เศรษฐกิจดีจริงเป็นเช่นนี้.docx
เนื้อหาในไฟล์
เศรษฐกิจดีจริงเป็นเช่นนี้ หมอเขียว...ทางตะวันตก เขาคิดว่าเศรษฐกิจของเขามั่นคง แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นไม่มั่นคงแล้ว คนที่รวยที่สุดอย่างวอร์เรนบัฟเฟตต์ ปรากฏว่าเขาไม่สามารถรักษาความรวยไว้ได้เหมือนเดิม เขายอมขายหุ้นขาดทุนเลย พ่อครูว่า...มันคงจะฟื้นฟูกันไม่ได้แล้ว มันไขความจริงออกมา เศรษฐกิจบุญนิยม จะปรากฏตัว หลังจากโควิดนี้แหละ จะเริ่มปรากฏตัวว่าเศรษฐกิจหรือแนวคิด Concept ของเศรษฐกิจ จะเปลี่ยนไป ว่า เศรษฐกิจจริงๆแล้ว เศรษฐกิจที่ดีคืออะไร เศรษฐกิจที่ดีคือเศรษฐกิจที่มีทรัพย์สินแต่เพียงพอดีพอเหมาะพอเพียง แต่ละฐานะบุคคล ทีนี้ ฐานะบุคคลที่มันผิดพลาดอยู่ทุกวันนี้ก็คือ เศรษฐกิจดีนั้น ผู้ที่ทำงานหนักผู้ที่ทำงานทำงานสร้างสรร ไม่ใช่เอาหุ้น วิธีคิดแบบทุนนิยมเอาหุ้น เป็นทรัพย์สินที่จะใช้แนวคิดว่า อันนี้เป็นทรัพย์สินของบุคคลนี้ซับซ้อนไว้มากๆ ที่จะฝากไว้ตรงไหนก็แล้วแต่ วิธีคิดสะสมเงินทองเป็นของตัวเองมากๆสะสมด้วยเงินทองหรือวิธีการอื่น เป็นหลักทรัพย์ เป็นวิธีคิดที่สะสม สรุปง่ายๆว่าเป็นการสะสมทรัพย์สินเงินทองเกินกว่าความพอเหมาะพอดีของฐานะนั้นเป็นวิธีเลวทรามทั้งสิ้น สรุป คนก่อสร้างความรวยให้แต่ตัวเองเป็นคน …. เสฏฐะ แปลว่าความประเสริฐ คนที่มีความรู้จริงจะไม่สะสมความรวย เพราะการไปดูดเอาทรัพย์สินส่วนกลางมาเป็นของตนให้มากนั้น คือคนขี้โลภ คนเห็นแก่ตัว เป็นคนเลว นี่เป็นสัจจะ สรุปอีกทีคนรวยคือคนเลว ที่พูดว่าอย่างนี้คือไม่กลัวคนรวย มองเผินๆเขาอาจคิดว่า ไปพูดว่าเขาทำไม เดี๋ยวเข้ามาทำร้ายหรอก อาตมาก็ยอมรับ หากเขาโกรธ ที่ไปว่าความรวยคือความเลวของคน ความรวย คือการสะสมวัตถุสมบัติเงินทองอะไรก็แล้วแต่ให้มากๆแล้วไม่สะพัดออกไปสู่คนอื่น มันเป็นความเห็นแก่ตัวมันเป็นความทำให้คนอื่นลำบากยากแค้นต้องแย่งชิงกั
อ่านต่อ
นมันเป็นการทำความทุกข์ให้แก่โลกแก่สังคมมนุษยชาติ คนกอบโกยทรัพย์สินเงินทองให้แก่ตัวเองมากๆนี้ อาตมาเคยอธิบาย คนที่รวยที่สุด จะมีบริษัทของตัวเอง ผู้ที่เป็นหัวหน้าเป็นเจ้าของบริษัทจะจ่ายทุนหรือจ่ายทรัพย์สินของตัวเองให้แก่ลูกน้องผู้ที่มาทำงานเป็นระดับชั้นไป แล้วตัวเองเป็นเจ้าของบริษัทใหญ่ที่สุดเป็นคนที่ไม่มีทรัพย์สินเลย ให้คนที่เป็นลูกน้องแจกจ่ายกันเป็นชั้นระดับอย่างเหมาะสมควรที่จะได้ คนยิ่งระดับล่าง ระดับกรรมกร ระดับที่ต้องใช้เงินทองมาใช้ทั้งการขนส่งลงทุน ทำวัตถุดิบ พวกนี้ต้องมีเงิน ให้พวกนี้มีเงินสมฐานะสมรรถนะ ความขยันของเขาก็ต้องมีเงินทองข้าวของวัตถุหมุนเวียนได้สัดส่วน นี่คือสัจจะที่จริงแล้ว คนที่เป็นฐานกรรมกรจะต้องมีเงินทองมาก จะใช้ว่าเป็นคนรวยมันไม่ดีเดี๋ยวจะสับสน จะต้องมีเงินทองมีทรัพย์วัตถุมากเพื่อที่จะเอามาใช้ทำงาน ส่วนผู้ที่เป็นเจ้าของบริษัทไม่ต้องมีเงินทองเลย สะพัดออกไปให้มากเลย นี่คือสัจจะของเศรษฐศาสตร์เศรษฐกิจ พูดแล้วคนเขาก็หูหักเขาฟังแล้วบอกว่าเป็นไปไม่ได้หรอก จริง เป็นไปไม่ได้ในความคิด แต่อาตมาทำได้เกินกว่านั้น เอาของพระพุทธเจ้ามาทำเป็นสาธารณโภคี มาดูชุมชนชาวอโศกสาธารณโภคี คนขยันที่สุดทำงานได้ดีมีสมรรถนะมีความรู้ความสามารถ แต่ทำแล้วเอาเข้ากองกลางไม่มีสมบัติของตัวเองเลยเป็น 0 นี่แหละคือเศรษฐีใหญ่ เศรษฐศาสตร์ หรือเสฏฐบุคคล เป็นเศรษฐีแท้ คนที่มีทรัพย์สินเงินทองมากจดทะเบียนเป็นของตัวเองมีกฎเกณฑ์กฎหมายใครแย่งชิงไม่ได้ คนพวกนี้คือ พวกคนจนกระจอกคนจนไม่รู้จักจบ