กาย 3 นิรมาณกาย สัมโภคกาย อาทิสมาณกาย.docx
เนื้อหาในไฟล์
กาย 3 นิรมาณกาย สัมโภคกาย อาทิสมาณกาย _Compud Waysok (คอมพุด เว สก) : ศาสนาเดียวกันท่านยังกล้าที่จะตำหนิท่าน ซึ่งท่านก็เป็นที่ยอมรับจากลูกศิษย์ลูกหาของท่านทั่วประเทศ ว่าท่านนั้นพ้นแล้ว แต่ท่านยังกล้าที่จะตำหนิพระอรหันต์ / ธรรมะที่ออกมาจากใจมันต่างกันมาก กับธรรมะที่เกิดจากสัญญาจากตำรับตำรา ความพิสดาร ละเอียดมันแตกต่างกันมาก พ่อครูว่า...พูดถูกมากอาตมาละเอียดพิสดารกว่ามหาบัวเยอะ คงหมายถึงอาตมาแล้วกระมัง ตีความเข้าข้างอาตมา คุณ คอมพุด รู้จักอาตมาดีนะ ขออภัยมหาบัวไม่มีทางอธิบายพิสดารได้อย่างอาตมาหรอก มีแต่แบบพิสดารแบบตายเป็นตายอย่างนั้นไม่ใช่พิสดารแบบคำสอนพระพุทธเจ้า ท่านเรียนเปรียญมากกว่าอาตมาด้วยนะ แต่ว่าอาตมารู้ว่าอาตมารู้บาลีมากกว่ามหาบัวเยอะ มหาบัวเรียนบาลีมาแต่ใช้ไม่เป็น มหาบัวพูดภาษาไทยทั่วไปคนก็เข้าใจได้ง่ายๆ วนซับซ้อนละเอียดลึกซึ้ง ไปในทางที่บอกว่าเป็น รูปอรูปๆ จนคนตามไม่ได้ไม่ทัน คนที่สามารถสร้างรูป สร้างอรูป โดยที่เป็นนิรมาณกาย สัมโภคกาย อาทิสมานกาย เป็นกาย 3 นี้ มันมีจริงๆ แล้วคนก็สร้างและจมอยู่กับกาย 3 นี้ นิรมาณกาย คือ สร้างสภาพนี้เอง เนรมิตเอง สร้างเอง แล้วให้คนอื่นรับรู้ร่วมด้วย เข้าใจตามได้ด้วย ให้คนอื่นเข้าใจอย่างซาบซึ้งเหมือนกันเลยนะ บริโภคร่วมกันเลยเรียกว่าสัมโภคกาย แต่ต่างคนต่างอาทิสมานกาย ไม่มีใครเห็นความจริงของใครของใครเลย ของตัวเองคนเดียวๆ ไม่ร่วมกันครบภายนอกภายใน ภายในของตัวเองคนเดียว แต่ดูเหมือนว่าตรงกับของคนอื่นภายนอก มันจึงเป็นเรื่องจินตนาการ ตรงกันทั้งนั้นเลย มันเป็นอุปทาน เป็นอุปทานหมู่ เช่น จะสะกดจิตคน ตอนนี้ยกนาฬิกาข้อมือพร้อมกันตอนนี้เวลา 18.18 น. ใช่ไหม ทุกคนก็บอกว่าใช่ เราสามารถสะกดจิตให้คนเห็นตรงกับเขาได้หมดเลย เรียกว่าอุปาทานหมู่ เช
อ่านต่อ
่น ยกตัวอย่างที่ง่ายๆแต่เข้าใจได้ยาก คือ โอ้โห.. กล้วยหอมอันนี้อร่อยเหลือเกินๆ คนนี้ก็เอาไปกิน กิน บอกอร่อย แล้วอร่อยมีไหม ...ไม่มี พูดอย่างพวกเรานี้รู้เลย อร่อยไม่มี เราไม่มีอร่อยแล้ว เราเข้าใจว่าสิ่งเหล่านี้มันเป็นของ เก๊ อัสสาทะอร่อย มันเป็นรสที่ทุกๆคนไปสมมุติไปอุปทานไว้แล้วก็มีของตน แล้วอร่อยของคุณจริงๆนั้น มันเหมือนอร่อยของคุณคนนี้ไหม ไม่ ก็เป็นของใครของมัน อาทิสมาณกาย ไม่มีใครเห็นของใครหรอก แต่อร่อยเหมือนกันนะ ตรงกันนะ คนไม่อร่อยเขาก็ไม่อร่อย คนนี้บอกว่ากินกล้วยหอมอันนี้แล้วไม่อร่อย อีกคนก็บอกว่าไม่อร่อยเขาก็ตรงกัน ไม่อร่อย แล้วเป็นไง กล้วยใบเดียวกันเลย _สู่แดนธรรม..คุณคอมพุด ก็คงจะนึกว่าพ่อท่านเอาตำรามาอธิบาย ก็เลยเหมาว่าไม่มีธรรมะมาจากใจ ก็เลยตำหนิมาว่า ไม่เห็นความพิสดารแบบพ่อท่าน ที่เค้าไปเชื่อหลวงตาว่ามีความพิสดารแบบอาทิสมานกายนั้น ผมก็เคยเชื่อว่า พระอรหันต์มีความพิสดารแบบนั้น พ่อครูว่า..ขออธิบายคำว่า ธรรมะออกมาจากใจ ที่คุณคอมพุด เว สก พูดมานี้ ธรรมะออกมาจากใจนี้ ขอยืนยันว่า จริง ของมหาบัวนี้ออกมาจากใจ แต่ใจของท่านยังเป็นอวิชชา ใจของท่านเป็นการสร้าง นิรมาณกาย แล้วก็สร้างโลกจินตา ออกมาหลอกคนไปมากมายมหาศาลอย่างไรก็ได้ คนที่จะสร้างภพสร้างชาติ สร้างรูปธรรม อรูปธรรม เป็นนิรมาณกายต่างๆให้คนอื่นฟังแล้วเคลิ้มตามง่ายๆมันไม่ใช่ง่ายนะ มหาบัวนี้เก่ง ต้องใช้ศัพท์คำว่าเรือหายเลย เก่งไม่ใช่น้อยจริงๆ เพราะฉะนั้นคนจึงต้องตกเป็นเหยื่อของมหาบัวไม่ใช่น้อย เป็นธรรมะออกมาจากใจจริงและตำราน้อยด้วย แต่ของอาตมานั้นก็ออกมาจากใจจริงๆ แต่ไม่ใช่นิรมาณกาย อาตมาสอนรูปนามและกายที่เป็นของจริงทั้งภายนอกและภายใน อธิบายร่วมกันได้หมดขยายความและทุกคนเอาไปปฏิบัติได้หมด แต่ของมหาบัวเอาไปปฏิบัติตามไม่ได้ ไม่ได้อะไร ไม่ได้ทั้งภายนอกและภายใน เขาจะทำได้แต่ภายใน ซึ่งก็เป็นนิรมาณกายของใครของมันอีกนั่นแหละ ที่นั่งหลับตากันไปของใครของมันเลย สวรรค์ก็สวรรค์ วิมานก็วิมาน ภพชาติก็เป็นภพชาติ รูปภพ อรูปภพ ก็ของใครของมัน เป็นนิรมาณกายกับสัมโภคกายอาทิสมานกายทั้งนั้น ของแต่ละคนแต่ละคน ไม่ใช่สัจจะมีหนึ่งเดียว ต่างคนต่างมีสัจจะ เพราะฉะนั้นคำว่า สัญญายนิจจานิโลเก มีความหมาย 2 ความหมาย แต่เป็นความหมายเดียวที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อันนี้พึ่งอธิบายวันนี้ สัจจะมีหนึ่งเดียว สัญญายนิจจานิโลเก ในโลก พระพุทธเจ้าท่านบอกว่าสัจจะมีหนึ่งเดียว เอกังหิสัจจะ คืออาริยสัจ 4 เว้นแต่ สัญญายนิจจานิโลเก อันนี้แหละเป็นคำที่เป็นสิริมหามายา ในคำว่าสัจจะมีหนึ่งเดียว กับคำว่า อัญตระคือเว้นแต่ สัญญายนิจจานิโลเก อันล่างนี้ สัจจะนั้นมีหนึ่งเดียวไม่มีสอง ไม่มีมากกว่านี้ เว้นแต่ สัญญายนิจจานิโลเก สัญญาที่กำหนดยึดมั่นถือมั่นแล้ว หรือกำหนดเที่ยงแท้แน่นอนแล้ว นิจจา เที่ยงแท้แน่นอน ผู้ที่เขาเป็นคนที่ยึดมั่นถือมั่นแบบอวิชชา เขาก็ยึดมั่นถือมั่น ผู้ที่มั่นคงแล้วไม่ต้องยึด เขาก็เป็นสัญญาของเขาเหมือนกัน สัญญาการกำหนดหมายของเขาเหมือนกัน เขาไม่ต้องยึดนะ แต่เขาสัญญาของเขา ในโลกนี้เขาถูกกำหนดรู้กับใครกับใครเขาก็รู้ได้ อย่างอาตมาก็รู้ได้ แต่ไม่ได้ยึดมั่นถือมั่น แต่คนที่ยึดมั่นถือมั่นเขาจะไม่รู้ตัวเป็นสัญญาที่มีความยึดมั่นถือมั่น เขาแน่นอนทั้งคู่เหมือนกัน คนที่แน่นอนเที่ยงแท้แล้ว พระอรหันต์เป็นผู้ที่แน่นอนเที่ยงแท้แล้วทุกคน พระอรหันต์เป็นที่แน่นอนเที่ยงแท้แล้ว เป็นผู้ที่มีคุณธรรมเด็ดขาดเลย นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) ยากไหม ไม่ใช่ง่ายๆเลยเห็นมะ ฟังด้วยดีจะเกิดปัญญา คุณ คอมพุด เวสก นี้ มาจากใจนั้น คุณเข้าใจว่ามหาบัวมาจากใจต่างหาก แล้วคุณเข้าใจว่าของอาตมาไม่ใช่มาจากใจตัวจริง แต่มาจากตำราเท่านั้น ก็ขอยืนยัน ว่าของอาตมาทั้งมาจากใจจริงๆเป็นแกนหลัก ตำราเป็นเรื่องรอง และมีตำราด้วย แต่ของมหาบัวไม่มีตำรา เอาตำราไปจับเอาไล่ไปเลย ตั้งแต่ติดอบายมุข ติดกามคุณ 5 เอาตำราไปจับเลย ออกนอกหมดเลยจรณะ 15 วิชชา 8 ไม่มี ที่อาตมากำลังอธิบายอยู่นี่ กำลังขยายความ เป็นตัวอย่างที่อธิบายได้ดีมาก ก็จึงขอบคุณมหาบัว แล้วก็ขอฝืนใจผู้ที่ยังติดยึดอะไรอยู่บ้าง ก็ขออภัยนะ เพราะว่าใช้เป็นประโยชน์ อาตมาจะใช้เป็นสิ่งที่สร้างความเข้าใจสร้างความรู้ให้แก่คน ก็ต้องขอขัดใจสำหรับผู้ที่ติดยึดก็แล้วกัน อาตมาขอกันกินหน่อยน่า สู่แดนธรรม...พ่อครูใช้ตำรามาเพื่อสำหรับอ้างอิง เพราะต้องการยืนยันตามหลักฐาน พ่อครูว่า..หากจะไม่ต้องการยืนยันอ้างอิงก็แล้วไปนั้นมีใจด้วยแล้วก็มีหลักฐานยืนยันอ้างอิงด้วย อย่างที่ใจของมหาบัวนั้นก็เป็นใจมหาบัว แต่อาตมาอ้างตำราพระไตรปิฎกมากมายก่ายกอง แต่มหาบัวไม่ค่อยได้อ้าง อ้างนิดๆหน่อยๆในฐานะที่เป็นมหา ก็เอาบาลีมาใช้บ้าง แต่ไม่พิสดาร เป็นเหตุเป็นปัจจัย เป็นปฏิจจสมุปบาท เป็นปัจจยาการอย่างเช่นอาตมาหรอก _มาดี ตะวันวง : นมัสการพ่อครูเจ้าค่ะ อย่ายกตัวอย่างชื่อหลวงตาบ่อยเลยเจ้าค่ะ ทุกคนทำได้เท่าที่ตนทำได้นะเจ้าคะ พ่อครูว่า...ก็อาตมาไม่พูดซ้ำก็ขอฝืนคุณมาดี ตะวันวงด้วย อาตมารู้ว่าพวกคุณไม่อยากให้อาตมาได้รับการย้อนแย้งจากลูกศิษย์ลูกหา ของท่านมหาบัว เป็นเจตนาดีของพวกคุณแต่ว่าอาตมาเจตนาว่า อาตมาเจตนาดี เข้าใจของตัวเองว่าอาตมาจะช่วยลูกศิษย์มหาบัวนั่นแหละ เพราะฉะนั้นลูกศิษย์มหาบัวทั้งหลายที่ฟังอาตมาอยู่โดยไม่มีอคติ และแสวงหาตั้งใจฟังด้วยดีจะได้ปัญญา ก็จะได้คนที่น่าสงสาร ผู้ที่เป็นลูกศิษย์มหาบัวน่าสงสารทุกคน จะได้คนพวกนี้มา อาตมามั่นใจเชื่อว่าจะได้ ไม่ใช่จะสูญเปล่า ได้ ขอยืนยัน เพราะผู้ที่ตั้งใจแสวงหามีจริง พูดไปเรื่อยๆอธิบายไปเรื่อยๆ เขาฟังไปบางทีเขาอาจจะฟังแล้วคิดว่าชังน้ำหน้า สักวันหนึ่งเขาจะนึกว่าโพธิรักษ์ทำไมมันดื้อด้านดึงดันนัก ฟังมันดูๆ สักวันหนึ่ง จะนึกถึงฉัน และแล้ววันนั้น เธอต้องร้องไห้ จริง ต้องร้องไห้อย่างซาบซึ้งเลย สงสารตัวเอง มีความระลึกได้สำนึกได้ มีหิริโอตตัปปะขึ้นมา จึงเกิดความสำนึกขึ้นมา 631004_รายการวิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ตอบปัญหาผ่าศีลอันเป็นอาริยะ