ปฏิบัติศีลอันเป็นอาริยะต้องทำจิตให้ไม่เป็นกายได้.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.68 KB
วันที่แก้ไข5 ตุลาคม 2563

เนื้อหาในไฟล์

ปฏิบัติศีลอันเป็นอาริยะต้องทำจิตให้ไม่เป็นกายได้ _Veraro ANN (เวราโร แอน) : พระทุกวันนี้ ยังแสวงหากาม คือรับเงินกันอยู่ / การที่ทำงานแสวงหาเงินทอง ชื่อเสียงอยู่นั้น คือการแสวงหากาม พระศาสดาตรัสว่า เป็นการแสวงหาที่ไม่ประเสริฐ กาม ไม่ใช่แค่เรื่องเพศอย่างเดียวขอรับ กามคือตาเห็นรูปแล้วพอใจ นั้นแหละกาม อยากจะให้พ่อท่านแสดงธรรมในข้อที่ว่า อริยศิลว่า สมุทัยของศีล นิโรธของศีลเป็นอย่างไรขอรับ พ่อครูว่า…ศีลที่เป็นอาริยะ กับศีลที่ไม่เป็นอาริยะ ต่างกัน ศีลที่เป็นอาริยะ คือศีลของผู้ที่ประเสริฐของผู้ที่ปฏิบัติธรรมแล้วล้างกิเลสได้ ปฏิบัติศีลจะเป็นอริยะได้คือศีลข้อนั้นๆ คุณจะต้องอ่านถึงจิต แล้วคุณจะต้องลดกิเลสในจิตได้ เริ่มต้นเป็นพระโสดาบันก็เริ่มต้นเป็นพระอริยะ ถ้าเผื่อว่าคุณปฏิบัติศีลนั้น ไม่ได้ทำให้ลดกิเลสได้ ไม่มีสัมมาทิฏฐิตั้งแต่สักกายทิฏฐิ แยกกายแยกจิต รู้ความเป็นกายยังไม่ได้ อย่างเช่นมหาบัวไม่รู้จักความเป็นกาย ยังไม่พ้น สักกายทิฏฐิ มหาบัวไม่เข้าใจการแยกกายแยกจิต เพราะการแยกกายแยกจิต นี้เป็นเรื่องสำคัญที่สุด สำคัญแม้แต่มาบวช อุปัชฌาย์ จะต้องสอนเรื่องมูลกรรมฐาน 5 ให้รู้จักเรื่องการแยกกายแยกจิต เพราะไม่รู้จักกายชัดเจน แล้วก็แยกกายจนกระทั่งทำให้จิตของคุณไม่เป็นกาย จิตมันเป็นกาย กายมันเป็นจิต ตถาคตเรียกกายว่าคือ จิตบ้าง มโนบ้าง วิญญาณบ้าง ล.16 ข.230 เมื่อคุณทำให้กายนี้ไม่เป็นจิตได้ อันนั้นก็ไม่ใช่กาย เพราะว่ากายคือจิต มโน วิญญาณ แต่คุณทำกายไม่ให้เป็นจิต คำว่ากาย ตัวนั้น ท่านก็ยกตัวอย่างผมขนเล็บฟันหนัง ซึ่งมันอยู่ภายนอก อาการ 32 ผมขนเล็บฟันหนัง ก็เป็น 5 อย่างในอาการ 32 ส่วนที่อยู่ภายในก็อธิบายได้ยาก แต่ผมขนเล็บฟันหนังอธิบายได้ง่าย อาตมาก็ถนัดเอาเล็บ ผมก็ได้ ขนก็ได้ หนั

อ่านต่อ

งมันยิ่งละเอียด ผม ขน เล็บ ฟัน เล็บนี่ง่ายที่สุด เล็บที่ยาวออกมาพ้นประสาทแล้ว มันไม่ใช่กายแล้ว แต่มันมีชีวะ มันยังมีชีวิตอยู่ มันยาวออกมาได้เรื่อยๆแต่มันไม่มีเวทนา ไม่มีความรู้สึกเจ็บ ไม่มีวิญญาณ ไม่มีจิตไม่มีวิญญาณแล้วมันไม่ใช่จิตนิยามแล้ว มันเป็น พีชนิยาม เหมือนพืช พืชเป็นพีชนิยาม ไม่มีเจ็บปวด ไม่มีทุกข์ไม่มีสุข ไม่มีจองเวร ไม่มีรัก ไม่มีชัง อันนี้แหละ เป็นฐานอาศ้ยของพระอรหันต์ ต้องทำจิตของเราให้เป็น พีชะให้ได้ คุณยังไม่ตายก็อาศัยจิตที่ยังเป็น พีชะ ไม่สุขไม่ทุกข์แล้วสามารถควบคุมได้ให้มันเป็นพลังงานของกรรมได้ทำกรรมได้ แต่ อย่างพืชมันเป็นพลังงาน แต่ไม่มีเจ็บปวดไม่มีทุกข์ไม่มีสุข แต่อาศัยได้ แต่พอตัดเล็บออกไปแล้วก็ไม่เจ็บปวดอะไร เล็บส่วนที่ขาดออกไปจากร่างนั้นอันนี้แหละ ยิ่งไม่ใช่กายใหญ่ เป็นอุตุไปด้วย ไม่ใช่พีชะ พีชะก็ไม่ใช่กายแะล้ว ก็ไม่ใช่ จิต มโน วิญญาณ แต่ติดอยู่ที่กายคน กายตัวนี้หมายถึงภายนอกและภายใน หมายความว่าเป็นภาวะ 2 มีทั้งภายนอกและภายใน ส่วนที่ยังเป็นผมขนเล็บฟันหนังที่ยังติดอยู่ในร่างกายยังเป็น ชีวะ เป็นพืชอยู่นี้ มันไม่มีสุขไม่มีทุกข์ ไม่มีเจ็บ ไม่มีปวด ไม่มีวิบากอะไรแล้ว ต้องอาศัยสภาวะอย่างพีชนิยาม แล้วคุณทำจิตของคุณให้เป็น พีชนิยามได้ เช่น คุณไปติดในอบายมุข ติดหมากพลู คุณก็ต้องรู้ให้ได้ว่า หมากพลูนี้ติดได้อย่างไร ติดในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสของมัน คุณก็ล้างกิเลสนี้ออก คุณก็ไม่ติดแล้ว ไม่ติดแล้วจะมีหมากพลูบุหรี่ในโลกมันก็มีอยู่ ก็ไม่ต้องไปนั่งเคี้ยวไปนั่งกินมันประจำให้เปรอะปากให้เสียของเสียเวลาอีกทำไม จนกระทั่งต้องมาโกหกซ้ำซ้อนว่า การเคี้ยวหมากเป็นการรักษาฟัน นั่นแน่ แล้วทำไมรักษาไม่หายสักทีล่ะจ๊ะ เคี้ยวจนตาย มันรักษาดีแล้วทำไมไม่หายสักที หายาที่ดีกว่านี้สิมันเป็นโรคอะไร สมณะฟ้าไทว่า...น่าจะไปถามทันตแพทย์ดูก่อน พ่อครูว่า...อาริยศีล คือศีลของพระอาริยะ ที่รู้จักกำจัดกิเลส ศีลข้อที่ 1 เกี่ยวกับสัตว์คนสำคัญอยู่กับสัตว์ตัวไหนอย่างไรคนมีกิเลสอยู่กับมัน กิเลสพยาบาทกิเลสรักหรือกิเลสโลภ กิเลสโง่ โง่คือ เอาเนื้อมันมากินคือความโง่ ยิ่งไปติดในรสชาติมันยิ่งเป็น โมหะ ราคะ หรือกินมันให้หนำใจเลย มีโทสะร่วมด้วย เลยหมดเลย ทั้งราคะโทสะ โมหะเลย อย่างนี้เป็นต้น คุณก็ต้องรู้อันนี้เป็นศีลข้อที่ 1 ศีลข้อที่ 2 คุณจะต้องไปทุจริตที่ไปเอาของของเขาที่ไม่ใช่ของเรา เราไม่มีสิทธิ์คุณก็ไปทุจริต ไปลักขโมยของเขาเอาของเขาดีไม่ดีเลยปล้นจี้ หรือแม้แต่ไปโกงหรือแม้แต่ไปเอาเปรียบ นี่ก็ลึกลงไปอีก แม้แต่ไปเอาเปรียบมันก็ยังเป็นเหตุอยู่ในศีลข้อที่ 2 มันไม่ใช่สิทธิ์ของเราไปเอาเปรียบเขามาทำไม เราต้องเอาสิ่งที่เป็นสิทธิ์ของเราและให้เขาสิ อาตมาเคยอธิบายทานในศีลข้อ 2 อทินนาทานาเวรมณี คือเราไม่เอาของเขาแล้ว เราซ้อนไปอีก ให้เขาสิ นอกจากไม่เอาของเขาแล้ว ยังสามารถให้เขาอีก เป็นผู้ที่พ้นศีลข้อนี้ ต้องลดการโกงก่อนหรือไปปล้นจี้เขาร้ายแรงหาวิธีการซับซ้อนเอาเปรียบเขา ที่เขาซับซ้อนอีกเยอะ ไม่เอาของเขาแล้วคุณยังให้เขาอีก นี่แหละคือรู้สมุทัย ของศีลข้อที่ 2 เป็นต้น ศีลข้อที่ 3 ก็เป็นรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส นิโรธของศีลเป็นอย่างไรก็คือดับกิเลสหยาบ กลาง ละเอียด หมด ศีลข้อที่ 1 เกี่ยวกับสัตว์หยาบ กลาง ละเอียด คุณก็ไม่ปรารถนาร้ายต่อสัตว์ใดๆวางประโยชน์และสัตว์ทั้งปวงอยู่แน่นอนไม่ฆ่า วางศาสตราวางอาวุธ ไม่คิดเบียดเบียนเขาเลยเอ็นดูสัตว์ทั้งปวงอยู่ นี่คือนิโรธ ปรารถนาดีต่อสัตว์ทั้งปวงอยู่ อธิบายถึงขั้นว่าแม้แต่สัตว์ตัวใดตัวหนึ่งเป็นสัตว์เซลล์เดียวก็ตาม ก็อย่าไปหาเรื่องที่จะเป็นวิบากร่วมกัน เพราะสัตว์มันมีวิบากของมัน แต่ละตัวแต่ละตัวคุณไม่ได้เก่งขนาดที่จะไปวุ่นกับวิบากของคนอื่นหรอก เอาวิบากของตัวเองให้มันหมดไม่ต้องไปทำซับซ้อนอะไรอีกก็แล้วกัน อย่างนี้เป็นต้น เรียนดีๆมันซับซ้อนลึกซึ้ง 631004_รายการวิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ตอบปัญหาผ่าศีลอันเป็นอาริยะ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน