660419 บันทึกปัจฉา359A สารอโศก โพธิสัตว์ผู้รักษ์ธรรมชาติ และสร้างธรรมชาติ_บันทึกปัจฉาพ่อครู โดย ส.แสนดิน.docx
เนื้อหาในไฟล์
660419 บันทึกปัจฉา359A สารอโศก โพธิสัตว์ผู้รักษ์ธรรมชาติ และสร้างธรรมชาติ
โพธิสัตว์ผู้รักษ์ธรรมชาติ และสร้างธรรมชาติ พ่อครูเทศน์ตอบคำถาม sms ในรายการพุทธศาสนาตามภูมิ วันที่ 4 กรกฎาคม ว่า… วันทนา บุดดีเหมือน : เป็นกำลังใจให้ทีมงานทำภูเขาตะนาวศีลทุกคนค่ะ พ่อครู : ตอนนี้เราไม่เรียกภูเขาแล้ว เรียก ภูเรา หรือ ภูเฮา ไม่ต้องเรียก ตะนาวศีลหรอก เพราะโมเดลที่เอามาโชว์ มันไม่เป็นทิว แต่อันนี้มันตั้ง มันจะไม่เหมือนกัน ไม่เป็นตะนาวศีล ที่อาตมาแผลงมาจากตะนาวศรีหรอก ก็เป็นภูเขาแบบพวกเรา อย่างที่ไม้ร่มออกแบบ ทำขึ้นมาสำเร็จก็เป็นธรรมชาติชนิดหนึ่ง ในที่แคบ ถ้าตะนาวศรี มันจะยาวกินพื้นที่มาก เราไม่มีที่ เราก็ได้พื้นที่จำกัด ก็สร้างสูงบ้างต่ำบ้าง จะให้มีถ้ำก็ทำไป เหมือนผาแหงนเราก็ทำมีถ้ำอะไรก็ทำไป สร้างโดยการใช้อุปกรณ์ของปูนเก่าด้วยได้ เอาหินมาประกอบด้วย เอาดินมาประกอบด้วย ได้ทั้ง ๒ อย่างผสมกัน ทั้งคนและธรรมชาติช่วยกันเป็น ๒ คู่หู ธรรมชาติจริงกับคนจริงที่เป็นคนประเสริฐ คนรู้ธรรม ไม่ได้แบ่งแยก ทำขึ้นมา มันเป็นการพิสูจน์ธรรมชนิดหนึ่งให้เห็นว่าโลกนั้นไม่ขาดธรรมชาติ มันไม่ขาดปราสาท อาตมาเกิดมาชาตินี้ไม่ได้สร้างปราสาท เหมือนอย่างปราสาทหินพิมาย ปราสาทนครวัดนครธม เราไม่สร้าง ทุกวันนี้เขาสร้างปราสาทวิมานกัน ยิ่งใหญ่กันตั้งแต่ทัชมาฮาล เพราะฉะนั้นเราไม่สร้างแบบนั้น เราสร้างบ้านช่องเรือนชานของเราอยู่กันอย่างสบาย ดีไม่ดีเอาเรือมาทำเป็นบ้านเรือเราอยู่สบาย แค่นี้ก็เหลือแหล่แล้ว นี่ก็เป็นเรื่องซับซ้อนที่อาตมาพาทำ ไม่ได้ประหลาดใจอะไร แต่ทำเพื่อให้เหมาะสมกับยุคสมัยนี้ ซึ่งก็เป็นตัวอย่างเป็นความแย้งของสังคมไปในตัว ทำให้เห็นกลมกลืนและแย้งอยู่ในตัวว่าเอียงมาทางนี้สมยุคสมัย ที่เขาจะเปลี่ยนผ่านเป็นทุนน
อ่านต่อ
ิยมขี้โลภลาภยศสรรเสริญสุข ซึ่งไม่ได้เป็นความละเอียดลออ
นายกประยุทธเป็นโพธิสัตว์ พ่อครูเทศน์ตอบคำถาม sms ไว้ในรายการพุทธศาสนาตามภูมิวันที่ 4 กรกฎาคม ธุลีดิน รักบ้านเมือง : ได้ดูรายการของช่อง Top News คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ได้นำเรื่องโพลของนิด้า ที่คุณอุ๊งอิ๊งได้เป็นนายกโพล โดยมีคะแนนทิ้งห่างจากลุงตู่อย่างมาก แม้แต่คุณพิธาซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคที่ยังไม่มีผลงานอะไร ก็ยังได้รับความนิยมเหนือกว่าลุงตู่ คุณสนธิญาณออกมาเตือนผู้ที่รักบ้านเมืองว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลุงตู่คะแนนตกต่ำ ผลโพลของนิด้า(ที่ถือว่ามีมาตรฐานทางวิชาการ)ที่ผ่านมา 3-4 ครั้ง พรรคเพื่อไทยได้รับคะแนนนำมาตลอด ส่วนพรรคพลังประชารัฐแทบจะคะแนนต่ำสุด และเมื่อเจาะลงไปในรายละเอียดแต่ละกลุ่มของประชากร ก็จะมีเพียงกลุ่มผู้สูงอายุเท่านั้นที่ลุงตู่มีคะแนนนำ นอกนั้นคุณอุ๊งอิ๊ง คุณพิธา มีคะแนนนำอยู่ทุกกลุ่มทุกอาชีพ ยิ่งพวกที่มีความรู้ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไป ทั้งคุณอุ๊งอิ๊ง คุณพิธา ต่างมีคะแนนนำอย่างขาดลอย แม้แต่กลุ่มคนจนก็ยังนิยมคุณอุ๊งอิ๊ง คุณสนธิญาณ นำเสนอให้เห็นถึงอนาคตอันมืดมนของสังคมไทย ที่จะมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ในปี 2566 คุณสนธิญาณนำเสนอทางออกว่า ลุงตู่จะต้องออกมาเป็นหัวหน้าพรรคเอง ให้ลุงป้อมเป็นประธานที่ปรึกษาพรรค มิฉะนั้นลุงตู่ก็จะเป็นนายกฯ ที่ขาลอย โดยไม่มีส.ส.ของตัวเองคอยค้ำบัลลังก์อำนาจให้ ขอเรียนถามปัญหากับพ่อครูดังต่อไปนี้ ๑. ในยุคที่กระแสโซเชียลและสื่อ ต่างมีอิทธิพลต่อการชี้นำสังคมเช่นนี้ จนทำให้ได้ผู้ว่าฯโซเชียลแบบแลนสไลด์ ที่ฟิลิปปินส์ลูกของมาร์กอสก็ได้ขึ้นเป็นผู้นำด้วยอิทธิพลของโซเชียลด้วยคะแนนอย่างถล่มทลาย อยากทราบว่า การสร้างกระแส กับการสร้างความจริงที่ลุงตู่เดินหน้าทำอย่างทุกวันนี้ สุดท้ายแล้วอย่างไหนจะชนะครับ ๒. FC ของลุงตู่ พยายามเรียกร้องให้ลุงตู่ลงมาเป็นหัวหน้าพรรคเอง เพื่อแก้ปัญหาเรื่องขาลอย พ่อครูมองว่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกต้องหรือไม่? ๓. ใครๆก็มองว่า ลุงตู่ติดยึดอำนาจ เป็นนายกมา ๘ ปี น่าจะพอแล้ว ประเทศไทยที่มีประชาธิปไตยอย่างล้าหลัง เป็นเพราะสาเหตุใหญ่มาจากการยึดอำนาจของลุงตู่ แต่น่าคิดว่าทั้งฟิลิปปินส์หรือแม้แต่อเมริกามีการเลือกตั้งกันมาตลอด ประชาชนคนของเขาดูจะท้อแท้สิ้นหวังยิ่งกว่าเมืองไทย พ่อครูมองว่า จะเอาหลักอะไรมาใช้ตัดสินความเป็นประชาธิปไตยกันครับ พ่อครูตอบว่า.....คำว่ามืดมน เป็นความมืดมนเพราะว่า เปลี่ยนจากพลเอกประยุทธ์มาเป็น อุ๊งอิ๊ง ตอบข้อสุดท้ายนี้ก่อน เอาหลักความจริงมาเป็นเครื่องตัดสิน ความจริงคืออะไร ความจริงคือ สิ่งที่แยกไม่ได้แล้ว เป็น 2 เพราะฉะนั้นการเลือกตั้ง มันยังเป็น 2 อยู่ กษัตริย์นี้เป็น 1 ในยุคไหนก็ตามกษัตริย์ก็เป็น 1 เสมอ การเลือกตั้งนี้คือ เขาใช้ ไม่ให้ยึดมั่นถือมั่น 2 อย่างนี้ มันเป็นสภาวะ 2 ที่สลับสับเปลี่ยน สลับไปสลับมา ในยุคนี้เป็นยุคที่จะต้องกลับเข้ามาหาความเป็น 1 ไม่ใช่ว่าไปหลงความเป็น 2 ประชาธิปไตยของเทวนิยมเขาติดในความเป็น 1 เขาพยายามหาทางออกเป็น 2 แล้วเขาก็เลยมาหลง 2 กับการเลือกตั้ง ไม่ยึดมั่นถือมั่นใคร โดยมีประธานาธิบดีกับประชาชน เป็น 2 แต่เลือกได้ประธานาธิบดีขึ้นไปเมื่อไหร่ก็เป็นเผด็จการทั้งนั้น ไม่ใช่ประชาธิปไตย เพราะเขาไม่มีความรู้ในเรื่องโลก ไม่มีความรู้ในเรื่องอัตตาและธรรมะ อธิปไตยของโลก อธิปไตยของอัตตา อธิปไตยของธรรมะ อธิปไตย 3 โลกาธิปไตย อัตตาธิปไตย และธรรมาธิปไตย เขายังไม่มีธรรม ไม่มีความรู้โลกุตรธรรมในความเป็นอธิปไตย อธิปไตยโลก อธิปไตยตัวตน 2 ภาพ 2 สภาวะ เขายังไม่เข้าใจ หากเข้าใจแล้วเป็นหนึ่งแล้ว ชัดเจนทุกอย่างแล้ว เป็นปัญญาบริบูรณ์ เป็นเอกัคคตา ก็จะปฏิบัติกับโลกได้อย่างมีสัดส่วนพอเหมาะ คนที่ไม่มีอธิปไตย 3 ไม่มีทางที่จะรู้จริง รู้ละเอียด เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ มีโลกุตระ พลเอกประยุทธ์ เป็นโพธิสัตว์ จึงสามารถนำพา การบริหารที่ดีมาได้ กำลังจะเต็ม 8 ปี แต่คนที่เบื่อบอกว่ามันยาวนานเกินไป ให้พักเถอะ ให้คนใหม่เข้ามาบ้าง อาตมาก็มองกลับกันกับคนที่เห็นว่าควรจะเปลี่ยน อาตมายังมองไม่เห็นคนที่มีภูมิธรรมพอ เท่าที่อาตมาพอจะมีภูมิปัญญาพอจะรู้ว่าสังคมไทยมีใครบ้างที่จะมาเป็นนายก แทนพลเอกประยุทธ์ อาตมายังไม่เห็น ยังไม่เห็นตัว ยังไม่เห็นใครที่เสนอหน้ามา ยิ่งอุ๊งอิ๊งแล้ว รับรองว่าชิบหายเลย ถ้าให้มาเป็นนายก ขออภัย เรือหายเลย ถ้าให้อุ๊งอิ๊งมาเป็นนายกฯนี่เรือหายเลย จะเป็นเพราะว่าเบื่อคนเก่า อยากได้คนใหม่ ตามประสาคนโลกๆ โดยไม่รู้จักสัจจะความจริง ลึกเข้าไปไม่รู้จักสัจจะความจริงตรงที่ว่า คนผู้นี้เป็นโพธิสัตว์ พิสูจน์มาแล้ว 8 ปี นิยมชมชื่น เรื่องโพล โพลของใครก็ตาม มันเป็นเรื่องสถิติ เป็นเรื่องประมาณ คนในโลกขณะนี้จุดสำคัญก็คือ ในหลวง ร.9 ท่านเอาประชาธิปไตยโลกุตระมาประกาศแบบรูปธรรม พลเอกประยุทธ์เป็นโพธิสัตว์มองออก ก็นำมาทำ ความยอมรับนับถือกษัตริย์กับนายกฯ นี้ ยิ่งเป็นชาวพุทธ ย่อมนับถือกษัตริย์เป็นหนึ่งมาแต่ไหนแต่ไร เพราะฉะนั้นนายกประยุทธ์ไม่เท่าหรอก และไม่ควรจะไปตีตัวเสมอด้วย ท่านก็ไม่ได้ตีตัวเสมอ อันนี้ก็เป็นคุณธรรมของพลเอกประยุทธ์อยู่เต็มที่ ก็ถูกแล้ว แต่ก็มีพวก Social เก่งๆ มันกด นี่แหละ อำนาจของ Social พวกคุณนี้ศรัทธาพลเอกประยุทธ์ คุณกดบ้างหรือเปล่า ไม่กดหรอก ไอ้พวกกดนี่ มันมีความมุ่งหมายว่าจะต้องกระหน่ำ เขาบอกว่าโซเชียลอย่างชัชชาติ นั่นแหละพวกฉาบเปลือก สร้างกระแส ไม่ใช่ความจริง พยายามสร้างกระแสไม่ได้เข้าไปสู่ความจริง ความจริงที่เป็น Axiom เป็นความจริงที่ไม่เปลี่ยนแปลงแล้ว เป็นความจริงถาวรยั่งยืนตลอดกาล ไม่เปลี่ยนแปลงอีกแล้ว เปลี่ยนแปลงไม่ได้แล้ว เพราะฉะนั้นในขณะนี้กระแสของโซเชียลมันเก่ง ทำให้วูบวาบ อย่าไปหลงนะ มีตัวอย่างอยู่ในเมืองไทย คุณชัชชาติ นี้มาได้เพราะกระแส สร้างมาตลอด เดี๋ยวนี้ก็ยังทำกระแสอันนั้นอยู่ พยายามจะมาเป็นคนจริงทำจริง ก็พยายามไต่เต้าไป แต่ยังไม่เป็นตัวจริงหรอก คุณชัชชาติฉลาด พยายามออกจากเพื่อไทย คุณชัชชาติฉลาด แต่ฉลาดอย่างเทวนิยม ฉลาดเฉโก ยังไม่ใช่ฉลาดอย่างปัญญา เพราะฉะนั้นอาตมายังเชียร์ ยังส่งเสริมพลเอกประยุทธ์อยู่ ก็เห็นว่ายังแข็งแรง ยังไม่ได้เสื่อมทรุดอะไร ยังไปได้อีก 10 ปีนะ อาตมาว่าได้สบาย 20 ปีก็ยังได้ ถ้าหากพลเอกประยุทธ์พยายามไปอีก 10 ปี อาตมาว่าเมืองไทยมั่นคง ถ้ายิ่งเลย 10 ปีไปได้อีก(ถ้าสามารถ) หรือมีตัวแทนมีผู้แทนที่ทำแทนได้ขึ้นมาอีกก็เอา ไม่มีปัญหาอะไร อาตมาจะช่วยขยายทางสัจธรรม ขยายธรรมะ ติดตามยูทูป : 650704 ความเป็นโพธิสัตว์ในประชาธิปไตยไทย รายการตุ้ม ตะลุ่มตุ้มม้ง
ทำไมพ่อครูใส่รองเท้าเดิน วันที่ 8 กรกฎาคม พ่อครูเทศน์ตอบคำถาม sms ไว้ในรายการพุทธศาสนาตามภูมิ เกี่ยวกับข้อสงสัยว่าทำไมพ่อครูถึงต้องใส่รองเท้าเดิน Hr Td (เอชอาร์ ทีดี) : พระอรหันต์ท่านจะไม่ละเมิดพุทธบัญญัติแม้ข้อเล็กน้อย ตัวอย่างท่านพระมหากัจจายนะ อยู่แคว้นอวันตี ชาวบ้านแถบนั้นเขานิยมอาบน้ำบ่อยๆ เพราะถือว่าการอาบน้ำทำให้สะอาด ส่วนพระวินัยบัญญัติให้ภิกษุสิบห้าวันจึงอาบน้ำได้ ท่านก็ให้พระปุณมันตานีบุตร มาขออนุญาตพระศาสดาก่อนจึงอาบน้ำบ่อยๆได้....ท่านไม่ทำอะไรตามใจชอบเหมือนนักบวชบางเหล่าในปัจจุบัน....ที่อยากใส่รองเท้าแบบไหนก็ใส่ตามใจชอบ... พ่อครูว่า.....คนนี้ติดใจในเรื่องรองเท้า อาตมาก็ใส่รองเท้าไปเดิน เขาซื้อไว้ให้ อาตมาก็ใส่ไปเรื่อยแหละ ฉลองศรัทธายังไม่ค่อยครบเลย เดี๋ยวเขาก็ส่งคู่นั้นคู่นี้มา เห็นว่ามันดี ถูกโฆษณาเข้าครอบงำทางความคิดเห็นว่าดี ก็อยากให้อาตมามีรองเท้าดีๆใส่ก็ส่งมา ส่งมาอาตมาก็ใส่ไป เพราะว่าอาตมาไม่ติดไม่ยึดแล้วว่าจะใส่รองเท้าหรือไม่ใส่รองเท้า ยิ่งอายุมากขึ้น หนังมันบาง หนังเท้าก็บาง หน้ายิ่งบางใหญ่ จริง เพราะฉะนั้นก็เลยจำเป็นที่จะต้องทดแทน คนในยุคพระพุทธเจ้าเป็นสุขุมาลชาติ ตีนบาง ตีนนุ่ม ตีนไม่หยาบไม่คายเหมือนตีนคน จนกระทั่งมีขนขึ้นที่ฝ่าเท้าเป็นสุขุมาลชาติ มีตัวอย่างบุคคลจริง แต่เสร็จแล้วต้องถอดรองเท้า พื้นเท้าก็แตกเลือดไหลเพราะตีนมันบาง ยิ่งพื้นดินพื้นหิน พวกเรามีหินเยอะตีนก็แตก ก็มีคนเห็นก็ไปทูลขอพระพุทธเจ้าว่า ขออนุญาตให้ท่านผู้นี้(พระโสณโกฬิวิสะ) ใส่รองเท้าเถอะ พระพุทธเจ้าก็อนุญาต ให้ใส่รองเท้าเป็นใบไม้ได้ใบเดียวอย่าซ้อนกัน 2 ใบ โอ้โห ใช้ใบไม้เท่านั้น ก็ไปหาใบหนาๆ กาบนี่ไม่ใช่ใบนะ ต้องใช้ใบไม้ นี่คือเรื่องราวในตำนาน เขาก็เอาคำว่ารองเท้ามาแย้งอาตมาที่ใส่รองเท้า เพราะว่าตีนมันบางมากแล้วจริงๆ มันเป็นไปตามวัย ก็จำเป็น คนจะว่าจะตำหนิก็ยอมรับ อาตมาไม่ได้เป็นคนที่เป็นอย่างที่คุณต้องการ คุณอย่ามาเพ่งมากเลยนะเรื่ององค์ประกอบ ปกิณกะเล็กๆน้อยๆ เอาที่สาระธรรมที่อาตมาอธิบาย จะมีภูมิรับรู้โลกุตรธรรมที่อาตมาสาธยายได้ไหม คุณอย่ามาติดยึดเรื่องเล็กเรื่องน้อย เพราะไม่มีใครบริบูรณ์หรอก ทุกคนมีสิ่งที่ควรตำหนิหรือตำหนิได้ทั้งสิ้น ถ้าคุณไปมัวหาคนที่บริบูรณ์ดังที่คนต้องการ คุณจะไม่มีใครที่จะสามารถสอนคุณได้เลย ยกเว้นพระพุทธเจ้า ก็เหลือแต่พระพุทธเจ้า แล้วในยุคนี้ไม่มีพระพุทธเจ้า ขนาดอาตมาเป็นโพธิสัตว์ระดับ ๗ คุณก็ยังมองไม่ออก ก็ยาก เพราะคุณสุดโต่งเกินไป พยายามอย่าพูดโต่งเกินไปนัก สมณะเดินดิน.......พ่อครูไม่ได้นึกจะใส่รองเท้าเล่นๆ แต่เป็นสิ่งที่เขาขอร้องให้ใส่ เพราะอายุมากจะลื่นล้มได้ ถ้าหกล้ม ๑ ทีก็แย่เลย ในวัย ๘๘ ปี อะไรจะทำให้ร่างกายปลอดภัยได้ก็ต้องทำ เมื่อใส่รองเท้ากันล้ม ผิวหนังก็ไม่ได้สัมผัสพื้นก็ยิ่งทำให้บางมากขึ้นอีก ก็ได้อย่างเสียอย่าง ขนาดท่านวัย 88 เขียนหนังสือวันละ 4-5 ชั่วโมงแล้วลงมาเทศน์ 2 ชั่วโมงได้ จะมาจับส่วนละเอียดมาตำหนิก็ว่าไป แต่ในวัยขนาดนี้สามารถทำงานได้มากกว่าคนทั่วไปธรรมดา เขียนหนังสือไม่ใช่เขียนธรรมดาด้วย มีโทรทัศน์ 4-5 เครื่องที่เปิดเสียงตลอดเวลาด้วย ถ้าหากจิตไม่มีสมาธิที่แน่วแน่เพียงพอ จะเขียนหนังสือได้อย่างไร นี่เผื่อให้ฟังในประเด็นอื่น พ่อครูนั้นอายุขนาดนี้ทำงานขนาดนี้ ยังไม่ได้นั่งรถเข็นหรือนอนติดเตียงเลย พ่อครูว่า... พูดถึงตรงนี้ อายุมากๆแล้วนั่งรถเข็นหรือนอนติดเตียง อาตมาก็ยังนึกถึงตัวเอง เราอายุมากเข้าจริงๆ เราจะกลายเป็นคนนั่งรถเข็น หรือจะเป็นคนนอนติดเตียงหรือไม่ ซึ่งอาตมาเห็นว่า ไม่น่านะ อาตมาไม่น่าจะตกอยู่ในสภาวะเช่นนั้น ซึ่งภูมิธรรมนี่แหละ ถ้ามีพอ อาตมาก็พยายามอยู่ว่าเราจะตกอยู่ในฐานะนั้นหรือไม่ ก็ต้องรอดู ว่าจะเป็นเช่นนั้นไหมกับพยายาม พยายามจะไม่ให้เป็นคนเช่นนั้น ที่นี้ไม่ให้เป็นคนเช่นนั้นแล้วจะทำอย่างไร ก็คือ ถ้าอาตมาจะถึงภาวะเช่นนั้น อาตมาก็จะตายเลย ถ้าจะตกอยู่ในภาวะนั่งรถเข็น หรือนอนติดเตียง เพราะฉะนั้นก็จะไม่เก่ง ก็อาจจะนั่งรถเข็นนิดหน่อยเดี๋ยวก็ตายแล้ว หรือนอนติดเตียง ไม่นานก็ตายแล้ว ถ้ายังไม่เก่ง ถ้าอย่างเก่งก็ไม่ยอมนั่งรถเข็นเลย ไม่ยอมนอนติดเตียงเลย มันไปต่อไม่ได้แล้วก็ทำตายให้กับตัวเองเลย เพราะฉะนั้นเราจะทำสำเร็จไหม ไม่ต้องไปดูไบ ดูไป ติดตาม : 650708 สัมมาสมาธิต้องเกิดจากจรณะ 15 วิชชา 8 พุทธศาสนาตามภูมิ
วางศิลาฤกษ์เริ่มสร้างภูเฮา วันที่ ๑๔ กรกฎาคม ที่ภูเฮา พ่อครูไปทำพิธีวางศิลาฤกษ์ ๘.๐๐ น. อาไม้ร่มนำแผ่นหินมาให้พ่อครูวางศิลาฤกษ์ พ่อครูหยิบแผ่นหินวางบนหินกองใหญ่ อาไม้ร่มนิมนต์พ่อครูนั่งบนหินก้อนใหญ่ รายงานการดำเนินงาน หินจะขนมาจากแหล่งสัมปทานหิน อ.น้ำยืน เที่ยวละ ๑๕,๐๐๐ บาท พื้นที่กว้าง ๔,๗๔๗ ตร.ม. ทีมงานถ่ายภาพเป็นอันจบพิธีวางศิลาฤกษ์ เริ่มต้นงานสร้าง ภูเฮา; ฮวมใจส่าง (ติดตามทางยูทูป : 650714 พ่อครู ไปวางศิลาฤกษ์ภูเฮา ฮวมใจส่าง) ๑๖.๐๐ น. หมู่สมณะอธิษฐานพรรษา พ่อครูให้โอวาทกับหมู่สมณะ ต้องขออภัยมากๆที่ผมย่อหย่อนกับกิจสงฆ์ ย่อหย่อนต่อการนำพาอย่างที่เคย ไม่ได้เข้าร่วมอันนี้อันโน้น ที่หมู่สงฆ์ทำกันตามจารีตประเพณี ถ้าใครจะท้วงก็ท้วงได้ ก็รับ เพราะมันเป็นเช่นนั้น จะหาข้อแก้ตัวอะไรก็ได้มีมากมาย ก็ไม่แก้แล้ว แต่ก็ขอจากหมู่ก็แล้วกัน ขอกันดื้อๆเนาะ ตามประสา ขอแก้ตัวว่า อายุมากแล้ว พลังก็หย่อนแล้ว แค่นี้ก็เหลือกินแล้ว คงเป็นข้อแก้ตัวที่ธรรมดาธรรมชาติของมนุษย์ ดีไม่ดีนอนแบ่บอยู่บนเตียง นี่ไม่ติดเตียงก็บุญแล้ว ผมก็นับวันที่จะถึงวาระตาย มันก็ไปเรื่อยๆ ใกล้เข้าไปเรื่อย ก็พยายามใช้อิทธิบาทกันไปเรื่อยๆอยู่ เพื่อที่จะทำงาน ยังไม่อยากตายก่อนจะมีโลกุตรธรรมกระจายไปมากกว่านี้หน่อย นี่มันเงียบๆ มันน้อย มันเงียบ มันไม่มีพลัง ยังไม่มีฤทธิ์พอ เพราะมันเงียบ พวกต่อต้านเขาเอาหนัก แล้วก็เป็นกระแสของสังคมไทยที่ยอมรับกันตั้งแต่เบื้องบน คณะรัฐบาล คณะประชาชนทั้งหมด ใหญ่ ใหญ่มาก ผมเกิดมาชาตินี้สู้ สู้หนักมาก รุ่นฟลายเวทชกกับรุ่นเฮฟวี่เวท แบกน้ำหนักแบกทุกอย่าง ตัวเทียบกันไม่ไหวเลย เมล็ดทรายกับภูเขาก็ได้ เทียบกัน ซึ่งมันต้องเป็นอย่างนี้ เพื่อพิสูจน์ประสิทธิภาพของสัจจะความจริง ของผู้ที่มีจริง โลกุตรธรรมจริง ผมพิสูจน์ พาพิสูจน์ เรายังดำเนินเผยแพร่โลกุตรธรรมได้ สุดท้ายเราก็ทำได้ จนอีกฝ่ายหนึ่งไม่มีสิทธิ์มาโต้ต้าน ติดตามยูทูป : 650714 พ่อครูให้โอวาท พิธีอธิษฐานเข้าพรรษา ที่ โบสถ์ ราชธานีอโศก
อนุสรณ์รถช่วยล้มรัฐบาลทรราชย์ วันที่ 20 กรกฎาคม หลังจากพ่อครูตื่นนอน ออกจากห้องนอนไปสรงน้ำ ระหว่างอยู่ในห้องน้ำ พ่อครูดำริว่าจะนำรถบัสเล็กที่จอดอยู่ข้างเวทีเฮือนบวร มาตั้งไว้เป็นอนุสรณ์ระลึกถึงเหตุการณ์การชุมนุม กปปส. ในวันที่ 18 ก.พ.2557 ที่ตำรวจได้บุกมาขอคืนพื้นที่จากกองทัพประชาชน กองทัพธรรมที่แยกผ่านฟ้า ใช้อาวุธปืน ระเบิดทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายคน รถบัสคันนี้โดนยิง มีรอยกระสุน ๓ แห่ง จึงควรเก็บรถไว้เป็นอนุสรณ์ วันที่ 22 กรกฎาคม เวลา 13.01 น.พ่อครูเดินไปบริเวณที่รถบัสเล็กกองทัพธรรมจอดอยู่ด้านข้างเวที เฮือนบวร มีรอยกระสุน 3 แห่ง ข้างซ้ายของรถ 2 แห่ง ท้ายรถด้านขวาอีก 1 แห่ง พ่อครูบอกว่า ไม่ต้องไปทำอะไร เก็บแบบเก่าๆไว้อย่างนี้แหละ เป็นอนุสรณ์ มีคำความกำกับว่า “รถคันนี้ได้ช่วยในการชุมนุม Neo Protest ร่วมกับประชาชน ปฏิวัติล้มรัฐบาลทรราชย์สำเร็จมาแล้วหลายรัฐบาล”
รำลึกหนังสือ”อโศก” วันที่ 21 กรกฎาคม 2565 ปัจฉาหนักแน่นนำหนังสือเก่า(หนังสืออโศก) ที่พ่อครูเริ่มเขียนเป็นนิตยสารมาให้ดูทั้ง 3 เล่ม มีข้อความที่สนทนากันเมื่อเช้า พ่อครูจึงนำมาเปิดอ่านทุกฉบับและเล่าถึงการทำหนังสือสมัยก่อน พ่อครูทำเองทุกขั้นตอนจนเป็นรูปเล่ม เขียนคอลัมน์ต่างๆเอง ออกแบบ font เอง หาภาพ วาง lay out เอง พิมพ์ตัวหนังสือเอง ซึ่งมีญาติโยมพยายามจะนำ font ในหนังสือเล่มนี้มาออกแบบเพิ่มให้ครบ 44 ตัว พวกเราเรียนว่า พ่อครูมีพลังมาก หนังสือเป็นเล่มๆทำได้คนเดียวทุกตำแหน่ง โดยขออนุญาตใช้หัวของสำนักพิมพ์ เรวดี ยุครุ่งอรุณ ในการจัดพิมพ์และวางจำหน่าย ส่วนของพ่อครูไม่ได้จำหน่าย นำมาแจกอย่างเดียว ทราบว่ามีญาติโยมนำหนังสืออโศกเล่มแรก มาพิมพ์ใหม่แล้ว พวกเราเรียนว่า หนังสือ 3 เล่มนี้ควรอนุรักษ์ไว้เพราะเป็นหนังสือ 3 เล่มแรกที่พ่อครูผลิตเองทุกขั้นตอน จากนั้นก็ไม่ได้ทำอีกแล้ว
โรงบุญปันสุข วันพฤหัสบดีที่ 22 กรกฎาคม 2565 เวลา 07.08 น.พ่อครูทราบว่า เช้านี้มีการจัดโรงบุญที่ย้ายมาจากกระท่อมริมทางบริเวณนาโม มาที่ป้ายหินราชธานีอโศกเป็นวันแรก จึงนั่งรถข้าวปุ้นผ่านด่านมาถึงป้ายหินราชธานีอโศก หน้าชุมชน ญาติโยมกำลังเตรียมพืชผัก ข้าวสาร อาหารแห้ง อาหารสด ฯลฯ จัดโรงบุญ แจกฟรีให้กับชาวบ้านที่ผ่านไปมา ก่อนหน้านั้น ชาวคุ้มเฟส 1 ชมพูทวีปได้ริเริ่มจัดโรงบุญที่กระท่อมปันสุข บริเวณใกล้สวนนาโมที่ปู่เถาดูแล พอเริ่มแจก ชาวบ้านให้ความสนใจมาออกันมาก ชาวชุมชนนำข้าวของมาสมทบแจกเพิ่มด้วย ทำให้จอแจ กีดขวางการจราจร จึงได้ย้ายมาจัดเป็นโรงบุญปันสุขและได้ร่วมกับชาวชุมชนทุกคุ้ม จึงทำให้มีข้าวของหลากหลายนำมาแจกฟรี ซึ่งในที่ประชุมชุมชนมีมติว่า ชาวบ้านราชจะร่วมกันจัดโรงบุญปันสุข โดยนำพืชพันธุ์ธัญญาหารในชุมชน รวมถึงผลิตภัณฑ์ต่างๆของชุมชน รวมถึงทำอาหารสดมาแจกด้วย เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ชาวบ้านได้ลองกินอาหารมังสวิรัติด้วย จัดโรงบุญทุกวันพฤหัส ตั้งแต่เวลา 07.30 น. เป็นต้นไป
สุขภาพ วันที่ 9 กรกฎาคม 2565 พ่อครูไปโรงพยาบาลวารินชำราบ พร้อมปัจฉาแสนดิน อานิ่ม เดินทางไปตรวจเอกซเรย์ปอด คุณหมอขวัญมาช่วยให้บริการ ปอดยังเป็นปกติดี จากนั้นเดินทางไปตรวจตา ที่ธีรปัญโญคลินิก ผลการตรวจตาทั้งสองข้างที่จอประสาทตาไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ต้อกระจกที่ตาด้านซ้ายมีอาการมัวลงจากเดิม แต่ยังไม่ถึงกับต้องผ่าตัด เพราะไม่กระทบในการใช้ชีวิตประจำวันมากนัก หมอตาจึงนัดตรวจอีก 6 เดือน
3 ป. 5 ป. 650812 ตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธเข้ามาบริหารประเทศ ก็มีกระแสต้านมาตลอดทั้งจากนักการเมืองฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาลบางคน กลุ่มประท้วงต่างๆ นักวิชาการ สื่อทีวี สื่อโซเชียลต่างๆ (เอาภาพมาใส่) มีแต่สื่อของรัฐ(ยกเว้น TPBS) และTOP NEWS กับ บุญนิยมทีวี พ่อครูและ เปลว สีเงินแห่งนสพ.ไทยโพสต์ที่ยืนหยัดยืนยันสนับสนุนพล.อ.ประยุทธเสมอมา) มีวันหนึ่งพ่อครูสนทนากับทีมดูแลช่วงเช้าเช่นเคย กล่าวถึง 3 ป. ซึ่งมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ,พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และพล.อ.ประยุทธ์ ที่สนับสนุนช่วยกันเหนียวแน่นนั้น พ่อครูบอกว่าที่จริง มีอีก 2 ป.เป็น 5 ป. คือ ป. เปลว สีเงิน และ ป.แป๊ก(ชื่อเล่นพ่อครู)ด้วย ซึ่งพ่อครูเองก็ติดตามอ่านคอลัมน์ เปลว สีเงิน คนปลายซอย แห่งนสพ.ไทยโพสต์ และดู TOP NEWS ทีวี ทุกวัน
และในเย็นวันนี้ พ่อครูก็แสดงธรรมในรายการพุทธศาสนาตามภูมิ ช่วงหนึ่งพ่อครูถามพวกเราว่า จะออกไปร่วมชุมนุมกับอาตมาบ้าง พวกเราก็ยกมือกันพรึ่บ (แม้อยู่ที่บ้านก็ยังยกมือด้วย) พ่อครูว่า... คุณเชื่อไหม เมืองไทยคนเห็นชอบมากกว่าคนเห็นผิด ที่ไปประท้วงมีน้อยคนไม่ถึงร้อย เขาพยายามดิ้นรน เป็นอาตมาหยุดแล้ว อาตมาเคยพาพวกเราไปประท้วง ไม่ได้หยุดหรอก ประท้วงจนจบงาน ถ้าจะต้องไปอีกก็ไป ขอบอก อาตมามีแรงพาพวกเราไปประท้วงได้ ใครจะไปกับอาตมาบ้าง (ยกมือกันพรึ่บ) ...ไม่เจียมแก่กัน แก่กันมากแล้วนะ ตอนไปนั้นปี 49-57 ต่อเนื่องกัน 3-4 รัฐบาล เป็นประวัติศาสตร์ที่น่าดู เท่าที่อาตมามีปฏิภาณปัญญาว่า ประเทศไทยมีตัวอย่างประชาธิปไตยๆที่ใช้พลังงานประชาชนแท้จริง ประชาชนทำปฏิวัติรัฐประหาร เขาอาจหาว่าอาตมาเพ้อพก แต่อาตมาว่าเป็นจริง อาตมาเป็นตัวดำเนินบทบาทในนั้นด้วย แล้วอาตมาเข้าใจประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ประชาชน เป็นใหญ่เป็นอย่างไร แล้วประชาชนไม่มีตัวตนไม่ไปรับตำแหน่ง แต่คุณประยุทธ์ไปรับหน้าที่ต่อ 8 ปีแล้ว เขาก็เอาตัวเลข 8 ปีมาเข่นกันอยู่ตอนนี้ เดี๋ยวก็มีทางออก ก็ไม่มีปัญหา ดูไป อันนี้อจินไตย ดูไปกับดูไบ ทำไมต้องดูไป ดูไบไม่มีสิทธิ์เข้ามา มีแต่เห่าเท่านั้น แต่ดูไปนี้มีตัวสัมผัส มีปฏิกิริยา มีตัวตน แต่ดูไบไม่มีตัวตน ยิ่งกว่าหมาเห่าใบตองแห้ง อันนี้หมาเห่าเครื่องบิน ไกลกันเยอะ
วันรุ่งขึ้น ในรายการข่าวมีคม ทางสถานีโทรทัศน์ท็อปนิวส์ ดำเนินรายการโดย สันติสุข มะโรงศรี และรุ่งราตรี สุหงษา ก็ได้นำคลิปช่วงนี้ของพ่อครูไปเปิดในรายการ ทำให้ประชาชนในสังคมรับรู้ได้ว่า พ่อครู ผู้นำชาวอโศกสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ (ข่าวมีคม | 25 ส.ค. 65 | FULL | TOP NEWS 52.33 - 57.28 นาที) ต่อมาวันที่ 28 ส.ค. 65 รายการชัดครบจบจริง ทาง TOP NEWS ทีวี โดยสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม และวรเทพ สุวัฒนพิมพ์ คุณสนธิญานได้พูดถึงพ่อครูไว้ด้วยความรู้สึกซาบซึ้งศรัทธา(นาทีที่ 41.53 - 48.45 ) และสรุปจบด้วยประโยคที่ว่า “ถ้าท่านออกไป ผมเอาด้วยครับ” แสดงให้เห็นว่า คุณสนธิญาณและทางท็อปนิวส์ก็ประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เช่นกัน (ชัดครบจบจริง | 28 ส.ค. 65 | FULL | TOP NEWS)
ชาวชุมชน Happy Village จากประเทศเกาหลีมาพบพ่อครู วันที่ 27 สิงหาคม 09.15 น. ที่ชั้นล่างเฮือนสูญ คณะอาเปิ้ม ขวัญดิน สิงห์คำ จากศีรษะอโศก พาชาวเกาหลีมากราบคารวะพ่อครู คณะจากเกาหลีมาดูงานที่ราชธานีอโศก มากราบนมัสการพ่อครู เป็นชาวชุมชนชื่อว่า Happy Village อยู่ตอนใต้ของประเทศเกาหลี อาจารย์ขวัญดินและฝ้ายเคยไปเยี่ยมเมื่อปี 2019 หมู่บ้านนี้เปิดมาแล้ว 4 ปี โดยอาเปิ้มได้ไปร่วมเปิดหมู่บ้านกับเจ้าหน้าที่บ้านเมืองด้วย ในชุมชนก็มีนักบวช แม่ชี และฆราวาส เป้าหมายของที่นี่ต้องการให้คนในโลกมีความสุขตามแนวทางของพุทธ พ่อครูบอกว่า มีอะไรที่จะดู มีอะไรที่จะสัมผัสก็เชิญได้เต็มที่ ต้องการดู ต้องการเห็นตรงไหนก็เชิญ ชาวเกาหลีถามว่า ทำไมเราถึงมาอยู่รวมกันได้ พ่อครูตอบว่า เพราะเรารู้ว่าสิ่งที่คนเขาแย่งกัน เราไม่แย่ง ทางเกาหลีก็ได้สร้างชุมชนแล้วก็คิดว่า ใครที่จะมาสานต่อชุมชนของเขา พ่อครูตอบว่า เราเอาน้อยที่สุด แต่ทำให้คนอื่นมากที่สุด เราเสียสละให้มากที่สุด และเราสร้างให้มากที่สุดเท่านี้ก็พอแล้ว พ่อครูสรุปจบว่า จิตต้องหมดความอยาก สิทธัตถะคือผู้ที่หมดความอยากอันสำเร็จแล้ว ทางคณะกล่าวว่า วันนี้เขามาเห็นสิ่งที่ยากๆ เช่น น้ำท่วมเราก็อยู่กันได้ พ่อท่านบอกว่าไม่ใช่เพียงแต่น้ำท่วม ต่อให้ตาย เราก็ทำได้ เพราะเราเข้าใจว่า ความตายกับการมีชีวิตเป็นสิ่งเดียวกัน เขาประหลาดใจมากที่ว่า พวกเราไม่กลัวความตาย พ่อครูตอบว่า สูงสุดของการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า คือ ทำ 2in1และ 1in2 หรือ One For All และ All for one ก็ได้ สูงที่สุดของสิ่งที่สูงที่สุดก็คือ 0 หรือไม่มีอะไรเลย สนทนา โดยมีอาผึ้ง ฝ้าย อาแก่นฟ้า ช่วยกันเป็นล่ามภาษาไทยแปลเป็นอังกฤษให้ พ่อครูกล่าวสุดท้ายว่า ดีใจอย่างสูงยิ่งที่พวกคุณมา… ติดตามทางยูทูป : 650827 หนึ่งวันกับพ่อครู พ่อครูพบชาวเกาหลีใต้ Happy village
ลำบากไว้ก่อนพ่อสอนไว้ สบายมากไปจะพาเสื่อม เช้ามืดตีสี่ ของวันศุกร์ที่ 2 กันยายน พ่อครูลุกมาปลุกปัจฉาฯ บอกว่าเจ็บลิ้น... ปัจฉาฯลุกมาใส่ยาให้พ่อครู ดูแล้วปัญหาเกิดจากลิ้นกับฟันกระทบกัน เป็นตรงโคนลิ้นเลย แผลบวมแดง ป้ายยาเสร็จพ่อครูก็นอนพักต่อได้ ตอนสายๆ พ่อครูนั่งทำงาน ก็มีอาการเจ็บโคนนิ้วก้อยซ้าย ซึ่งเป็นจุดที่มันปวดเป็นประจำ อาจเพราะเกิดจากการใช้งานพิมพ์หนังสือมาอย่างต่อเนื่องหลายสิบปี ให้อาหัวโตมาคอยนวดคลายอาการก็ค่อยเบาลงหน่อย วันนี้ทั้งวันพ่อครูไอบ่อยครั้ง มีเสมหะมากด้วย ไอออกมาได้เสมหะหลายซีซี. พ่อครูมักจะแซวว่า มันเหนียวมาก น่าจะเอาไปแทนกาวอีพ็อกซี่ ตอนบ่ายสามฝนตกลงมาอย่างหนัก น่าจะเป็นฝนห่าใหญ่ที่ตกหนักสุดในหน้าฝนนี้เลย ตกนานเป็นชั่วโมงก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ทางทีมงานจัดเวทีทีมบุญนิยมทีวีโทรมาถามว่า พ่อครูน่าจะเทศน์อยู่ข้างบนชั้น 4 เพราะฝนตกหนัก ปัจฉาเลยถามพ่อครูว
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive