620208 พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ แก้กรรมฐานให้ถูกพุทธ.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2562
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์32 KB
วันที่แก้ไข3 มีนาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

620208 พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ แก้กรรมฐานให้ถูกพุทธ อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/19heZyyuW6J-3AAEo9ON9mCs6T58Vv7RESENYneAQsHY/edit?usp=sharing ดาวโหลดเสียงที่.. https://drive.google.com/open?id=1wggjU1Z4Dd6KE3WvaWKyF8mEagNBAfLj สมณะฟ้าไทว่า…วันนี้วันศุกร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 ที่บวรราชธานีอโศก ตอนนี้อากาศเริ่มร้อนแล้ว แต่ก็ไม่เท่ากับบรรยากาศการเมืองที่ร้อนฉ่า แต่ถ้าลดละกิเลสของคนได้ปัญหาก็จะถูกแก้ไปโดยปริยาย เพราะคนจะลดละตัวตนแล้วทำเพื่อผู้อื่นก็จะทำให้ปัญหาลดลง ถ้าคนยังเห็นแก่ตัวอยู่ก็คือที่พ่อครูบอกไว้ว่า คนที่เลวที่สุดในแผ่นดินคือหากินบนคำว่าช่วยเขา ทำร้ายสังคมได้อย่างร้ายแรงอันตรายที่สุด

สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน โลกุตรธรรมคือเหนือสุขเหนือทุกข์ พ่อครูว่า...ก็มาดูความเห็นของsms มีทั้งแสดงชอบใจและไม่ชอบใจ แต่ที่ไม่ชอบใจหยาบคายมากเราก็ไม่อาจเอามาอ่านออกได้ เขาก็แสดงออกสะใจตนตามกิเลสเขา สะใจกิเลสโกรธก็ได้แสดงออกให้หยาบคายรุนแรงก็แสดงออกให้เห็นว่าคนๆนี้ยากจะแก้ไข ตกต่ำหนักรุนแรง แสดงออกถึงจิตเขา มันทำให้แสดงคำพูดกิริยากายออกมาอย่างนั้น อาตมาไม่สามารถแสดงธรรมกับสิ่งที่คนเขาไม่รับฟัง หรือสิ่งที่คนเขารับฟังแล้วไม่เกิดความเห็นว่าชอบหรือไม่ชอบ ใช่หรือไม่ใช่ ถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง พูดง่ายๆ แสดงธรรมกับต้นเสาต้นไม้หัวตอ อาตมาแสดงไม่เป็นและไม่คิดว่าจะต้องไปแสดงอย่างนั้น จะต้องแสดงกับผู้ที่มีภาวะตอบรับ แม้จะตอบรับกันอย่างแรง ที่มันตอบรับกันอย่างแรงเพราะอะไร เพราะความเห็นที่เราแสดงนี้มันเป็นเรื่องของโลกุตรธรรม อันนี้เป็นเรื่องยิ่งใหญ่เป็นเรื่องโลกุตรธรรม ซึ่งโลกุตรธรรมทุกวันนี้มันหายไปแล้ว มันไม่มีอยู่ในสังคมศาสนาพุ

อ่านต่อ

ทธแล้ว อาตมาพูดความจริงนะขอยืนยัน ทีนี้ถ้าเผื่อว่า โลกุตรธรรมได้หายไปจากศาสนาพุทธก็เท่ากับศาสนาพุทธเสื่อมแล้วหมดแล้ว เพราะศาสนาพุทธคือศาสนาที่มีโลกุตรธรรม ไม่ใช่โลกียธรรม ที่มีอยู่ทั่วโลกเป็นศาสนาที่มีอยู่ทั่วโลกที่ไม่รู้เรื่องทุกข์เรื่องสุขกันอย่างสมบูรณ์แบบ และสามารถดับความสุขความทุกข์หมดไปได้ ไม่มี ศาสนาไหนก็ไม่มีนอกจากศาสนาพุทธ นี่คือหัวใจของศาสนา สุข ทุกข์ เป็นเทวะ เป็นสภาวะอย่างหนึ่ง dualism ที่คนแยกไม่ออก คนหลงต้องมีสุข ไม่เอาทุกข์ นี่คือสภาวะของสามัญปุถุชนโลกีย์ของทุกศาสนาด้วย เป็นแต่เพียงมีความสุขให้ดีอย่าไปมีความสุขแบบชั่ว หรือแม้แต่จะทุกข์ก็ทุกข์ให้ดี อย่าไปทุกข์อย่างชั่ว พุทธชี้ว่าเป็นโลกุตระไม่ใช่อยู่ที่ดีกับชั่ว ดีชั่วเป็นแค่โลกียะเป็นแค่สมบัติ ส่วนความสุขความทุกข์เป็นวิบัติ ศาสนาพุทธทำให้ความสุขความทุกข์สูญหายชิบหายไปหมดเลย นี่คือศาสนาพุทธ คนที่จะพูดอย่างอาตมานี้ดูเหมือนเป็นคนบ้าแน่นอน เป็นคนพูดอยู่อีกโลกหนึ่ง ทุกวันนี้บอกแล้วว่าโลกุตระไม่มีแล้ว เขาก็ฟังแล้วก็บอกว่ามาจากต่างดาวไม่ตรงสมมุติของเขา แบบโลกีย์จะมีความสุขความทุกข์ก็แบบโลกีย์ ส่วนของพุทธนั้นมันไม่มีสุขทุกข์มันเกินกว่าสุขทุกข์แล้ว ที่พูดความสุขความทุกข์อยู่ในโลกก็พูดอย่างลำลองตามที่เขาสมมุติกันเท่านั้นเอง พูดไปกับเขาเพราะเขาเองอยู่ในโลกนี้ ไม่รู้เรื่องหรอกกับคนโลกโลกุตระ คนที่ไม่มีปัญญาเข้าใจเรื่องความสุขความทุกข์และมีความชัดเจน ว่าอ๋อ เราต้องออกจากความสุขความทุกข์ที่เป็นโลก วนสุข ทุกข์ ในโลกอบาย สุขทุกข์อยู่ในการติดกาแฟก็สุขทุกข์ไปจนตาย สุขทุกข์อยู่ในการเล่นไพ่ สุขทุกข์อยู่ในการเมาในอำนาจอย่างทักษิณ ทำจนกระทั่งพิลึกพิลือ อาตมาถึงบอกว่าโลกจินตา เกิดมาชาตินี้ยังได้เห็น คนมีความคลั่งไคล้จนกระทั่งตั้งชื่อเป็นคนนี้ มันเป็นไปได้นะ ชาตินี้เกิดมาได้เห็น มีไหมประเทศไหนจะมีอย่างนี้ มีแต่ในประเทศไทยนี่แหละบ้าบอคอแตก ทำได้อย่างนี้ คือมันโง่ได้ที่จริงๆจึงทำได้ สุดๆเลย สุดกูไม่รู้ไม่ชี้ กูคลั่งไคล้คนนี้จะชั่วอย่างไรก็ช่าง ไปหลงใหลคลั่งไคล้กับสัตว์นรกใครจะว่าอย่างไรก็ช่างกูก็เห็นเป็นสวรรค์ของกู โลกนี้จึงต้องพูดกันอย่างชัด จัดๆ แรงๆ มันเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องพูดจัดๆชัดๆแรงๆ เพราะโง่หนัก จนต้องใช้วิธีนี้ที่มันหนักและแรง เพื่อแก้ประเด็นที่มันติดยึด มันหลงมันคลั่งก็แก้ไม่ออกแก้ไม่ได้ แล้วมันก็น่าสงสารนะ อย่างหมอรักษาคนนี้ต้องใช้ยาแรงไม่อย่างนั้นมันตายทันทีเลย มันโคม่าแล้ว จะต้องให้คนเขาตำหนิ หรือว่าต้องให้มอร์ฟีนก็ต้องจำนน อาตมาถึงยอมที่จะมีข้อด้อยถึง 10 ข้อ จำนนที่จะมีข้อด้อยดังนั้นอยู่ ถ้าไม่เช่นนั้นทำงานไม่ได้ ถึงเป็นเรื่องลึกซึ้งที่สุด ก็พูดกันไป คือโลกุตระนั้นมันไม่มีแล้วตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อาณิสูตร พตป.เล่ม16 ข้อ 672 ตอนนั้นศาสนาพุทธก็ยังไม่เสื่อมไปท่านก็พยากรณ์ไว้ก่อนแล้ว ว่าต่อไปนี้ ในอนาคตข้างหน้า ศาสนาพุทธจะไม่เหลือโลกุตระเลย เปรียบเหมือนกลองอานกะ ที่ประกอบไปด้วยเนื้อไม้ หนัง เส้นสายอะไร องค์ประกอบของตัวกลองนี้ แล้วชื่อว่ากลองอานกะ พอมาถึงยุคที่มันหมดแล้วก็เท่ากับกลองอานกะมันไม่เหลือเนื้อไม้ เส้นเอ็นไม่เหลือที่ใช้เป็นองค์ประกอบของกลองอานกะ ไม่เหลือเลย ฉันเดียวกัน สัจธรรมที่เป็นพุทธเป็นโลกุตรธรรมของพระพุทธเจ้ามันไม่เหลือแล้ว แล้วคนที่ศึกษาศาสนาพุทธก็ศึกษาตามแกนที่มีเป็นกลองปลอมๆ แล้วนึกว่าเป็นของแท้ เขาก็เอาเป็นเอาตายศึกษากันด้วยนะ พออาตมาเอาของแท้ กลองแท้ของศาสนาพุทธขึ้นมา อาตมาพูดไปแล้วว่าเป็น สยังอภิญญา มากอบกู้ศาสนาพุทธ พูดไปถึงเป็นพระธรรมิกราช 1 ใน 2 ที่มากอบกู้ศาสนาพุทธ อีกองค์หนึ่งก็คือในหลวง เขาก็หาว่ายกตนเทียบเท่าในหลวงอีก อาตมาก็อ้างอิงหลักฐาน พวกเราเป็นสังคมโลกุตระที่เอาพระสูตรต่างๆไม่ว่าจะเป็นสาราณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7 วรรณะ 9 เราก็ทำได้ตามพระอนุสาสนีปาฏิหาริย์ ของพระพุทธเจ้า แต่ทางโน้นเขาไม่มีเลยทั้งกระแสหลักไม่มีเลย ผู้มีดวงตาอย่างพวกคุณ หรือคนที่เขาไม่มา แต่เขาเห็นรู้แล้วว่าถูกเขาก็ไม่มา ส่วนคนที่เข้าใจไม่ได้ เราก็ย้ำตอกลิ่มเข้าที่หัวเขาอีก เขาก็ยิ่งเจ็บปวด เหมือนด่ากูอีกแล้วเขาก็ว่าเราควรหยุด แต่เราก็ด่าเพิ่มอีก เขาก็ยึดมั่นถือมั่น อาตมาก็ยิ่งต้องย้ำยืนยันความถูกต้อง แต่คุณยิ่งยึดคุณยิ่งเจ็บ อาตมาจะกระหนาบแล้วกระหนาบอีก ติแล้วติอีก เหมือนพระพุทธเจ้าตรัสกับพระอานนท์ไว้

_SMS วันที่ 6 ก.พ. 2562 (พุทธศาสนาตามภูมิ : พ่อครู)

_5025พ่อท่านนี่แหละสุดยอดที่สุด

_8788กราบขอบพระคุณหลวงปู่ที่ตอบคำถามครับ.

_ນາງ ເກດມະນີ ສຸກສະຫວັນ · ນະມັດສະການພໍ່ທານສຸດຍອດທີ່ສຸດສຸຖຸ🙏🙏 (นางเก็ดมณี สุขสวรรค์ นมัสการพ่อท่านสุดยอดที่สุดๆ)

_พอ : ฟังปัญหาของคุณหนึ่งฟ้า นึกถึงตัวเอง ก็โดนว่าเป็นคนนอกก็ งง ๆ ว่าทำไมต้องมีคนนอกคนใน เหมือน แบ่งชนชั้น ดูคนที่บอกว่าตัวเองเป็นคนในคือต้องใช้จ่ายเงินส่วนกลาง ไม่เคยขวนขวายการงานก็มี เห็นแก่ตัว เห็นแกกินก็มี ไม่รักษาหน้าชาวอโศกก็มี ทำให้คนที่พบเห็นชาวอโศกแล้วไม่ศรัทธา เพราะกิริยาอาการ ที่เย่อหยิ่ง เหยียดคนอื่นด้วยศีล ยกตนข่มท่าน พูดแต่ว่าชาวอโศกเท่านั้นดีเลิศประมานนั้น นี่คือเหตุหนึ่งที่คนเขาไม่ศรัทธาชาวอโศก พ่อครูว่า...เป็นได้คนที่ติดในเปลือกภาษาสื่อบัญญัติที่สูงสุดแล้วมันจะกลับไปกลับมา สูงสุดคือต่ำสุดนี้สื่อสัจจะ คนที่เข้าใจสัจจะที่อาตมาเรียกว่า สิริมหามายา อันนี้หมายถึงสิ่งดีแต่คนเข้าใจไม่ได้เหมือนสิ่งชั่วเป็นภาษาสัจจะ มันก็เลยทำให้เขาเข้าใจผิด ทั้งๆที่มันดีสุดๆแล้ว แต่เขาก็เข้าใจว่าต่ำสุด หรือดีเท่านี้มันก็หมายถึงชั่วขนาดนี้ เขาก็เข้าใจว่าดีขนาดนี้คือชั่วอีก สำหรับคนที่เข้าใจสิริมหามายาดังกล่าวได้ก็เข้าใจเป็นธรรมดา สิ่งเหล่านี้ไม่หายหรอกในยุดพระพุทธเจ้าก็มี ในสังคมอโศกนี้ยิ่งต้องมี ประวัติอโศกเราเป็นชาวโลกุตระที่เขาเข้าใจไม่ได้เลย เขาก็ยิ่งสับสนซับซ้อนหลายชั้น มาผสมโลกุตระกับโลกียะผสมกันก็ยิ่งแยกไม่ออกใหญ่ก็ยิ่งปวดหัว ก็ต้องจำนน สุดทาง อาตมาก็ตอบไม่ได้หลายอย่าง

_เอซุส เวสเกต ...ถ้าบอกว่าตัวเองเป็นอรหันต์ ก็ทำประโยชน์ให้ส่วนรวมให้ประเทศชาติ เหมือนหลวงตามหาบัว /ท่านพุทธทาส/หลวงพ่อคูณ เลยครับ ดีกว่ามานั่งขี้โม้ในเรื่องที่ตัวเองก็ยังไม่เข้าใจ เลอะเทอะ … กราบขออภัยนะครับอย่าหาว่าผมละลาภละล้วงท่านเลยนะครับผมดูอาการท่านมาหลายคลิปแล้ว ผมว่าท่านใกล้จะบ้าเข้าไปเต็มทีแล้วครับ ตอนนี้นะท่านกำลังติดอยู่ในสัญญาวิปลาสอยู่นะครับ รู้ตัวรึยังครับ? ...ผมแนะนำนะครับรีบเข้าหาครูบาอาจารย์ที่เขาเก่งๆหรือแตกฉานในพระกัมมัฏฐานจริงๆให้เขาช่วยแก้อารมณ์ให้ หรือไม่ก็กลับไปกราบขอขมาอุปัชฌาย์ผู้ที่บวชให้ท่านเสียนะครับเผื่อท่านจะช่วยแก้อารมณ์ให้ท่านได้ ...กัมมัฏฐานไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะครับ ฝึกฝนเล่าเรียนเองโดยไม่มีครูบาอาจารย์ช่วยประคองช่วยแก้อารมณ์ให้ ผมเห็นเป็นบ้ามาหลายคนแล้ว(ผมเองก็โดนมาแล้วครับ)เชื่อผมเถอะ ผมหวังดีนะครับ ...เพราะท่านเองก็มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ถ้ารีบแก้ไข้สิ่งที่ผิดพลาดให้มันถูกต้อง ต่อไปท่านจะได้เป็นกำลังหลักให้พระพุทธศาสนา ช่วยเหลือประเทศชาติให้เจริญขึ้นไปอีกอย่างแน่นอนครับผมมั่นใจ ...เอาละครับ สุดท้ายนี้ถ้าคำพูดใดที่กระผมได้กล่าวจาบจ้วงล่วงเกินท่านก็ขอให้ท่านได้โปรดอโหสิกรรมแก่กระผมผู้มีความรู้น้อย ผู้รู้เท่าไม่ถึงการณ์คนนี้ด้วยนะครับผม ลึกๆแล้วผมไม่ได้มีเจตนาไม่ดี เพียงแต่ต้องการให้ ท่านเป็นกำลังทางศาสนาได้อย่างถูกต้อง ลูกศิษย์ลูกหาท่านก็จะได้ไม่ลำบากด้วยครับ เห็นแก่ลูกศิษย์ลูกหาของท่านบ้างเถอะครับ อย่าเอาแต่ตัวเองสบายครับ ... กระผมก็เป็นศิษย์ตถาคตเหมือนกันครับ ตอนนี้ก็กำลังฝึกพระกัมมัฏฐานอยู่ครับ ...ถ้าท่านยังพอมีสติในส่วนที่ดีเหลืออยู่ ขอได้โปรดอโหสิกรรมให้กระผมในสิ่งที่กล่าวไปด้วยนะครับ ....เถเร ปะมาเทนะ ทะวารัตตะเยนะ กะตัง สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต ...กราบขออภัยเป็นอย่างสูงครับ ...ลูกศิษย์ท่านคนไหนที่โพสวีดีโอนี้ ช่วยอ่านข้อความผมให้ท่านได้ฟังด้วยครับ ขอบคุณค้าบบบ

พ่อครูว่า...อาตมาต้องแก้คนที่เขายึดผิดว่าคนเป็นอรหันต์เป็นแบบนั้น ซึ่งมันไม่ใช่ ขณะที่แก้ มันก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพูดถึงเขา เขาก็ไม่เชื่อว่าจะมาเป็นพูดสัจจะจริงทุกอย่าง ถ้าเขาฟังเขาก็ยิ่งจะอ้วกแตก ก็ต้องขออภัยที่อาตมาพูดสัจจะ คุณ เอซุส เวสเกต ...ก็เป็นผู้ปรารถนาดี อาตมาก็นับถือน้ำใจคุณมาก อาตมาก็ต้องมีความเมตตาปรารถนาดีที่จะช่วยคุณ

_กูรู x ….สาธุๆ ยิ่งเผยแพร่ คนที่มีภูมิก็จะยิ่งได้คิดพิจารณา ดีกว่าไปนั่งหลับหูหลับตาในถ้ำ แล้วก็จุดธูปจุดเทียนอ้อนวอน รับบริจาค เรี่ยไร ฉายหนังเต้นจำบะเด้งหน้าเด้งหลังในวัด พวกกรรมการวัดบางคนก็จับกลุ่มนั่งดูดบุหรี่ ก๊งเหล้า ยิ่งงานทอดผ้าป่ากฐินของวัดบางที่มีการฟันแทง ยิงกัน วัยรุ่นก็แย่งกันจีบผู้หญิง ไม่นับพวกงานบวช แห่นาค คนเมาก็ถือขวดเหล้าขวดเบียร์เดินเต้นเดินรำนำหน้า หลายงานก็ตีรันฟันแทง นี่มันพุทธแบบไหน ไม่ซืมไม่ปฏิบัติ พูดแต่ทะเบียนบ้านแบบที่เขาเหน็บแหนมกัน ก็เหมือนอย่างคนที่ปากบอกพุทธแต่กลับเข้ามาด่าหยาบๆ นี่หรือชาวพุทธ ที่ถูกสอนให้หมั่นชำระใจให้

สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน อรหันต์จริงต้องทำประโยชน์ต่อประเทศชาติ _เอซุส เวสเกต ...ถ้าบอกว่าตัวเองเป็นอรหันต์ ก็ทำประโยชน์ให้ส่วนรวมให้ประเทศชาติ เหมือนหลวงตามหาบัว /ท่านพุทธทาส/หลวงพ่อคูณ เลยครับ ดีกว่ามานั่งขี้โม้ในเรื่องที่ตัวเองก็ยังไม่เข้าใจ เลอะเทอะ … พ่อครูว่า...ฟังดีๆนะอาตมาจะพูดเป็นปรมัตถธรรม ก็ขอยืนยันอาตมาพูดไปแล้วว่าตัวเองเป็นอรหันต์ ถ้าเป็นอรหันต์ก็ทำประโยชน์ให้ส่วนรวมให้ประเทศชาติ คุณพูดดี อาตมาทำอยู่ตั้งแต่บวชมาจนถึงวินาทีนี้ อาตมาทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติอยู่ตลอดเวลา ทำให้จริงๆ ทำให้อย่างถูกต้องตามโลกุตรธรรมของพระพุทธเจ้าเลย โลกุตรธรรมนั้นมีสภาพของโลกียะด้วย โลกียะที่เป็นกุศล และโลกุตระที่เป็นสิ่งที่เหนือกว่าโลกุตระที่ทวนกระแสกุศลด้วย ทวนกระแสโลกด้วย อาตมาทำประโยชน์ให้โลกียะด้วย โลกียะนั้นสอนให้ทำดีละชั่ว ส่วนโลกุตระนั้นสอนให้ทิ้งความสุขทิ้งความทุกข์ ให้รู้ในความสุขความทุกข์ แล้วไปเรียนรู้ความหลงที่ไปยึดติดในความสุขความทุกข์ ความสุขมันเป็นความเท็จ สุขขัลลิกะ ส่วนทุกข์นั้นเป็นความประเสริฐเป็นทุกข์อริยสัจที่จะต้องเรียนรู้ ส่วนความสุขนั้นไม่ต้องไปเรียนรู้ เมื่อใดอารมณ์นั้นไปก็จะหลงติดอยู่อย่างนั้น เพราะฉะนั้นสุข ทุกข์นี้ก็เป็นเรื่องของสภาพคู่ จึงไม่ต้องกังวลเรื่องความสุข ให้มาสนใจที่เรียนรู้เหตุแห่งความทุกข์ ล้างเหตุแห่งความทุกข์ให้หมดไปตามลำดับ ความทุกข์ก็จะหมดไปตามลำดับ สุขก็จะหมดไปตามด้วย จนกระทั่งเหลือใยสุดท้ายของทุกข์ ดับหมดทุกข์ก็หมด สุขก็หมด เป็นพระอรหันต์สูงสุด ศาสนาพุทธกับความสุขและความทุกข์ไม่มีความสุขไม่มีความทุกข์นี่คือนิพพาน นิพพานไม่ใช่เรื่องมากมายแต่คือความสุขความทุกข์นี่แหละ คุณอ่านเวทนาให้เป็นเข้าใจเวทนา 108 ให้ถูกต้องสภาวะ เวทนา 2 มีกายิกเวทนา ที่เนื่องจากความสัมผัสภายนอก และเจตสิกทุกข์ ที่ไม่ขาดจากภายนอก แต่ไปเน้นอ่านที่ภายใน อย่างนี้คือความรู้สึกหรืออารมณ์ และความรู้สึกหรืออารมณ์นี้เป็นเวทนา 3 คือ สุข ทุกข์ อทุกขมสุข สุข ทุกข์ อทุกขมสุข ที่เป็นเคหสิตะก็มี สุข ทุกข์ อทุกขมสุข ที่เป็นเนกขัมมะก็มี เป็นเนกขัมสิตโทมนัสเวทนาก็มี เนกขัมมสิตโสมนัสก็มี ต้องมาเรียนรู้ความสุขความทุกข์และเนกขัมมะ ได้ แยกสุข ทุกข์ แบบโลกุตระ ได้ จนมันหมดก็มีฐานไม่มีสุขไม่มีทุกข์เรียกว่าอุเบกขา ต้องเข้าใจอุเบกขาแบบเคหสิตะ แบบโลกียะ เข้าใจแยกอุเบกขาเคหสิตะกับเนกขัมสิตอุเบกขา คนที่เข้าใจไม่ได้ เคหสิตะอุเบกขา กับเนกขัมสิตอุเบกขา เป็นคนละโลก อุเบกขาคือฐานของนิพพานเป็นความไม่ทุกข์ไม่สุขที่มีองค์ธรรม 5 ประการสมบูรณ์ ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา หากคุณ เอซุส เวสเกตุ อธิบายไม่ได้อย่างอาตมาหรอก ก็พูดเหมือนคนบ้าแต่นี่ไม่บ้าคนฟังอย่างเข้าใจมีสติสัมปชัญญะปัญญาจึงจะฟังอาตมาเข้าใจ คนที่ฟังอย่างไม่มีสติสัมปชัญญะปัญญาก็จะฟังไม่ได้ ไม่รู้เรื่อง คนที่แยก เคหสิตะอุเบกขา กับเนกขัมสิตะอุเบกขา หรือแยกได้ กระบวนการ 18 ของเคหสิตเวทนา กับกระบวนการ 18 อย่างของ เนกขัมมสิตเวทนา หรือเรียกว่า มโนปวิจาร 18 แบบนี้คือโลกุตระ แบบนี้คือโลกียะ อ่านสภาวะออก คนที่รู้อย่างนี้ได้นี่คือกรรมฐาน ที่คุณพูดมาคุณยังเมาในกรรมฐานนอกรีต เชื่อว่า คุณเอซุส เวสเกตุ อาจจะฟังอยู่ คุณคอมเม้นท์มาก็ด้วยความปรารถนาดี อาตมาก็มีความปรารถนาดีคุณสนใจตั้งใจฟังธรรมะอาตมาเห็นอยู่ ก็น่าช่วยเหลืออย่างยิ่ง เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง คุณเป็นประโยชน์แก่อาตมาอาตมาก็ขอตอบแทนประโยชน์ให้แก่คุณ ฟังด้วยดีย่อมเกิดปัญญา สุสูสังละภะเตปัญญัง

ที่บอกว่า ถ้าบอกว่าตัวเองเป็นอรหันต์ ก็ทำประโยชน์ให้ส่วนรวมให้ประเทศชาติ เหมือนอาตมาตอบแทนให้แก่ประเทศชาติตลอดมา ตั้งแต่ทำงานศาสนามา ปีนี้ปีที่ 48 ย่างเข้าปี 49 แล้ว แล้วก็ทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติแก่ส่วนรวม อาตมาไม่ได้ทำงานเพื่อลาภยศสรรเสริญโลกียสุข ไม่ได้พูดปากเปล่า พวกเรารับรองได้ ไม่ได้ต้องการลาภยศสรรเสริญ ทุกวันนี้ก็ไม่ได้ยศอะไรมีแต่เขาด่าว่าบ้า ว่าโง่ มาทำลายศาสนา ที่คือยศที่เขาให้ คือความอัปยศที่ไม่ได้น่าได้แต่เขาให้ อาตมาเป็นคนได้รับอย่างนั้นจริงๆ คนที่เข้าใจมีความสรรเสริญเยินยอก็มี คนที่ไม่เข้าใจก็นินทาด่าว่า อาตมาเข้าใจทั้งนั้นอาตมามาเกิดในยุคนี้ ได้เอาแก้วแหวนที่เอามาให้ไก่หรือลิง จนไก่หรือลิงจะเข้าใจว่ามันดีกว่าเมล็ดถั่วเมล็ดข้าว แต่อาตมาก็ไม่ประมาทว่า ประชาชนชาวพุทธทั้งหลายไม่ใช่ลิงไม่ใช่ไก่ อาตมาไม่ได้ดูถูกพวกคุณ อาตมาจึงจำเป็นที่จะพยายามอธิบายให้พวกคุณ พวกไก่พวกลิงทั้งหลายเอ๋ย อาตมายังเชื่อมั่นให้เกียรติว่าคุณยังไม่ใช่ลิงไม่ใช่ไก่ คุณต้องรู้นะว่านี่คือเพชรคือทอง ไม่ใช่ของไร้สาระ แต่เป็นของมีค่านะ จริงๆ อาตมาเหนื่อยแสนเหนื่อยรู้ว่ายาก ต้องประมาณว่าจะเอาเมล็ดข้าวมาให้แก่ลิงแก่ไก่ เอาแหวนเอาเพชรมาให้ลิงไก่ที่ตาบอด จนต้องใช้ศัพท์ว่า ทำดีจนคนตาบอดเห็นได้ พระพุทธเจ้าตรัสว่าผู้ที่มีธุลีในดวงตาน้อยยังมีอยู่ อาตมาก็เห็นเช่นนั้น คนที่มีธุลีในดวงตาน้อยยังมีอยู่ ส่วนคนที่มีภูเขาอยู่ในดวงตามีเยอะแยะอาตมาจะไปทำอย่างไร ก็เขาไปทำให้ภูเขาบังตาเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ อาตมาพูดโดยใช้สติสัมปชัญญะใช้ปัญญาใช้ภาษา ใช้นัจจะคีตะวาทิตะ พยายามเรียบร้อยไม่ให้คุณหมั่นไส้เกิน ใช้สุ้มเสียงสำเนียงสุภาพ ให้คุณรับได้ แต่เขาไม่ได้อธิบาย นัจจะคีตะเขาก็อธิบายว่าเป็นอบายมุขไปหมด ก็ถูกต้องแต่อาตมาไม่ได้แปลนัจจะคีตะวาทิตะว่าเป็นอบายมุข แต่อาตมาแปลว่า อัจฉริยะ หนึ่ง อาตมาทำประโยชน์ต่อประเทศชาติเสมอมา อย่างเราทำตลาดอาริยะ ขายขาดทุน ทำเศรษฐกิจบุญนิยม มีหลายระดับที่ได้เสียสละแก่สังคมเสมอมา แต่คนที่เข้าใจว่าอาตมาทำเพื่อสังคมนั้นมีน้อย นักเศรษฐศาสตร์ที่จะเข้าใจอย่างนี้ก็น้อย ถ้าเขาเข้าใจก็จะเอาไปเผยแพร่ให้เป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติแน่นอน หรือถ้าเขาเข้าใจแต่ก็ไม่กล้าเพราะว่าได้ถูกเถรสมาคมได้สร้างบาปไว้ว่าอย่ามายกชาวอโศก หรือส่งเสริมชาวอโศก เขาคือเถรสมาคมก็ตีตราอโศกไว้แล้วว่าเลวในโลก คนก็เลยไม่กล้ารับรอง เรื่องการเมืองอาตมาก็พาพวกเราเป็นนักการเมืองที่ไม่ก่อความวุ่นวายไม่ไปแทรกแซงการบริหารประเทศมีแต่ช่วยเหลือเกื้อกูล และช่วยต่อสู้ด้วย ถ้ามีการเมืองที่เลวออกมาพวกเราก็ออกไปช่วยไปบอกว่าเลว แล้วถึงขั้นจะต้องไล่ออก ก็ไปประท้วงไล่ออก ไปทำมาแล้ว จะบอกว่า ชาวอโศกไม่ได้ไปช่วยประเทศชาตินั้นขออภัย คุณไม่ตาบอดคุณก็ไม่ลืมตาคุณจึงไม่เห็น หรือจะพูดให้ชัดก็คือคุณไม่มีปัญญารู้ความจริงที่เต็ม เป็นฟีโนมีนอน เป็นปรากฏการณ์จริงเกิดจริงอยู่ในสังคมประเทศไทย ไม่ได้ทำมาน้อยด้วย ทำมาเป็นหลายปีแล้ว ออกไปช่วยประเทศชาติสังคมทางการเมือง เศรษฐศาสตร์ก็ได้ช่วย รัฐศาสตร์การเมืองก็ได้ช่วยประเทศชาติ ทางสังคมอาตมาพาให้เกิดประชากรสังคมที่รวมกันเป็นหมู่บ้านชุมชน จนเกิดเป็นหมู่บ้านทางนิตินัยอย่างเช่นราชธานีอโศก หรือศีรษะอโศกก็เป็นหมู่บ้านนิตินัย หรือแม้แต่ชุมชนไม่เป็นนิตินัยก็อยู่อาศัยกันอย่างช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เป็นสังคมกลุ่มมนุษย์ที่มีบทบาทอย่างนั้น คุณเข้าใจสาระเข้าใจเนื้อแท้ของมนุษย์ พฤติกรรมสังคมมนุษย์ที่เป็นจริงอยู่ไม่ว่าจะเป็นทางเศรษฐศาสตร์ไม่ว่าจะทางรัฐศาสตร์สังคมศาสตร์ คุณอ่านสภาวะจริงนี้ไม่ออก แล้วมาบอกว่าอาตมาไม่ได้ทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมไม่ได้ ขอยืนยันว่าจะมาทำมาตลอดเกือบ 50 ปีแล้ว แต่คุณไม่เห็นหรือคุณตาบอดหรือคุณไม่มีความรู้ที่จะรู้คุณจึงได้พูดเช่นนี้ ขออภัยอาตมาไม่ได้ด่าได้ว่า อาตมาเข้าใจว่าคุณเจตนาดี ฟังด้วยดีย่อมเกิดปัญญานะ คุณพูดมาว่าอาตมาไม่ได้ทำประโยชน์แก่ประเทศชาติ อาตมาก็เลยต้องชี้แจงว่าอาตมาก็ทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติ เราเสียสละให้แก่ส่วนรวมส่วนกลางของประเทศชาติมากกว่า เพราะว่าเราทำแล้วเราก็อาศัยแรงงาน อาศัยความสามารถของเราทำงานอาศัยกินใช้ของเราเพียงพอ ไม่ได้เอาเปรียบสังคมแม้จะขายก็ขายอย่างขาดทุน แล้วไม่เอาเปรียบไม่แลกเปลี่ยน อาตมาว่าพวกเราพ้นมิจฉาอาชีวะ 5 1. การโกง ทุจริต คอร์รัปชั่น (กุหนา) มีในงานการเมือง . 2. การล่อลวง หลอกลวง (ลปนา) ในนักธุรกิจ-การเมือง . 3. การตลบตะแลง (เนมิตตกตา) ยังเสี่ยง-ยังไม่แน่แท้ 4. การยอมมอบตนในทางผิด อยู่คณะผิด (นิปเปสิกตา) 5. การเอาลาภแลกลาภ (ลาเภนะ ลาภัง นิชิคิงสนตา) (พตปฎ. เล่ม 14 ข้อ 275 มหาจัตตารีสกสูตร)

ปฏิบัติธรรมมรรคมีองค์ 8 พ้นมิจฉาทิฏฐิ 10 มีสัมมาทิฏฐิ 10 เป็นส่วนแห่งบุญ(ปุญญภาคิยา) ให้ผลวิบากแก่ขันธ์(อุปธิเวปักกา).

1. ทานที่ให้แล้ว มีผล(ให้กิเลสลด) (อัตถิ . ทินนัง) . . . . 2. ยัญพิธี (พิธีการปฏิบัติ) ที่บูชาแล้ว มีผล (อัตถิ ยิฏฐัง) 3. สังเวย(เสวย)ที่บวงสรวงแล้ว มีผล (อัตถิ หุตัง) 4. ผลวิบากของกรรมที่ทำดีทำชั่วแล้ว มีแน่ . (อัตถิ สุกตทุกกฏานัง กัมมานัง ผลัง วิปาโก) . . 5. โลกนี้ มี (อัตถิ อยัง โลโก) หมายถึง วนในโลกีย์เดิมๆ . . 6. โลกหน้า มี (อัตถิ ปโร โลโก) หมายถึง โลกโลกุตระ . 7. มารดา มี (อัตถิ มาตา) . . . 8. บิดา มี (อัตถิ ปิตา) . . 9. สัตว์ที่ผุดเกิดอุปปัติเอง มี (อัตถิ สัตตา โอปปาติกา) . . . สมณพราหมณ์ทั้งหลาย เป็นผู้ดำเนินชอบ-ปฏิบัติชอบ ซึ่งประกาศโลกนี้-โลกหน้า ให้แจ่มแจ้ง เพราะรู้ยิ่งด้วย ตนเอง ในโลกนี้ มีอยู่ (อัตถิ โลเก สมณพราหมณา สัมมัคคตา สัมมาปฏิปันนา เย อิมัญ จ โลกัง ปรัญ จ โลกัง สยัง อภิญญา สัจฉิกัตวา ปเวเทนตีติ) . . . . . (พตปฎ. เล่ม 14 ข้อ 257)

แต่เถรสมาคมไม่ได้พูดอย่างอาตมาเพราะไม่มีภูมิรู้อย่างอาตมา อาตมาพูดอย่างไม่มีจิตใจอยากอวดอยากข่ม อยากเบ่งแต่อย่างใด อาตมาพยายามใช้นัจจะ คีตะ วาทิตะมากนะ ใช้ท่าทางสื่อให้เรียบร้อยสุภาพ ถ้าขนาดนี้ คุณก็ยังเข้าใจไม่ได้มาตู่ท้วงว่าอาตมาพูดอย่างแรงอีก คุณต้องตรวจสอบให้ดีๆว่าจะมาได้ช่วยเหลือสังคมประเทศชาติจริงๆ เป็นแต่เพียงว่าอาตมาไม่ได้ทำเหมือนอย่างมหาบัว ไม่เหมือนอย่างท่านพุทธทาส ไม่เหมือนอย่างหลวงพ่อคูณที่คุณเปรียบเทียบ แล้วบอกว่าทำไมไม่ทำเหมือนหลวงตามหาบัว หลวงตามหาบัวทำอย่างมีอัตตา ไปเรี่ยไรแล้วเอาเงินเข้าหาประเทศชาติ อาตมาไม่ทำหรอกเป็นแบบตื้นแบบเด็ก ขอยืนยันมหาบัวไม่ใช่อรหันต์ เป็นอรหันต์เดา อย่างนี้อาตมาก็ต้องแก้ เพราะถ้าเข้าใจผิดว่ามหาบัวเป็นอรหันต์ศาสนาพุทธก็ชิบหาย 1. ยังติดยึดในอบายมุขยังกินหมากปากเปรอะอยู่ นอกนั้นก็ยังซดน้ำหวานอยู่ไม่รู้ว่าตนติดในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสอยู่ 2.เรื่องภาวนาก็ไปนั่งหลับตาแล้วมันจะรู้ ปึ๊งขึ้นมา ซึ่งไม่ใช่อยู่ในสารบบของศาสนาพุทธเลยทำให้คนติดยึดที่จะบรรลุแบบนั้นบ้าง ไปอ่านพระไตรปิฎก 45 เล่มให้ดีแล้วทำความเข้าใจให้ดีตั้งใจอ่านให้แตก อ่านให้เข้าใจให้ได้ หากอ่านแล้วไม่เข้าใจขออภัยมาถามก็ได้ หากจะให้อาตมาจะทำอย่างมหาบัวอาตมาไม่บ้าก็โง่

จะให้เอาอย่างท่านพุทธทาส อาตมาจะไปทำอย่างท่านพุทธทาสทำไม ถ้าทำอย่างนั้นอย่างน้อยอาตมาก็ต้องมีร่างกายอ้วนอย่างนั้น ท่านพุทธทาสอายุ 85 ก็นั่งรถเข็นแล้ว อาตมาทำอย่างแข็งแรงจะไปทำอย่างท่านพุทธทาสทำไม ท่านพุทธทาสมีภูมิรู้ทางศาสนามากกว่ามหาบัว เพราะมาทางด้านสัจธรรม แต่ท่านพุทธทาสก็รู้ทางสัจธรรมผิวเผินแบบโลกียะ แต่ไปกล่าวภาษาโลกุตระ แต่โดยสภาวะแล้วตัวเองยังไม่รู้โลกุตระ เอาอะไรยืนยัน ก็คำว่า ธรรมะคือธรรมชาติก็ไม่ใช่แล้ว ไปตีทิ้งพระอภิธรรมอีก แล้วแสดงว่าท่านพุทธทาสไม่ได้มีภูมิโลกุตระ เข้าใจภาษาโดยปฏิภาณปัญญาโลกียะ เข้าใจว่า โลกุตระนั้นสูงกว่าโลกียะ พูดโก้เท่านั้นแต่เข้าใจไม่ได้จริง ถ้าเข้าใจก็จะไม่ตีทิ้งอภิธรรม ที่เป็นจุดหัวใจศาสนาพุทธที่แยก ธรรมะสองของ เนกขัมสิตะกับเคหสิตเวทนาได้ ในเวทนา 108 แต่ท่านพุทธทาสไม่รู้ ขออภัยอาตมาเห็นใจลูกศิษย์ลูกหาของท่านมีเยอะ ท่านมหาบัวก็มีลูกศิษย์เยอะอาตมาวอนหัวแตกนะ อย่าโกรธอาตมาเลย โกรธไม่ดีมันทกุข์ มาโกรธอาตมาก็ผิดด้วย อาตมาไม่ใช่คนที่คุณควรจะมาโกรธ อาตมาทำอย่างอาตมาที่ควรทำนี่แหละ ยิ่งให้เป็นธรรมอย่างหลวงพ่อคูณ ก็เท่ากับใช้เดรัจฉานวิชาไสยศาสตร์ ตั้งแต่แรกท่านก็ทำเสกตะกรุดใส่ผิวหนัง อาตมาก็เห็นว่าในอนาคตรูปนี้ไสยศาสตร์ก็จะหนักมากแล้วหนักจริง มันแสดงถึงอะไร แสดงถึงคนในศาสนาพุทธชาวพุทธมันไม่รู้จักศาสนา ไปหลงเดรัจฉานวิชาไสยศาสตร์ว่าเป็นพุทธธรรม มันจึงเป็นสิ่งที่ยืนยันเป็นปรากฏการณ์จริง เป็นฟีโนมีน่า ที่ชัดเจน หลวงพ่อคูณพระกรรมฐานเสกเป่าเหรียญหลวงพ่อนั้นหลวงพ่อนี้อยู่ในหนังสือพิมพ์ก็มีทุกวันนี้ เป็นเรื่องนอกรีตไม่มีอะไรเหลือ นอกจากไม่เหลือแล้วมีแต่ขี้ขยะ ทับถมศาสนาพุทธ อาตมาพูดไม่เกินความจริงนะพูดไม่ครบความจริงที่เป็นด้วยซ้ำไป มันเน่าเฟะจริง พูดแล้วน่าสังเวชใจ เหมือนกับว่าอาตมามาด่า อาตมาไม่ได้ด่าคุณแต่ด่าคนที่ทำลายศาสนาพุทธอยู่ทุกวันนี้ รู้ตัวให้ชัดเจนว่าอาตมากำลังด่าคนที่ทำลายศาสนาพุทธ ทำลายศาสนาพุทธก็คือประพฤติปฏิบัติออกนอกรีตไม่ตรงพระธรรมวินัยนั่นแหละ จะให้อาตมาเอาอย่างทำไม ตั้งหลักให้ดีคุณอย่ามาแนะให้อาตมาทำอย่างผีมาร นอกรีต

นี่คือจบประโยค เขามีขยายต่อว่า... ดีกว่ามานั่งขี้โม้ในเรื่องที่ตัวเองก็ยังไม่เข้าใจ เลอะเทอะ … พ่อครูว่า...ดีกว่า ให้อาตมาไปทำอย่างหลวงพ่อคูณ ท่านพุทธทาส มหาบัว หนึ่ง สิ่งที่อาตมาพูดไปนี้อาตมาเข้าใจทุกคำความทุกวลีเข้าใจทุกประโยค อาตมาเป็นนักภาษานะ คุณน่ะหลับหูหลับตา ขี้ตู่กลาง

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน