210917-D สัมมาสมาธิของพระอาริยะคร้ังที่4-พ่อท่าน-สันติอโศก-R112.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันอาทิตย์ที่ 17 กันยายนพุทธศักราช 2521 ต่อไปนี้จะเป็นการบรรยายสัมมาสมาธิของพระอริยะซึ่งเป็นการบรรยายครั้งที่ 4 โดยพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้บรรยายที่พุทธสถานสันติอโศกอาจเจริญธรรมญาติโยมทั้งหลายตอนนี้บ่ายวาระแล้วที่เราจะมาแสดงคำกันซึ่งอาทิตย์นี้คงพราวที่จะแสดงเรื่อง สัมมาสมาธิของพระอริยะคืออาตมาได้เอาเรื่องของ อธิบายว่ายังไงมันจึงจะเป็นสมาธิซึ่งเราก็ได้อธิบายกันมาหลายตลบแล้วที่จะพยายามทำความเข้าใจให้เข้าใจกันว่าสมาชิกที่เป็นของพระพุทธเจ้านั้นประจำได้ง่ายๆก่อนว่าเป็นสมาธิที่จะต้องประกอบไปด้วยองค์ 7 ศาสนาช่อง 7 ของมรรคอริยมรรคมีองค์ 8 มีสมาธิเป็นองค์สุดท้ายองค์สุดท้ายแล้วก็ต้องประกอบไปด้วยองค์ 7 มีเครื่องอธิบายว่ามันต้องมีลักษณะอย่างนี้แหละสมาชิกเนี่ยถ้ามันดำเนินไปแล้วมันเป็นอย่างนี้อยู่ก็นั่นคือการดำเนินการของสมาชิกอาจจะต้องมีความเห็นถูกทางถูกต้องด้วยนะว่าสมาธิไม่ใช่เป็นเรื่องของ สภาพที่ไม่รู้เรื่องต้องเป็นสภาพที่มีสัมมาต้องเข้าใจคำว่าสัมมาด้วยสัมมาก็คือการเข้าใจถูกก่อนอื่นก็ต้องเป็นสัมมาทิฏฐิคือความเข้าใจหรือความเห็นถูกก็อย่างนี้ต้องเป็นอย่างนี้ต้องหมายว่าอย่างนี้แล้วไอ้ที่อื่นหมายว่ายังไงก็เอามาเทียบเคียงกันดูมันต่างกันมันมีความต่างกันยังไงเทียบเคียงกันดูแล้วก็จะรู้ว่าไอ้หมายมันถูกมันเป็นอย่างนี้ต่างคนอื่นอันไหนตรงไหนยังไงตอบสมาชิกคำว่าสมาธิกับหมายเอาถึงเรื่องของจิตอะไรอะไรก็สบายเอาเรื่องของจิตทั้งนั้นนี่ก็สำคัญจิตจิตเป็นสมาธิ มิตรภาพที่จัดสรรลงไปไม่มีกิเลสเป็นความเห็นที่ไม่มีกิเลสเป็นไปได้ทุกอย่างประกอบด้วยกรรมการงานประกอบประกอบ 7 มีสัมมาทิฏฐิเป็นประธานแล้วก็มีสัมมาวายามะสัมมาสติเป็นเครื่องประกอบเป็นเครื่องห้อมล้อมเหตุใดอธิบายสู่ฟังแล้วพอมีความเห็นอย่างนี้แล้วเสร็จแล้วเราก็มีคว
อ่านต่อ
ามพยายามตามที่เห็นนั้นให้มันตรงแล้วก็มีสมาชิกเข้าช่วยมีสติสัมปชัญญะควบคุมอยู่บริบูรณ์ทีเดียวคราวนี้เป็นองค์องค์บทบาทและนอกจากนั้นจะประกอบไปด้วยการเริ่มคิดเป็นสังกัดเป็นวาจาก็ดีเป็นการงานก็ดีหรือแม้แต่เป็นชีวะอาชีวะเป็น เต้นอยู่ได้ในอิริยาบถธรรมดาปกติมีทั้งการคิดการพูดการทำมีทั้งการงานเป็นอาชีพเป็นอะไรต่ออะไรด้วยเป็นสมาธิกลางๆสมาธิทั่วไปสมาธิที่มีอยู่ในระบบที่มีคำกิริยาต่างๆไม่ใช่สมาธิอยู่ในระบบหลับตาถ้าเราเข้าใจดีแล้วจะเห็นได้ว่าไม่ใช่ระบบที่มันอยู่ในเฉพาะนั่งหลับหูหลับตาอยู่เฉยๆไม่ใช่เป็นรับเป็นสมาชิกที่มีได้อยู่ในทุกอริยาบทแม้จะทำการงานการอาชีพนั่นก็เป็นความมุ่งหมายและก็เป็นสิ่งที่ได้ขยับขยายอธิบายกันมาแล้วแต่ทีนี้ก็มาอธิบายถึงเรื่องสัมมนากระจายความให้รายละเอียดลงไปอีกตอนนี้ก็ย้อนมาอธิบายถึงเรื่องมิจฉาเรากำลังอยู่ใน กำลังอธิบายถึงเรื่องมิจฉาทิฏฐิท่านบอกว่ามิจฉาทิฏฐิเป็นไฉนแล้วเราก็ได้อธิบายไปแล้วจุดหนึ่งในข้อที่ว่าทานที่ให้แล้วไม่มีผลถ้าผู้ใดเห็นว่าการทำทานแล้วนี่ไม่มีผลเนี่ยก็แสดงว่าผู้นั้นไม่รู้จักบทบาทไม่รู้จักคำกริยาขนาดการทานหรือการให้มันต้องมีผลการให้เป็นของดีอาตมาก็ได้แจกแจงเน้นให้ฟังแล้วว่าให้ดีคำกริยาของผู้ให้เนี่ยมันเป็นดีอีกคนในโลกนี้กำลังต้องการการให้ไม่ต้องการการเอาไอ้การเอาเอาเอาเอาเอาเอาน่ะมันไม่ต้องหัดหรอกมันเก่งมันเก่งและของอยู่ในโลกในบางทีขย่มขยำเลยเพราะมันเป็นเศษขยะเศษฝอยเศษมูลอะไรยังเจ็บเลยเพราะฉะนั้นให้ สิงห์อะไรมันก็จะเอากันทั้งนั้นแหละส่วนใหญ่แต่เราต้องมาเป็นผู้ให้ให้สิ่งที่มีค่าสิ่งที่ดีไปเท่าไหร่มันก็ยิ่งดียิ่งมีผลมีผลมากมีผลสูงเราได้อธิบายถึงเรื่องทานไปในลักษณะต่างๆและก็บอกถึงเรื่องของทานที่มีผลมันมีผลดีก็ได้ผลเสียก็ได้ถ้ามีปัญญาทานที่มีปัญญานั่นแหละจะเป็นผลดีทางที่ไม่มีปัญญามันก็มีผลบางทีเป็นผลเสียก็ได้แต่ทีนี้ก็ต่อมายันที่บูชาแล้วไม่มีผลสังเวยที่บวงสรวงแล้วไม่มีผลอาตมาก็จะอยากจะขออธิบายต่อไปหมดเลยทั้ง 3 บาทของกรรมที่ทำดีทำชั่วแล้วไม่มีนี่เป็น 3 3 ความ 3 หัวข้ออันหนึ่งก็ยันต์ที่บูชาแล้วไม่มีผล 2 สังเวยที่บวงสรวงแล้วไม่มีผล 3 ผลวิบากของกรรมที่ทำดีทำชั่วแล้วไม่มีแต่มีความหมายร้อยรักกัน 3 อันนี้แต่โดยตัวมันเองมันก็มีความหมายเช่นคำว่ายันต์ก็ดีคำว่าสังข์โดยก็ดีเป็นภาษาที่บอกกรรมกิริยาที่มนุษย์ทำต่างๆเกิดขึ้นทานเป็นการให้จริงๆก็เป็นพิธีกรรมการกระทํา ในพิธีที่จะทำประกอบขึ้นมามีลักษณะการให้เหมือนกันยันต์เนี่ยมีลักษณะการให้มีลักษณะการที่จะทำให้เกิดประกอบไปยิ่งกว่าทานเฉยๆทานมันยังระบุตรงไปว่าเราให้ให้ไม่ต้องมีอะไรมากไม่ต้องมีพิธีการไม่ต้องมีอะไรต่ออะไรก็ได้อย่างนั้นทานทีนี้พอมาถึงสภาพของคำว่ายันยะก็เป็นพิธีการที่จะทำการสภาพอะไรกว้างขวางขึ้นมากกว่าทานอย่างพิธีท่านว่ายันต์ญาติพี่ทีที่จะให้แต่ว่าไม่ใช่การให้ที่เป็นรูป เป็นร่างเอาเข้าเอาของมาให้แก่พวกนี้พรุ่งนี้โดยตรงหามันรู้สึกว่ามีเครื่องประกอบมีพิธีการมีการสรรเสริญคุณมีการอ้อนวอนขอมีเรื่องมีราวอะไรอย่าขึ้นมาอีกนะมีเรื่องเยอะมีเรื่องมากกว่าทานธรรมดาจึงเรียกว่าเป็นพิธีขึ้นกว่ายิ่งคำว่าสังเวยสังวรมันก็แปลว่าให้จริงๆสักหน่อยยิ่งเข้าไปหานางมาทำยิ่งขึ้นอีกอย่างอย่าพิธียังอยู่ระหว่างกึ่งกลางระหว่างการให้ที่มีตัวตนวัตถุสิ่งของมีตัวบุคคลมีตัวอะไรรับรองมีพิธีรูปแบบพิธีมันมีทั้งทุกอย่างแต่ไอ้คำว่าให้เป็นลักษณะของกรรมกิริยาโดยตรงทีนี้พอมาถึง ยันต์ยะมีทั้งกรรมวิธีมีทั้งลักษณะการให้ด้วยแล้วจะหยาบขึ้นไปอีกหยาบกว่าให้มีการที่จะให้เพื่อประโยชน์นั้นเพื่อประโยชน์นี้มีการแลกเปลี่ยนมีอะไรต่ออะไรขึ้นมาอีกส่วนสังเวยนั้นยิ่งให้แกรู้สึกว่าเป็นนามธรรมเป็นรูปเข้าไปอีกละเอียดลออเข้าไปอีกสังเวยให้แก่สิ่งที่เป็นวิญญาณให้แก่สิ่งที่ลึกๆลับๆยิ่งกว่ายันยันพิธีก็ยังมีบางอันลึกลับบางอันเป็นกิจกรรมต่างๆเป็นยานยนต์พิธีอ่ายันต์ยะสัมปทาการถึงพร้อมได้อย่างยากก็คือการถึงพร้อมจะมีพิธีการที่จะกระทำให้เกิดประโยชน์ถึงกันและกันอย่างมากแต่ยังอยู่ในสูตรสูตรหนึ่งที่พระพุทธเจ้าท่านพูดถึง เล่าเล่าถึงพระเจ้าแผ่นดินพระเจ้าแผ่นดินนครอะไรมันจำไม่ได้จะทำยันต์กันพิธีโดยพราหมณ์มาเสนอจัดการจะทำพิธีอย่างพิธีต่างๆจะเรียกต่อรองให้คนมาร่วมงานร่วมพิธีกรรมพิธีกรรมใหญ่เป็นยันต์พิธีใหญ่มีการฉลองเฉลิมมีการทำโน่นทำนี่อะไรจะแจกแจกเงินแจกทองแจกเงินรางวัลแจกท่านแจกหนี้อะไรก็ต่างที่เรียกว่ายาจะผิดทีใหญ่พรางก็วางแผนขึ้นมาเริ่มต้นต้องบอกว่าเลวเลิกหยุดฆ่าสัตว์บวงสรวงอะไรอย่างนี้ไม่เอา ไปก่อนอื่นเลยไม่ต้องฆ่าสัตว์บวงสรวงไม่ต้องอะไรไม่ต้องกระทำอย่างนั้นแม้แต่การที่จะโยกย้ายบอกว่าจะให้บำเหน็จรางวัลให้โดนยายมีอะไรจะตัดเอาไว้อัตโนมัติจำละเอียดลออไม่หมดนะแต่อาตมาก็รู้นี่เป็นระบบของการปกครองเป็นระบอบของรัฐศาสตร์ที่ทำต่อพวกกษัตริย์อายุยนต์พวกอะไรอะไรต่างๆควรจะบำรุงกลางวันคนนั้นคนนี้คนไหนควรจะได้ฆ่าได้นาคนไหนควรจะได้ไอ้นู้นไอ้นี่คนไหนขาดแคลนอะไรควรจะได้อะไรคุณก็จะทำอะไรให้มันจัดสรรเศรษฐกิจระหว่างที่ผู้ที่ควรได้รับได้อะไรให้เป็นประโยชน์ตรงๆอย่างนี้เขาเรียกว่ายันต์อย่าผิดทีเพราะฉะนั้นจะเลี้ยงเรียกซ้อนลงไปพิจารณาว่าการบวงสรวงสังเวยบวงสรวงเผาสัตว์ ของอะไรไปเพื่อที่จะให้แก่วิญญาณต่างๆพรุ่งนี้เขาจะเรียกซ้อนลงไปก็ได้ก็คือการบูชายัญเขาจะเรียกซ้อนออกไปว่าเป็นการบูชายัญก็ได้จะเรียกว่าสังเวชบวงสรวงก็ได้เหมือนกับจิตกับวิญญาณไงแล้วเรียกว่าจิตวิทยาเป็นอันเดียวกันแต่แท้จริงมันก็บอกลักษณะคนลักษณะจิตนี่หมายความกว้างวิญญาณให้ความว่าธาตุธาตุธาตุธาตุธาตุรู้ที่เป็นเจ็ดสิบหนึ่งหรือว่าเป็นส่วนหนึ่งของงานมาขันในจิตอาสาเพื่อพัฒนาสัญญาสังขารวิญญาณ 4 เนี่ยไม่รู้เป็นจิตทั้งนั้นอะไรอย่างนี้เป็นต้นมันซ้อนๆกันอยู่อย่างนั้นอันนี้ก็มีลักษณะเหมือนกันมีลักษณะคล้ายกันว่ามันเป็นสภาพการที่จะทำ กิจกรรมของมนุษย์นี่แหละแต่เป็นกิจกรรมที่จะต้องกระทำต่อบุคคลอื่นขึ้นมาเพื่อแสดงน้ำใจเพื่อแสดงน้ำใจการจัดจันอย่างพิธีเป็นการแสดงน้ำใจเพื่อที่จะให้เกิดผลผูกพันประสานมีความเชื่อมโยงถ้ายิ่งแสดงน้ำใจว่าเป็นการให้เหมือนกันไปตรงกับคำว่าทานให้ได้ชัดได้เจนเป็นการเอื้อเฟื้อเกื้อกูลเป็นการให้ได้ชัดเด่นเท่าไหร่อันนั้นยิ่งมีค่ามากเท่านั้นและผู้ที่จะได้รับการเกื้อกูลก็คือผู้ที่จะได้รับการมีปฏิสัมพันธ์มีทายกทายกคือผู้ให้ทานปฏิคาหกคือผู้รับมีผู้รับผิดชอบทานและมีทายกมีปฏิภาคผู้ให้ รับเห็นตรงตัวเลยบุคคลต่อบุคคลอันนี้เรียกว่าทานตรงส่วนยานยนต์พิธีก็มีบุคคลต่อบุคคลรับเหมือนกันรับมีนัยยะมีเลขมีเลขมีอะไรต่ออะไรมีวิธีการมีอะไรต่ออะไรประกอบพิธีถือว่ามีวิธีซ่อนมีวิธีเพิ่มเรื่องเพิ่มราวมามากขึ้นฟังดูดีๆนะอาตมาก็พยายามที่จะอธิบายคำพวกนี้ซะก่อนการกระทำอย่างนี้เป็นการให้แล้วมีพิธีการมีแฝงเล่นแฝงความสัมพันธ์ความประสานให้เกิดขึ้นอยู่กับสังคมทีนี้ก็ประกอบกับเรื่องของเกี่ยวกับเรื่องบ้านวิญญาณจิตวิญญาณเข้าไปด้วยยันต์นะมีผสมเข้าไปอีกส่วนทานนั้นไม่ค่อยมีวิญญาณวิญญาณอะไรเกี่ยวข้องกับบุคคลต่อบุคคลยานะประกอบเข้าไปหน่อยส่วนสังเวยที่บวงสรวงนั้นยิ่ง วิญญาณตะวันยานเลยแทบจะไม่เกี่ยวข้องกับบุคคลอื่นถ้าจะเป็นเรื่องที่ลึกลับสังเวยหรือบวงสรวงก็คือการให้เราให้อันนี้ต่อวิญญาณของพ่อแม่ที่ตายต่อวิญญาณของเทพเจ้าต่อวิญญาณของภูตผีปีศาจต่อวิญญาณของอะไรต่ออะไรก็ตามแต่เขาก็ว่ากันไปตามนามธรรมสิ่งที่เขาคิดเอาเองเป็นการบวงสรวงเป็นการสังเวยเป็นการทำพิธีบวงสรวงก็คือสังเวยแล้วก็ให้แก่ผู้นั้นเป็นการอ้อนวอนแต่ทำแล้วก็เพื่อให้เกิดการอยู่เย็นเป็นสุขหรือว่าให้อยู่ดีกินดีให้เกื้อกูลให้ดำเนินการไปได้เรียบร้อยมันก็เป็นเรื่องธรรมดาเป็นลักษณะการให้ซึ่งแก่กันและกันแต่มีลักษณะที่หยาบและละเอียดต่างกันขึ้นมาเท่านั้นเองเราฟังดูดีๆจะรู้ ลักษณะของยันต์ที่บูชาแล้วมันก็ต้องมีผลแม้จะเป็นกิจกรรมใหญ่โตไม่จำเป็นเรื่องอะไรต่ออะไรจะฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยทำลายเล่นๆหัวๆกันไปอีกตั้งเยอะตั้งแยะก็ตามสัญญาหรือจะเป็นเรื่องของการสังเวยบวงสรวงแต่เป็นเรื่องที่รู้กันอยู่ส่วนตนเท่านั้นคนอื่นไม่รู้ด้วยแล้วเราก็เห็นว่าเรากระทำก็เป็นผลต่อจิตเหมือนกันเหตุผลต่อจิตของเรามีผลบางทีก็ทำให้เราเกิดกำลังจิตกำลังใจแข็งแรงถ้าเผื่อว่าเราจะทำอะไรเนี่ยแล้วเราก็มีการซื้อเลยบวงสรวงซะก่อนบอลแล้วเสร็จแล้วค่อยไปทำจิตอ่อนไหวกำลังใจเราก็มากำลังใจแล้วก็มีมันก็มีผลไม่มีเป็นต้น แม่แต่การกระทำทุกวันนี้จะมีการซึ่งโดยการบวงสรวงเทพเจ้ามันก็มีผลให้กำลังใจของเราต้องรู้ว่ามีผลนั้นผลก็คืออยู่ที่จิตใจของเราเองแม้จะบอกว่าวงสองวิญญาณนั้นอธิบายกันไม่ได้ว่าวิญญาณได้หรือเปล่าอธิบายก็ไม่ออกก็ตามหรือว่าจะเป็นสภาพของการบูชายัญมีกรรมวิธีต่อบุคคลเหล่านั้นจะเป็นผู้ได้ประโยชน์หรือแท้จริงไม่ใช่ได้ประโยชน์หรอกเป็นการใช้เลขแสงอย่างกษัตริย์ต่างๆมาทำพิธีให้รางวัลให้บำเหน็จอะไรต่ออะไรแก่เขาอย่างนู้นอย่างนี้แต่แท้จริงเป็นการเพื่อที่จะทำหวานล้อมเพื่อตัวเองจะได้ประโยชน์จากอนุกรมกษัตริย์หรือไปจากผู้อื่นที่เกี่ยวพันอยู่ตรงนี้เป็นอะไร เพิ่มขึ้นก็ได้เพราะงั้นถ้าผมว่าจะให้ดีแล้วล่ะก็ยังจะปิดทีก็จะตบต้องพยายามจัดจะมีพิธีกรรมอะไรก็เพื่อที่จะทำให้การให้เกิดขึ้นให้มีให้มีประโยชน์สูงที่สุดให้มีการเสียสละผู้ให้จะต้องให้อย่างเสียสละที่สุดก่อนถึงจะถูกต้องที่สุดไม่ใช่ทำเพื่อเลขไม่ได้ทำเพื่อที่จะแฝงรอยเพื่อที่จะหากำไรน้อยที่สุดการบวงสรวงสังเวยก็เพื่อที่จะให้ต่อสิ่งที่เราระลึกว่าอันเนี้ยคงมีคงเป็นอยู่แล้วเราก็จะให้แก่อันนี้ใครจะวิญญาณเทพวิญญาณผมไม่แก่ส่วนนั้นส่วนนี้ก็ให้ให้ตรงไม่ใช่เพื่อที่จะแลกเปลี่ยนหรืออ้อนวอนเป็นสินจ้างเพื่อเป็นการติดสินบน ติดสินบนกินยานี้ให้กินยานี้มาช่วยไม่ใช่อย่างนั้นเพราะว่าการที่จะเป็นมิจฉาหรือไม่เป็นมิจฉาเนี่ยเป้าแรกนี้ท่านก็ให้รู้ซะก่อนว่าการกระทำเหล่านี้น่าจะเป็นการบูชายัญการทางการแสดงยันต์บูชาการช่างโดยบวงสรวงมีผลได้จะว่าเปล่าเสียทีเดียวก็ไม่ได้บางทีมีผลไม่เข้าท่าอย่างสังเวชวิญญาณอะไรแบบนี้จะยกตัวอย่างพระพุทธเจ้าก็ห้ามด้วยซ้ำไปแต่มันก็มีผลผลเสียก็ได้ผลดีก็ได้รู้ซะก่อนว่ามีผลจะไปหาว่ามันไร้ค่าเลยทีเดียวไร้ผลเสียทีเดียวไม่ได้แต่อะไรควรไม่ควรก็วิเคราะห์กันอีกทีทีนี้ผลวิบัติของกรรมที่ทำดีทำชั่วแล้วไม่มีมันก็ขยายความกันการกระทำอย่างในพิธีก็ดีสังเวยก็ดีดีหรือชั่วอันไหนมันเข้าท่ามี นี่ไงมีผลมีประโยชน์มีประโยชน์ต่อบุคคลข้างนอกข้างนอกเนี่ยตัวบุคคลธรรมดานี่รับผลสะท้อนไปแล้วเกิดการพัฒนาเกิดการชักจูงเกิดการน้อมน้อมไปในสิ่งที่เป็นประโยชน์เป็นสิ่งที่มีกำไรก็ได้อย่างยาพิจิตรต่างๆก็เป็นการเชื่อมโยงผูกพันเพื่อที่จะทำให้สังคมนั้นๆแฟนอยู่เข้ามาทำอะไรร่วมกันในสิ่งนี้เป็นแนวโน้มชักจูงกันไปก็เท่ากับว่ากระทำกันเพื่อที่จะให้มันมีประโยชน์สูงก็อีกและมีแนวโน้มเหมือนกันมีแนวโน้มว่าเราจะไปเอาเปรียบเรารักเขาเพื่อให้เขาจริงๆเพื่อเสียสละเพื่อเกื้อกูลเพื่อให้ทุกๆคนเนี่ยให้ อย่างนี้เป็นความดีเสียสละนี่เป็นความดีเอาเปรียบเขาเป็นความไม่ดีเพราะฉะนั้นผลวิบากที่กระทำดีมันจะมีเราจะทำสังเวยก็เพื่อผลวิบากที่ไม่ขอความดีเราจะทำยันต์ยะพิธีก็ไปดิทำประโยชน์เพื่อที่จะให้จะแจกจ่ายจะเกื้อกูลจะอะไรแก่โลกไม่ใช่เพื่อที่จะทำล่อหลอกเอากำไรเอาผลประโยชน์ที่เหนือยิ่งกว่ายิ่งขึ้นไม่ใช่อย่างนั้นเพราะอันนี้ต้องรู้ว่าอันไหนหมายดีอันไหนหมายชั่วเป็นเรื่องของสภาพละเอียดลงไปอีกว่าจะต้องเข้าใจว่าผลที่ทำไปแล้วเป็นผลวิบากนะพอวิบากของการกระทำยันก็เป็นการกระทำสังเวยก็เป็นการกระทำเหตุผลของวิบากแต่เป็นผลของวิบากเป็นผลวิบากไม่ใช่เหตุผลก็จะเป็นผลวิบากของกรรมหรือของการกระทำเพราะงั้น ว่าใครจะทำพิธีอะไรก็ตามตั้งแต่ทานมาก็ดียันก็ดีสังเวยก็ดีล้วนแล้วแต่จะมีผลของคนวิบากของการกระทำนั้นๆทั้งนั้นถ้าจะใช้ถ้าใครจะปฏิเสธว่าไม่มีทำไปก็ไม่ได้เรื่องอะไรหรอกมันไม่ได้ดีได้ชั่วอะไรเราไม่มีดีมีชั่วอะไรไม่มีผลอะไรเพราะวิบากไม่มีแล้วก็จะเป็นดีเป็นชั่วอะไรไม่มีหรอกไม่เกี่ยวอะไรถ้าอย่างนั้นก็เป็นการกล่าวขอมิจฉาทิฐินึกถึงความรู้สึกก็เข้าใจก็เข้าใจอย่างนี้จริงๆก็ไม่ชัดที่สุดจริงๆเพราะเรื่องจะสิ่งที่เชื่อมโยงทั้งทางคดียันกันดีสังเวชก็ดีต่างๆพวกนี้ผู้ที่ไม่มีความเข้าใจมองเผินๆได้จากพวกคิดรู้เห็นส่วนที่มันงมงายจริงในการทำซ้ำโดยบวงสรวงบางที ไม่มีประโยชน์อะไรงมงายไม่เข้าเรื่องของเราอะไรถ้าเกิดว่าพูดไม่รู้ก็ทำกันไปเลอะๆเลอะเทอะบางทีก็หวังลมๆแล้งๆอะไรต่ออะไรไปไม่เข้าเรื่องของเราอะไรมันมีมาแต่เดิมตั้งแต่สมัยโบราณแล้วจนกระทั่งมามีพิธีการเกี่ยวโยงกับบุคคลขึ้นมาเป็นญาณอย่างพิธีอันนี้ก็ต้องมีคนเข้าร่วมด้วยมันจะต้องมีกรรมกิริยาเหล่านี้ต้องมีผลแน่ๆว่าจะมีผลสูงแค่ไหนถ้าเป็นการเสียสละจริงนั่นแหละเป็นการเกื้อกูลจริงยิ่งผู้นั้นเป็นเจ้าของนครแต่เป็นผู้ที่เป็นเศรษฐีเป็นผู้ที่เป็นเจ้าใหญ่ที่จะต้องกระทำกิจกรรมนี้ขึ้นมาเพราะว่ามันยิ่งดีใหญ่ที่เรียกกษัตย์ วันนี้จะเลื่อนตำแหน่งเลื่อนยศเอาเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งไปคนนี้จะได้อะไรต่ออะไรที่ขาดแคลนอะไรขาดเหลืออะไรเอ้าๆวันนี้ไปยิ่งดีใหญ่สิให้ทำอย่างนั้นเนี่ยให้มันตรงนี้เป็นผลมีบาปหรือว่าเป็นสภาพของกรรมกริยาที่มีผลตรงมีคุณภาพที่เป็นไปด้วยความเสริมศาลโดยการสร้างสถานการณ์เกื้อกูลก็ยิ่งดีใหญ่ถ้าต่อจากยันต์ต่อจากสังเวยต่อจากผลวิบากแล้วโลกนี้ไม่มีผู้ที่เป็นมิจฉาทิฐิเข้าใจว่าโลกนี้ไม่มีอันนี้เป็นการหลงอย่างมากที่สุดเลยเป็นการหลงผิดไปมิจฉาทิฐิที่ไม่เข้าใจคำว่าโลกนี้มันเลยเถิดไปพวกนี้จะเป็นพวกเสียทุกทีไม่มีอะไรหรอก ในโลกนี้ไม่มีอะไรไม่มีตัวเราตัวเขาไม่มีสัตว์ไม่มีบุคคลไม่มีสิ่งของอะไรหรอกมันเป็นเจ้าของอย่างนั้นแหละอะไรๆมันก็ไม่มีมันมีทุกอย่างมันก็เหมือนกับดูในเคลื่อนไปเคลื่อนไปปรมาณูเลือดไหลไปหนักก็ว่าถึงอย่างนี้พวกนี้เพราะมันไม่มีหรอกอะไรก็ได้มันก็มีอารมณ์นี้มันก็อย่างนั้นน่ะพวกนี้ยิ่งเยอะเพราะถ้าใครได้เข้าใจว่าโลกนี้ไม่มีนี่โลกหน้าก็เป็นอันแน่นอนคนนั้นก็เข้าใจว่าโลกหน้ามันก็ไม่มีตายแล้วเกิดก็ไม่มีโลกข้างหน้าก็ไม่มีหรอกมีแต่อย่างนี้แล้วก็แล้วไปอะไรก็แล้วก็แล้วไปพวกนี้มิจฉาทิฏฐิทั้งเพลงปัจจุบันนี้ก็เห็นว่ามันสูญไม่มีกิริยาไม่มีกรรมอะไรทำอะไรไม่เป็นอันทำกิริยาอะไรก็ไม่มีกิริยาอะไรหรอกเพราะว่าพวกนี้จะต้อง หนักมาตั้งแต่ว่าผลวิบากของกรรมเขาหนักมาก่อนแล้วกันเขาก็ไม่มีแล้วเพราะไม่มีมันก็เลยเถิดเข้ามาใหญ่เลยโลกนี้ก็ไม่มีโรคนี้ไม่มีโลกหน้าก็ไม่มีฟังดีๆนะพวกนี้ถือว่าเข้าใจผิดหนักเข้าไปเรื่อยๆโลกนี้ไม่มีแล้วโลกหน้าก็ไม่มีหนักเข้าไปมารดาก็ไม่มีนิตาก็ไม่มีพวกคุณจะพวกคุณจะคำนวณคะแนนไหวหรือเปล่าก็ไม่รู้นะคนที่เขาไม่ให้ผมนี่มันไม่ใช่อะไรหรอกพ่อแม่อะไรก็เอาแล้วพ่อก็ไปเป็นพ่อแม่ก็ไม่มีแม่ไม่มีค่าอะไรแล้วเลยเถิดไปใหญ่เลย ตรงนี้เลอะเทอะไปใหญ่เลยรอบนี้ก็ไม่มีเหล้าหน้าก็ไม่มีแล้วมีแต่มารดาเป็นของเปล่าพวกมิจฉาทิฐิถ้าเผื่อว่ามีความรู้สึกอย่างนี้และโลกนี้หายลงถ้ามีคนอย่างนี้เกิดขึ้นในโลกมากๆๆแย่เลยพวกนี้ฆ่าพ่อฆ่าแม่ก็ได้ก็ประเภทที่เห็นว่าโลกนี้ก็ไม่มีโรคหน้าก็มีพ่อก็มีแม่ก็ไม่มีแล้วมันก็ฆ่าพ่อฆ่าแม่ได้ก็นึกว่าแต่เครื่องมันอย่างนั้นแหละเป็นอนูเป็นอะไรต่อไปนะเข้าไปใหญ่เลยเมื่อเข้าใจว่าพ่อก็ไม่มีแม่ก็ไม่มีนี่เป็นตัวตนท่อนๆแพงๆแท้ๆเลยนะเมื่อโลกนี้ก็ไม่มีโลกหน้าก็ไม่มีเพราะพวกนี้เข้าใจมาตั้งแต่ต้นแล้วว่าไอ้พานการให้การให้การไม่ให้กันนี่ไม่มียันต์การที่ทำพิธีบูชาคน การสร้างโดยบวงสรวงแม้จะถึงวิญญาณวิญญาณอะไรเหมือนอะไรเขาก็เข้าใจว่าไม่มีแล้วเพราะเหตุผลวิบากอะไรมันไม่มีผลมีผลอะไรหนักเข้าไปจนกี่แบบนี้แล้วเมื่อพ่อแม่ไม่มีสัตว์อุปปาติกะคือวิญญาณก็แปลเอาวิญญาณเขาก็บอกมันไม่มีหนักเข้าไปเลยตอนนี้ไม่มีวิญญาณพ่อวิญญาณแม่วิญญาณอะไรไม่มีทั้งนั้นศูนย์ก็ไปใหญ่เลยนี่เป็นลักษณะของพวกปฏิเสธสุดท้ายก็ไปเลยก็มันไม่มีหรอกอะไรก็ไม่มีผู้ปฏิบัติดีสมณพราหมณ์ทั้งหลายผู้ดำเนินชอบปฏิบัติชอบซึ่งประกาศโลกนี้โลกหน้าให้แจ่มแจ้งเพราะรู้ ตนเองในโลกไม่มีเป็นอันสุดท้ายเลยไม่มีหรอกมันไม่มีใครอะไรต่ออะไรเนี่ยไม่มีคนฉลาดไม่มีคนดีไม่มีคนเลวไม่มีใครจะสามารถตรัสรู้อะไรได้จะตรัสรู้ชอบเองเป็นสมณะเป็นผู้ที่รู้โลกนี้โลกน่ารู้บาปรู้บุญด้วยอะไรอย่างนี้หรอกมีแต่ความขี้โม้นี่ยิ่งแย่ใหญ่เลยนะนี่หมายความว่าคนคนหนึ่งที่เข้าใจผิดไปจากต้นแล้วถ้าลงท้ายแล้วก็เป็นอย่างนี้แต่ทีนี้เอาสภาพกลางๆน่ะสภาพกลางๆคนบอกว่าโลกนี้ไม่มีโลกหน้าไม่มีคำว่าโลกนี้ก็หมายความว่าส่วนใหญ่ว่าโลกนี้ก็คือโลกที่ปัจจุบันนี้ที่อยู่ในนี้ช่วยอธิบายไปแล้วเมื่อกี้ว่ามันไม่มีโรคเลิกอะไรหรอกอันนี้อะไรมันก็ไม่มีอะไรหรอกมันเป็นหมูสับตัวตนบุคคลดอกเขาอะไรก็ไม่มีพวกนี้ฟังฟัง ค่าจดหมายคนนี้ถึงขั้นแพงทะลุไตรลักษณ์จะตายแหงๆเลยโลกนี้ไม่มีมันไม่มีอะไรนะมันเป็นสภาพกลางๆเป็นสภาพ 00 ว่างๆแหม่ฟังแล้วเครื่องคนที่บอกว่าโลกนี้ไม่มีเขาก็พูดลักษณะคล้ายๆอย่างงั้นแต่แท้ที่จริงแล้วเขาความรู้สึกอย่างนั้นน่ะมันผิดปัจจุบันมีสมมติสัจจะมันย่อมมีสมมติสัจจะมีโลกมีตัวตนมีบุคคลมีเข้ามีของมีส่วนมีสัตว์มีไอ้นั่นมีธาตุดินน้ำไฟลมมีสมมุติต่างๆนานาเยอะแยะเลยโลกนี้ก็ตรงนี้เมื่อผู้ใดรู้ว่าโลกนี้มีแล้วความเชื่อมโยงเชื่อมต่อมันก็มีแม้แต่คนตายแล้วก็ยังเหลือซากคนตายไปข้างหน้า คนที่เป็นอยู่ถือว่าคนที่อยู่ในโลกอยู่ในภพอย่างหนึ่งเป็นภพที่มีชีวิตพอตายเราก็ไปพบที่ไม่มีชีวิตตามไปแต่เฉพาะธาตุดินน้ำไฟลมยังมีเลยต่อไปไม่มีอะไรอีกมีธาตุน้ำไฟลมกำลังเน่ากำลังเหม็นกำลังสลายมีเป็นต้นทีนี้จะพูดบอกว่ามีวิญญาณต่อไปไหมแหมไอ้วิญญาณนี่เข้าใจยากเพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าอย่าเพิ่งขยับก่อนจะมีวิญญาณต่อไปในโลกนี้แล้วมีโลกหน้าอีกเป็นเสวยภพหน้าเป็นสัมปรายภพพบต่อไปเบื้องหน้าจะมีไหมพระพุทธเจ้าท่านไม่ได้บอกว่าคนที่บอกว่ามีต่อนั่นน่ะเป็นมิจฉาทิฐิถ้าไม่ได้บอกนะฟังดูดีๆนะเหตุผลถ้าไม่ได้ถ้าไม่ได้บอกว่าคนที่บอกว่าโลกหน้าต่อไปมีนั้นน่ะเป็นมิจฉาถ้าไม่ได้บอกถ้าบอกได้ว่าคนที่บอกว่าโลกหน้าที่ต่อไปนั้นไม่มี คนอวดผีล่ะถ้าเน้นว่าเป็นมิจฉาทิฐิในนี้ทั้ง 10 ทั้ง 10 หมวดนี้ไม่มีเลยที่บอกว่าถ้าบอกว่าโลกหน้ามีเนี่ยจะเป็นมิจฉาไหมในนี้ไม่ได้บอกไว้มีแต่บอกว่าถ้าบอกว่าโลกหน้าไม่มีอันนั้นมันมิจฉาทิฏฐิเนี่ยฟังดูแนวโน้มนะฟังดูแนนโน๊ะของพระพุทธเจ้าตรัสเอาไว้อันนึงแต่อันนึงไม่จับไม่ได้บอกถ้าเผื่อว่าท่านตัดบอกไว้ทั้ง 2 ทางนะมันก็จะเข้าใจได้ทั้ง 2 ทางมีท่านละไว้อันนึงเพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่าคนจะเข้าใจว่าโลกหน้ามีนี่ยังพอทำเนายังพอทำเนาถ้าเข้าใจว่าโลกหน้าไม่มีแล้วแหมบรรลัยบรรลัยมียิ่งหนักขนาดที่โลกนี้ไม่มีแล้วมันก็ยิ่งบรรยายหนักยิ่งกว่าเลย จะพูดกันยังไงเดี๋ยวนี้ก็ยังไม่มีอะไรมีแต่อณูเพื่อไปขึ้นมามีแต่เสียงมันมาเกาะกลุ่มกันไปเฉยๆก็ยิ่งยุ่งกันใหญ่นะพอฟังดูแล้วมันมีลักษณะคล้ายๆคนนี้แทงใจรักน่ะดอกนี้ถุงแดงสูญญตาไม่มีอะไรหรอกสักแต่ว่าเป็นไปอย่างนั้นน่ะมีแต่สังขารในโลกตอนนี้ก็ให้ข้อสังเกตเอาไว้ว่าศาสนาพระพุทธเจ้าท่านสอนให้รู้ปัจจุบันเรียกว่าโลกนี้ต้องมีโลกหน้าเป็นสิ่งที่สืบต่อนั้นก็อย่าเพิ่งไปปฏิเสธแต่ก็อย่าเพิ่งไปปักใจว่ามีท่านก็ไม่ได้บอกว่าคนที่คิดว่าโลกหน้านั้นเป็นมิจฉาทิฐิถ้าไม่ได้บอกแต่ท่านก็ไม่ได้แนะนำให้ไปปักใจว่าโลกหน้ามีงานท่านบอกว่า ใครไปปฏิเสธว่าโลกหน้าไม่มีสิมิจฉาทิฏฐิพวกนี้บาปแล้วมารดาบิดาซึ่งเป็นตัวตนบุคคลมันก็ต้องเป็นสัจจะต้องเป็นจริงมารดาบิดาและสิ่งที่ประกอบก่อสิ่งที่เป็นมาก่อนถ้าเป็นธรรมอธิษฐานก็คือพวกที่เป็นเชือกเป็นสมุนไพรเป็นเหตุต้องมีเหตุ 10 อะไรก็ต้องมีเหตุมารดาก็ดีบิดาก็ดีก็เป็นเหตุสมมุติเป็นเหตุ 2 อย่างและแม้ที่สุดจะบอกว่าสัตว์ป่าติดกับสิ่งที่ไม่รู้กันได้ง่ายๆก็อย่าเพิ่งไปปฏิเสธก็ไม่มีถ้าปฏิเสธก็ไม่มีเป็นมิจฉาชีพเพราะว่าพี่ก็เอาเข้าใจง่ายๆนะตอนนี้ยังไม่ต้องซื้ออะไรนะคุณเข้าใจยังไงเขาจะโอนคืนจิตวิญญาณ 200 เอาแค่นี้ก็ได้อย่าเพิ่งไปปฏิเสธว่าไม่มีเป็นพันต้นเลยมิจฉาทิฐิชั้นต้นอันแรกง่ายๆส่วนจะลึกซึ้งส่วนจะอะไรต่อไปอีกก็ค่อยว่ากันอีกทีนึงทีนี้ยิ่งเข้าใจว่าสมณะพราหมณ์ทั้งหลายผู้ดำเนินชอบปฏิบัติชอบซึ่งประกาศโลกนี้และโลกหน้าให้แจ่มแจ้งเพราะรู้ยิ่งเด็กตนเองในโลกนี้ไม่มีถ้าสมมุติว่าในโลกนี้ไม่มีคนรู้เลยไม่มีคนรู้เลยไม่มีใครมีใครไปพบพระพุทธเจ้าไม่มีใครรู้โลกนี้โลกหน้าไม่เป็นพระสมณะเป็นพระอริยะไม่เป็นพระอริยะที่จะตรัสรู้ด้วยและคนคนหนึ่งเขาก็บอกว่าเออไม่มีหรอกสมณะจะ แสดงธรรมได้ด้วยปัญญาของตัวเองประกาศโลกนี้ล่วงหน้าให้แจ่มแจ้งเพราะรู้ยิ่งด้วยตนเองน่ะมันไม่มีหรอกคนพูดนั้นก็ไม่ใช่พระอริยะแล้วก็บอกว่าโลกนี้ไม่มีพระอริยะถ้าเขาเนี่ยใหญ่เท่าๆกันกับคนทั้งโลกแล้วก็คนทั้งโลกนี้จะยกให้ใครใหญ่ไม่ได้เพราะคนทั้งโลกนี้จะมารู้แล้วว่าไม่มีจะปรับจะรู้เองสามารถรู้โลกนี้โลกหน้าแล้วบอกสอนคนอื่นคนนั้นคนนี้ได้ฟังดีๆคนคนนี้ก็เป็นคนที่เรียกว่าตัวเองโง่แล้วตัวเองก็ยังคิดไปในโลกนี้ทุกคนโง่เหมือนกันตัวหมดตัวเองโง่ไงคิดว่าคนอื่นทุกๆคนในโลกนี้โลกทั้งนั้นแหละไม่มีเรื่องสัมมนาที่จะไปตรัสรู้เรื่องนั้นเรื่องนี้อย่างนี้ไม่มี ถ้างั้นพวกนี้ก็จะบอกว่าพระอริยะหนักเท่ากับพระอริยะไม่มีหรอกในโลกนี้คือสมณะที่ตรัสรู้ชอบเองด้วยตนเองแล้วก็ประกาศโลกนี้ล่วงหน้านี่แหละไม่มีหรอกในโลกนี้ไม่มีพระอริยะก็ไม่มีว่างั้นน่ะธานีลักษณะอย่างนี้แหละเป็นลักษณะพวกที่จะเรียนต่อไปไม่ได้ไอ้พวกศูนย์มีเป็นเรื่องเขามีขายที่เบื้องต้นอาตมาไม่ได้อธิบายออกเป็นบุคลิกฐานมากเพราะอธิบายออกไปปลุกเวลาที่ฐานแล้วเยอะเลยเยอะจะอาตมาคิดว่ามันจะ 13 คนที่อาตมาเคยพูดมาแล้ว อันก็คือถ้าเผื่อว่าอาตมาแยกแยะไปมากแล้วมันก็ออกไปเป็นเรื่องๆแล้วจะยาวมันไม่จบง่ายอาตมารู้สึกว่ามันจะหนักขึ้นหนักขึ้นเรื่อยๆแล้วยิ่งใช้ภาษาอะไรต่ออะไรที่มันไม่มีผลต่อพวกเราที่จะเป็นฐานที่จะปฏิบัติอะไรมากยังทานนี้อาตมาพูดอย่างนี้เราก็ไม่ไปวุ่นวายอะไรมากแล้วยันพิธีสำเร็จอย่างงี้หรือใครยังอยากรู้อยู่นะฉันอยากรู้อยู่ก็ยังจะต้องรออยู่ก็ติดตั้งโดยอยู่ก็จะได้ย้ำบวงสรวงวิญญาณนั้นวิญญาณนี้อาตมาคิดว่าก็คงไม่จะไม่หลงในเรื่องมุมสูงอะไรมากมายแล้วล่ะเพราะงั้นในเรื่องของผลวิบากก็ต้องกระชับประชาชนไม่เข้าใจว่าผลวิบากไม่มีไอ้นั่นไอ้นี่ไม่ จะเข้าใจผิดอย่างนั้นเป็นอันขาดแล้วเรื่องของบิดามารดาโลกนี้ล่วงหน้าแล้วบิดามารดาก็ขอให้เข้าใจว่าโลกนี้มันมีสภาพสมมติสัจจะพ่อมีแม่มีลูกมีหลานมีการเกี่ยวข้องโยงใยมีหากว่างั้นเราจะต้องพยายามปฏิบัติให้ตรงต่อกับความเป็นจริงจะเกื้อกูลต่อหน้าที่เกื้อกูลต่อสิ่งที่ควรจะเป็น
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive