ฝึกฝนจรณะ 15 ต้องมาสัมผัสกับของจริง.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์12 KB
วันที่แก้ไข24 กันยายน 2563

เนื้อหาในไฟล์

ฝึกฝนจรณะ 15 ต้องมาสัมผัสกับของจริง พ่อครูว่า...อาตมาทำงานมาด้วยจิตตัวนี้ อาตมารู้ว่าเราเกิดมาหัวเดียวกระเทียมลีบไม่เหมือนกับกระแสหลักทั้งหมดเลย กว่าจะบุกบั่นมาได้ถึงขนาดนี้จนกระทั่งเขายอม ถ้าไม่มีพระไตรปิฎกอาตมาไม่รอด ลูกไม่รอดแน่ๆ แต่มีพระไตรปิฎกลูกถึงรอดมาได้เป็นหลักฐานยืนยัน แล้วก็ดีที่ว่าคนไทยยังยอมรับนับถือพระไตรปิฎกฉบับนี้แหละฉบับสยามรัฐ คนอื่นเขาตะแบงไม่เอาก็แล้วแต่ ต้องขอบคุณผู้รู้ที่แปลมา พยายามไม่ให้ผิดพยัญชนะ รู้บ้างไม่รู้บ้าง ที่ใช้นี่ฉบับหลวง แปลมาถึง พศ. 2500 นี่สมบูรณ์แล้ว เป็นฉบับหลวง ตอนหลังมี ทางมหาจุฬาลงกรณ์กับของมกุฎราชวิทยาลัย มาแข่งกัน มีหลักฐานจากพระพุทธเจ้าหลายอย่างที่ได้มาจากพระไตรปิฎกถ้าไม่มีพระไตรปิฎกจะไม่รู้เลย มีพยัญชนะที่สัมผัสแล้วเราก็รู้ได้เลยเอามาขยายได้ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ไม่รู้จะบอกยังไงมันมีในตัวของตัวเอง ยกตัวอย่าง อธิบายเรื่องสมาธิ ฌาน หรือกาย บุญ ในพระไตรปิฎกก็ไม่ได้ขยายอย่างนี้ แต่มีโดยปริยาย ก็เอามาอ้างอิงยืนยัน แม้ไม่ตรงเป๊ะ แต่ก็เอามาอธิบายได้ เข้าได้ แล้วอธิบายให้พวกเราไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง จริงๆแล้วในพระไตรปิฎกก็ไม่ได้ขยายความหมาย เช่นมูลกรรมฐานให้แยกกายแยกจิต หรือไม่ต้องเอาอะไรก็แล้วแต่ ธรรมนิยาม 5 อุตุนิยาม พีชนิยาม จิตตนิยาม กรรมนิยาม ธรรมนิยาม ในพระไตรปิฎกไม่มีด้วยซ้ำไป มีแต่ธรรมะนิยาม ส่วนนิยามทั้ง 5 นี้มีอยู่ในอรรถกถาอาจารย์ เอามาจากคัมภีร์วิสุทธิมรรค อาตมาก็ยอมรับว่า อันนี้ไม่ใช่ของท่านพุทธโฆษาจารย์แต่เป็นของพระพุทธเจ้าขอยืนยัน พออาตมาเห็น อุตุนิยาม พีชนิยาม จิตตนิยาม กรรมนิยาม ธรรมนิยาม มันครบแล้ว แต่ท่านอธิบายไม่เหมือนกับที่อาตมาอธิบายเท่าไหร่แต่มั่นใจเหมือนกับที่ว่า พวกคุณฟังก็เข้าใจได้แม้คุณจะยังไม่มีฐานถึง มีแต่

อ่านต่อ

พยัญชนะเหตุผล แต่ถ้าคุณสามารถแยกจิตของคุณให้เป็นวัตถุไปเลยเป็นดินน้ำไฟลม แล้วดินน้ำไฟลมมันไม่มีจิตวิญญาณ คุณก็เข้าใจใช่ไหม ถ้าคุณสามารถแยกธาตุจิตตัวนี้ให้สลายกลายเป็นดินน้ำไฟลมเลย แล้วคุณจะเอาอะไรมาเกิด ข้อสำคัญคุณเข้าใจแล้วทำได้ไหม ที่นี้มันจะรู้ได้อย่างไร ก็ในชีวิตจริงของคุณนี่แหละมีอะไรที่ต่ำหยาบมากในโลกนี้เขาติดกัน แต่เราไม่ เราไม่ติด จิตของเราไม่มีสุขไม่มีทุกข์กับมันจริงๆ จิตของเราไม่มีเวทนาอย่างนั้น สัมผัสแล้วก็จะรู้ที่เขาชอบหรือชัง ไปชอบไปชังทำไม เอาง่ายๆ ผู้ชายไม่ติดลิปสติกเลย ผู้ชายที่ไม่มีเชื้อกะเทยเลย ผู้หญิงเขาชอบ เราก็ผู้ชายก็รู้ว่าเขาชอบ แต่เราไม่ได้ชอบไม่ได้ชัง แต่คุณชอบอย่างไรเราก็รู้ก็เข้าใจ เราก็เฉยๆกลางๆ คนนี้ ชอบลิปสติกเฉดสีนั้นสีนี้ บางคนชอบลิปสติกสีดำบางคนก็ทาให้ขาวเลยก็แล้วแต่ใครจะสมมติไป ทุกอย่างเราศึกษาด้วยตนแล้วก็เกิดความรู้สึก เวทนา นี่แหละ เป็นตัวสำคัญ เพราะฉะนั้นผู้ใดศึกษาอาการของจิตที่เรียกรวมว่าอารมณ์หรือความรู้สึก แล้วแยกแยะให้เห็นความสุขความทุกข์ให้เหตุแห่งความสุขความทุกข์แล้วก็เนกขัมมะออกมา ด้วยเวทนาท่านแจกแจงเอาไว้ถึง 108 ซึ่งครบกระบวนการเวทนา 108 ถ้าเข้าใจเวทนา 108 แล้วปฏิบัติให้ถูก โดยเฉพาะ มโนปวิจาร 18 ที่เป็นเคหสิตะโลกๆ พอเราเข้าใจแล้วว่าเรายังติดสุขติดทุกข์ตั้งแต่อบายภูมิไปติดของหยาบต่ำ ทุเรศ แต่ก่อนเราไม่รู้ แต่ตอนนี้เรารู้แล้ว เราก็ทุเรศในตัวเองเลย แต่ใครไม่เคยไปติด แต่เราก็ได้แล้วไม่ได้ติดยึดอะไรเลย ดีไม่ดี คุณจะไปดูถูกดูแคลนเขาด้วย จะไปติดทำไม คุณไม่ติดมาแล้วในชาตินี้ เราก็เคยผ่านมาแล้ว โสโครกๆเราก็เคยผ่านมา มันไม่ติดก็ดีแล้วคุณได้ละมาแล้วก็ดีแล้ว ถ้าเราติดเข้าไป หรือเราติดในชาตินี้ก็ตาม มันก็ต้องมาเรียนรู้ปล่อยวาง ใครที่บอกว่า เคยติดมาแล้วเราก็มาปฏิบัติธรรมกับชาวอโศก ปฏิบัติแล้วไม่นึกว่ามันจะวางได้ปล่อยได้มีไหม เราไม่ได้นึกว่าตัวเราเองจะล้างได้ แต่มาถึงทุกวันนี้มันก็เฉยก็กลางๆ แต่ก่อนมันดูดผลักไม่ได้เลย จะเป็นจะตายเลยขาดไม่ได้ ลองนึกไปดูสิ แต่ใครระลึกแล้วก็ไม่มีนะที่เราจะติดจนกระทั่งเราขาดไม่ได้ก็เป็นบารมีของเรา บารมีของแต่ละคน ชาตินี้ไม่ได้ยากอะไรเท่าไหร่ หรือบางทีได้มาก่อนแล้วไม่เคยไปติดเลย ทำไมเขาไปติดนะ เราไม่เคยชอบ เราไม่เคยชังเราเฉยๆ อันนี้อย่างนี้แหละ สิ่งนี้ที่เขาติดกัน เราก็ไม่ได้ติด ยกตัวอย่างสิ่งที่พวกกะเทยเขาทำ ปรุงแต่งมาก แต่เขาไม่รู้ตัว เขาว่าสุดยอด เขาแสดงออกว่าสุขนะ เขาก็สุขของเขาไป ที่อาตมายกตัวอย่างกะเทย เพราะว่าเป็นความหลงที่ซับซ้อน รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสต่างๆนานาในศักดิ์ศรีด้วย เขาก็ปรุงกับรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส เวอร์สุดเวอร์ แล้วนิยมชมชอบกัน มันก็ต้องมีในโลกเป็นตัวอย่างถ้าไม่มีเราก็ยืนยันไม่ได้ ใครจะไปทำอย่างนั้นได้ ที่จริงที่เขาไม่ได้เอาอากาศมันมีเวอร์กว่านี้อีกเยอะ เขารู้ตัวเหมือนกันว่ามันมากไปไม่ได้ออกอากาศ แต่ของเขาก็ใช้ปรุงแต่งสัมผัสเสพสมสุขสม เขารู้แล้วว่ามันน่าอายแต่เขาติด เขารู้แล้วว่า มันเกิน เวอร์ไปเยอะแยะ ที่เราเห็นนี้ก็แค่นี้ แต่ที่ยังไม่เห็น potential ยังแฝงซ่อนอยู่อีกเยอะแยะ

จรณะ 15 วิชชา8 ศีล แล้วอปันกปฏิปทา 3 ย้ำแล้วย้ำอีก หากคุณปฏิบัติไม่เดินตามลักษณะจรณะ 15 โดยมีหลักเกณฑ์นี้ เกี่ยวกับสัตว์นี่เป็นข้อที่ 1 เกี่ยวกับของ ของก็คือว่าถูกกับพืช ไม่ใช่จิตนิยาม สัตว์มีจิตนิยาม แต่พืชกับของนี่ไม่ใช่จิตนิยาม ไม่มีสุข ทุกข์ บาป บุญ กุศล อกุศล ไม่จองเวร ไม่สะสมวิบาก ศีลข้อ 2 คือวัตถุ กับพืช จะพิจารณาอย่าทุจริต ส่วนสัตว์นั้นอย่าโหดร้ายรุนแรงต่อกัน ต้องหวังประโยชน์เพื่อสัตว์ทั้งปวง ส่วนข้อ 3 นี้เป็นรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ตัวนี้สลายยาก และมันถึงขั้นเบื้องต้นและจบ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส มีทั้งเริ่มต้นและมีตัวจบ ส่วนของคนกับสัตว์กับพืชกับของนี้บรรลุได้ก่อน แต่รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสนี่ทีหลัง ยากมาก ในสังคมชุมชนชาวอโศก เรื่องเกี่ยวกับสัตว์ เรื่องเกี่ยวกับทุจริต คือในวัตถุก็คือในพืชหรือทุจริตในคน ก็คือสัตว์ ถ้าคุณเองไปทุจริตกับคนด้วยกัน คุณก็ยิ่งแย่ สัตว์นี้เราต้องปรารถนาดีต่อเขาแต่คุณยังไปทุจริตกับสัตว์อีก มันก็ยิ่งแย่เพราะมีวิบาก ทุจริตกับของกับพืชมันไม่มีวิบาก ฉะนั้นความซับซ้อนในความเป็นสัตว์ คุณอย่าไปเกี่ยวข้องด้วยใดๆเลย สัตว์ทั้งหลายแหล่โดยเฉพาะกับสัตว์เดรัจฉานนั้น ปล่อยไปตามยถากรรม ไม่ต้องไปสร้างความรักความต่างกับสัตว์เดรัจฉานได้เลย คนนี่แหละ คุณมาพยายามอย่าให้เกิดความรักความชัง มันมีวิบากกันอีกเยอะเลยเราไม่รู้ เราได้มาล้างแล้วจะมีเหลือเชื่ออีกเล็กๆน้อยๆ ที่เราพรากมา แต่ไม่ได้จองเวรจองกรรมมีอีกเยอะ คนข้างนอกทำแต่คุณไม่ถือสาได้ แต่คนข้างในทำแล้วเขาจะถือสา คุณจะไม่ติดใจคนข้างนอกเลย คนข้างนอกจะมาทำอะไรกับเรา เราก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเขาไม่รู้ แต่คนข้างในนี้เราวางใจได้ยากกว่า คนที่หยาบกว่าเราเราวางใจได้ง่าย หรือคนที่ใกล้กันนี้วางยากกว่า หรือคนที่สูงกว่าก็วางยาก เพราะเรายึดว่าเขาไม่น่าทำอย่างนี้เลย ต้องอ่านอาการใจติดยึดดูดผลักอย่างไร ก็ต้องเข้าใจว่าเขาก็เป็นของเขา เราก็เป็นของเรา เขาก็มีชีวิตของเขา เราก็มีชีวิตของเรา กรรมก็เป็นของเขาไม่ใช่ของเรา ยิ่งเราเองวางงได้แล้ว เขายังวางไม่ได้ ก็เขาน่ะ เราสงสารเขา เขายังวางไม่ได้ยังผลักยังดูดอยู่ มันจะค่อยๆเข้าใจสัจธรรมของจิตวิญญาณให้เรียนรู้ไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นวิธีของพระเจ้าให้มาปฏิบัติ อปัณณกธรรม 3 ต้องสำรวม ตาหูจมูกลิ้นกายใจ หากไม่ปฏิบัติธรรมแล้วสังวรตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ที่จะสัมผัสแล้วเกิดอาการ เวทนา คุณก็ไม่ได้ปฏิบัติธรรมอะไรเลย เพราะฉะนั้นคุณก็จะต้องรู้ว่าเมื่อคุณสำรวมอินทรีย์ ตา หู จมูก ลิ้นกาย ซึ่งใจก็ตาม แล้วคุณก็จะต้อง ตัด แต่คนปฏิบัติตัด ไม่เอาตา หู จมูก ลิ้น กาย เข้าไปเอาแต่ใจเลยมันโมฆะ จริงๆแล้วคุณเรียนรู้ทั้ง 5 ทวารนี้ ข้างในนั้นเหลือแต่จิต เป็นอนาคามีขึ้นไปแล้วมันง่าย แต่มันจะยากสำหรับผู้ที่ทำไม่ได้ แต่ก็จะเป็นรายละเอียดว่าอนาคามีมีหลายแบบ สำรวมอินทรีย์ทั้ง 6 จึงเป็นทางปฏิบัติที่ถ้าไม่มีการสำรวมอินทรีย์ทั้ง 6 ไม่มีการปฏิบัติ พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่าท่านมีการสัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกาย กายต้องมีภายนอก ไม่มีภายนอกร่วมด้วยไม่ใช่กาย กายคือจิต มโน วิญญาณ กายภายนอกละวางได้ง่าย แต่ที่ละวางได้ยากคือจิต โภชเนมัตตัญญุตาคือ การประมาณในของกินของใช้ ของใช้นี้มากกว่าของกิน เอาแต่ของกินก่อนเถอะ คุณสำรวมให้ดีพิจารณาให้ดีกับของกินนี่แหละ กวฬิงการาหาร คุณต้องรู้จักเจตนาของคุณ เจตนานั้นแบ่งเป็น 3 1. กาม 2. ภว 3. วิภวะ เรียนรู้กามก่อน ตัณหาภายนอก หมดกามแล้วคุณก็จะยิ่งมีสัมผัสกับภายนอก แต่ข้างนอกไม่ทำให้คุณเกิดตัณหากามเลย ตาสัมผัสรูปก็ไม่เกิด เสียง กลิ่น รส สัมผัสก็ไม่เกิดตัณหา แต่มันเกิดเหลือพริ้วพรายในใจเป็นรูป กับอรูป เป็นภวตัณหา ขั้นรูป ใครติดมากก็มีมากใครติดน้อยก็มีน้อย ก็ต้องล้างหยาบก่อนคือรูปตัณหา จนล้างหมดเหลือนิดๆ ก็อรูป ก็ล้างจนไม่เหลือจนกระทั่งหมดไม่มี เหลือเพียงน้อยนิดกับไม่มีมันแยกกันยากมาก ก็ต้องพิจารณา สัมผัสและพิจารณา ยิ่งหากไม่มีผัสสะจะไม่มีอะไรให้อ่านออก มุทุภูตธาตุของเราต้องเร็ว ญาณปัญญาเราต้องเร็วแยกแยะ มีน้อยกับไม่มี อ่านให้ออก ต้องมีผัสสะของจริงให้อ่านออก จะสมมุติเอาว่าไม่มีกับมีน้อยก็ได้แต่พยัญชนะ มีน้อยไม่มีสระไอ ไม่มีก็มีสระไอเนาะ พูดได้แต่ไม่มีสภาวะ จะเอาพยัญชนะมาอ่านว่ามีน้อยกับไม่มีคุณอ่านไม่ได้หรอก คุณก็จะหมดไม่ได้ มันต้องมีสภาวะสัมผัสจริง ก็จะรู้ว่ามันมีหรือไม่มีแล้วนะ มันเหลือน้อยเราก็เหลือหลายน้อยหลายทีแล้ว เออตอนนี้มันไม่มีแล้ว พอต่อไปมันยังขึ้นมาอีก ก็จะรู้ แวบมา มันก็ต้องหลายครั้ง ของจริงพวกนี้ต้องหลายครั้ง กว่าจะเนียนสนิทสัมผัสโดยทีเผลอ สัมผัสโดยไม่มีทีเผลอ ทีเผลอมันมีไหมแต่รู้ตัวโดยเจตนามันไม่มีหรอก เจตนาสัมผัสมันไม่เห็น มันไม่มี มันจะรู้ทันเลย แต่ว่าทีเผลอนี่สิสำคัญ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน