(2) ความนำ.pdf
เนื้อหาในไฟล์
กกิตติกรรมประกาศ การเริ่มงานวิจัยชิ้นแรกเมื่ออายุ ๖๐ ป ไมใชเรื่องที่ดิฉันคาดคิดมากอน จึงขอขอบคุณศูนยสงเสริมและพัฒนาพลังแผนดินเชิงคุณธรรม (ศูนยคุณธรรม) ที่สนับสนุนและใหโอกาสเขาอบรมหลักสูตร “ กลยุทธการวิจัยเพื่อพัฒนางานบริหารและผลงานทางวิชาการ” รุนที่ ๙ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ชวง ๑๙ – ๒๑ เมษายน ๒๕๔๘ โดยไดรับการถายทอดทฤษฎีตลอดจนแนวทางการทําวิจัยจาก รองศาสตราจารย ดร.สุพักตร พิบูลย รองศาสตราจารย ดร.สมคิด พรมจุย รองศาสตราจารย ดร.วรรณดี แสงประทีปทอง รองศาสตราจารย ดร.บุญศรี พรหมาพันธุ และอาจารยดร.อรรณพ จีนะวัฒน ขอขอบคุณที่ไดรับคําแนะนําและ ไดความคิดดี ๆจาก รศ.ดร.สุพักตร และรศ.ดร.สมคิด ทั้งไดชวยตรวจเนื้อหา ดวยความอุตสาหะ เนื่องจากดิฉันมีอาการเสียดายขอมูลจึงระดมใสไวในงานวิจัย ครั้งนี้กอนที่จะตัดใจตัดทอนลงบาง หากงานวิจัยครั้งนี้จะมีสาระที่เปนประโยชนตอสังคมก็เปนเพราะดิฉัน ไดรับความเมตตาจากทุกทานที่กรุณาสละเวลาใหสัมภาษณเปนที่ประทับใจอยางยิ่ง หลายทานกรุณาแนะนําแหลงขอมูลเพิ่มเติม แตดวยเวลาอันจํากัดจึงไมสามารถดําเนินการไดครบถวน ดวยอานิสงสแหงความปรารถนาที่จะใหงานวิจัยครั้งนี้เปนประโยชน อยางกวางขวาง นอกเหนือจากเพียงยังประโยชนใหแกงานของบริษัทบางจากฯเทานั้น ดิฉันไดรับความชวยเหลือสารพัด ทั้งแนะนํา ทั้งวิพากษ จาก ดร.ขวัญดี อัตวาวุฒิชัย หลังจากไดรับเชิญเปน Focus group เพื่อวิพากษงานวิจัยนี้ ทานเต็มใจละงานอื่นเพื่อชวยใหงานวิจัยครั้งนี้ลุลวงไดดังที่ตั้งใจไว รวมทั้งไดรับขอมูลเพิ่มเติมในประเด็นคุณธรรมของธุรกิจแบบบุญนิยมจากการคนควาของคุณรวงขาว ชาวหินฟา บรรณารักษหองสมุดสันติอโศก ดิฉันยังซาบซึ้งน้ําใจของคุณวีณา ทร
อ่านต่อ
ัพยสันทัด อดีตพนักงานบางจากฯ ที่แมจะหมดภาระที่บางจากฯแลวยังอาสาชวยงานวิจัยครั้งนี้ เหมือนที่เคยอาสาชวยงานดิฉันมาตลอดชวงเวลาที่ทํางานในบางจากฯ อีกทั้งอดีตพนักงานอีกหลายทานโดยเฉพาะอยางยิ่ง ดร.วุฒิชัย นีรนาทวงศ คุณเกียรติกุล โคมิน คุณเสรี วัฒนวรางศิกูร คุณสุวรรณา หลั่งน้ําสังข และ คุณอัปสร อินสวาง ชวยใหความกระจางและคําแนะนําที่เปนประโยชน ทุกทานที่กลาวถึง ขกิตติกรรมประกาศ (ตอ) ขางตนได ” ให ” ดวยอุดมการณบุญนิยมระดับกําไรอาริยะขั้นสูงสุดคือใหโดยไมหวัง รับสิ่งตอบแทน ดิฉันมีผูชวยวิจัยที่เอาใจใสทุมเทใหกับการทํางานครั้งนี้ประกอบดวย คุณณัฐริยา นาเจริญ คุณพิศอําไพ คิดชอบ ที่ชวยงานชวงตน คุณสุธาวี ทองบุตร นักวิจัยอิสระจากขอนแกน ที่ชวยงานชวงวิเคราะหบทสัมภาษณประมาณ ๑๐ วัน คุณภัทรพิมล สังขทอง ที่ชวยงานจัดทําตนฉบับชวงปลายประมาณ ๒ เดือนสุดทาย คุณศรินยา แตศิลปชัย คุณรุงรัตน ไหวพริบและคุณรัตนพร โสโพธิ์ ประมาณ ๔๐ วันสุดทาย นอกจากนี้ยังมีพนักงานบริษัทบางจากฯ ที่ไมสามารถเอยนามไดหมด บางชวยเพิ่มเติมขอมูลและวิพากษเนื้อหา บางชวยจัดทําแผนภาพ บางชวยพิมพงานบางสวนและสวนมากชวยตอบแบบสอบถาม งานวิจัยครั้งนี้มีเนื้อหาครอบคลุมกวางขวางกวาชื่อที่ไดตั้งไว ใชเวลาทํางานนานกวาที่คาด ทั้งยังใชปจจัยและอุปกรณตางๆของบริษัทบางจากฯเกินกวาที่ไดประมาณการไว จึงขอขอบคุณผูบริหารบริษัทบางจากฯที่เห็นคุณคาของการทํางานวิจัยเพื่อใหเกิดประโยชนตอผูอื่นควบคูกับการทําประโยชนในงานของบริษัทฯ สุดทายนี้ ดิฉันขอขอบคุณแหลงขอมูลทั้งหมดที่ไดอางอิงไวในบรรณานุกรมและในเชิงอรรถ หากไมเคยมีการวิจัยคนควาหรือบันทึกไวไฉนเลยจะมีงานวิจัยชิ้นนี้ขึ้นมาได พรอมนี้ขอขอบพระคุณผูที่เกี่ยวของกับชีวิตและการงานของดิฉัน ทั้งทางตรงและทางออมจะโดยตั้งใจหรือไมตั้งใจ โดยเฉพาะบิดามารดาของดิฉัน คือ นายแพทยสุรินทร (บุญมี พรหมวงศานนท) และนางสมจีน (มาลาวรรณ) พรหมพิทักษ ตลอดจนญาติพี่นองสกุลทางมารดา คือสกุลมาลาวรรณ และ ที่สืบสายตระกูลสุวรรณกูฏทางบิดา ไดแก สกุล พรหมวงศานนท จําปาแพง และพรหมพิทักษ สมณะโพธิรักษ และหมูสงฆ ตลอดจนญาติธรรมชาวอโศก ศาสตราจารยนายแพทยเสม พริ้งพวงแกว ศาสตราจารย นายแพทยประเวศ วะสี พลตรีจําลอง ศรีเมือง ศาสตราจารยเกียรติคุณ สุมน อมรวิวัฒน คุณณรงค โชควัฒนา และคุณโสภณ สุภาพงษ ที่ไดมีสวนสรางใหดิฉันมีโลกทัศนจากการ บมเพาะดวยวิถีที่เชื่อวาเปนสัมมาทิฐิ ทําใหตระหนักในคุณคาของมิตรดี สหายดี สังคม สิ่งแวดลอมดี จุฬา สุดบรรทัด คบทคัดยอ การศึกษาครั้งนี้มีจุดมุงหมายที่จะคนหาแนวคิดและวิธีการในการดําเนินธุรกิจอยางมีคุณธรรมควบคูเปนเนื้อเดียวกันกับการทําประโยชนตอสังคมโดยไดนําแนวคิดดานคุณธรรมในการเลี้ยงชีพมาเปนมาตรวัดระดับคุณคาของธุรกิจ นําวิถีธุรกิจเทียบกับวิถีดํารงชีวิต คําตอบที่ไดคือแมอาชีพแบบทํามาคาขายหรือธุรกิจ ก็สามารถมีวิถีแบบสัมมาอาชีวะที่เปยมคุณธรรมได โดยมิไดขัดแยงกันเลย หากแตสัมมาอาชีวะกลับหนุนนําใหธุรกิจมีความยั่งยืน การศึกษาไดพบแนวทางบุญนิยม ซึ่งเปนระบบอันมีรากฐาน จากเศรษฐศาสตรเชิงพุทธที่ตรงขามโดยสิ้นเชิงกับทุนนิยม เปนระบบที่มีกระบวนการขัดเกลาใหมนุษยเสียสละอยางเปนคุณคาแทเพื่อเกื้อกูลเพื่อนมนุษย ธุรกิจบุญนิยมขั้นต่ําสุดคือ ขายสูงกวาทุนเล็กนอย โดยพยายามใหต่ํากวาราคาทองตลาด ระดับถัดขึ้นมาคือขายเทาทุน สูงขึ้นไปคือขายขาดทุน และสูงสุดคือ ใหเปลา เปนการสละออกไปอยางเต็มใจ ซึ่งจะชวยใหจิตวิญญาณของมนุษยพนจากบวงของทุนนิยมที่กําลังบีบรัดโลกจนตองทุรนทุรายแสวงหาคุณธรรมมาชื่นชูใจ งานวิจัยครั้งนี้ไดเสนอเรื่องบุญนิยมไวมากพอควร เพื่อประโยชนแกผูแสวงหาคุณธรรมในธุรกิจที่อาจใชเปนแนวทางรวมสรางศานติสุขแกโลก แมในการประกอบสัมมาอาชีวะโดยทั่วไปที่มิใชธุรกิจ อยางไรก็ดี ธุรกิจแบบทุนนิยมที่ไมโหดรายรุนแรงก็ยังมีอยู หากมนุษยยังไมสามารถขัดเกลาตนถึงระดับบุญนิยมได ก็นาจะขัดเกลาใหถึงระดับทุนนิยมกาวหนา ซึ่งไมมุงแตเอาเปรียบ เบียดเบียนทําราย บริษัท บางจากปโตรเลียม จํากัด (มหาชน) ในฐานะสถาบันธุรกิจที่มีจิตใจผูกพันกับการทําประโยชนใหสังคม จึงเปนกรณีศึกษาในครั้งนี้ จากการศึกษาประวัติความเปนมาของบริษัท บางจากฯ ตลอด ๒๐ ปตั้งแตเริ่มกิจการเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๘ พบวาการที่โรงกลั่นเดิมที่ดําเนินการโดยตางชาติ ซึ่งบีบคั้นเอาเปรียบคนไทยที่เปนคนทํางาน สรางแรงกดดันที่กลายมาเปนพลัง และใหความรวมมือกับโสภณ สุภาพงษ ในการกอบกูบางจากฯ ที่ยึดคืนมาพรอมกับหนี้ขาดทุนสะสม ๔,๐๐๐ ลานบาท โดยที่โสภณไดศึกษาความจริงนี้และแกปญหาดวยการแกที่ใจคนทํางานเปนอันดับแรก ใหเขาไดศรัทธาตนเอง ศรัทธาความดี และ งมีสวนรวมในการแกปญหาตางๆ ดวยประสบการณชีวิตในการทํางาน ดวยแนวทางบริหารแบบบาน แบบคนในครอบครัวเดียวกัน สามารถทํากําไรไดตั้งแตปแรกระดับ ๑๒๓ ลานบาทและเพิ่มขึ้นอยางตอเนื่อง ผลประกอบการจากกิจการที่ขายไดเพียง ๑๐,๐๐๐ ลานบาท ไดเพิ่มมาเปนขนาด ๔๐,๐๐๐ ลานบาท ในชวงเวลาเพียง ๑๔ ปนับแตกอตั้ง พนักงานทั้งที่เปนกลุมเดิมกอนมาเปนบริษัทบางจากฯและที่มาสมทบภายหลังตางสํานึกในพันธกิจสําคัญในการดูแลความมั่นคง ดานพลังงาน ใชโรงกลั่นเปนเครื่องมือในการทํางานเพื่อประโยชนของคนไทย การรวมกันกําหนดวัฒนธรรมของคนทํางาน สะทอนแนวคิดที่ชัดเจนดานคุณธรรม “เปนคนดี มีความรู และเปนประโยชนตอผูอื่น” นําไปสูการกําหนด ความมุงหมายขององคกร “เปนบริษัทไทยที่มั่นคงในการดําเนินธุรกิจสอดคลอง กับประโยชนสวนรวม และเปนบริษัทที่มีสวนรวมในการพัฒนาความเปนอยูที่ดีขึ้น ของสังคมไทย” หากถามวา บางจากฯ ประสบผลสําเร็จในการสรางจิตวิญญาณนี้ไดอยางไร คําตอบหนึ่งคือ บางจากฯ ยุคโสภณ สุภาพงษ มีกระบวนการทํางานแบบ QIP (Quality Information Process) ซึ่งเปนเทคนิคการทํางานที่ผูบริหารคิดขึ้นเพื่อสรางสํานึกและระบบของการทํางานที่คํานึงถึงการสรางสิ่งดีที่ตนทาง และสงตอคุณภาพนั้นไปยังเพื่อนรวมงาน และสวนงานอื่น เพื่อนําไปดําเนินการตอ ๆ ไปไดผลลัพธสุดทายที่มีคุณภาพดังที่ตั้งเปาหมายไว เปนการทํางานที่เนนกระบวนการที่ดี โดยทุกคนรวมสรางผลลัพธ จึงเนนการรวมแรงรวมใจใหคุณคาซึ่งกันและกัน เกิดจิตวิญญาณเสียสละ เอื้อเฟอ แบงปน เกิดประโยชนตนพรอมประโยชนผูอื่นที่มิใชการแขงขันชิงดีชิงเดนกันอันเกิดจากความเห็นแกประโยชนตนเพียงฝายเดียวแบบทุนนิยมจัด ความสําเร็จที่ไดมาดวยวิธีการที่ดีนับแตปแรกที่กอบกูบางจากฯ ลวนมาจากคุณงามความดีและความซื่อสัตยสุจริต คนบางจากฯ มีผูนําคนแรกที่เปนตัวอยางที่ดีตลอดเวลา ไมพรองในธรรมะ ๑๐ ประการของผูนํา มีความรูอยางทะลุปรุโปรง และเปนแกนในการปรับความคิดไปสูแนวทางปฏิบัติ เรียกความศรัทธาจากคนทํางานที่เห็นรวมกันวา “ งานบริษัทฯ ไมไดหยุดเพียงประโยชนตอบริษัทฯ จิตสํานึกที่ดีและการทําประโยชนตอสังคมก็เปนงานบริษัทฯ ” บางจากฯจึงดําเนินธุรกิจควบคูเปนเนื้อเดียวกันกับการทําประโยชนใหสังคมอยางจริงจัง และไดสรางนวัตกรรมที่สงผลอยางสําคัญตอประเทศ เชนโครงการน้ํามันแลกขาว และปมน้ํามันชุมชน ที่ตอเชื่อม จทฤษฎีใหมและเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดํารัส โครงการดานเศรษฐกิจชุมชนที่บางจากฯ ดําเนินการกลายเปนตัวอยางในการพัฒนาประเทศดังปรากฏในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติฉบับที่ ๘ การใชแนวคิดใหคุณคาผลิตภัณฑชุมชนเพื่อเสริมสรางโอกาสและพัฒนาอาชีพชุมชนในชนบท โดยการนําผลิตภัณฑชุมชนมาเปนของแถมที่ปมน้ํามันบางจากฯ แทนการใชผลิตภัณฑจากโรงงานอุตสาหกรรม ยามใดที่ผลิตผลทางการเกษตรมีราคาตกต่ํา เชน ไขไก มะนาว บางจากฯ ก็หาทางชวยพยุงราคาขึ้นมาดวยการนํามาเปนของแถม แมจะยุงยากในการจัดการเพราะเปนของสดที่เสียหายงายแตเปนการรักษาประโยชนใหชุมชน ทําใหเขามีกําลังใจพัฒนาดานตางๆ ตอไปอีก กลาวไดวางานทุกงานของบางจากฯ ผานการคิดอยางรอบดานมีแผนการแกปญหา เพื่อใหเกิดสารประโยชนและมีผลอยางยั่งยืนแกสังคมอยางแทจริง อยางไรก็ดีบางโอกาสในกรณีที่จําเปนตองแกปญหาเรงดวนเฉพาะหนา บางจากฯ ยังทํางานสังคมสงเคราะหอยูบาง ในรูปของการบริจาคหรือชวยเปนครั้งคราว แตก็จะนําไปพิจารณาวางแผนเพื่อแกปญหาอยางยั่งยืนตอไปเสมอ เหตุการณที่จะมีการนําบางจากฯ ไปขายใหทุนใหญขามชาติ กระตุนใหคนบางจากฯ กลาที่จะทําในสิ่งที่ไมเคยมีใครกลาทํามากอน นั่นคือ แสดงความไมเห็นดวยกับวิธีการของทางราชการ และดวยสํานึกวาบางจากฯ เปนของประชาชน จึงมีการขอถามประชาชนคนไทยกอนวาจะรักษาบางจากไวหรือขายใหตางชาติ ประวัติศาสตรที่คนไทยเคยตกเปนเบี้ยลางบริษัทตางชาติ ปูมหลังของบางจากฯ ไดใหบทเรียนอันเจ็บปวดแกคนไทย จึงรวมกันปกปองไมใหสามารถขายบริษัท บางจากฯ ใหตางชาติได การที่คนไทยทั้งประเทศ ทั้งที่เปนปจเจกและเปนกลุมบุคคล กลุมองคกร ทุกเพศ ทุกวัย รวมรณรงคและแจงความจํานงรักษาบางจากฯ ไว มีเหตุผลอีกประการสําคัญคือคนไทยไดมองเห็นวาบางจากฯ มีความจริงใจ ในการทําประโยชนใหคนไทยมาตลอด รวมทุกข รวมสุข การทําประโยชนใหสังคมอยางเปนเนื้อเดียวกันกับการทํางานของบางจากฯ ซึ่งไมเพียงพูด แตทําจริงใหปรากฏ จึงเรียกศรัทธาจากคนไทยที่จะรักษาบางจากฯไว สงผลใหบางจากฯ รอดพนจากวิกฤตครั้งนั้น กรณีปกปองรักษาบางจากฯใหรอดพนจากการถูกขายใหตางชาติ มักจะถูกอางอิงเปนตัวอยางเสมอในการตอสูปองกันการขายรัฐวิสาหกิจและกิจการสําคัญอื่นๆ ของไทย ฉบุคคลภายนอกที่มิใชพนักงานบางจากฯ รอยละ ๘๔.๙๐ ซึ่งเปนคะแนนสูงสุด ระบุชื่อบางจากฯเปนอันดับที่หนึ่งขององคกรธุรกิจที่ดําเนินกิจการโดยคํานึงถึงประโยชนของสังคมอยางแทจริง กิจกรรมของบางจากฯโดยเฉพาะในอดีต โดดเดนและชัดเจนวาทําเพื่อประโยชนตอสังคม แตกตางจากองคกรธุรกิจโดยทั่วไป ทั้งหมดนี้สะทอนออกมาจากการไดสัมภาษณบุคคลภายนอกจํานวนมากกวา ๑๐๐ ทานในการทํางานวิจัยครั้งนี้ กลาวไดวาแนวทางในการทํางานของคนบางจากฯ ทั้งโดยหลักการและการปฏิบัติอยางเปนรูปธรรมเปนแนวทางแหงคุณธรรม แมจะเปนธุรกิจภายใตระบบทุนนิยมแตก็ไมเอาเปรียบ มีการแบงปน เสียสละ มีการดําเนินวิถีธุรกิจดวย “ สัมมา ” อดีตที่คนไทยประจักษวาตางชาติทําธุรกิจโรงกลั่นน้ํามันแหงนี้ดวย “ มิจฉา ” และการที่บางจากฯ ไดมาแกไขวิกฤตไดสําเร็จดวย “ สัมมา ” เปนเครื่องชี้วาหากผูนําบางจากฯ ทั้งในปจจุบันและในอนาคต ไมวาจะเปลี่ยนเปนผูใดรักษาทุนทางสังคมที่คนบางจากฯ ไดรวมสรางกันมา และนําทุนนั้นมาดําเนินธุรกิจในแนวทางที่ไดเคยทํา ถาผูนําแนวแนในแนวทางนี้ก็จะสามารถกอบกูบางจากฯ ซึ่งในสายตาของผูใหสัมภาษณสวนใหญสะทอนไวในบทวิเคราะหความเห็นผูใหขอมูลวามีภาพเลือนลงในการทําประโยชนเพื่อสังคม ใหกลับมาเขมแข็งดุจเดิมได อยางไรก็ดีปญหาอุปสรรคในการดําเนินธุรกิจควบคูไปกับการทําประโยชนเพื่อสังคมของบางจากฯ ยังขึ้นกับนโยบายรัฐและผูถือหุน ตลอดจนผูเกี่ยวของกับธุรกิจนี้ ซึ่งสังคมจะตองรวมกับคนบางจากฯ ผลักดันใหแนวคิดในการทําประโยชนตอสังคมควบคูเปนเนื้อเดียวกับการทําธุรกิจเปนที่ยอมรับของผูมีอํานาจในการตัดสินใจนโยบายตางๆ ซึ่งเอื้อใหบางจากฯสามารถดําเนินการตามแนวคิดนี้ไดอยางเขมแข็ง จริงจังและตอเนื่อง เพื่อใหสมดังที่คนไทยจํานวนมากไดตั้งความหวังที่จะเห็นบางจากฯ และคนบางจากฯ เปนตนแบบของธุรกิจที่คํานึงถึงผลประโยชนของสังคมไทยและสามารถเปนแรงบันดาลใจใหมีผูดําเนินธุรกิจเพื่อสังคมอยางแทจริงเพิ่มมากขึ้น งานวิจัยนี้มีขอบเขตจํากัดเพียงศึกษาสภาพการดําเนินธุรกิจควบคูกับการ ทําประโยชนเพื่อสังคมของบริษัทบางจากฯ ศึกษาปญหาอุปสรรค และเสนอแนวทางแกไขที่อาจจะยังไมสมบูรณเพียงพอ เพราะยังตองการการรวมคิดรวมทําของสังคมอีกมาก อยางไรก็ดีแนวทางแกไขก็ยังเปนเพียงหลักการ หากในทางปฏิบัติบางจากฯ พรอมที่จะกลับมามีบทบาทนําสังคมทําดีเชนในอดีต เชื่อวาจะไดรับการ ชสนับสนุนจากสังคมไทยอยางทวมทน จึงควรที่จะสนับสนุนใหมีการวิจัยศึกษาตอ ขยายประเด็นใหครอบคลุมเรื่องคุณธรรมในธุรกิจของสังคมไทยตลอดจนสังคมโลก หาแนวทางแกปญหาตางๆ อันสลับซับซอนที่สังคมไทยและสังคมโลกเผชิญอยู เปนหนทางลดวิกฤตและสรางศานติสุขในโลกอีกทางหนึ่ง เพื่อใหธุรกิจที่ดีที่คํานึงถึงผลประโยชนของสังคมอยางแทจริงมีจํานวนเพิ่มขึ้น อาจจะเปนแนวทางอันเปนคุณูปการตอสังคมโลกไดอีกดวย ซคํานํา ศาสดาทุกศาสนาในโลกทุกพระองคทรงสอนใหมนุษยเห็นแกประโยชนผูอื่นยิ่งกวาประโยชนตน แตมนุษยปจจุบันไมนอยที่ตกอยูในกระแสทุนนิยมอันเชี่ยวกรากพากันลืมคําสอนของศาสดาแหงตน หรือแมระลึกไดก็มิไดปฏิบัติใหเกิดผลจริง ยิ่งไปกวานั้นสวนมากของมนุษยที่ชื่อวาผูประเสริฐกวาสัตวทั้งปวงมักจะแสดงกิริยานับถือศาสนาเพียงพิธีกรรม บัดนี้สรณะที่แทจริงของเขาคือเงินและทรัพยสินที่เขามุงแสวงหายิ่งกวาแสวงหาศานติสุขอันเกิดจากการประพฤติธรรม โดยลืมความจริงที่วาโลกมีทุกสิ่งเพียงพอสําหรับความจําเปนของทุกคน แตไมเพียงพอสําหรับความโลภแมของคนคนเดียว เมื่อสมัยพุทธกาล เจาชายสิทธัตถะมหาบุรุษผูตรัสรูเปนพระบรมศาสดาพระสัมมาสัมพุทธเจา ทรงประกาศพระศาสนาที่ชื่อวา พุทธ อันหมายถึง ผูรู ผูตื่น ผูเบิกบาน เพื่อใหมนุษยชาติตระหนักรูในคุณวิเศษของตนที่สามารถบรรลุธรรม อันเปนโลกุตระไดดวยตนเอง โดยที่มนุษยพึงฝกขัดเกลาตน ลด ละ เลิก ซึ่งกิเลส ทั้งปวง เนนการยังประโยชนแกผูอื่น ซึ่งจะยังประโยชนแกตนไดโดยธรรมแมมิมุงผลแกตนก็ตาม บัดนี้มนุษยผูประกอบอาชีพคาขายภายใตระบบทุนนิยมไดนําโลกเขาสูกระแสธุรกิจสมัยใหมที่เพิ่มบทบาทความรับผิดชอบตอสังคมของธุรกิจ หรือ Corporate Social Responsibility (CSR) แมไมมั่นใจวาเปนกระแสเทียมที่แฝงอําพรางตน หรือเปนความระลึกถึงคุณคาแทของมนุษยที่จะยังประโยชนตนใหถึงพรอมกับประโยชนของผูอื่น แตผูคนตางพากันแซซองสรรเสริญตอนรับกระแส CSR ดวยความยินดี นับแตปคริสตศักราช ๒๐๐๐ (พุทธศักราช ๒๕๔๓) กระแสเรียกรองความรับผิดชอบตอสังคมของภาคธุรกิจที่รณรงคอยางเขมขนในหมูนักวิชาการสูนักธุรกิจ มีตนทางเริ่มจากตะวันตกไหลบาเขามาถึงประเทศตะวันออก และมีอิทธิพลสูงเมื่อนําเขาเปนวาระในองคการระหวางประเทศ สําหรับในประเทศไทยเริ่มเปนกระแสที่ขานรับแรงขึ้นตอเนื่องนับแตปพุทธศักราช ๒๕๔๖ เรื่อยมา ดวยการผลักดันขององคกรตางๆ เชนมูลนิธิอโชกาผูริเริ่มสรางสรรคเพื่อสังคม (ประเทศไทย) สถาบันคีนันแหงเอเซีย เครือขายธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดลอม (เอสวีเอ็น) เอเชีย ประเทศไทย ฯลฯ ฌตลอดจนสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพยและตลาดหลักทรัพย ( กลต.) ซึ่งสงผลอยางสําคัญตอการกระตือรือรนของธุรกิจทั้งในและนอกตลาดหลักทรัพยที่จะกาวใหถึงความเปนธุรกิจเพื่อสังคมผานการแสดงความรับผิดชอบตอสังคม ดวยเหตุปจจัยดังกลาวจึงควรที่จะไดศึกษาคุณคาแทของธุรกิจเพื่อสังคมและเผยแพรใหไดรับรูอยางกวางขวาง ดวยหวังจะสราง “แรงบันดาลใจ” ที่สงผลอยางยั่งยืนแกธุรกิจทั่วไป และเปนกําลังใจใหธุรกิจที่เคยเปนธุรกิจที่มีความรับผิดชอบตอสังคมอยางแทจริงมากอน มิใช ”แรงจูงใจ” ที่ใชอามิสลอซึ่งเปนไดเพียงกระแสคุณธรรมแบบเทียม ดังนั้นเมื่อศูนยสงเสริมและพัฒนาพลังแผนดินเชิงคุณธรรม (ศูนยคุณธรรม) ไดสนับสนุนใหเครือขายพัฒนางานวิจัยจากการที่ไดเขาอบรมกลยุทธการวิจัย ผูเขียนจึงสบโอกาสที่จะวิจัยคุณธรรมในธุรกิจ โดยศึกษาจากคุณธรรมของ บริษัท บางจากปโตรเลียม จํากัด (มหาชน) เฉพาะในประเด็นการทําประโยชนเพื่อสังคมของบริษัทฯ ควบคูกับการดําเนินธุรกิจ ในฐานะที่ผูเขียนไดศึกษาแนวคิดของบางจากฯและมีสวนรวมนํามาสูการปฏิบัติตลอดชวงเวลา ๒๐ ป จึงเปนประสบการณตรงที่จะไดนําเสนอผานการวิจัย สื่อกระบวนการกระทําที่ผานวิถีคิดของบางจากฯ “เปนประโยชนตอผูอื่น” เพื่อวิเคราะหวาจริงใจและจริงจังเพียงใด ซึ่งจะไดนําเสนอโดยเปรียบเทียบกับแนวคิดดานคุณธรรมในการดํารงชีวิต ตามคําสอนของพระพุทธองคซึ่งทรงแสดงแยกแยะไวอยางชัดเจนเรื่องมิจฉาอาชีวะ ๕ และมิจฉาวณิชชา ๕ ทั้งทรงเตือนแมในปจฉิมโอวาทวา พึงทํากิจของตนและของทานใหถึงพรอมดวยความไมประมาท โดยผูเขียนหวังวาจะเปนประโยชนสมดังเจตนารมณของผูเขียนและศูนยสงเสริมและพัฒนาพลังแผนดินเชิงคุณธรรม (ศูนยคุณธรรม) ซึ่งสนับสนุนใหเกิดการเรียนรูกระบวนการทํางานวิจัยดานคุณธรรมดังกลาวแลว การหยิบยกเนื้อหา ขอมูล ตลอดจนความคิดเห็นทั้งปวงมาประกอบงานวิจัยชิ้นนี้มิไดหมายความวาผูเขียนเห็นดวยกับทุกเนื้อหาทั้งหมด แมจะมีความเห็นตางแตการไดรับรูความเห็นที่หลากหลายยอมชวยใหไดแงมุมใหขบคิด กอใหเกิดปญญาและสรางใหเกิดความรูเทาทัน รวมถึงสงเสริมกระบวนการตรวจสอบ เพื่อใหเกิดธุรกิจที่คํานึงถึงผลประโยชนของสังคมที่แทจริงเพิ่มขึ้นแทนที่ธุรกิจที่อําพรางเอาสังคมบังหนา ญงานวิจัยนี้มิไดยึดรูปแบบการนําเสนอที่เปนวิชาการอยางเครงครัด ทั้งไดพยายามถายทอดแนวคิดที่ไดสั่งสมและเรียนรูจากการปฏิบัติจริงแตก็อาจจะยังไมมีประสิทธิภาพเพียงพอ ผูเขียนจึงหวังเปนอยางยิ่งวาจะไดมีการวิจัยเรื่องที่เกี่ยวของกับคุณธรรมในธุรกิจทํานองนี้อยางตอเนื่องโดยผูที่สนใจจะสรางคุณคาเพื่อรวมหาทางออกจากกระแสทุนนิยม และรูสึกยินดีหากจะมีการนํางานเขียนครั้งนี้ไปวิจารณ เพื่อกะเทาะเปลือกหาแกนที่ตั้งใจฝากไว หรือหากจะมีแกนสารใดเลยก็หาไมก็ยังยินดีนอมรับคําวิพากษทุกกรณี โดยที่เนื้อหามีมากถึง ๒๗๑ หนา เมื่อรวมกับภาคผนวกอีก ๔๓๖ หนา และอื่น ๆ เพื่ออํานวยความสะดวกในการใชงานเอกสารนี้อีก ๒๑ หนา จึงทําใหเอกสารมีถึงกวา๗๐๐ หนา ผูเขียนจึงนําเฉพาะสวนยอเนื้อหามาแยกเลมใหกะทัดรัด โดยผูที่ประสงคจะติดตามรายละเอียดสามารถอานเลมสมบูรณไดที่ผูใหสัมภาษณทุกทานและหองสมุดผูปฏิบัติธรรมสันติอโศก บึงกุม กรุงเทพมหานคร ดวยความปรารถนาดี จุฬา สุดบรรทัด