ทำอย่างไรสัมมาธิปไตยจะชนะเพื่อไทยได้.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.99 KB
วันที่แก้ไข1 เมษายน 2566

เนื้อหาในไฟล์

ทำอย่างไรสัมมาธิปไตยจะชนะเพื่อไทยได้ _หรือเวลาอีก 12 นาที ทำอย่างไรคะสัมมาธิปไตยจะชนะเพื่อไทยได้ พ่อครูว่า... อาตมายังไม่ได้คิดไว้เลย ว่าจะทำอย่างไรดีหนอ ตอบก่อน อาตมายังไม่เคยคิดและก็จะไม่คิด จะไม่คิดว่าทำอย่างไรสัมมาธิปไตยถึงจะชนะเพื่อไทย ไม่คิด จะชนะหรือไม่ชนะ ไม่คิด แต่ขอให้สัมมาธิปไตย คนที่ทำงาน คนที่เป็นสมาชิกของสัมมาธิปไตย ทำงานการเมืองให้เป็นสัมมา ให้มันเป็นอธิปไตยที่เป็นสัมมา อธิปไตยที่เป็นสัมมา เป็นอย่างไร อธิปไตยคือพลังงาน ที่เป็นพลังงานเกี่ยวกับจิตวิญญาณ ไม่ใช่พลังงานทางสสาร ทางวัตถุ แต่มีพลังงานทางสสาร ทางวัตถุร่วมด้วย แต่พลังงานนามธรรมหรือจิตวิญญาณเป็นหลัก เพราะฉะนั้นอธิปไตยโดยตรง พระพุทธเจ้าตรัสไว้ถึง 3 อย่างคือ อธิปไตย 3 โลกาธิปไตย อัตตาธิปไตย และ ธรรมาธิปไตย เราก็ต้องเข้าใจโลก เข้าใจอัตตา เข้าใจโลกุตระ ขออภัยเข้าใจธรรมะ ธรรมะ มันมีหลักใหญ่คือโลกียะกับโลกุตระ เพราะฉะนั้นสัมมาธิปไตยก็ต้องทำให้เกิดธรรมะที่เป็นโลกุตระให้ได้ สัมมาธิปไตยต้องพยายามจะทำอย่างไรให้เกิดธรรมะที่เป็นโลกุตระได้ ที่นี้โลกุตระคือยังไง โลกุตระก็คือความรู้ที่จะต้องรู้ เรื่องโลกเรื่องอัตตา โลกคืออะไร โลกคือการเกี่ยวพัน โลกคือการสัมพันธ์ โลกคือการเกี่ยวข้อง สัมพันธ์แล้วก็หมุนวนอยู่ เป็นพลวัต หรือพอสายใหญ่ก็คือเป็นวัฏจักร ภาษาสมัยใหม่ก็เป็นพลวัต ที่มันมีปฏิกิริยาเกิดจากการปรุงแต่งกันอยู่ในพลวัต หรือปรุงแต่งกันอยู่ในวัฏสงสาร โลก เกี่ยวข้องกับคนอื่น อัตตาคือตัวเราเอง ก่อนอื่นเราก็ต้องมาเรียนรู้อัตตาของเราเองให้ดีก่อน ทำคุณอันสมควรก่อนให้แก่ตนก่อน แล้วค่อยสอนผู้อื่นจะไม่มัวหมอง พระพุทธเจ้าท่านมีหลักให้เราอย่างนี้แล้ว เพราะฉะนั้นเมื่อเราสามารถที่จะรู้อัตตาตัวเรา อัตตาคือตัวตน กิเลสค

อ่านต่อ

ือความเห็นแก่ตน และมันบานออกเข้าไปหนัก เห็นแก่ตนไม่พอเห็นแก่พวกของตน เห็นแก่สังคมของตน เห็นแก่ประเทศของตน ตัดที่ประเทศ มันก็ไม่สมบูรณ์ เพราะฉะนั้นเราต้องเห็นแก่มวลมนุษยชาติ แต่แน่นอนมีความสำคัญว่า มันก็ต้องทำที่ตน ช่วยตนให้มีคุณอันสมควรก่อน แล้วสอนคนอื่นในภายหลัง จะต้องมีหลักสำคัญตรงนี้ก่อน ทำได้แล้วเราก็ถึงจะขยับไปเอื้อมเอื้อเกื้อกว้าง ไปช่วยผู้อื่นได้เป็นลำดับๆๆๆๆ ทำตนเสร็จแล้วก็ขยายโลกไป เพราะฉะนั้นจากภาษาคำว่า “โลก”ภาษาคำว่า “ตน” ก็มาสู่ประโยชน์เรียกว่า อายะ 3 คือ พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) โลกานุกัมปายะ คือ โลก ไปช่วยโลกได้ คุณจะช่วยโลกได้คุณต้องรู้ หิตะกับสุขะ หิตะ คือประโยชน์หรือรายได้หรือกำไร จริงๆก็เป็น synonym กับคำว่า อายะ คือประโยชน์ คือรายได้ คือกำไร นี่คืออายะ 3 พหุชนะ หิตะ อายะ โลกา กัมปะ อายะ ทั้ง 3 ตัวก็คือสิ่งที่เป็นประโยชน์เป็นคุณค่าที่จะได้ให้แก่ผู้อื่น ผู้อื่นคือใครก็คือ พหุชน พหุชน ทั้งหมดก็คือโลก มวลมนุษยชาติ หรือ ศัพท์สมัยใหม่ว่าประชาชน มวล เติมเข้าไปอีกเต็มๆก็คือมวลประชาชน พหุชนคือมวลประชาชน เพราะฉะนั้นอธิปไตย 3 พลังงานหรืออำนาจที่เรารู้ว่า อำนาจของโลก คนที่มีตัวตนจัด ก็จะเป็นคนที่จะรวบอำนาจโลกมาเป็นกู เอาอำนาจโลกมาเป็นตัวตน จะเป็นเจ้าโลก จะเป็นเจ้าอำนาจอย่างที่เขาโง่ๆทำกัน มันเป็นความเลว มันไม่ใช่ความดี แต่เขาไม่รู้กัน แต่ละผู้นำแต่ละประเทศจะเป็นใหญ่จะสร้างอำนาจให้ทุกคนจะต้องเกรงกลัว จะต้องยอมรับ จะต้องนับถือ ฉันเก่ง ฉันใหญ่ฉันโก้ เพราะเราข่มเพราะเราเบ่ง จะเบ่ ด้วยอำนาจอาวุธเข่นฆ่า หรือเบ่งด้วยอำนาจของสิ่งที่เราสร้างได้แล้วเอามาเป็นเครื่องล่อ เป็นเครื่องให้แจกก็ตาม เพราะ เบ่งด้วย อำนาจ กับ ด้วยสิ่งที่เอาไปแจกจ่าย อันไหนดีอันไหนเลว ...จ่ายแจกดีกว่า ทีนี้ก็มาเรียนรู้ความจ่ายแจก คุณจ่ายแจกสิ่งที่เป็นพิษ จ่ายแจกสิ่งที่เป็นความมอมเมา กับจ่ายแจกสิ่งที่เป็นคุณค่าประโยชน์ อันไหนดีกว่ากันอีก ... สิ่งที่เป็นคุณค่าดีกว่า คุณก็มาเรียนรู้ว่า สิ่งที่เป็นพิษ สิ่งที่เป็นความมอมเมาคืออะไร ที่คุณจะสร้าง คุณจะเอาไปจ่ายแจกเขา เพราะฉะนั้นคุณเทียบคู่อันนี้แล้ว สิ่งที่เป็นพิษมอมเมากับสิ่งที่เป็นสาระแก่นสาร ยังชีพ ยังมนุษยชาติ ยังสังคมให้อยู่เย็นเป็นสุข คุณก็มาทำอันนี้ สรุปเข้าเป้าตรงนี้ ประเทศไทยรู้จักสาระแก่นสารอันนี้ไม่เก่งเลยในการทำสิ่งที่เป็นการเข่นฆ่าเป็นอาวุธ อันนี้รอดตัวแล้วเมืองไทย ไม่ต้องไปกลัวว่าเราสร้างอาวุธสู้เกาหลีเหนือไม่ได้ สู้อเมริกาไม่ได้ สู้รัสเซียไม่ได้ สู้ประเทศไหนๆไม่ได้ก็ช่าง ไม่ต้องไปกลัวมันเลยสร้างอาวุธเข่นฆ่าคนไม่ได้ แม้ในที่สุดจะมาสร้างสิ่งมอมเมา หรือเป็นพิษให้แก่มนุษยชาติ ไม่ได้ สู้เขาไม่ได้ สิ่งที่มอมเมาเป็นพิษนั้น ไอ้สิ่งที่เป็นวัตถุกดประสาทเลย นั่นก็ง่าย สิ่งที่เป็นพิษมอมเมา ที่มันกดประสาทเลย ก็อย่าไปทำสิ ทีนี้สิ่งที่ไม่ได้กดประสาทเลย แต่ล่อประสาทให้ระเริงหลง การละเล่นการบันเทิงเริงรมย์ การกีฬา พวกนี้ เสียเวลา จัดจ้าน ไร้สาระ แต่เขาว่าตัวนี้ยิ่งหลงมันยิ่งมากเลยนะ ตั้งราคาให้นักกีฬา ตั้งราคาให้การละเล่น ตั้งราคาให้แก่นักแสดง หลอกอารมณ์โลภ รัก โกรธ หลง จัดจ้านมากขึ้น ราคาแพงขึ้น แสดงถึงความโง่หนักของสังคม สำนักที่ให้แจกตุ๊กตาทองคือสำนักรวมคนโง่ สำนักงอกงามคนโง่ สำนักพยายามที่จะยึดความโง่ของคน ให้แค่นให้แน่นให้มากให้จัดให้จ้านอยู่ตลอดกาล นี่พวกดูแลควบคุมองค์กรตุ๊กตาทองจะมาฆ่าอาตมาไหมนี่ เพราะฉะนั้น การที่จะทำให้พลเมืองมามีความรู้ที่จะหลุดพ้นจากไอ้ความเสื่อมต่ำที่เราเทียบเคียงกันไปแต่ละขั้นๆ นี่คือการสร้างพลังงานจิต ให้มันสามารถเป็นสัมมาปฏิบัติ เป็นสัมมาผล ให้ดีงาม เพราะฉะนั้น มาเรียกว่า การเมือง ที่จะทำให้คนหรือพลเมือง สรุปเวลาหมดพอดี ให้มาเป็นผู้ที่มีความรู้อย่างถูกต้อง เพราะฉะนั้นขั้นที่พวกเราทำกับสังคมโลกนี้ มันเป็นเรื่องขั้นโลกุตระ พูดกับเทวนิยมเขาไม่รู้เรื่องหรอก ที่อาตมาพูดไปแล้ว พูดแรง พูดชัด พูดจัด ถึงขั้นไปว่าไปด่า องค์กรแจกตุ๊กตาทอง หรือนั่นแหละ แจกรางวัลอะไร แกรมมี่แกรมเมอร์แกรมม่าอะไรก็แล้วแต่ เยอะแยะ ทั้งนั้นแหละ เป็นองค์กรที่มอมเมามนุษยชาติทั้งนั้น ซึ่งมันช่วยไม่ได้เทวนิยมเขาเข้าใจไม่ได้หรอก แต่เมืองไทยก็อย่าไปกระดี๊กระด๊ากับเขามากนัก แต่ก็ไปเป็นกับเขาบ้าง แต่ก็ไม่จัดจ้านเท่าเขาหรอก นี่แสดงว่าเมืองไทยก็ยังดี เอาละเวลาหมด 660331 ตอบปัญหาให้ปัญญาค่ายยุวชนอโศกสัมพันธ์ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน