สภาพลิงลมอมข้าวพองของโพธิสัตว์ก็ต้องรับวิบากด้วย.docx
เนื้อหาในไฟล์
สภาพลิงลมอมข้าวพองของโพธิสัตว์ก็ต้องรับวิบากด้วย _เสียง อิสระ . กราบนมัสการพ่อท่านครับ ผมขอกราบเรียนสอบถามพ่อท่านว่า ทำไมผู้ที่บรรลุอรหันต์ในชาติก่อนแล้ว เมื่อมาเกิดในชาติใหม่ ในชาติต่อมาก่อนสภาวะบรรลุอรหันต์จะเกิด จึงต้องอยู่ในสภาพ ลิงลม อมข้าวพอง ก่อนครับ จะเป็นการต้องชดใช้วิบากเก่าหรือเปล่าครับ และก่อนสภาวะบรรลุอรหันต์จะเกิด หากมีการสร้างกรรมใหม่ กรรมนั้นจะมีผล ต้องชดใช้วิบากใหม่ไหมครับ กราบนมัสการครับ พ่อครูว่า…คำถามคำถามนี้ เป็นคำถามที่พยายามจะล้วงความรู้ในกรรมวิบาก ซึ่งเป็นเรื่องอจินไตยพระพุทธเจ้าก็ตรัสไว้ว่าเป็นอจินไตย มันก็ไม่ง่ายที่จะเข้าใจ ก็ขออธิบายบ้าง ที่จริงอาตมาเข้าใจดีและจะพยายามอธิบายให้ฟัง ประเด็นที่ถามนี่ก็คือ กรรมวิบากในชาติของผู้ที่บรรลุอรหันต์แล้วในชาติก่อน มาเกิดชาติใหม่ พอมาชาตินี้เหมือนยังไม่มีความบรรลุ เหมือนยังไม่มีความบรรลุอรหันต์ยังเป็นลิงลมอมข้าวพอง ยังไม่รู้ว่าตัวเองบรรลุอรหันต์ จะต้องมาเป็นอันนี้จะต้องมาเป็นลิงลมอมข้าวพอง ก่อน ในชาติต่อมาๆ หมด แม้แต่พระพุทธเจ้า ในชาติที่เป็นสิทธัตถะนั่นแหละ ท่านก็มี ลิงลมอมข้าวพองของท่าน เช่น ก็ยังไปอยู่ทางโลก ยังไปแต่งงานมีลูก หรือแม้แต่ไปทางธรรมะก็ยังไปออกป่าอีก 6 ปี อย่างนี้เป็นต้น ก็คือสภาพที่มันยังไม่ใช่ภาวะที่บรรลุธรรม ไม่ใช่ภาวะที่สมบูรณ์แบบของชีวิตจริง ที่ท่านได้มาแล้วแต่ชาติปางก่อน พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมาเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ ไม่ได้มาปฏิบัติธรรมอะไร เพราะว่าท่านถ้วน ท่านเต็มแล้ว เป็นแต่เพียงว่าชาติที่ท่านเกิดมานั้นท่านอุบัติขึ้นมาเพื่อประกาศศาสนา ท่านไม่ได้ปฏิบัติธรรมอะไร เพราะทุกอย่างท่านเต็มมาแล้ว เต็มมาแล้ว เป็นโพธิสัตว์ ผ่านขั้น 8 มาเป็นขั้น 9 เต็มมาแล้ว เหมือนอย่างที่อาตมาเคยอธิบายให้ฟัง
อ่านต่อ
ว่า พระพุทธเจ้าหรือไม่ใช่พระพุทธเจ้า เป็นโพธิสัตว์ใหญ่บางองค์ บำเพ็ญไปถึงขั้น 9 มีสัมมาสัมโพธิญาณเท่าเทียมกับพระพุทธเจ้าท่านบำเพ็ญได้แล้ว แต่ท่านไม่ปรากฏตัว ท่านปรินิพพานเป็นปริโยสานไปส่วนตัว ไม่มีใครรู้ด้วย เพราะท่านไม่ได้ประกาศ แล้วก็ไม่มีใครที่สูงกว่าท่าน ที่จะมารู้ท่านอีก จึงไม่มีใครรู้ท่าน แล้วท่านก็ ปรินิพพานเป็นปริโยสาน ไป ไม่น้อย เพราะฉะนั้น ผู้ที่เป็นพระโพธิสัตว์ที่บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ ผู้ใดประกาศต่อโลก จึงเป็น จึงปรากฏเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งขึ้นมา ส่วนผู้ที่ไม่ได้ประกาศตนเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีเยอะ เพราะจริงๆแล้ว คนพื้นๆ คนปุถุชนก็จะคิดว่าก็เป็นพระพุทธเจ้าแล้วได้ตำแหน่งแล้วทำไมไม่ประกาศเล่า เสียดายของตายชัก คุณก็จะไปคิดอย่างคุณ พระพุทธเจ้าท่านไม่มีเลย คุณจะไปคิดเรื่องยศศักดิ์เป็นเรื่องน่าติดใจจะต้อง แหม จะต้องยืนยันว่าข้าพระพุทธเจ้านะจ๊ะ คุณว่าท่านมีไหม ท่านก็ไม่มีไม่เหมือนกับที่คุณคิด นี่คุณไปคิดแทน เป็นแต่เพียงท่านพิสูจน์เพื่อที่จะรู้ของท่านเองเท่านั้นเอง ส่วนท่านจะทำหน้าที่ ท่านจะทำอย่างนั้นก็เรื่องของท่าน ไอ้นี่เป็นเรื่องเกินคิด อจินไตย เป็นเรื่องสุด อาตมามาชาตินี้มาประกาศโพธิสัตว์ 9 ระดับ ประกาศอรหันต์อีก 6 ระดับ ไม่มีใครพูดหรอก ไม่มีใครมาแยกแยะ ไม่มีใครมาอธิบายพวกนี้ แล้วเรื่องเหล่านี้อาตมาขอยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องพูดพล่อยพูดเล่นพูดผิดความจริง ขอยืนยันว่าไม่ผิดความจริง แต่ความรู้เหล่านี้เป็นความรู้ของอาตมาที่เป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ที่สามารถรู้ในความเป็นระดับ ความเป็นระดับ ลำดับ อย่างน่าอัศจรรย์ เพราะฉะนั้นคนที่ไม่รู้เรื่องก็จะบอกว่าไม่รู้เรื่องมาพูดอะไร แต่คนที่พอรับได้ก็จะเห็นว่า รู้ได้ขนาดนี้เชียวหรือ น่าอัศจรรย์นะ..ใช่ไหม เป็นเรื่อง..โอ้โห!มีนัยยะละเอียดลึกซึ้งซับซ้อนขนาดนี้เชียวหรือ ใช่ไหม จะเป็นอย่างนั้นจริงๆ คนเรา ฉะนั้นคนที่เขาไม่เข้าใจ ไม่เชื่อถือ ไม่ยอมรับเขาก็รับไม่ได้ ส่วนพวกคนมีภูมิปัญญาพอรับได้คุณก็รู้ อาตมาไม่ได้ดูถูกพวกคุณนะ พวกคุณไม่ได้ไม่ได้เป็นโพธิสัตว์อย่างว่าแต่พอรู้พอเข้าใจได้ ใช่มั้ย ไม่ใช่เรื่องพูดสับสนไปมา ที่จริงรู้ละเอียดลออเอาขึ้นดีด้วย ไม่ใช่สับสน ก็ศึกษาไปแล้วก็จะรู้ สมณะฟ้าไท... เขาถามประเด็นว่า คนที่เป็นโพธิสัตว์ ตอนที่เป็นลิงลมอมข้าวพอง จะมีผลวิบากต่อการดำเนินชีวิตตัวเองไหม พ่อครูว่า... เป็นสิ เป็นทั้งตนเองต้องรับวิบาก แล้วก็จะต้องทำให้ดีๆกับวิบากที่ตนทำ รับมือดีๆ มันมีมาคุณก็ต้องประพฤติให้ดีๆ อย่าให้มันเป็นอกุศล อย่าให้เป็นวิบากที่มันซับซ้อนที่เราจะต้องเป็นวิบากไม่ดีเป็นอกุศลไปอีก มันก็ให้ผลแก่เราใช่ไหม ถ้ามันเป็นกุศลก็ให้ผลแก่เรา แต่ไม่ใช่ว่าเราติดกุศลแต่ควรทำให้เป็นกุศล ไม่ควรทำให้เป็นอกุศล..ใช่ไหม มันเป็นสัจจะ กุศล อกุศลนี่มันเป็นโลกีย์ ถ้าบาปกับบุญ มันเป็นโลกุตระ อันนี้ก็แยกให้ฟังเยอะ คำว่า บาปกับอกุศล กุศลเป็นสมบัติ บาปเป็นวิบัติ เพราะฉะนั้นถ้ามีบุญ บุญก็จะเป็นพลังงานจิตที่กำจัดบาปไปหมดเลย เพราะฉะนั้นเมื่อมันหมด มันก็จะหมดทั้งบุญและบาป ปุญญปาปปริกขีโณ ก็สิ้นไปทั้งหมด บุญบาป เพราะฉะนั้นผู้ที่หมดอกุศลแล้ว ผู้ที่หมดอกุศลแล้ว ผู้ที่หมดบาปด้วย เอาอย่างนี้ก่อน ผู้หมดบาปคือหมดกิเลส เอามาพูดก่อน ที่จริงผู้หมดบาปมันก่อนอกุศลไม่ได้ อกุศลต้องหมดก่อน ทีนี้พูดให้ฟังว่า ถ้าผู้ที่หมดบาปแล้ว อกุศลไม่ต้องพูดเลย เพราะท่านหมดไปก่อนแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าผู้ใดยังมีบาป ทำกุศลได้อยู่ ผู้มีบาปนี่ยังทำกุศลได้อยู่ บาปนี่คือกิเลส ผู้ที่กิเลสยังมีอยู่ ก็ยังทำดีได้ ทำกุศลได้ ผู้ยังมีกิเลสอยู่อย่างพวกคุณยังไม่หมดกิเลสทีเดียว ก็ยังทำกุศลได้ใช่ไหม แต่ ผู้หมดกิเลสหมดบาปแล้ว ไม่มีจะไปทำอกุศลนั้นแน่นอนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ทุกกรรม ที่ผู้หมดบาปแล้ว สัพพปาปัสอกรณัง(ไม่ทำบาปทั้งปวง) จะไม่ทำแล้วอกุศล ไม่มี เพราะฉะนั้น กุสลัสสูปสัมปทา(ทำกุศลให้ถึงพร้อม) กรรมทุกกรรมของผู้ที่หมดบาปหมดกิเลสไม่มีอกุศล กรรมทุกกรรมเป็นกุศลทั้งนั้น นี่คือนัยยะอันละเอียดที่แปลโอวาทปาฏิโมกข์ 3 พลังฤทธิ์ของโลกีย์ เกิดมายังไงคุณไม่เดียงสาก็ต้องถูกอำนาจของโลกีย์ครอบงำ พาไป จะเก่งขนาดไหน อย่างพระพุทธเจ้าก็ยังไม่พ้น อาตมาก็ยังอยู่ในสงสารอยู่ทางโลกตั้ง 36 ปี ออกป่าไปอีกเหมือนกัน แต่ไม่นานไม่เหมือนพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าท่านมีวิบากของท่านก็ว่ากันไป อาตมาอยากจะไปว่าพระพุทธเจ้ากัสสปะทำไม ท่านก็วิบากของท่านไป 661013 สำนึกรู้ เพื่อเข้าสู่โลกที่ดีที่สุด คือโลกโลกุตระ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก