สื่อธรรมะพ่อครู(มูลสูตร 10) ตอน วิธีทำใจเมื่อได้มาสอบว.บบบ_.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(มูลสูตร 10) ตอน วิธีทำใจเมื่อได้มาสอบว.บบบ. พวกเราบำเพ็ญคนบำเพ็ญธรรมกันมาตั้ง 6 วันไม่รู้ว่าเข็ดหรือว่าหนีกันไปบ้างหรือไม่ก็เอาเถอะแต่ว่าอาตมาจัดว.บบบ.มาวันนี้ เห็นพัฒนาการเห็นความได้ประโยชน์ได้ผลคุ้มต่อกันเหน็ดเหนื่อยลงทุนใช้เวลาทุนรอนแรงงานไปทำ ก็ขอขอบคุณที่ทำให้สิ่งนี้มันเกิดสำเร็จเป็นพฤติกรรมสังคมขึ้นมาในสังคมมนุษย์มันเป็นสุดยอดแห่งการบำเพ็ญประพฤติ อาตมาก็ใช้วันเวลาช่วงนี้ที่จะวัดใจกัน เป็นวัน holiday เป็นวัน long weekend หยุดให้ตั้งหลายวัน เป็นวันนักขัตฤกษ์ที่ต้องหยุดกันแต่คนก็ไม่ใช้วันเหล่านั้นไปสำมะเลเทเมาไปไร้สาระหรือเป็นโทษเป็นภัย แต่กลับเกิดปัญญารู้จักสิ่งควรประพฤติควรกระทำ ใครยังมีอาการโหยหาว่าเราไม่ได้ไปเที่ยวเชียงใหม่ไม่ได้ไป countdown ที่นั่นที่นี่ตามที่แต่ที่เขาจะหลอกกันสารพัด ว่าน่าสนุกน่าอร่อยเพลิดเพลินก็ว่ากันไป เขาก็หลอกกันไปสารพัด ใครยังโหยหาอยากจะไประริกระรี้กันอยู่บ้าง…..ไม่ต้องยกมือ ก็มากันได้ขนาดนี้คุณมาฝืนกันได้ 6 วันพรุ่งนี้ก็เข้าห้องสอบ คุณก็อยู่จนได้อนุโมทนาสาธุด้วยจริงๆเป็นสิ่งที่ดีงามเป็นสิ่งประเสริฐรู้คิดมีภูมิปัญญาใช้วันเวลาแรงงานทุนรอนมาทางนี้ มันก็เป็นเรื่องประเสริฐ อาตมาก็สบายใจที่มันมีลักษณะที่ดีมีสิ่งประเสริฐมีสิ่งที่อ่านได้วัดได้ยืนยันได้ว่ามันดีอย่างไรเท่าที่อาตมาจะมีภูมิรู้ยิ่งเห็นพวกคนประพฤติกระทำกันอาตมาก็พอใช้ภูมิปัญญาปฏิภาณของอาตมาว่าคุณมีคำกริยาพฤติกรรมความประพฤติการปฏิบัติมีอาการให้เห็น มีกายวิญญัติ วจีวิญญัติ อะไรแค่ไหน ประมวลเหตุปัจจัยต่างๆอาตมาเข้าวัดว่ามันมีการก้าวหน้ามีการเจริญกว่าเก่า หลายคนมีลักษณะดีอย่างนี้ซ้อนว่าคือมาสอบครั้งที่ 3 ครั้งที่ 4 แล้วหลายคนก็ไม่ได้เข็มมาถึงครั้งนี้ก็วางใจไม่ได้เข็มก็ไ
อ่านต่อ
ม่เป็นไรอันนี้เป็นความเจริญครั้งแรกอาการแรงกว่านี้เยอะทั้งที่ 2 บางคนอาจจะอยากได้มากกว่าเก่าเอาให้ได้แต่มันไม่ได้ข้อสอบอีกครั้งที่ 3 อยากได้อีกมากก็ได้หรือว่าวางใจบ้างก็ได้แต่ครั้งที่ 4 นี่วางใจไปเยอะยิ่งเป็นการก้าวหน้าเลย มัน 3 ครั้งแล้วครั้งที่ 4 จะได้ไหมนี่นี่คือวิวัฒนาการของจิตวิญญาณด้วย ยกตัวอย่างมาให้คุณอ่านใจตัวเอง ดูแม่แต่บางคนก็มีความชินชาบางคนได้ตั้ง 3 เข็มแล้วกำลังจะเอาเข็มที่ 4 ก็เกิดชินชาไม่ได้หมายความว่าเฉยเมย คำว่า “ชิน” แปลว่าชนะ คำว่า “ชา” แปลว่ารู้ ในภาษาบาลีแท้ๆ ชินะแปลว่าชนะ ส่วนคำว่า ชา หรือชานาติ ปรีชาแปลว่ารู้รอบ มันรู้แล้วก็ชนะแล้วก็เลยชิน ก็เลยภาษาอีสานว่ามันลึ่ง ก็คือชินชา คือวางเฉยแล้ว มันไม่มีอาการที่กระดี๊กระด๊าเพิ่มแต่ดีใจลดลงจนชินไป เป็นอาการที่เจริญก้าวหน้า ทั้งทั้งที่เราก็มาขยันจะสอบ ขวนขวายเรียนรู้แต่อาการชินชามันเกิด ลดลง ใครมีอาการนี้เกิดก็ดูของเราเอง เราต้องสอบต้องมีความรู้ต้องเอาใจใส่แต่อาการ ปีติ ที่มันดีใจชื่นใจนั้นลดลง จากแรงๆจากอุพเพงคาปีติก็ลดลง ถ้าใครเฉยๆแล้วก็ยิ่งดีเป็นความเบาบางแผ่ซ่านไปในจิตเฉยๆ เนียนๆลึกๆไม่มีอะไรมาก หากอุพเพงคาปีติก็แรงเป็นภัยต่ออารมณ์เป็นภัยต่อจิตต่อตนเอง อาตมามีหน้าที่ที่จะต้องมาช่วยคนทำให้คนเจริญ ไม่เบื่อไม่หน่ายอาตมาเป็นโพธิสัตว์มาหลายชาติ มาทำหน้าที่นี้ ตั้งใจอยู่ต่อไปอีก เพราะว่ามันไม่เสียหลายมันมีผล มีประโยชน์เกิดได้เป็นได้ มันเป็นไปได้ไม่ใช่ว่ามาทำแล้วก็เป็นไปไม่ได้เลยหรือมีน้อยจนน่าเหี่ยวใจ อาตมาได้มากขนาดนี้ ได้คนมาขนาดนี้ก็ชื่นใจแล้วอาตมาก็รู้ตัวว่าอาตมาไม่ใช่คนมีบารมีคนเก่งกาจเกินไป ได้ขนาดนี้ก็ดีแล้ว แต่ได้มากกว่านี้มันก็ดี แต่ได้มากก็ไม่ใช่คนมากวนมารวน แต่ได้มาแบบตั้งใจอย่างนี้ดีแล้วเพราะวิธีการที่อาตมาพาทำนี้มีลักษณะอาการคัดเลือกอยู่ในตัว ก็เลยได้ผู้ที่ต้องมีใจจริง ยินดีพากเพียรอุตสาหะพากเพียรก็ได้อันนี้ไป 590102_ธรรมะภาคค่ำ ว.บบบ.ครั้งที่ ๔ ปรากฏการณ์ของว.บบบ.