210820-C สัมมาสมาธิของพระอาริยะคร้ังที่3-พ่อท่าน-สันติอโศก-R112.txt

โฟลเดอร์2521 สัมมาสมาธิของพระอาริยะ MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์390 KB
วันที่แก้ไข14 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันอาทิตย์ที่ 20 สิงหาคมพุทธศักราช 2521 ต่อจากนี้ไปท่านจะได้รับฟังปาฐกถาธรรมเรื่องสัมมาสมาธิของพระอริยะซึ่งเป็นครั้งที่ 3 แสดงโดยท่านพระโพธิรักษ์ได้แสดงไว้ณพุทธสถานสันติอโศกวัดเจริญธรรมญาติโยมทั้งหลายถ้าวันนี้เราจะมีเรื่องพูดกันอีกเยอะแยะอาตมาจะไม่เกริ่นเรื่องอะไรยาวกว่าจะเริ่มต้นต่อมหาจักรีเสร็จก็สูญหรือที่เราจะตั้งชื่อเรื่องเอา สัมมาสมาธิของพระอริยะจะว่าถึงเรื่องนี้ไปเลยทีเดียวไม่พูดพร่ำวันนี้ขึ้นต้นก็ทักบาปเลยทำเพลงกันเลยทีเดียวอาตมาได้อธิบายมา 2 ครั้งแล้วครั้งแรกรู้สึกว่าจะค่อยๆจับตัวจับเรื่องแล้วก็อธิบายแยกละเอียดทีเดียวรู้สึกจะไม่ค่อยเข้าท่าครั้งที่ 2 จึงได้มาจับสูตรทั้งสูตรอธิบายไปจนหมดซะก่อนคราวที่แล้วเพื่อที่จะให้รู้ต้นหัวหางกลางปลายมีโครงสร้างอย่างนี้แต่สูตรนี้ทั้งหมดหมายถึงว่าท่านได้ตรัสเอาไว้พระพุทธองค์ได้ตัดเอาไว้บอกถึงว่าสมาธิที่เราหมายนี้สัมมาสมาธิของพระอริยะและ พระพุทธเจ้าท่านนอกจากจะเรียกว่าสัมมาสมาธิถ้าเรียกสัมมาสมาธิมันก็น่าจะมีมิจฉาสมาธิแล้วก็มีจริงๆด้วยท่านก็จัดเอาไว้แบ่งไว้มิจฉาตรงกันข้ามกับสัมมาทั้งหมดมีทั้ง 8 และยาวว่า 8 เลยมีทั้ง 10 สัมมานะมีอริยมรรคองค์ 8 แล้วยังมีผลอีก 2 เรียกว่าสัมมาญาณกับสมาธิมนุษย์จึงได้อ่านไปแล้วมีท่านสมาชิกถ้าเผื่อว่ามันไม่ตรงมันไม่ถูกมันไม่ต้องมันก็เป็นมิจฉา ผิดไม่ใช่ปัญญาที่ใช้ได้แต่ความฉลาดเหมือนกันแต่ฉลาดที่ผิดผิดทางผิดเรื่องผิดเป้าหมายไปนิมนต์ก็มีรีโมทที่ผิดอีกด้วยคือเป็นหลุดพ้นอย่างไม่ถูกเรื่องถูกราวไม่ถูกตัวถูกตนได้และเป็นหลงอะไรเป็นพิรุธก็ไม่รู้บางคนไปเอากามเป็นนิมนต์ไปเสพกามนี่ก็เป็นความสุขยอดสุขบางคนไปเอาฌาน 1 ฌาน 2 ฌาน 3 ทาน 4 เป็นวิมุตอะไรเงี้ยซึ่งเป็นทิศทางนิพพานทิฐิในความเห็นในในนิพพานทำผิดๆซึ่งจะได้ที่เป็นอยู่ในท

อ่านต่อ

ิศที่ 62 ท่านก็สอนไว้มีได้เหมือนกันแต่ทีนี้อาตมาจะมาอธิบายขยายความไปเรื่อยๆเรื่อยๆเป็นช่วงๆเป็นขั้นๆเป็นขั้นตอนเป็นระดับๆ จะสนุกในตอนที่เรียกว่าจะขยายความอะไรตั้งแต่ต้นๆตอนช่วงที่มาหาสัมมากรได้เรื่อยๆเราจะเริ่มต้นตั้งแต่พระพุทธองค์บอกว่าเอามาเราจะแสดงสัมมาทิฏฐิว่าเราจะแสดงสัมมาสมาธิของพระอริยะแล้วท่านก็เริ่มต้นว่าดูคณะภิกษุทั้งหลายสัมมาสมาธิของพระอริยะอันมีเหตุมีองค์ประกอบคือสัมมาทิฏฐิและอย่าว่า 8 เลยมีทั้ง 10 สัมมามีอริยมรรคองค์ 8 แล้วยังมีผลอีก 2 เรียกว่าสัมมาญาณกับสัมมาวิมุตติจะได้อ่านไปแล้วมีทันสมัยนะและสมาบัติถ้าเผื่อว่ามันไม่ตรงมันไม่ถูกมันไม่ต้องมัน เป็นมิจฉาทั้งองค์ 8 ทั้งองค์ 10 ถือผลอีก 2 นาทีนะเป็นความเป็นปัญญาที่ผิดๆไม่ใช่ปัญญาที่ใช้ได้แต่ความฉลาดเหมือนกันแต่ฉลาดที่ผิดผิดทางผิดเรื่องผิดเป้าหมายแต่มีหมดก็มีวิมุตที่ผิดอีกด้วยคือเป็นบุคคลอย่างไม่ถูกเรื่องถูกราวไม่ถูกตัวถูกตนได้และเป็นหลงอะไรเป็นวิมุตก็ไม่รู้บางคนไปเอากามเป็นวิมุตไปเสพกามนี่ก็เป็นความสุดยอดสุขบางคนไปเอาชาญ 1 ชั้น 2 ชั้น 3 ฌาน 4 เป็นวิมานอะไรเงี้ยซึ่งเป็นทิศทางนิพพานทิฐิแต่ความเห็นในในนิพพานทำผิดๆซึ่งจะได้ที่เป็น มีได้เหมือนกันแต่ทีนี้อาตมาจะมาอธิบายขยายความไปเรื่อยๆเรื่อยๆเป็นช่วงๆเป็นคันๆเป็นตอนๆเป็นระดับๆเออแต่สนุกในตอนที่เรียกว่าจะขยายความอะไรตั้งแต่ต้นๆตอนช่วงที่มาหาสัมมนามิจฉานี่ไปเรื่อยๆเราจะเริ่มต้นตั้งแต่พระพุทธองค์บอกว่าอ้าวมาเราจะแสดงสัมมาทิฏฐิว่าเราจะแสดงสัมมาสมาธิของพระอริยะแล้วท่านก็เริ่มต้นว่าดูคณะภิกษุทั้งหลายสัมมาสมาธิของพระอริยะอันมีเหตุมีองค์ประกอบคือสัมมาทิฏฐิสัมมาสังกัปปะสัมมาวาจาสัมมากัมมันตะสัมมาอาชีวะสัมมาวายามะสัมมาสติ ถนัดในเรื่องภาษาบาลีไม่ถนัดในภาษาเพราะๆอย่างนี้ก็ฟังไปฟังบ่อยๆประเดี๋ยวจะจำแม่นเปี๊ยะเลยแล้วนี่เป็นเรื่องรู้กันมากอยู่แล้วองค์ 8 ของมรรคองค์ 8 องค์ 7 อะไรเนี่ยสิ่งเราเองพระพุทธศาสนิกชนหัวใจหัวใจของศาสนาแท้ๆอย่างนี้จำไม่ค่อยได้แล้วมันก็เสียแก่ๆเหมือนใครก็มาถามแล้วบอกว่าไม่ได้หัวใจศาสนาเลยแต่เป็นพุทธศาสนิกชนเปล่าๆมันก็ไม่ค่อยจะดูดีนะมันไม่มีดูว่าประชาชนนี่ยังไม่ค่อยเข้าใจมันก็ไม่เป็นที่น่าเลื่อมใสพระองค์ 7 ที่ได้กล่าวชื่อมาแล้วเมื่อกี้นี้เป็นเช่นนั้นความที่จิตมีอารมณ์เป็นหนึ่งประกอบแล้วด้วยองค์ 7 เหล่านี้ เรียกว่าสัมมาสมาธิของพระอริยะอันมีเหตุบ้างมีองค์ประกอบบ้างนี่ก็พระพุทธเจ้าก็ยืนยันว่าถ้าสัมมาสมาธิของพระอริยะแล้วก็ประกอบนี่แหละประกอบไปด้วยประกอบแล้วด้วยองค์ 7 ตั้งแต่สมัยอาทิไปจนกระทั่งถึงสัมมาสติประกอบแล้วในองค์ 7 นี่แหละเรียกว่าสัมมาสมาธิของพระอริยะไม่ได้หมายความว่าสมาธิเรียกกันว่าสมาธิสมาธิคือนั่งหลับตาแล้วพระพุทธเจ้าก็ได้ศึกษาศึกษาสมาธิศึกษาอะไรต่ออะไรมาจากอุปสรรคมาจากอาจารย์ สีเดรัจฉานดาบสอะไรต่างๆนานาพระพุทธเจ้าก็ได้ศึกษาไม่ใช่ไม่ได้ศึกษาคำว่าสมาธิเขาก็เรียกภาษาเดียวกันเหมือนทุกวันนี้เนี่ยเขาไม่สมาธิก็เรียกกันอยู่ทั่วไปสมาธิเขาในหลายเจ้าเขาก็เรียกเขาไปอย่างนั้นแล้วก็ส่วนมากไปเป็นแบบหลับตาพระพุทธเจ้าเคยเป็นหลับตากะลาบวชอุทกดาบสมาแล้วไปไปเรียนมาเสร็จแล้วมันก็พระพุทธเจ้าท่านบอกว่าอันนี้มันมันไม่ใช่จนท่านมาตรัสรู้ของท่านเองและท่านก็เข้าใจคำว่าสมาธิอย่างเป็นสัมมาทิฏฐิอย่างที่ท่านหมายและท่านก็เอาสิ่งนี้แหละมาอธิบายเพราะฉะนั้นถ้าจะบอกว่ากล่าวลอยลอยว่าสมาธิแล้ว เอาตามที่คนอื่นเค้าหมายเราก็เข้าใจกับส่วนส่วนกว้างๆเขาด้วยเราจะไม่พูดสมาธิกับใครคุณต้องพยายามเข้าใจนะว่าส่วนใหญ่เขาจะเข้าใจสมาธิแบบทั่วๆไปคือนั่งหลับตาปีแล้วก็ให้เขาไปทำจิตให้มันรวมเป็นเอกัคคตาหรือว่าเป็นหนึ่งเดียวแล้วก็หนักเข้าก็ตัดทวารตาหูจมูกลิ้นเอ้าเข้ามาเข้ามาเข้ามาในไงแต่แรกก็มาจุ๊บๆอยู่ตรงปากประตูมันก็อุ่นเป็นตายเข้ามาเข้ามาเนี่ยเดี๋ยวก็ทยอยทยอยกันมาเดี๋ยวก็แน่นทุกทีอ่ะมันหมายความว่านึกว่าน้อยๆก็ไม่น้อยหรอกทุกทีเดี๋ยวก็ตามๆกันมาทุกคนก็กะเวลามาพอประมาณที่จะมาถึงพอเนี่ยบางทีสายบ้างบางทีส่วนมากก็สายเพราะว่ารถยนต์เมืองไทยรถ ทางเลือกอะไรก็ได้นี่พี่ของพี่ออกเอาแน่ไม่ได้บางทีนี้พลาดไปซะเยอะแต่ส่วนมากจะพลาดซะส่วนใหญ่อาทิตย์ก็มากำชับกับชากันอีกทีนึงว่าสมาธิถ้าคุณจะกล่าวกับใครคุณก็ต้องเข้าใจว่าส่วนใหญ่เขาเข้าใจว่าสมาธินี่คือนั่งหลับตาส่วนใหญ่อ่ะมันจะต่อกับใครก็ตามจับปลาแล้วก็เอาเข้าไปก็ไปตัดทวารต่างหูจมูกลิ้นกายไม่รู้แล้วก็ไปอยู่ข้างในจิตใช้เรียกว่านั่งทางในเมืองนี่ก็เข้าเช้าอะไรก็แล้วแต่เป็นสมาชิกมีแต่ความเข้าใจทั่วไปมีแต่ความเข้าใจทั่วไปเขาเข้าใจกันอย่างนี้เขาว่าสมาชิก เมื่อไหร่จะพูดกับใครเราก็ต้องกล่าวตามคำว่าไปเอาสมาธิจะว่างั้นก็ว่าทีนี้เราจะบอกว่าถ้าสมาธิของพุทธแล้วต้องมีเลยมี exception ขออภัยพูดภาษาอังกฤษแปลว่าหมายความว่าถ้าจะพูดก็ต้องบอกว่าเข้ามาเราจะมาเอาส่วนนี้พระพุทธเจ้าตัดสินใจว่ามาเราจะแสดงสมาชิกของพระอริยะทำให้มีกำชับความสามารถแต่สมาธินี้ไม่ใช่สมาธิทั่วไปนะสมาธินี้เป็นสมาธิที่เป็นสัมมาสติอันบอกได้ด้วยว่าเป็นของพระอริยะสมาชิกอื่นๆท่านได้รับรองว่าเป็นของพระอริยะถ้าได้รับ สมาชิกอยากอาตมาก็รู้สมาธิทั่วๆไปนี่ก็รู้เคยเล่นมาด้วยเข้าใจไม่มีปัญหาแต่ท่านไม่รับรองว่าเป็นสมาธิที่เป็นสัมมาและไม่ยืนยันว่านี่เป็นของบุคคลชั้นอริยะมันเป็นสมาธิเดิมเป็นสมาธิดื่นๆทั่วๆไปเป็นเพลงพื้นสมาธิของพระพุทธเจ้าต้องเป็นสมาธิที่มีความหมายมีจำเพาะลงไปอีกมีใครมายืนยันและท่านก็ค่อยๆไล่ละเอียดมาอธิบายไปว่าไม้ยังไงสมาชิกของคนรู้จักหรือสมาชิกของพุทธศาสนาโดยตรงถ้าจะพูดแล้วก็เราต้องยืนยันว่านี่เป็นศาสนาของพุทธสัมมาสมาธิของพระพุทธเจ้าหมายเอางี้นะไม่ใช่ หลับหูหลับตาแล้วก็แข็งดีทำตัดหูตัดตาอะไรไปไม่ใช่สัมมาสมาธิของพระพุทธเจ้าเรียกว่าเป็นของพระอริยเจ้าแล้วล่ะก็มีองค์ 7 ประกอบมีสมาธิหมายความว่าจะต้องมีความเห็นให้ถูกก่อนมีกำลังพูดกันอยู่ในนี้กำลังกระชับกัญชาความเห็นนะคุณจะต้องเห็นให้ถูกเข้าใจให้ถูกทางถ้าคุณเข้าใจว่าอย่างโน้นเอาสมาชิกอย่างโน้นนะมันก็พูดไม่รู้เรื่องกันอีกคนก็บอกว่าเขาพูดสมาธิคุณก็ไปนึกถึงอย่างที่เค้าหมายกันทุกทีไม่เอานะต้องให้หมาอย่างที่ท่านหมายอย่างที่พระพุทธเจ้าท่านหมายนะว่าถ้ามาจะมาที่นี่ต้องเป็นอย่างที่กำลังพูดกันอยู่นี้คือเป็นสมาธิที่มีจิตมีจิตรวมอยู่ในนี้ทำอะไรต่ออะไรเกิดสัมมาเกิดอยู่ในส่วนที่เป็นไปได้ดีเหมาะสม คำว่าสัมมานี่แปลว่าเหมาะพอเหมาะพอควรพอดีเนี่ยลงท้ายอันสุดท้ายท่านก็บอกทุกอย่างก็ย่อมพอเหมาะได้พอเหมาะได้นะพอเหมาะได้เพราะพอเหมาะได้ก็จึงจะสลักเกิดพอเหมาะพอดีได้ย่อมเป็นอันตรายพอเสร็จแล้วก็สลัดพอสัมมนาจึงพอเหมาะได้มีไม่มีสมาธิมนุษย์ก็จริงพอเหมาะได้ลงท้ายก็คือพอเหมาะพอดีเราเรียกสัมมานี่แหละมันหมายความว่าจะต้องให้พอเหมาะพอดีปานกลางไม่น้อยไปไม่มากไปไม่จัดไปไม่อ่อนไปกำลังดีกำลังดีไม่รู้จะใช้ภาษาไงกำลังดีกำลังมีค่าสูงสุดนี่ สมาชิกของพระพุทธเจ้าจะมีทั้งสันกัปปะจะมีทั้งวาจาจะมีทั้งการงานจะมีทั้งเป็นอาชีพยังมีภพคือมีทั้งสัมมาสังกัปปะมีทั้งสัมมาวาจามีทั้งสัมมากัมมันตะมีทั้งสัมมาอาชีวะยังมีอยู่เป็นสมาธิของพอเหมาะพอควรจะคิดก็ยังคิดอยู่ได้พอควรไม่ใช่ดับความคิดจะพูดก็ยังพูดอยู่ได้พอดีพอเหมาะพอควรกำลังได้ประโยชน์ทีเดียวคนนี้กำลังได้ประโยชน์อย่างงามเลยเจริญก้าวหน้าอยู่แต่เป็นการงานก็ยังเป็นการงานอยู่สัมมากัมมันตะมีการงานอยู่ได้อย่างพอดีไม่ใช่เป็นน้ำแข็งการงานไม่มีไม่ใช่มีการงานมีบทบาทในสิ่งที่ปรุง อย่าว่าแต่การงานเลยเป็นอาชีพด้วยสัมมาอาชีวะมีอาชีพอะไรมีสิ่งที่ดีอะไรเป็นอาชีพอยู่ที่เดียวซึ่งท่านก็ได้บอกไปแล้วว่าเริ่มต้นมีสัมมาทิฏฐิเป็นประธานแล้วก็มีสัมมาวายามะกับสัมมาสติเป็นองค์ประกอบที่ท่านบอกไว้ประกอบด้วยเหตุนี้มีอันมีเหตุบ้างมีองค์ประกอบบ้างสิ่งเหล่านี้เป็นองค์ประกอบเหตุปัจจัยเป็นอย่างไรก็ว่าไปในขณะที่ปฏิบัติในขณะที่มีสมาธินี้มีสัมมาทิฏฐิมีความเห็นถูกทางอย่างนี้แล้วก็มีความพยายามเข้าร่วมแล้วมีสติเต็มสัมมาสมาธิของพระพุทธเจ้าใช้สติไม่ได้สติตกไม่ได้เพราะฉะนั้นอสัญญีไม่นับเลยสมาธิของพระพุทธเจ้าสัญญาไม่เกี่ยวสัมมาสมาธิพระพุทธเจ้าไม่เกี่ยวกับฉันดี แต่ถ้าจะทำให้ฉันดีก็ให้รู้ว่านี่เราจะทำอสัญญีมันจะทำอะไรก็พยายามทำอสัญญีเข้ามีสติทำมาฉันมีให้ดับสนิทตอนนี้จะดับสนิทเท่านั้นนาทีเท่านั้นพอตอนนี้พอทำเข้าไปอันนั้นเกิดอันนั้นเป็นขึ้นมาได้ตามที่มุ่งหมายก็เกิดก็เป็นเป็นเจตนารมณ์ที่จะให้เกิดสิ่งนั้นถ้าฉันดีก็รู้ว่าฉันดีแต่ว่ามันก็ไม่เรียกว่าสมาธิของพระพุทธเจ้าแต่ว่าเราหมายว่าเราทำสภาพเรียกว่าสมาธิเข้าไปหาอสัญญีฟังให้ซ้อนๆนะฟังซ้อนหน่อยเราทำสมาธิแต่ละเจตนาจะดับจิตธรรมดาสัมมาสมาธิประกอบด้วยองค์ 7 เราจะไปดับสติไม่ได้สามารถสติจะต้องมีอยู่ถ้ากลับสัมมาสติสติไม่มีก็เป็นสัมมาสมาธิมีโอ้โห แต่จะบกพร่องไปบ้างจะบอกว่าจะขาดสัมมาสติก็เอาตอนนั้นระดับสติปกติปกติก็คือไม่ระลึกรู้อะไรเลยนิ่งจิตดับอสัญญีหมายความว่าการดับจิตแต่คนนั่งนิ่งหรือว่านอนก็ตามด้วยอะไรก็ตามถ้าฝันดีหรือวิสัญญีเหมือนกันน่ะสลบสนิทไม่รู้เรื่องสามัญสำนึกก็ไม่มีข้างในก็ไม่มีด้วยถ้าฝันดีเนี่ยสามัญสำนึกก็ไม่มีจิตใต้สำนึกก็ดับหมดเลยไม่ออกฤทธิ์อะไรเลยไม่มีการนึกคิดไม่มีการทำงานอะไรทั้งกายทั้งใจนิ่งอยู่เรียกว่าอสัญญีแต่ทีนี้เรามารู้กันแล้วไปกันเป็นอันเข้าใจกันนะเป็นสัมมาทิฏฐินะว่าสมาชิกของพระพุทธเจ้านั้นประกอบไปด้วยความเป็นธรรมดา พยากรณ์อากาศตอนนั่งยืนเดินนั่งนอนทำงานทำการมีอาชีพมีอะไรอยู่ก็ได้ตลอดเวลาเป็นมนุษย์ปกติแต่มนุษย์ปกติไม่ใช่เป็นมนุษย์ที่จะต้องจำเพาะสมาธิจะต้องนั่งเฉยๆเนี่ยฟังพูดวนไปวนมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้เข้าใจสมาธิพระพุทธเจ้ายืนเดินนั่งนอนทำงานทำการมีอาชีพมีการงานมีคำพูดได้โดยเฉพาะคำพูดนี้มันชัดถ้าสัมมาสมาธิทั้งหลายแหล่ถ้าสมาธิของทั้งหลายแหล่เขาพูดไม่ได้ต้องนั่งหุบปากเงียบพูดไม่ได้วาจาไม่มีนะมีวาจาไม่ถือว่าเป็นสมาธิแต่เขาพระพุทธเจ้าย่อมเกิดพอ พูดได้แต่เจรจาความอยู่ในนี้จะอธิบายธรรมะอยู่ดีๆก็อธิบายด้วยสมาธิไม่ได้อธิบายโดยที่ไร้สมาธิมีสัมมาทิฏฐิมีสัมมาวายามะมีสัมมาสติเป็นองค์ห้อมล้อมอาตมามีสติอยู่เต็มมีสัมมาวายามะมีความพยายามความเห็นเป็นอย่างไรอาตมาก็พยายามอธิบายหรือว่าแสดงตามความเห็นนั้นตามทีเดียวความนึกคิดปรุงแต่งเป็นสัมมาสัมพุทโธอย่างไรก็ทำงานอยู่สัมมาวาจาพูดอยู่นี่แหละเป็นการงานด้วยสัมมากัมมันตะการงานไม่ได้เพราะประกอบไปด้วยแต่แค่วาจาวาจาก็มีเสียงเป็นสัมมาวาจาการงานการกระทำอยู่เดี๋ยวนี้เป็นการเป็นกิจกรรมเป็นการงานออกเครื่องมือออกทั้งข่าวทั้งที จัดทั้งรูปเรื่องรูปแบบเป็นการงานการกระทำเป็นอาชีพของอาตมานี่เป็นอาชีพที่อาตมาเลือกแล้วงานนี้มีหลายอย่างที่ทำไม่ใช่มีแต่เท่านี้ก็เป็นองค์ประกอบหนึ่งเป็นเหตุหนึ่งแห่งอาชีพเป็นองค์ประกอบหนึ่งเป็นเหตุหนึ่งในอาชีพที่จะทำให้อาชีพนี้เจริญรุ่งเรืองไม่ใช่ว่าไม่ใช่ไม่ใช่ว่าไม่ไม่มีองค์ประกอบไม่มีเหตุไม่ใช่มีเหตุมีองค์ประกอบเหตุที่ทำอย่างนี้อาตมาก็จะลึกแล้วเหตุที่ทำอย่างนี้ก็เพราะว่าพวกคุณก็จะต้องฟังธรรมต้องการฟังธรรมต้องการเรียนรู้อาตมาก็ต้องเปิดเปิดโรงเรียนนี่เป็นการเปิดโรงเรียนชนิดหนึ่งเป็นโรงเรียนผู้ใหญ่อาทิตย์นึงมีเรียนทีนึงแต่ใครจะมาติวได้ทุกๆวัน ได้แต่ไม่เปิดเป็นกิจจะลักษณะส่วนวันอาทิตย์ที่เป็นกิจจะลักษณะเลยประกาศกันทุกอาทิตย์อย่างนี้เป็นต้นนี่ก็เป็นโรงเรียนเป็นเหตุประกอบเป็นองค์ประกอบเพื่อที่จะให้เกิดอาชีพนี้เจริญอาชีพนี้ก็คือการที่เป็นไปอยู่เป็นชีวะอยู่ในโลกอาตมาสร้างพุทธชินราชสร้างพระพุทธศาสนาให้มีชีวิตศาสนาอยู่ไม่ให้ชีวิตของศาสนาดังต่อชีวิตก็ศาสนาไปเรื่อยๆเรียกว่าอาชีวะให้เกิดชีวะเลี้ยงชีพอาตมาไหมเป็นเครื่องเลี้ยงชีพหรือเปล่าถ้าแปลว่าสัมมาอาชีวะเป็นเครื่องเลี้ยงชีพเลี้ยงชีพด้วยอาตมายังชีพไว้ด้วยงานนี้ยังสู้ไปด้วยงานนี้ เดี๋ยวเด็กกินได้อยู่ได้มีชีวิตหายใจอยู่ทำงานได้มีความคิดดอกแด๊กอยู่ได้ก็เพราะเธอทำงานอย่างนี้เป็นหลักเลยทีเดียวไม่ไปทำงานอื่นทำงานอะไรต่ออะไรแบบที่มันไม่เป็นโรคเป็นภัยเลิกไปแล้วหรือจะทางโลกจะบอกว่าเป็นโรคเป็นภัยก็ตามแต่จะมาไม่เห็นดีอาตมาใส่ใจในงานนี้พยายามพัฒนาแต่เรื่องนี้ให้มากทีนี้เป็นอาชีพสำหรับคนตามฐานะคุณก็มีอาชีพของคุณไปตามขั้นตอนถ้าคุณจะเลื่อนอาชีพเปลี่ยนมาเปลี่ยนมาเปลี่ยนมาก็เปลี่ยนได้ไล่มาเป็นระดับระดับเห็นว่าอาชีพนี้เอาละพอแล้วเปลี่ยนมาเป็นอาชีพนี้เลื่อนขึ้นมาเลื่อนขึ้นมาแต่ก่อนนี่ปราณีเป็นอาชีพเรียนหนังสือก็เรียนหนังสือเรียนไปเรียนมาเรียนไปเรียนมาก็ขยับขึ้นมาพอมาปฏิบัติที่นี่มาเรียนที่ ต่อแล้วก็เห็นทางต่อแล้วเท่านั้นจบสักทีแต่ที่จริงยังไม่จบตอนนั้นอยู่ปี 4 อยู่แล้วน่าจะเรียนไม่จบหมอบอกที่นี่บอกไม่เรียนต่อแล้วทางโน้นจะขอมาทำอาชีพนี้อาตมาต้องเบรคแทบตายหัวคะมำเลยหยุดไม่ได้ต่อต่อกันทางโน้นท่านผู้ชมไม่ได้จริงๆแล้วแต่มีเพื่อนเหมือนกันนี่ตอนนี้ก็เป็นปากแล้วระเบียบนั่นก็อยู่ปี 4 อยู่รามนี่ก็อยู่รามคนนั้นเบรคยังไงก็ไม่อยู่ให้ไปไปเหมือนกันสู้สิไปพยายามแพ้โกนหัวโกนหัวไปไปเรียนอยู่เรียนไปเรียนมาเรียนมาเรียนไปก็มาบอกไม่ไปเรียนยังไงก็ไม่ไปไม่ไหวแล้วอาชีพนี้สู้ไม่ไหวทำไม่ขึ้นก็มาบอกอาตมาอาตมาก็พยายามที่จะเบรกพยายามที่จะให้ไปทางโน้นให้ได้ซะก่อนพยายามเพราะว่าตอนนี้ถึงมาก็ยังเข้าไม่ได้นะพยายามต้าน ต่างไม่หนักเข้าก็ไม่ไหวไม่ๆๆไม่ไปถ้าไม่ไปก็มาไม่ไปก็อยู่แต่นี่ไปได้บอกไปซะก่อนไปคนนี้เลยได้ปริญญาอาชีพนักเรียนอาชีพนั้นได้ปริญญาจบคนที่ว่าระเบียบไม่จบนะเหลือไม่กี่ยูนิตนะที่จริงไม่จบไม่จบก็ไม่จบต่ออาชีพนี้ก็ได้เพราะอาตมาเองอาตมาไม่สงสัยหรอกไอ้เรื่องวิชาเทคโนโลยีอาตมาไม่สงสัยนะก็ก็มาอย่างนี้เป็นต้นนี่ก็มาทำอาชีพนี้อาตมาก็ยำทุกวันนี้คุณทำไมไม่ไปทำงานแต่ก่อนมีงานทำอื่นอีกนะสอนก็สอนเนี่ยเรียนหนังสืออยู่รามนี่ก็เรียนสอนหนังสือใครๆก็สอนมีงานอื่นก็งานงานบริษัทก็ทำนัดเข้างานบริษัทก็ลาออกเงินเดือนก็ได้สอนหนังสือก็เอาให้เพื่อน เงินเดือนก็ได้นะไม่เอาแล้วบอกทำไมไม่เอาจะเอาเวลามาทำงานทางนี้งานทางนี้ไม่มีไม่มีเงินเดือนนะไม่มีเงินเดือนทำงานทางโน้นมีเงินเดือนเอาเวลามาให้ทางนี้มาทำงานให้ทางนี้โอเคไม่ว่าหรอกที่นี่ถ้าเกิดว่าเข้าใจงานแล้วเข้าใจอาชีพทางนี้แล้วจะมาประกอบกรรมทางนี้ประกอบการงานทางนี้มีอาชีพอันนี้ไม่ว่าเดี๋ยวจะหาว่าหลอกเอามาใช้เข้าใจนะว่ามาที่นี่เป็นอย่างนี้ไม่ประคบประหงมไม่มีการที่จะบอกว่าจะมีอันนั้นตัดสินจ้างอันนี้เป็นรางวัลอันนี้เป็นสิ่งที่จะต้องเคลื่อนขึ้นเคลื่อนลงเดี๋ยวจะต้องให้รายได้เพิ่มก็ยังมีโบนัสคนเดียวจะต้องพิจารณาเงินเดือนนู่นนี่ไม่มีแถมไม่เข้าใจที่มีให้ได้ว่ามีทำอะไรก็บอกเข้าใจ เข้าใจก็มาทดสอบทดลองไปได้เรื่อยๆก็เดี๋ยวถ้าเผื่อว่าอยู่ไปนานๆนานๆก็ไม่เข้าใจก็ก็คงจะเปลี่ยนอาชีพใหม่เองนั่นแหละบอกว่าอาชีพวันนี้เราไม่เอาอ่ะไม่เข้าท่าไปหาอาชีพใหม่ก็เปลี่ยนไปได้ที่นี่ไม่ได้ผูกพันเอาไว้จะเปลี่ยนไปเป็นอาชีพอื่นอีกก็ได้แต่ถ้าใครจะยืนยงอยู่อาชีพนี้ก็เอาเห็นมาอยู่อาชีพนี้ไม่เปลี่ยนแล้วมั่นคงไปตลอดกาลแล้วก็เอาสมาชิกนี้อาตมาว่างนะว่าอาชีพนี้มันแจ๋วนะว่าไปแล้วก็จะต้องตัวประกันได้เล็กน้อยจะบอกว่าประกันหน้าก็ได้บอกว่าโฆษณาก็ได้อาตมาว่าสัมมาอาชีพนี้อาตมาก็มีงานหาเงินหาทองร้านนี้อาจจะยังหาเงินไม่ได้เก่งเท่าอาตมาตอนโน้นนะยังไม่ได้ไปใช้บริการเลยนะที่จริงเนี่ยไปสอนก็ไปสอนพิเศษสอนนักเรียน 3 ครอบครัวทำอะไรก็ได้บ้างก็ได้รายได้มาเรียนหนังสือบ้างมันทำอะไรบ้างหรือแม้ไปทำงานกับบริษัทก็ได้อะไรบ้างยังไม่ได้ใช้งานปริญญาที่จบไปแล้วพอจบปริญญาปุ๊บมาสมัครงานนี้เลยไม่ได้ไปทำงานอื่นลางานอื่นด้วยว่าสมัครงานนี้เลยอาตมาเคยถามบอกเขาก็บอกว่าเขามาต่อปริญญาโทที่นี่แล้วให้จบปริญญาคดีก็มาต่อปริญญาโทที่นี่เขาก็บอกในนี้มันเป็นการเรียนไปด้วยในตัวจะบอกว่ามาต่อมาเรียนต่อคนจริงและมันก็เป็นอาชีพของส่วนตัวด้วยตัวได้อะไรเป็นรูปความเจริญอะไรก็ทำเอาแล้วมาประกอบสมาธิมาสร้างจิตสมาธิหมายความว่าอธิษฐานจิตเจริญขึ้น พระโลภะโทสะโมหะลงไปได้เรื่อยๆเรื่อยๆเรื่อยๆนั่นคือสมาธิแท้จิตนิวรณ์นิวรณ์ 5 จิระกามฉันทะพยาบาทละทีนะมิทะละอุทะกะละวิจิกิจฉาไปได้เรื่อยๆๆปฏิบัติตนให้เจริญขึ้นเรื่อยๆหรือละทุจริตหรือรักอวิชชาก็ได้ร้านอวิชชาออกฤทธิ์เดชเป็นวิชาล้างเขาเรื่อยสร้างวิชาแท้เรียนวิชาแทนอวิชชามีนิวรณ์ 5 เป็นอาหารนิวรณ์ 5 มีทุจริต 3 อาหารใช้ภาษาอย่างนี้หลายคนฟังแล้วก็บอกอะไรทหารยังไงอาหารมีแต่ข้าวมีแต่กลับทำไมอวิชชาและแถมยังมีนิวรณ์ 5 เป็นอาหารมันเอาปากตรงไหนเขียวเอา แล้วบอกอะไรนิวรณ์ 5 เอาทุจริต 3 เป็นอาหารด้วยอ๋อนี่วอ 5 มีปากด้วยเหรอกินทุจริตด้วยเหรอกินหมาไอ้พวกนี้เคี้ยวเคี้ยวเก่งซะด้วยกินอาหารก็หมายความว่าสิ่งอย่างนี้แหละเข้าไปสังเคราะห์ถ้าผู้ใดประกอบทุจริตกายทุจริตวจีทุจริตมโนทุจริตนั่นแหละทำให้นิวรณ์ 5 โตมีผัวแล้วอ้วนมีพีมันแข็งแรงตัวใหญ่ขึ้นด้วยอันนี้บอลนิวรณ์คือกิเลสกิเลสกามกิเลสโทสะกิเลสพยาบาทกิเลสม่วงสีน้ำมีพระกิเลสฟุ้งซ่านจะทำให้ตัวเองทุกข์ร้อนกิเลสไม่มีปัญญาขี้สงสัยแทงไม่ทะลุรู้ไม่แจ้ง เป็นกิเลสจริงๆมาจากทุจริต 3 เพราะฉะนั้นเข้ามามาอบรมที่นี่ก็มาอบรมไม่ให้ทุจริตทุจริต 3 ก็คือการบัญชีมโนกายทุจริตจะต้องอบรมให้สุจริตงั้นวาจาทุจริตก็อบรมให้เป็นวาจาสุจริตมโนทุจริตก็อบให้เป็นมโนสุจริตนิวรณ์ 5 มีอบรมให้นิวรณ์ 5 หายลดการรถพยาบาลรถที่รถอุทยานรถวิจิกิจฉาลงเพราะเราควบคุมตั้งแต่ทวาร 6 ตาหูจมูกลิ้นกายใจควบคุมด้วยสติสัมปชัญญะเป็นอาหารของ 14 การไม่สำรวมอินทรีย์ 5 ไม่มีการ มีสติสัมปชัญญะเป็นอาหารของการไม่สำรวมอินทรีย์ 6 ไม่ใช่อินทรีย์ 5 เพราะเราเองเราไม่มีสติสัมปชัญญะให้ตาหูจมูกลิ้นกายใจก็เลยไม่ได้สำรวมเมื่อไม่ได้สำรวมมันก็เลอะเทอะเมื่อไม่สะดวกต่างหูจมูกลิ้นกายใจกายว่าจีโน่มันไม่สุจริตหรอกมันก็ทุจริตแล้วๆดังๆปรอยๆไม่เข้าเรื่องของเราไปได้กันเยอะแยะมันกลายเป็นทุจริตไม่ดีก็ทุจริตมโนทุจริตนี่นิวรณ์ 5 ก็อ้วนหมีพีมันเมื่อนิวรณ์ 5 อ้วนนี้พี่มันก็ส่งไปให้อวิชชาอวิชชายิ่งอ้วนใหญ่เลยเป็นนายเก่งเลยตัวใหญ่ตัวโตครองโลกเลยอวิชชาครอบงำตัวเองหมดฟังดีๆนะมันมันภาษาอังกฤษเทียบเคียงออกมาจากพระไตรปิฎกเลยเทียบเคียงออกมาจากหลักวิชาเข้าใจให้ได้มีความ อวิชชาหมายคำว่าความโง่ความไม่บรรลุธรรมนิวรณ์ 5 หมายความว่ากิเลสตัณหาต่างๆกายทุจริตก็คือความผิดเป็นอกุศลกลายเป็นจีนมโนทุจริตเป็นทุจริต 3 และมันมาจากไหนมันมาจากเราไม่เก่งไม่รู้เท่าทันทวารทั้ง 6 และไม่มีสติสัมปชัญญะอย่ามาต่อกันแล้วเพราะถ้าพูดใดมีการรู้เห็นชัดๆเป็นสัมมาทิฏฐิว่าเราจะต้องพยายามและเราจะต้องประกอบให้มีสติอยู่เสมอเราจะต้องพยายามแล้วเราจะต้องประกอบให้มีสติอยู่เสมอเป็นสัมมาสติมีสติที่ถูกเพื่อที่จะผลักเป็นชีวิตหรือกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมหรือทำควบคุม ปลาหูจมูกลิ้นกายใจควบคุมอย่าให้มันทุจริตเพราะคุณอยากให้มันมีกิเลสเข้ามาร่วมมาปนมันก็จึงจะสั่งสมลงเป็นวิชาเมื่อล้างทุจริตได้เป็นสุจริตขึ้นเรื่อยๆเหมือนร้านขึ้นเรื่อยๆหรือวอ 5 ก็ค่อยล้างลงเรื่อยๆลดลงเรื่อยๆเหมือนรถพี่วอน 5 ลงอวิชชาก็ค่อยๆลดเป็นวิชาที่นี่แหละเป็นความรู้จริงเป็นความเข้าใจจริงขึ้นด้วยนี่มันมีฐานอย่างนี้แท้ๆเพราะฉะนั้นการปฏิบัติ 1 มีสัมมาทิฏฐิ 2 มีสัมมาวายามะคือพยายามชอบมีสัมมาสติรวบรวมภาพพร้อมทำงานอยู่แล้วมันก็สร้างสมขึ้นเมื่อ 3 องค์นี้ประกอบกันโต ตามที่ท่านอธิบายไว้ก่อนถ้ามาซักกระโปรงก็พอเหมาะได้เมื่อถ้ามาฉันก็พอเหมาะได้เมื่อ 3 องค์นี้ทำงานร่วมกันไปอีกสัมมาสัมมาสัมมาอื่นๆเนี่ยสัมมาวาจาสัมมาแต่กัมมันตะสัมมาอาชีวะก็พอเหมาะพอเหมาะพอเหมาะพอเหมาะพอเหมาะไปทั้งสิ้นจนสุดท้ายเมื่อส่วนเหล่านี้พอเหมาะแล้วเมื่อมีสัมมาสติสัมมาสมาธิจึงพอเหมาะได้เมื่อองค์ 6 องค์ 7 ที่พอเหมาะสัมมาสมาธิก็พอเรียกว่าเป็นสัมมาสมาธิแท้หมดทุกอย่างพอดีการพยายามเข้าไปก็ได้ตามมุ่งหมายการนึกคิดในเรื่องของการนึกคิดพอเหมาะพอดีแล้วมันก็สั่งสมกันไปเมื่อ พยายามต่อไปอีกสัมมาวาจาก็พอเหมาะสัมมาวาจาพอเหมาะพยายามเข้าไปอีกมีสติกระทำต่อไปอีกสัมมากัมมันตะการงานก็พอเหมาะอาชีพสัมมาอาชีวะก็พอเหมาะพอเหมาะพอดีพอดีๆไม่รู้จะใช้ภาษาอะไรดีกว่านี้มันพอเหมาะมันพอดีมันดีที่สุดแล้วมันไม่มากไปไม่น้อยไปไม่เอียงไปไม่เอียงไปตรงไปสัจจะเมื่อมันได้พอเหมาะกันถึงสัมมาองค์ 7 สัมมาสติจึงพอเหมาะได้สัมมาสมาธิจิตพอเหมาะได้นั่นแหละสั่งสมดุลและเป็นสมาชิกของพระอริยะเมื่อสัมมาสมาธิพอเหมาะได้เมื่อมีสัมมาสัมมาญาณจึงพอเหมาะได้มันมีสมาธิสมาธิพอเหมาะสม ถ้าไม่มียาสมาธิไม่เกิดการเกิดญาณพอเหมาะการเกิดปัญญาเห็นรู้มันจะรู้อะไรมันจะรู้อารมณ์ของเรามันจะรู้ความสบายมันจะรู้ความเป็นไปที่เจริญนอกจะเกิดความสบายและความเจริญก็เกิดพรั่งพร้อมความดีงามทุกอย่างเกิดต้องพร้อมเท่าที่เราจะสามารถรู้มันอาจจะไม่เหมือนกับคนคิดถ้าคนบอกว่าทำงานแล้วจะต้องได้เงินมามากมายเป็นความดีเป็นความพอเหมาะพอสมเป็นความเจริญแต่นี่อาจจะทำงานแล้วเงินก็จ่ายไปเสียไปซะด้วยไม่ได้มาแต่เราก็ไม่ถูกแฮะเราสามารถรังสรรค์เราสามารถสร้างเราสามารถก่อเป็นไปได้ไม่ทุกข์ญาณที่เกิดหรือปัญญาที่เกิดนี้จึงไม่ใช่ปัญญาที่มาเอาเปรียบของรัฐไม่ใช่ปัญญาที่จะ เบอร์โทรสันต์แปลเป็นปัญญาที่รู้ความเจริญของความเจริญฟังดูดีๆมันเป็นปัญญาที่รู้ความเจริญของความเจริญเราก็ทำงานทำการเจริญสิ่งต่างๆก็เจริญตัวเราเองเจริญแล้วพอเหมาะแล้วตัวเราเองมีปัจจัย 4 กินก็สบายดีนะมีอาหารพอสบายแต่งตัวเสื้อผ้าก็สบายดีพอดีที่อยู่พักอาศัยก็สบายแล้วพอดีมันพอดีไปหมดอาหารเพื่อรักษาอายุยารักษาโรคที่อยู่พอดีหมดทั้งปัจจัย 4 และนอกนั้นมีบริการสำหรับที่จะเป็นองค์ประกอบเป็นเหตุที่จะให้ทำงานก็พอดีพอเหมาะและไม่เฟ้อไม่เกินไม่มากไปก็ทำได้อยู่อย่างพอดีมันจะมีการเป็นสมาชิก และเราจะเข้าใจสัมมาวิมุติสัมมาวาจาไม่ได้หมายความว่าดับจิตไม่ได้หมายความว่าดับจิตคนเดี๋ยวนี้เข้าใจกันว่าสมาธิคือมันนั่งหลับดับนั่งทำในถ้าจะดูก็ดูอะไรของพิลึกพิลึกมานั่งทำนายเขาก็สอดส่องดูอะไรก็ไม่รู้นะแล้วแต่ใครจะไปทำอะไรก็ตามใจบางคนจะให้ส่องดูบอกแหมแฟนยังไม่เจอสักทีส่องดูแฟนให้หน่อยเถอะก็มาบอกผู้นั่งทางในหรือว่ามีสมาธิผู้ที่ไม่มีสัมมาทิฐิก็ได้ตกลงจะนั่งให้ก็นั่งตีท่านก็ส่องดูแฟนไม่รู้ไปมองใครก็ไม่รู้บางทีอาจจะเป็นตัวนี้รูปร่างอย่างนั้นนะอย่างนู้นอย่างนี้นะอย่างนั้นอย่างนี้นะก็บอกเดาๆไปงั้นแหละถ้าคนนี้ได้ตรวจสอบดูแล้วอาจจะมี มีคนที่ติดต่ออยู่สัก 10 คนพอหมอดูที่นั่งเดาให้เป็น 10 คนก็ตรวจให้ 10 คนพอไอ้คนนี้ตรงกับที่หมอดูบอกก็เพ่งก็ไปที่คนนี้จีบหนักก็ได้อะดิมันจะไ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน