640322_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 32 ที่บ้านราชฯ.docx
เนื้อหาในไฟล์
640322_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 32 ที่บ้านราชฯ อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวน์โหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/1pPPoAnNT4D2NtlXH8mHUyGwPZUFZJE-OErIFvDsg7fc/edit?usp=sharing
ดาวน์โหลดเสียงที่ https://drive.google.com/file/d/1vhexeLb4zqOmYT7YW-TfcHiG3WGZwIRZ/view?usp=sharing
ยูทูปที่ https://www.facebook.com/300138787516163/videos/548674049435808 https://youtu.be/AnMTniw0bnk
_สู่แดนธรรม…วันนี้เป็นวันจันทร์ที่ 22 มีนาคม 2564 ที่บวรราชธานีอโศก หมู่บ้านนี้เป็นแผ่นดินพุทธ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ทำให้เห็นว่าเป็นพุทธ มีโลกุตรธรรมและโลกียธรรมผสมผสานกัน การเจริญพัฒนาของสังคมอย่างไรให้เห็นได้ควรจะมาดูที่นี่ _ดช.ธัมโม กราบนมัสการครับหลวงปู่วันนี้ผมจะมาถามหลวงปู่ครับ … _สมณะบินบน (ลานนาอโศก)...วันนี้ในอดีต เมื่อ 28 ปีก่อน ปี 2536 ตรงกับวันจันทร์ 7:45 หมู่สงฆ์ลงปาฏิโมกข์ทบทวนปาฏิโมกข์ พ่อท่านสายตาจะมีอาการเบลอ เพราะเมื่อคืนจำวัดดึก เนื่องจากร่วมประชุมหมู่วิศวกรสร้างพระวิหารของพุทธสถานสันติอโศก อีกทั้งยังมีกิจศาสนาต่อเนื่องมาตลอดวัน ช่วงก่อนฉันก็ไม่มีการแสดงธรรมเพราะเครื่องแบคโฮตักดินใส่รถบรรทุกและเครื่องทำหินเสียงดัง สร้างพระวิหารพันปีบรมสารีริกธาตุ พ่อท่านรับผิดชอบหลายอย่างแม้กระทั่งประชุมแม่ครัวทำอาหารให้คนงาน พ่อท่านก็มาเป็นประธาน ซึ่งลูกๆก็ยังไม่เก่งพอจะรับภาระให้พ่อท่านเบาแรงลงได้ พ่อท่านเป็นตัวอย่างของการทำงานพร้อมสู้งานเป็นตัวอย่างแก่ลูกๆในยุคปัจจุบัน พ่อครูว่า…ดีมีบันทึกเหล่านี้ไว้ก็ดีเหมือนกัน ใส่แฟ้มข้อมูลเก็บไว้ ส่วน Google หรือ YouTube จะเอาไปบันทึกให้ก็ดีเหมือนกัน
จะรู้ว่าตนหลุดพ้นต้องดูอย่างไร _ในปางฝัน...ตั้งแต่เรามาศึกษาธรร
อ่านต่อ
มะเราก็มีสิ่งที่เราชัดเจนว่าเราไม่ติดมันแล้ว แม้เราสัมผัสเราก็ไม่ดูดไม่ผลัก อย่างเช่น ในเรื่องการพนัน การสูบบุหรี่ การกินเหล้า การแต่งหน้าทาปากเป็นต้น สิ่งเหล่านี้ถือว่าเราพ้นมันแล้วหรือยังคะ พ่อครูว่า...ก็คิดว่าพ้นหรือยัง ในปางฝัน...สำหรับตัวเองก็ไม่ติด ไม่ดูด ไม่ผลัก ก็พ้นค่ะ พ่อครูว่า...แล้วพ้นไหม เราสัมผัสแล้วไม่ผลักไม่ดูด เห็นก็เฉยๆไม่คิดเกิดอยากอะไรขึ้นมาเลย เป็นสภาวะที่เรียกได้ว่ามันหลุดพ้น มันนิโรธ มันดับ มันไม่มีอาการเกิด มันจะต้องมีความรู้คือปัญญา ที่คุณกำลังถามนี่แหละมันเป็นความรู้ขั้นฉลาดเรียกว่าปัญญา มันไม่ใช่ความเป็นแค่ว่ามันไม่ติด ไม่ยึด มันไม่ดูด ไม่ผลักอยู่เท่านั้น มันเป็นได้แล้ว เราก็รู้ของเราอธิบายมาถูก ว่าจิตของเราขณะนั้นแม้สัมผัสอยู่หลายทีหลายครั้งเราก็เฉยๆ ไม่ผลักไม่ดูด ไม่ติด ไม่ยึด ไม่อยากอะไร แต่เราก็ยังสงสัยแสดงว่าเรายังไม่เข้าใจอย่างชัดเจนยืนยันแท้คือความรอบรู้หรือปัญญาอันยิ่ง ปัญญาอันรอบ ยังไม่ชัดเจนในใจตนเอง นี่แหละ อันนี้แหละมันจะต้องมีปฏิภาณไหวพริบที่รู้ว่า อ๋อ.. ความรู้ที่รู้รอบกับความเป็นได้ มันไม่ติด มันไม่ยึด มันไม่ผลักมันไม่ดูด มันเฉยๆ นี่มันเป็นได้ แต่ความรอบรู้ที่รู้ว่า อ๋อ.. ทำไมเราถึงไม่ติดไม่ยึด ทำไมเราถึงไม่ผลักไม่ดูดมันล่ะ เราถามวนซ้อนลงไปอีก เพราะเราไม่เห็นว่ามันเป็นสิ่งสำคัญ ชีวิตเราไม่เห็นจำเป็น ไม่เห็นต้องการ ชีวิตเราไม่ต้องมีมันได้ไหม มันก็ได้นี่ ไม่เห็นเดือดร้อนอะไร สุขภาพเราไม่มีเสีย ขาดมันแล้วสุขภาพเราจะเสีย ขาดแล้ว ทำให้ 1. ชีวิต ร่างกายขันธ์ต่างๆของเรามันทรุดโทรมเสื่อมไป 2. เป็นอยู่ก็ไม่เจริญ ไม่ดีงามอะไรได้อีก มันมีแต่ไม่เจริญ มีแต่ทำอะไรก็เป็นโทษเป็นภัยไป มันมีไหมล่ะ อย่างนี้เป็นต้น เอาไปพิจารณารอบในประเด็นอื่นๆต่างๆดู ถ้าเราพิจารณาแล้วมันไม่ทำให้เกิดโทษภัยอะไร มีแต่ดีไม่ต้องเปลืองแรงงาน ไม่ต้องเปลืองเวลา ไม่ต้องเปลืองทุนรอน ไม่ต้องไปทำอีก ไม่ต้องไปลงทุนอะไรกับมันอีก เราก็ทิ้งมาได้เลย เราก็ชัดว่า อันนี้ เราไม่จำเป็นในชีวิตของเรา เราตัดปล่อยได้เลยก็เป็นภาวะทำให้เกิดความรอบรู้หรือปัญญารู้ชัดเจนขึ้นว่า มันควรจะเป็นความขาดสิ้นจากชีวิตเรา ไม่จำเป็นจะต้องมี ไม่ต้องเอามาใช้ ไม่ต้องเอามานึกมาคิด ไม่ต้องเอามาประพฤติ _ในปางฝัน...พอเราปฏิบัติแล้ว.เราก็รู้ว่า สิ่งที่เราปฏิบัตินั้นบางอย่างก็ทำได้โดยไม่ยากไม่ลำบาก อย่างเช่นการฝึกมาเป็นคนที่มีวรรณะ 9 มากินง่ายอยู่ง่าย เรารู้สึกว่ามันทำโดยไม่ยากไม่ลำบาก ตรงจุดนี้ถือว่าเป็นบารมีเก่าหรือเปล่าคะ พ่อครูว่า...เป็นบารมีที่ได้แล้ว เราจึงรู้สึกว่าไม่ยากไม่ลำบาก ถ้าคน ที่เขาไม่มีบารมีถ้าจะต้องมาเลี้ยงง่าย มาจน มามีศีลธรรม มันยาก นั่นก็เป็นความจริงของเขามันยาก แต่เราได้โดยไม่ยากได้โดยไม่ลำบาก มันก็เป็นบารมีของเรา บารมีคือสิ่งที่ได้มาในตัวเราแล้ว เดี๋ยวนี้มันก็มีอยู่ มันจะได้มาก่อนหรือ เราปฏิบัติมาเพิ่งมาตรวจสอบตอนนี้ ว่ามันเป็นอย่างนี้ ก็ได้ มันพึ่งจะได้เต็ม มันถึงจะได้มีบารมี มีประสิทธิภาพ มีคุณภาพที่เป็นคุณวิเศษได้ ในเมื่อเรายังตรวจสอบไม่ได้ทีเดียว ว่าเริ่มมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ได้คุณภาพขนาดนี้ มันมีผล มีประสิทธิภาพสูง อินทรีย์พละขนาดนี้เริ่มมีตั้งแต่เมื่อไหร่ เราอาจจะกำหนดตรวจสอบไม่ได้ทีเดียวก็ไม่ต้องไปกังวลนะ เป็นแต่เพียงว่าตอนนี้เราได้แล้ว เราก็รู้ความจริงว่าเราได้แล้ว เราก็จะได้ต่อเนื่องไปเรื่อยๆแข็งแรงไปตลอดหรือไม่ ถ้าได้ต่อเนื่องแข็งแรงตลอดไปแสดงว่าอันนี้เป็นได้ถาวรแล้วยั่งยืน นิรันดร์ ยั่งยืนไปได้โดยไม่วอบแวบมาอีกเลย นาน โดยไม่ต้องไปหลบลี้ ไปหนีไปห่างเอา ให้มันห่างเหินแล้วก็มีพลังไปกดข่ม มันก็อยู่เป็นชีวิตสามัญธรรมดาปกติ มีไปมีมามีมากมีน้อย มีผ่านไปผ่านมาได้อยู่ แต่จิตของเราก็ยังดับสนิทอยู่ มันก็ให้คำตอบได้ว่า มันหลุดพ้น _ในปางฝัน...พอเราปฏิบัติไปถึงจุดหนึ่ง มันจะมีจุดที่เราทำได้ยากขึ้น มันต้องใช้ทั้งพลังทั้ง เจโต ปัญญา ต้องคิดต้องทำซ้ำแล้วซ้ำอีกมันก็ยังไม่ได้ อะไรอย่างนี้ค่ะ ในกรณีแบบนี้หมายถึงว่ามันเป็นสิ่งใหม่ที่เรายังไม่เคยที่จะประสบพบเจอ พ่อครูว่า…อย่างที่อธิบายมานั้นก็แสดงว่าเรายังไม่บรรลุยังทำไม่สำเร็จ เพราะว่าอธิบายโดยความหมายของมันชัดเจนอยู่ เราก็รู้อยู่ว่ามันยังไม่ได้ มันยังไม่หลุดพ้น เหมือนอย่างที่เราพูดในสิ่งที่หลุดพ้นมาแล้ว เราก็ยังไม่ได้จริง เราก็ต้องพากเพียรพยายามต่อไป ที่พูดนี้ก็พอรู้อยู่ พูดถูกมา แต่ไม่ได้ชัดว่าไอ้ที่รู้นี้ถูกหรือเปล่า ก็ยืนยันให้ว่าถูกแล้ว ก็รู้ให้จริงอย่าไปหลงผิดว่าเราได้แล้ว เราหลุดพ้นแล้ว แล้วก็ยังวนเวียนอยู่ ไม่หลุดได้อย่างไรก็ในเมื่อของเราไม่เกิดผลักเกิดดูด มันไม่เกิดต้องการ ไม่เกิดรสชาติอะไรที่จะต้องโหยหาหรือ บังคับให้เราต้องอยากได้ อยากมี อยากเป็นอะไรอีกเป็นต้น ก็ค่อยๆศึกษาตรวจสอบนัยยะสำคัญของมัน ที่มันมีประเด็น นัยยะย่อยๆต่างๆที่อาตมาพูดไป แล้วจะค่อยๆมีปฏิภาณรู้ ช่างสงสัยมากมันจะนานนะ ต้องพยายามชัดเจนตัดสินให้ได้ในตัวเอง ให้ตัวเองมีการตัดสินวินิจฉัยว่าอย่างนี้ใช่แล้วจบแล้ว ถ้าไม่รู้จักขีดจบของอะไรต่ออะไรเลย โอ้โห จะวนไปตลอดกาลนาน หมายความว่า กตญาณ ญาณรู้จบ จึงเป็นญาณสำคัญอันหนึ่งของศาสนาพุทธ
_จริยา มีประเสริฐ...วันนี้ไม่ได้สงสัยอะไรมากมายแต่จะรายงาน 4 ข้อ ว่า 1. ดิฉันซาบซึ้งในคำพูดของพ่อสอน การตายเพราะความเพ่งเพียร ปฏิบัติธรรมอย่างสัมมาทิฏฐินั้นประเสริฐยิ่งกว่าการอยู่ด้วยกิเลสตัณหา จะประเสริฐอะไร ฉันซาบซึ้งในคำนี้ 2. ดิฉันซาบซึ้งตอนที่พ่อให้โอวาทสิกขมาตุทองพราย คลิปแรกที่ดิฉันดูว่า สิกขมาตุทองพราย สังขารเสื่อมโทรมไปมากแต่น้ำเสียงและพลังของท่านยังสดใส และรายงานพ่อ พ่อก็ให้โอวาท ซึ่งเหตุการณ์นี้ ถ้าดิฉันอยู่ข้างนอกก็จะไม่เคยเจอเลยแล้วไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อนในชีวิตเลยว่าคนปฏิบัติธรรม พอถึงเวทนาสุดท้ายจริงๆ จะมีสภาวะเหมือนสิกขมาตุทองพราย ดิฉันซาบซึ้งตรงนี้ค่ะ 3. ที่พ่อท่านมาเอื้อไออุ่นที่สันติอโศก ดิฉันรู้สึก เหมือนกับพระโพธิสัตว์ท่านมาเอื้อไออุ่นยิ่งกว่าพ่อ เป็นความอบอุ่นในทางธรรม ซึ่งมันต่างกับการได้รับความอบอุ่นทางโลกีย์ มันไม่เหมือนกันเลยในความรู้สึกนั้น 4. แล้วที่พ่อจะกลับแล้วพ่อบอกว่า ให้ลูกๆทำตามคำที่พ่อสอน อย่าได้แค่ภาษาให้ปฏิบัติให้ได้สภาวะจริง แล้วต่อไปนี้พ่อคงจะมายากมาก ความรู้สึกตอนนั้นรู้สึกว่า ดิฉันเศร้าขึ้นมาในหัวใจแล้วมันก็หนาว แต่เสร็จแล้วมาปรับจิตปรับใจอีกครั้งระหว่างที่พ่อพูด ปรับจิตว่า เราถึงแม้จะอยู่ห่างพ่อ พ่อไม่ได้อยู่สันติฯ แต่คำที่พ่อสอนแล้วเราทำได้ ก็เกิดความอบอุ่นในหัวใจแล้ว แล้วเราก็ซาบซึ้งในสิ่งที่เราทำได้ปฏิบัติได้ ถึงแม้ว่าจะห่างไกลแค่ไหนก็จะยึดคำสอนที่พ่อสอนแล้วอยู่ในแวดวงของเรา ให้เราที่ทำได้แล้ว เราก็จะขอทำต่อไป ที่ทำไม่ได้จะเพ่งเพียรปฏิบัติต่อไปให้ดียิ่งๆขึ้น พ่อครูว่า…ดี ที่รายงานมาดีทั้งนั้นใช้ได้ ผู้ฟังก็ไตร่ตรองตาม ให้คุณธรรมคุณสมบัติที่พูดมานี้ที่พูดมานี้ก็ยิ่งใหญ่นะสำคัญ
_แซมดิน...ที่จริง เป็นความรู้สึกที่พ่อท่านจะอยู่ตรงไหน ลูกๆคิดว่ามีความปรารถนาที่จะให้พ่อท่านมีสุขภาพแข็งแรง อยู่ตรงไหนแล้วสุขภาพแข็งแรงคิดว่าลูกๆทุกคนก็พอใจมากแล้วครับ พ่อครูว่า…ดีมาก สาธุ
_ฟังฝน มีคำถามว่า 1. การสรุปว่าตนเองบรรลุธรรมแต่ละเหตุปัจจัยหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาจากหลักสำคัญ 2 ประการ ใช่หรือไม่คะ ... หลักสำคัญ 2 ประการ ได้แก่ ก. ใจที่หลุดพ้นจากกิเลสขณะกระทบผัสสะไม่ว่าจะกี่ครั้งก็ตาม ข. ปัญญาที่รู้แจ้งว่าเราหลุดพ้น โดยนำสภาะจิตมาเทียบเคียงกับคำสอนภาคปริยัติที่พระพุทธเจ้าทรงสอนหรือบัญญัติไว้ เป็นต้นว่า ศีล อุปกิเลส มรรค 8 อุเบกขา 5 ฌาน 4 วิชชา 3 วิชชา 8 หรือ เจโตปริญาญาณ 16 พ่อครูว่า…ถูกต้อง ใช่นะ เมื่อตรวจสอบแล้วตามหมวดธรรมต่างๆแล้วเราบรรลุผลตามธรรมคำสอนพระพุทธเจ้า หลายหมวดก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเท่านั้น ถ้าหากหมวดใดที่เราดูแล้วยังไม่สมบูรณ์เราก็ทบทวนดู แล้วก็ปฏิบัติเข้าให้มันชัดเจน ว่ามันขาดตกบกพร่องก็ทำต่อ แต่ถ้าตรวจแล้ว 2 หมวด 3 หมวด 4 หมวด 5 หมวด 6 หมวด 7 หมวด 8 หมวดมากเท่าใด มันก็ยิ่งเป็นคำตอบ ได้คำตอบว่า เราหลุดพ้น สมจริงตามที่พระพุทธเจ้าท่านสอนมา
2. หากเป็นเช่นดังที่กล่าวมา ... นักปฏิบัติธรรม ต้องเรียนรู้ทั้งสองสภาพ คือ พัฒนากรรมสามตามแนวทางมรรคแปด แล้วนำหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ถูกตรงมาเทียบเคียง ใช่หรือไม่คะ ... พ่อครูว่า…ถูกต้อง เพราะฉะนั้นการปฏิบัติธรรมโดยไม่เอาคำสอนพระพุทธเจ้ามาเป็นหลักอ้างอิงยืนยันเทียบเคียงว่าตรงกับคำสอนพระพุทธเจ้าหรือไม่ คนนั้นก็อัตโนมัติ เขาก็ไม่มีหลักอะไรยึดเป็นหลักสูงสุด ส่วนเราชาวพุทธศาสนา มีพระพุทธเจ้า แล้วพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ตรัสรู้ตรงกันหมดทุกพระองค์เลย ลงกันได้หมด อันนี้เป็นคำยืนยันคำตอบพระพุทธเจ้าทุกพระองค์มีหนึ่งเดียว พระพุทธองค์สรุปเป็นคำพูดแล้วว่าสัจจะมีหนึ่งเดียว ไม่มีสอง สัจจะจริงๆคือนิพพาน สุดยอดจบก็คือนิพพานมีหนึ่งเดียว ตรวจสอบให้จบแล้วมันจะไม่แตกต่างกันเลย ผู้ที่เป็นอรหันต์มีนิพพานเรียบร้อยจะไม่แย้งกันเลย ที่แย้งกันอยู่นั้นไม่ใช่อรหันต์ เอาคำสอนพระพุทธเจ้าเป็นหลักนะจะตรงกัน
การสาดน้ำช่วงสงกรานต์เป็นสิ่งที่ควรเลิก _ตุ๊ก อัศวิน ...ข่าวดี..เจ้าค่ะ สงกรานต์ปีนี้ ๒๕๖๔ เคาะออกมาแล้ว งดสาดน้ำ!! งดประแป้ง!! ไชโยๆๆค่ะ ต้องขอบคุณคุณโควิด๑๙!! นายแน่มากกก!! นายคือผู้ทรงอิทธิพลตัวจริงของโลก!! พ่อครูว่า…ความฉลาดมากจริงๆอาตมารณรงค์และพูดมาแล้วเรื่องนี้ จนเมื่อย ถ้าหากอยากจะสาดน้ำทำให้ชิบหายวายป่วงก็ทำกันไป แล้วเรื่องการสาดน้ำ ในเรื่องสาดน้ำหน้าร้อนหน้าแล้งที่ไม่ค่อยมีน้ำ น้ำน้อย น้ำแล้งหาน้ำได้ยาก แล้วเอาน้ำมาสาดกันเล่นสนุกสนาน อาตมาว่ามันโง่ มันทำอะไรเสียหายไม่เข้าเรื่องกับสิ่งที่ควรจะเป็น มันควรเลิกโง่ ประเทศอื่นเขาไม่มีก็ฉลาดกว่าแล้ว แต่ยังอยากจะมาได้ตามประเทศไทยอันนี้โง่กว่า หน้าแล้งน้ำหายากจะต้องสงวนน้ำ ประหยัดน้ำ เพราะฉะนั้นจะต้องใช้น้ำกันโดยลักษณะที่จะต้องมีคุณค่าประโยชน์เรียกว่าสงกรานต์ เป็นภาษาไทยคือ รดน้ำดำหัว ซึ่งเป็นสำนวนที่สูงส่งเอาน้ำไปรดผู้ใหญ่ผู้ที่สมควรได้รับการยกย่องเชิดชู เป็นการแสดงความเคารพกตัญญูกตเวที เอาสิ่งที่หายากในขณะนั้นคือน้ำเอาไปคนละจอกคนละขัน ไม่ได้เอามาสาดโครมๆ เอามาเล่นเสียหายให้ชิบหายวายป่วง ไม่ใช่ ทำอย่างประหยัดคนละขันคนละจอก แล้วก็เอาไปรดผู้ใหญ่แสดงความคารวะความระลึกถึง ความนับถือความกตัญญูกตเวทีต่างๆเท่านั้น และผู้ที่จะได้รับการรดน้ำนั้นต้องเป็นผู้ที่ควรเคารพเป็นผู้ใหญ่ เป็นผู้ที่อยู่ในสังคมหรือในตระกูลเราก็ตาม อย่างนี้เป็นต้น ไม่ใช่สะเปะสะปะ ใครก็สาดส่ง ดีไม่ดีสาดเล่นสกปรกเลอะเทอะ ลามกอนาจารไปอีกด้วย อันนี้มันบานปลายเป็นเรื่องเหลวไหลเลวทรามไปแล้ว มาถึงในวาระนี้ covid มันจัดการให้ไม่ต้องรดน้ำสาดกันเล่น ขอบคุณ covid มากเลยทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ ผู้ที่บริหารปกครองดีเลย จะออกเป็นกฎหมายได้เลยดี มันไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย การสาดน้ำเล่นสงกรานต์ แล้วนับถือกันว่าเป็นจารีตประเพณีที่น่านิยม จารีตที่ส่งเสริมให้คนมีอิสรเสรีภาพ อะไรก็แล้วแต่ที่จะไปอ้างมาประกอบ เป็นจารีตที่พูดทั้งโทษและคุณของมัน มันมีโทษมากกว่าคุณ มันเป็นคุณของนายทุน ที่หยาบลามกจกเปรต อยากสนุกสนาน ในการปรุงแต่งโลกีย์ โทษมันมีมากกว่าคุณ สาดน้ำ มันไม่ใช่รดน้ำดำหัว รดน้ำดำหัวเป็นจารีตประเพณีอันสูงส่งที่คนไทยเขาทำ มาแต่ดั้งเดิม แต่เสร็จแล้วก็ไปเพี้ยนพวกที่มันแปลงให้มันเลวลงให้มันเสื่อมลงให้มันได้เป็นเรื่องโลกๆโลกีย์สนุกสนานบันเทิง ผนวกกับลามกอนาจาร สู่แดนธรรม...สบค. มีมติให้ยกเลิกสาดน้ำ ประแป้ง ปาร์ตี้ สงกรานต์ ลามกอนาจาร เด้งหน้าเด้งหลังตามฟุตบาท เพื่อให้ลดการเสี่ยงโควิด แต่ให้คงประเพณีดั้งเดิมอยู่ แล้วยังอนุญาตให้เดินทางข้ามจังหวัดได้ แต่สิ่งลามกอนาจารงดเด็ดขาด สิ่งที่ทำได้เช่นสรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่เป็นต้น พ่อครูว่า…ดี อันนี้มันทำให้ฉลาดขึ้น รู้จักกำหนดกฎเกณฑ์อะไรขึ้นมาดีมาก ตามที่ประกาศ ศบค. ขยายพรก.ฉุกเฉินอีก 2 เดือน เพราะพวกชุมนุมทางการเมือง จึงต้องใช้กฎเกณฑ์เพื่อให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยราบรื่นไม่เสียหาย _SMS วันที่ 21 มี.ค. 2564
สันติอโศก ไม่ใช่พระ _สมนึก สีทองหลาง : สันติอโศกมันไม่ใช่พระ พ่อครูว่า…พูดตรงๆบอกเลยสันติอโศกไม่ใช่พระมันถูกแล้วไม่ได้เถียงเลย เราไม่ได้เอาดึงเอาคำว่าพระมาใช้ ไม่ได้อยากได้เลย เพราะฉายาคำว่าพระ เราไม่ได้ต้องการ แต่เดิม ๆเราก็ได้ใช้ไปตามสังคม แต่ตอนหลังจะมาเอาคำว่าพระออกจากเราไปเสียมาให้เราใช้คำว่าสมณะจนทุกวันนี้เราก็ไม่ได้ใช้คำว่าพระในพวกเรา นอกจากมันจะหลงติดปากเรียกกันอย่างนั้นก็เป็น Error เป็นธรรมดา แต่โดยจริงๆแล้วเราไม่ได้ใช้คำว่าพระ นำหน้านักบวชเราเลยทั้งกฎหมายพร้อม ทั้งความตกลง MOU กันเรียบร้อยต่างๆนานา จนกระทั่งปฏิบัติประพฤติแล้วมาจนถึงทุกวันนี้ เราก็ใช้คำนำหน้าของเราว่า สมณะ หรือเต็มๆก็สมณพราหมณ์ ไม่ใช่สมณะพระด้วย สมณพราหมณ์ เราก็ใช้อย่างยินดีไม่ได้เกิดขัดข้องอะไรจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ เรื่องนี้ตกลงมาตั้งแต่ พ.ศ. 2532 จนถึงบัดนี้ เราก็โอเคแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร เพราะฉะนั้นจะมาบอกว่าไม่ใช่พระ อาตมาก็ขอแสดงซ้อนลงไปว่าคุณยังไม่ฉลาดหลายรอบ คุณยังไม่รู้หรอกว่า ไม่ใช่พระนั่นแหละ แต่คุณยังไปยึดถือพระ คุณไม่ให้ก็ดี ยิ่งดีแล้ว เพราะฉะนั้นจะพูดแล้วก็ถูกอีก แต่คุณยังไม่ฉลาดอีกหลายรอบ ขออภัยพูดไปความจริง
ความยิ่งใหญ่ของคำว่า สัตบุรุษ _1614 : พุทธพจน์ สัตบุรุษไม่มีในชุมนุมใด ชุมนุมนั้นไม่ชื่อว่าสภา ขอพ่อครูอธิบายด้วย พ่อครูว่า…สัตบุรุษ คำนี้ยิ่งใหญ่ ภาษาบาลี สัตตะ แปลว่า 7 บุรุษที่ใช้คำว่า สัตตะ ที่แปลว่า 7 มันลึกซึ้งมาก เป็นรอบ สังขยาเลข 1 2 3 เป็น 1 เส้าของวงวนของพลังงานบวกลบ และประธาน เป็นพลังงานตั้งแต่นิวเคลียสเป็นต้นไป แต่อุตุมีนิวเคลียสที่เป็นพลังงานที่ไม่มีตัวตน เป็นเฉพาะตัวตนของ 3 เส้าของมันเอง ไม่ระบุว่า มันเป็นเจ้าของ แต่เป็นผู้ที่เชื่อมกันไว้ระหว่างบวกกับลบแล้วเกิดพลังงานตัวของมันเองที่เกิดแรงงานหมุนวน ทั้งในส่วนของ static กับ dynamic บวกกับลบก็เกิดพลังงานในนั้นซึ่งเป็นรากฐานของพลังงานในทุกสรรพสิ่งของมหาจักรวาล ผู้ใดสามารถที่จะจับเอาพลังงานนี้มาอยู่ในกรอบที่มาใช้ได้เรียกว่าเป็นนิวเคลียส ในนิวเคลียสจะมี 2 หน่วย มันก็จะขยายจาก 2 ใน 3 บวกลบเป็น 2 เป็นต้น พอมี 1 ขึ้นมา ควบคุมอันนี้ได้ ก็เป็นพลังงานไซคลิกออเดอร์ 1หน่วย เป็นพลังงานสามเส้าวงวน ได้นิวเคลียสเต็ม 1 หน่วย เมื่อได้ 2 นิวเคลียสก็จะเป็น 3 มี 2 หน่วย จะขยายพลังงานขึ้นมาอีก 2 หน่วยมันก็จะแย่งชิงกันยึกไปยักมา มันก็จะไม่เป็นแนวระนาบ แต่มันไม่ออกไปอาละวาดใครเป็นแต่เพียง 2 ตัวนี้ดึงดันกันอยู่แย่งกันทะเลาะกัน คู่ อยู่ในแนวระนาบไม่ออกไปในองศา ถ้าเป็นองศาก็จะเกิดระหว่างอันอื่นข้างเคียงไปอีก สรุปแล้วเมื่อเกิดสองเส้า 3 กับ 3 คือ 6 เมื่อเกิดพลังงานใหม่ เป็นตัวที่ยิ่งกว่า ตัวที่จะสามารถเหนือชั้นกว่า 3 กับ 3 สองอัน ออกมาเป็นอีกหนึ่งเป็นตัวที่ 7 มันก็เป็นพลังงานที่ยิ่งจะเจริญงอกงามออกไปหรือมีฤทธิ์มีแรง ที่ยังเกี่ยวพันสัมพันธ์กับ 2 เส้า คือ 3 3 คือ 6 ถ้ามันโตมากมีแรงถึงขั้นมี 8 จะสามารถมีฤทธิ์อำนาจมาควบคุมสองเส้านี้ได้ ถ้าถึง 9 ก็ควบคุมได้ทั้ง 3 เส้าแล้ว หน่วยไหนที่จะมีอำนาจคุมสองหน่วย 3 3 นี้ได้ หน่วยนั้นก็เป็นประธาน อันนี้จะไปครอบคลุมพลังงานทั้งสสาร ทั้งพีชะ และจิตนิยามเลย เหมือนกัน แต่เมื่อเป็นจิตนิยามแล้ว พลังงานที่เจริญถึงชีวะระดับ 7 ก็คือระดับสัตบุรุษ ระดับพลังงานที่กำลังจะดำเนินไปอีก เส้าใหญ่ ที่จะก้าวหน้าเป็น 8 เป็น 9 และคุมอีก 2 เส้า ถ้าเกิด 3 3 3ออกไปอีก ก็จะขยายนัยออกไปอีก มีตัวคุมตัวนำ เป็นตัวที่ 7 เสมอ อยู่ที่ 7 พลังงานยิ่งใหญ่มากในระบอบของ 1 2 3 / 4 5 6 / 7 8 9 และ 10 ตัวที่ 7 จึงเป็นตัวที่มีปฏิกิริยายิ่งใหญ่มากทำให้เกิดปฏิภาคทวีขึ้นไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทางสสารพลังงานเขาก็ใช้อยู่แต่ทางนามธรรมก็ใช้เช่นกัน จิตนิยามอเวไนยสัตว์ธรรมดา ก็ไม่สามารถเรียนรู้ความลึกซึ้งซับซ้อนอันนี้ได้ ต้องเป็นขั้นเวไนยสัตว์จึงสามารถเรียนรู้ได้ เพราะนี่เป็นพลังงานระดับจิตนิยาม
เจริญคือลดโทษ เพิ่มคุณ _ส.ลือคม...อยากจะเรียนถามเกี่ยวกับเรื่องของการแข่งดีที่ไม่หวังผลแพ้ชนะ การแข่งดีเป็นอุปกิเลส 16 แต่การแข่งดี ที่จะปฏิบัติธรรมให้สูงขึ้น ที่จิตคนไม่เอาแพ้ชนะ และผู้ทำดีแล้ว จะทำให้ผู้ที่ยังด้อยกว่าได้เพิ่มเติมมากขึ้น มันเหมือนเป็นการสนับสนุนในการทำดีมากขึ้น สิ่งนี้มันเป็นไปได้ไหมครับ พ่อครูว่า…ได้ มีนัยยะซับซ้อน มันจะเป็นสภาพที่ไม่ดี แข่งดี แล้วเอาดีไปข่มเขาเอาเปรียบ ทำร้ายผู้อื่นอันนั้นเลว แต่ถ้าคุณแข่งดีแล้วใช้ดีนั้นซับซ้อนไปเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น แม้แต่ผู้ที่เราชนะเขาขึ้นมาก็ให้เขา ได้เหมือนอย่างที่เราได้เจริญขึ้นมาเท่าเทียมเราหรือได้ยิ่งกว่าของเราได้ ก็ยิ่งดีแต่เราไม่มีสิทธิ์ที่จะทำให้เขาดีกว่าเราได้หรอก เพราะเราก็มีดีเท่าที่เรามี แล้วเราจะไปให้เขาดียิ่งกว่าเรา โดยที่เราก็ยังไม่ได้ดีอันนั้น แต่ถ้าเรามี รู้บัญญัติ รู้ภาษา รู้ทฤษฎีนำก่อน เราให้ทฤษฎีเขาด้วยซ้ำ อย่างนี้ไม่เสียหายอย่างนี้ดี ให้ไปเลยคุณจะได้ดีนำหน้าเราอีก ก็อนุโมทนาสาธุ ไม่มีปัญหาอะไร เพราะทำให้คนเจริญไปถ้วนทั่ว แล้วการเจริญที่จะเป็นประโยชน์แก่คนอื่นๆ การเจริญก็คือ 1. ลดโทษ 2. มีแต่คุณ นี่คือประเด็นหลัก ใครก็ตามลดความเป็นโทษนี่เรียกว่าเจริญ แล้วก็เจริญจริง ทำแต่คุณ
_อุ่นเอื้อ...ยกคำพ่อครู คนมีคุณ บุญมีค้ำ กิจกรรมมีผลเจริญ… ช่วงที่ผ่านมา ที่นี่มีการลงแขกปลูกแตงโม และแตงกวา ตอนนี้มีผลผลิตขึ้นมาได้แล้ว วันนี้แตงกวาได้ 200 กิโลกรัมต่อ 1 วัน พยายามเก็บทุกวันไม่ทิ้งไว้ ถ้าเก็บวันเว้นวันลูกมันจะโตมากซึ่งมันไม่ดี คนคนไม่ชอบ จะแข็งไป ไม่น่ารับประทาน ขณะนี้กำลังพอดี ตอนนี้เก็บได้ 2,128 กิโลกรัมแล้ว ได้ 2 ตันแล้ว น่าจะถึง 3 ตันได้อย่างสบาย ตอนนี้เส้นทางแตงกวาก็ส่งไปทุกพุทธสถาน สันติอโศกปฐมอโศก ราชธานีอโศก ส่วนทางเหนือก็รออีกหน่อย สวนแตงโมก็น่าจะเก็บภายใน 1 ถึง 2 วัน ดีที่ฝนไม่ตก ทำให้แตงโมไม่ได้รับผลกระทบอะไร ถือว่าเป็นกิจกรรมที่มีผลเจริญ อีกกิจกรรมหนึ่งคือการเพาะเห็ดฟาง พอดีหลวงตาพันเมืองอยู่ที่ศีรษะอโศก มีความเชี่ยวชาญเรื่องการเพาะเห็ดฟาง 1.ให้นักเรียนชั้นม.3 ไปสืบสานความรู้เรื่องเห็ดฟาง วันนี้ได้ประมาณ 7 กิโลกรัม ก็ภูมิใจแล้วค่ะ เพิ่งจะเก็บได้ 2 วันก็จะมากขึ้นเรื่อยๆ วันนี้ทำได้ประมาณ 10 กว่าแปลงแล้วค่ะ รู้สึกเหนื่อยแต่มีความสุขที่ได้ส่งพืชผักให้พี่น้องรับประทาน พ่อครูว่า…เราเหนื่อยนะ แต่พวกที่เต้นอยู่บนเวทีหรือพวกที่เตะฟุตบอลก็เหนื่อยเหมือนกันนะ แล้วเหนื่อยอย่างนั้นน่ะ ดีไม่ดีเจ็บตัวด้วยและไม่ได้สาระอะไรไปหลอก ให้คนเมาสนุกซึ่งไม่ได้เข้าท่าอะไรเลย เลี้ยงชีวิตอะไรก็ไม่ได้นอกจากจะไปหลอกเอาเงินก่อน เป็นความซับซ้อนซึ่งเป็นวิธีการถ่ายเทกระเป๋าคนจากคนที่ไปติดยึด คนที่มีกิเลสหนาแล้วก็หลงถูกเขาหลอกออกไปจ่ายสตางค์ ซึ่งมันซับซ้อน ถ้าใครฉลาดโดยเฉพาะชาวไทยเมืองพุทธ ไม่ต้องไปได้เที่ยว ไปส่งเสริมยินดีในเรื่องของอบายมุข ในเรื่องของการละเล่น การบันเทิงเริงรมย์ที่เกินขอบเขต เราจะมีแค่เล็กๆน้อยๆพอเป็นการออกกำลังพอเป็นการเชื่อมสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นการรื่นเริงหรือการออกกำลังกายกีฬาก็เป็นเพียงการเชื่อมสัมพันธ์ไม่ต้องถึงขัดหน้าจัดจ้านปรุงแต่งเกินเลย ทำตามคำสอนพระพุทธเจ้าแล้วจะได้เหลือแรงงานเอามาใช้เช่นปลูกเห็ดฟางเอามาปลูกแตงกวามาปลูกแตงโม เอามาทำอะไรที่เป็นประโยชน์ได้มากมาย ชีวิตชีวาทั่วโลกยังอดอยาก อย่าไปพูดว่าเขาไม่ได้ดูแข่งบอลเต้นรำแฟชั่น ซึ่งมันเฟ้อ ไม่ได้เกี่ยวกับชีวิตที่จะต้องยืนยาวเลย สิ่งที่เฟ้อที่เกินเป็นสิ่งที่มอมเมาประเทืองไม่เข้าเรื่อง
_สู่แดนธรรม...มีใครสังเกตเหมือนผมว่า..ก่อน สุ อุ่นเอื้อ จะรายงาน ท่านส.ลือคมก็พูดถึงอุบายการแข่งดีโดยไม่หวังผลชนะกัน ซึ่งเป็นกิจกรรมลดโทษเพิ่มคุณ แต่ละบวรก็เอากิจกรรมมาแสดง มีส่วนกระตุ้นให้คนเรามีความปรารถนาจะทำกุศลเพิ่ม อย่างศีรษะอโศกก็ทำได้ผลดี บ้านราชฯก็ควรจะทำให้เป็นผลดีเช่นกัน เป็นสัมประสิทธิ์หรือไม่ครับ พ่อครูว่า…ใช่ มันมีเชิงแข่งดี แต่เราไม่ได้แข่งดีเพื่อเอาชนะคะคานหรือไปเบ่งข่มใคร เอาเปรียบเอารัดใคร แม้ว่าเราแข่งดีได้มากได้ผลผลิตมากก็ไม่ได้เอาไปเอาเปรียบเอารัดเอากำไรแบบทุนนิยม แต่เราเอาไปแบ่งปันแจกจ่ายกัน ไม่ได้เป็นเชิงคิดแบบทุนนิยม แต่เป็นเชิงคิดแบบอาริยะนิยม นี่สุดยอด _สู่แดนธรรม...ที่ไหนได้อะไรดีๆ ก็จะเอามาเผื่อแผ่แบ่งปันกันอย่างนี้ ผมเรียกว่านี่เป็นแผ่นดินพุทธที่จะต้องมารวมกันอย่างนี้
_สายลม มี.ค...เมื่อวานฟังพ่อครูสอน อุเบกขาแบบสมถะกับอุเบกขาแบบวิปัสสนา ก่อนนอนก็มีสติฝึกแบบสมถะเริ่มนอนได้ ตอนไปชุมนุมไล่นายกทักษิณ ถ้ามีหนังสือ EQ โลกุตระเป็นคู่มือแห่งการปฏิบัติธรรม ดีมากเลยอ่านแล้วอ่านอีกจนไล่นายกอภิสิทธิ์ก็อ่านแล้วอ่านอีก จนหนังสือเก่า ปัจจุบันสู้ผัสสะจนเห็นทางเป็นอรหันต์ได้ถ้าเอาจริงตายกันไปข้างหนึ่ง ถามว่าถ้าคนมีภูมิอนาคามีก็ยังทุกข์อยู่กับ รูปราคะ อรูปราคะ จิตตัวรู้ก็ถามว่าถ้าเป็นอรหันต์คงสบายกว่านี้ พ่อครูเขียน EQ โลกุตระจนเป็นลม พ่อครูว่า…มันก็จริง อาตมาเขียน EQ โลกุตระ ก็เป็นลมที่หน้าห้องน้ำเลย เขาก็หามไปโรงพยาบาลกัน ได้อีคิวโลกุตระมา 1 เล่ม ก็เป็นหนังสือที่อาตมาเขียนอยู่เยอะพอสมควร ชาตินี้ทั้งชาติก็ยังเขียนอยู่ ตอนนี้ก็เขียนอยู่ ว่าจะพักจะหยุดแต่ก็หยุดไม่ลง ว่าจะพักแต่เมื่อมีเวลามีโอกาสก็ทำ ก็คงไม่มีใครเขาว่าอะไรหรอกทำได้ก็ทำไป โดยที่หลายคนก็ไม่อยากให้สมบุกสมบันจนเกิน มันทำให้เกิดความไม่สมดุลของร่างกาย แต่อาตมาว่ามันมีภาวะซับซ้อนอยู่ ถ้าไม่มีภาวะของการออกกำลัง การใช้พลังงานทางกายทางใจทางสมองอย่างหมุนเวียนสมดุลดีนะ มันก็จะเสื่อม มันก็จะไม่เจริญไปอีกได้ อาตมาก็ว่าอาตมาพยายามมีความรู้ รู้ความสมดุลระหว่างพวกนี้ แล้วก็ทำให้มันสมดุลอยู่ ไม่ได้มีเจตนาอยากให้อายุสั้น ก็มีเจตนาให้อายุยืน ต้องรักษาความสมดุลตามปัญญาของตัวเองที่มีสูงสุด คนอื่นก็ช่วยด้วย แต่เราก็ต้องตัดสินเองนั่นแหละ สุดท้ายแล้วก็พยายามทำอยู่ ก็ยิ่งเห็นว่าองค์ประกอบที่จะทำให้สมดุล มันมีความละเอียดมากเลย ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยต่างๆนานา ที่อาตมาก็ยังไม่ฉลาดพอที่จะอธิบายให้ครบละเอียดดี ก็พยายามศึกษากันไป เป็นตัวอย่างกันไป อธิบายกัน
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive