหมว่าคุณจะได้ ทำวัตรเช้าเขาจะพูด พ่อครู : แล้วก็พูดกุกกักๆอย่างกับคนติดอ่าง ช้า เป็นอะไรไม่ได้ สมณะแสนดิน : ก็เขาเชื่อว่า ต้องพูดนี่แหละมันถึงจะดี สมณะเดิน : คืออย่างที่พ่อท่านบอกเขาอยู่มุมเขามุมเดียว ไอ้ที่พวกเราพูดไป พ่อท่านพูดไปยังไง เขาก็อยู่มุมเขาอย่างเก่านั่นแหละ ไม่ได้เปลี่ยน พ่อครู : ไอ้อย่างนี้มันเป็นเรื่องวาสนา แต่ที่จริงเขาเปลี่ยนอยู่ เปลี่ยนความเข้าใจ เปลี่ยนภูมิอยู่ เปลี่ยนความรู้เพิ่มเติม แต่วาสนาที่เขาแก้ไม่ได้ มันต้องเป็นกายกรรม วจีกรรม วจีกรรมของเขาพูดอย่างนี้ สำเนียง ภาษา อยู่อย่างนี้ เงอะๆงะๆ สมณะเดินดิน : เขาภูมิใจอยู่กับชาวอโศกได้ ไม่ใช่ธรรมดานะผม พ่อครู : เพราะเขามีตัวตนก็เยอะ เขาอยู่กับชาวอโศกได้ ก็ลดไปเยอะ ถ้าไม่งั้นเขาจะไปทะเลาะ ไปว่าคนอื่่น เขาก็ปล่อยๆ เขาก็ได้มีภูมิอันนี้ซ้อนๆอยู่ แต่ความยึดมั่นถือมั่นในตัวตนยังมีอยู่สูง มันก็เลยตีไม่ค่อยแตก มันไม่ออก อันอื่นแม้จะได้มันก็หุ้มๆ หุ้มไว้เท่านั้นเอง ตัวกู้ของกู้มันก็อยู่ก้อนเกิดก้อนเดิม สมณะแสนดิน : พ่อท่านมองคน มองคนที่ว่าเขาเป็นขั้นตอนของเขา พ่อครู : เขามีขั้นก้าวหน้าอยู่ คนที่อยู่ที่นี่น่ะ แม้เขาจะจำนนอย่างเช่น พวกคิสต์ พวกเทวะนิยมมาที่นี่ ก็เอาภูมิธรรมมา แล้วเขาก็อยู่เท้านี้ เพราะชีวิตเขาต้องไปตามอย่างพวกต่างชาติ เขาก็มาค่อยๆเติม เติมๆๆๆๆ ของเก่ามันมากจนกระทั่งชาตินี้ทั้งชาติก็ไม่เปลี่ยนหรอก จนกว่าคุณจะมีสิ่งที่โอ่ สิ่งที่ได้มาใหม่มันมาก จนกระทั่งเปลี่ยนแกน เปลี่ยนชาติ เปลี่ยนฐาน ชาติหน้าค่อยมาทำอย่างนี้ แต่บอกของเก่าก็ยังมีออกมา มันเปลี่ยนแกนเปลี่ยนมาเป็นนอก นอกเปลี่ยนเป็นใน ชาตินี้มันได้นอกดีเยอะ ชาติหน้าเกิดมาไอ้นอกไปเป็นใน ไอ้แกนในกลางยังมาหุ้มโลกอยู่ ถ้ามาเสริมแกนในเข้าไปอีกทีนี้ก็ถ้ามันมีมากพอ มันก็ชนะ สมณะแสนดิน : คนที่เป็นคริสต์ที่มาอยู่กับพ่อท่าน ผมรู้สึกเขาจะต้องหนักมาก พ่อครู : ใช่ เขาต้องอนุโลมทางที่เขาอยู้กับตระกูล อยู่กับศาสนาเขา เพราะเขาเปลี่ยนไม่ได้ ในเชื้อชาติเขาเปลี่ยนไม่ได้ เชื้อชาติจะเป็นเช่นนี้ เขาเกิดมาเป็นชาวอิสลาม อิสลามมันฝังยึดมาก ชาวคริสต์เขาไม่มีปัญหามาก อย่างพัชระมาเนี่ย เอ่แก่จะเป็นคริสต์หรือเป็นพุทธ สมณะแสนดิน : มาเป็นพุทธ แต่เขายังติดทางนามธรรมอยู่ สมณะเดินดิน : เขากำลังซาบซึ้งในพระธรรม สมณะแสนดิน : ซาบซึ้ง แต่อีกคนหนึ่งยัง พ่อครู : มันก็ค่อยๆมี มีสาระ มีหลักฐาน ความรู้ ความจริง อะไรเขาไปเรื้อยๆ จนกระทั่งเขาไปถอนรากเดิม ความเชื่อเดิม ความยึดถือเดิม บางทีชาตินี้ความรู้ความจริงมันได้แล้วละ แต่เขาจะถอนตระกูลยาก จะเปลี่ยนมา มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ มันเกิดมาแล้วชาติหนึ่ง สมณะแสนดิน : มุสลิมก็มีกูซะ พ่อครู : หลายคน สมณะเดินดิน : กรณีลุงจำลอง ลุงรุ่งโรจน์ นี่แหละครับ ลุงเขาบอกชาติหน้าเขาจะมาบวช คุณรุ่งโรจน์บอกชาติหน้าจะกลับมาเป็นตำรวจต่อ ไอ้อย่างนี้ใครเปลี่ยนมากกว่ากัน พ่อครู : เอ่อ มันเป็นง่าย มันเข้าใจง่ายกว่า สมณะเดินดิน : มันคนละรอบแล้ว ลุงจะบวช พ่อครู : ไอ้นั่นเขายังอร่อย ยังรู้สึกว่าแม้รู้สึกมันเด่นนะ น่านับถือ เขายังยึดถืออยู่ คุณรุ่งโรจน์เขายังนับถือ กรรมกิริยาอย่างนี้มันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ เป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ เขาก็ได้เสียสละ มันเป็นวีรกรรม ก็ยังยึดพวกนี้อยู่ สมณะเดินดิน : พวกเรามองว่า ชินแต่โปลีสสัตว์หรึเปล่าครับ พ่อครู : ไม่ใช่โปรลีสสัตว์ จะว่าก็ได้ อย่างคุณจำลองเขาชัดเจนแล้ว ก็ผ่านมาเหมือนกันกับรุ่งโรจน์ แต่คนละงานเท่านั้นเอง ภูผาที ก็เหมือนกันนั่นแหละ เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาเหมือนกัน จนเขาแทงบญชีตายแล้วเหมือนกันคุณจำลอง มันก็ไม่ใช่วีรกรรม วีรกัน คือ ฐานมันต่างกัน ฐานนี้ยังไม่ปล่อย ฐานคุณรุ่งโรจน์เขายังไม่ปล่อย ฐานคุณจำลองเขาปล่อยแล้ว เพราะฉะนั้น มันจะมีปัญหาอะไร ถ้าชนะ ผมมาบวช ประธานก็ปล่อย ชาตินี้มันไปแล้ว มันเปลี่ยนแปลงยากแล้ว คุณรุ่งโรจน์บอกว่ายังๆ ชาติหน้ายังเอาอีกไม่ มันคนละฐาน สมณะเดินดิน : ยังคิดบำบัดทุกข์ บำรุงสุขของประชาชน พ้อครู : ถ้าจะว่าเป็นโพธิสัตว์ ก็ยังเห็นแก่ประชาชน สมณะเดินดิน : ทนายสมพงษ์เขาบอกว่า ถ้าไม่มีใครกล้าลงนรก แล้วใครจะลงก่อน ขนาดวิบากเยอะยังไม่กลัวเลย พ้อครู : ก็ศึกษาไป แต่ละบุคคลเป็นตัวอย่างของแต่ละคนแต่ละคน แต่ละมุม เป็นล้านๆมุม ล้านๆมิติ ล้านๆเหลี่ยม สมณะหนักแน่น : ล้านๆมุมหรือล้านๆกัปป์ครับ พ่อครู : กัปป์เป็นทางเดิน มุมเป็นจับมุม จับประเด็น
ถอดข้อความโดย อุทัย