สื่อธรรมะพ่อครู(นิยามชีวิต 5) ตอน การพัฒนาตนของคนเลข 7.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(นิยามชีวิต 5) ตอน การพัฒนาตนของคนเลข 7 _ChittraAswin จิตรา อัศวิน : ขอโอกาสเรียนถาม เนื่องในวันวิสาขบูชาที่ผ่านไป พุทธประวัติระบุว่าหลังจากเจ้าชายสิทธัตถะประสูติได้ ๗ วัน พุทธมารดาจึงสิ้นพระชนม์ สังขยาเลข ๗ มีนัยยะประการใด พ่อครูว่า…เลข 7 เป็นเลขที่ อจินไตย จะเรียกว่ายิ่งใหญ่ก็ยิ่งใหญ่ เป็นเลขที่ตั้งหลัก ตั้งหลักที่จะก่อเกิดสิ่งที่ประเสริฐสูงสุดแล้ว เมื่อถึงฐานที่ 7 8 9 ก็สูงสุด วัฏฏะ 1 ก็สามเส้า มีประธานมีบวกมีลบ สามเส้า 1 cyclic ถ้าเป็นสสารพลังงานวัตถุก็มีบวกลบและก็มีนิวเคลียสมันไม่มีประธาน มันก็มีแต่พลังงานบวกลบ พลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าแสงเสียงอะไรต่างๆทางฟิสิกส์ มันไม่มีตัวประธานควบคุม นั่นคืออุตุนิยาม มันจะถูกแรงภายนอกกระทำ กระแทกกระเทือนทำให้มันเปลี่ยนแปลงไป มันจะอยู่อย่างไรก็อยู่ที่แรงภายนอก พอพลังงานที่สูงขึ้นเป็นพืช พีชะ มันต้องมีตัวเองแล้วมี ISH I คือตัวเรา S คือ she H คือ he ลบคือ she บวกคือ he พีชะมีแล้วแต่มันไม่รู้ตัวมันหรอกมันไม่รู้อัตตาตัวเอง แต่มันก็เป็นอัตตาส่วนนึงแล้ว มันมี SH เอาสองส่วนนี้มารวมกันเกิดตัวเอง พยายามไม่เบียดเบียนใครเป็นสภาพอิสระ เจอธาตุอันนี้เอา ธาตุอันนี้ไม่เอา แย่งเขาได้ก็เอามันไม่แย่งหรอกมันดูดเอา เป็นพลังงานอุตุที่มันดูดเอา มันก็ไม่ไปแย่งจากพืชเท่าไหร่หรอก มันก็จะแย่งจากอุตุเป็นหลักเป็นดินน้ำไฟลม เป็นตัวเองได้ ได้ไม่พอก็ซูบซีดไปก็ร่วงโรยเหี่ยวแห้งตาย หากพัฒนาขึ้นไปก็เป็นพัฒนาเป็นพืชชนิดที่ ต้นเป็นพืชที่มันมีอะไรในตัวเองเคลื่อนไหวได้เป็นพืชใต้น้ำจะมีเยอะ เคลื่อนไหวตัวเองได้ พืชบนบกเช่นพวกไมยราพเป็นต้น ซึ่งมันมีรายละเอียดเยอะ จนกระทั่งมาเป็นจิตนิยาม มีจิตเป็นประธานตัวเอง แล้วเบียดเบียนผู้อื่น ตั้งแต่เป็นเซลล์เล็กๆ
อ่านต่อ
เลย เบียดเบียนเขาแหลกลาญ แต่ดีที่ตัวมันเล็ก มันก็เลยเบียดเบียนไม่ได้มาก แต่จุลินทรีย์ตัวเล็กมันไม่ไว้หน้านะ เบียดเบียนแหลกลาญเลย ดีที่ตัวมันเล็กแต่ถ้ามันตัวใหญ่เหมือนช้างนี่ตายเลย เบียดเบียนสัตว์อื่นให้ตายได้ ดีว่ามันตัวเล็ก มันก็ค่อยๆพัฒนามาจากเซลล์เดียวมาเป็นหลายเซลล์จนกระทั่งเป็นล้านเซลล์ จนกว่าจะมีธาตุรู้เป็นจิตวิญญาณมาเป็นสัตว์ที่สอนได้ เป็นหมาเป็นช้างเป็นสัตว์อะไรที่เอามาสอนได้ ให้มารู้จักเรียนรู้อะไรต่ออะไร ใช้ธาตุรู้ของตัวเองมาพัฒนาขึ้นได้เรื่อยๆ จนมาเป็นคน ระดับที่จะเป็นคนอีเดียดโมรอน จนมาเป็นคนที่สอนได้เป็นโลกียปุถุชน ก็ยังมีหลายระดับมีพวกต่ำหยาบ อบายมุขหรือมีหลายชั้นเป็นสภาพหมุนรอบเชิงซ้อน ในโลกีย์นึกว่าตัวเองมีความฉลาด แต่ฉลาดแบบ ซับซ้อน ฉลาดอย่างธัมมชโย ฉลาดอย่างทักษิณ อย่างนักการเมืองพวกนายทุนทั้งหลาย มีความสลับซับซ้อนหาทางที่จะได้เปรียบหาทางที่จะเอาชนะคนอื่น หลงผิดเลยว่ามันไม่ผิดหรอกมันดีด้วยซ้ำ จนกระทั่งไปเป็นลูกน้องลูกมือร่วมกัน วนเวียนไม่รู้กี่ชาติต่อกี่ชาติ เมื่อหลุดออกมาได้ก็มีภูมิปัญญารู้ว่าสิ่งนั้นไม่ดีหรอก ก็จะพัฒนามาอยู่ร่วมกันเป็นหมู่กลุ่ม จะไหลไปหาหมู่กลุ่มที่เป็นโลกุตระ น้ำก็ไหลไปหาน้ำ น้ำมันก็ไหลไปหาน้ำมัน ไม่ต้องกลัวหรอก เราก็มาเข้ากลุ่มไปเรื่อยๆ ขอให้มันจริงเถิด
630513_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ การดำเนินชีวิตในยุคโควิดระบาด