เรียนรู้กามโทษจากอาหารคือคำข้าว.docx
เนื้อหาในไฟล์
เรียนรู้กามโทษจากอาหารคือคำข้าว นี้ถ้าหากปฏิบัติ 3 ข้อนี้ศาสนาพุทธยังอยู่ เอาจริงเอาจังใน 3 ข้อนี้ อปัณณกปฏิปทา 3 (ข้อปฏิบัติที่ไม่ผิดทางพุทธ) 1. อินทรียสังวร (การสำรวมอินทรีย์ทั้ง 6 ทวาร) . 2. โภชเนมัตตัญญุตา (ความรู้จักประมาณในสัดส่วน . ทั้งอาหารกาย, อาหารอารมณ์, อาหารวิญญาณ) . 3. ชาคริยานุโยค (การหมั่นตื่นออกจากกิเลสโลกีย์) (พตปฎ. เล่ม 20 ข้อ 455)
แต่เขาก็ไม่เอาจริงเอาจังโดยเฉพาะข้อ “โภชเนมัตตัญญุตา” ข้อที่จะสำรวมในของกิน ของใช้ ของกินเป็นสิ่งยิ่งใหญ่ พระพุทธเจ้าเน้นเลยให้เรียนรู้เรื่องของกิน ของกินคือคำข้าว โภชเนมัตตัญญุตา ข้อแรก คือ “คำข้าว” เรียกว่า “กวฬิงการาหาร” อาหารคือคำข้าว การกินนี่แหละ แล้ว เรียนรู้ จากการกินมีผัสสะ มีเจตนา มีวิญญาณ 4 อันนี้แล้วเรียนแล้วเป็นอรหันต์ได้ เรียนจากการกินนี่แหละ อาหารคำข้าว มีรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสในนี้ครบมีกิเลสครบ เรียนรู้ตั้งแต่เป็นกิเลส กาม หมดกิเลสกาม แล้วในอาหารนี้มีรูป มีอรูป หมดกิเลสกามแล้วเหลือรูป ต่องแต่งอยู่ข้างใน หมดรูป เหลืออรูปภายใน ล้างให้หมดก็จะหมดได้ ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในอาหาร 4 ถึงสุดยอดเลย ทวนอีกที พระไตรปิฎกเล่ม 16 [๒๔๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็กวฬิงการาหารจะพึงเห็นได้อย่างไร ภิกษุทั้งหลาย เหมือนอย่างว่า ภรรยาสามี ๒ คน ถือเอาเสบียงเดินทางเล็กน้อย แล้วออกเดินไปสู่ทางกันดาร เขาทั้งสองมีบุตรน้อยๆ น่ารักน่าพอใจอยู่คนหนึ่ง เมื่อขณะทั้งสองคนกำลังเดินไปในทางกันดารอยู่ เสบียงเดินทางที่มีอยู่เพียงเล็กน้อยนั้นได้หมดสิ้นไป แต่ทางกันดารนั้นยังเหลืออยู่ เขาทั้งสองยังข้ามพ้นไปไม่ได้ครั้งนั้น เขาทั้งสองคนคิดตกลงกันอย่างนี้ว่า เสบียงเดินทางของเราทั้งสองอันใดแลมีอยู่เล็กน้อย เสบียงเดินทางอันนั้นก็ได้หมดสิ้นไปแ
อ่านต่อ
ล้ว แต่ทางกันดารนี้ยังเหลืออยู่ เรายังข้ามพ้นไปไม่ได้ อย่ากระนั้นเลย เราสองคนมาช่วยกันฆ่าบุตรน้อยๆ คนเดียว ผู้น่ารัก น่าพอใจคนนี้เสีย ทำให้เป็นเนื้อเค็มและเนื้อย่าง เมื่อได้บริโภคเนื้อบุตร จะได้พากันเดินข้ามพ้นทางกันดารที่ยังเหลืออยู่นั้น ถ้าไม่เช่นนั้นเราทั้งสามคนต้องพากันพินาศหมดแน่ ครั้งนั้น ภรรยาสามีทั้งสองคนนั้น ก็ฆ่าบุตรน้อยๆ คนเดียวผู้น่ารัก น่าพอใจนั้นเสีย ทำให้เป็นเนื้อเค็ม และเนื้อย่าง เมื่อบริโภคเนื้อบุตรเสร็จ ก็พากันเดินข้ามทางกันดารที่ยังเหลืออยู่นั้น เขาทั้งสองคนรับประทานเนื้อบุตรพลาง ค่อนอกพลางรำพันว่า ลูกชายน้อยๆ คนเดียวของฉันไปไหนเสีย ลูกชายน้อยๆ คนเดียวของฉันไปไหนเสีย ดังนี้ เธอทั้งหลาย จะเข้าใจความข้อนั้นเป็นอย่างไร คือว่าเขาได้บริโภคเนื้อบุตรที่เป็นอาหารเพื่อความคะนองหรือเพื่อความมัวเมา หรือเพื่อความตบแต่ง หรือเพื่อความประดับประดาร่างกายใช่ไหม ภิกษุเหล่านั้นกราบทูลว่า หามิได้ พระเจ้าข้า จึงตรัสต่อไปว่า ถ้าเช่นนั้น เขาพากันรับประทานเนื้อบุตรเป็นอาหารเพียงเพื่อข้ามพ้นทางกันดารใช่ไหม ใช่ พระเจ้าข้า พระองค์จึงตรัสว่า ข้อนี้ฉันใด เรากล่าวว่า บุคคลควรเห็นกวฬิงการาหารว่า [เปรียบด้วยเนื้อบุตร] ก็ฉันนั้นเหมือนกันแล เมื่ออริยสาวกกำหนดรู้กวฬิงการาหารได้แล้ว ก็เป็นอันกำหนดรู้ความยินดีซึ่งเกิดแต่เบญจกามคุณเมื่ออริยสาวกกำหนดรู้ความยินดีซึ่งเกิดแต่เบญจกามคุณได้แล้ว สังโยชน์อันเป็นเครื่องชักนำอริยสาวกให้มาสู่โลกนี้อีกก็ไม่มี ฯ
หมายความว่าผู้ใดเข้าใจ กวฬิงการาหารก็กำหนดรู้ ความยินดี หลับตา ไม่เอานะครับตามที่เป็นความเชื่อทางศาสนาพุทธไปนั่งครับ ไม่เอาเรื่อง ไม่ถึงสักทีล่ะครับหัวหน้าเขาไม่รู้เรื่องเลยไม่ได้ศึกษาสิ่งเสพติดยังไม่รู้อย่างมหาบัว สิ่งเสพติดแท้เลยนะหมากพลู สิ่งเสพติดและไม่เหมือนอาหาร อาหารยังพอรู้ ควรศึกษาแต่ไม่เอา ศึกษาก็ไม่ศึกษา ความใคร่อยากในกามคุณ ทุกวันนี้อาตมาว่าคนไม่ได้รู้ถึงความเลวร้าย ต้นตอของกิเลสคือกามคุณ 5 ที่หยาบใหญ่ฉุดอย่างอื่นเอาไว้หมด แต่เขาไปหลับตาปฏิบัติไม่เอาถ่านเรื่องกาม นี่คือความเสื่อมของศาสนาพุทธไปนั่งหลับตา รูปภพ อรูปภพ อย่าว่าแต่อาหารอร่อยเลยสิ่งเสพติดยังไม่รู้เลยอย่าง มหาบัว มันก็คือกามคุณแท้ๆเป็นรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสแท้ๆสำหรับหมากพลู เป็นสิ่งเสพติดหน้าไม่เหมือนอาหาร อาหารนี่ยังพอรู้ แต่ไม่ศึกษาอาหาร ดันไม่รู้สิ่งเสพติดที่เป็นเรื่องใหญ่กว่าคือ หมากพลู เขาก็ติดกามไม่ได้ลดละกามหรอก แต่ดันไปติดสิ่งเสพติด โง่ข้ามขั้น ไปเอาสิ่งที่โง่ที่สุดเขาเอากัน อย่างพวกนั่งหลับตาที่อาตมายกตัวอย่างมหาบัว อาตมาขออภัยที่ต้องพูด ไม่ได้ข่มถล่มทลายอะไรหรอก แต่มันเป็นตัวอย่างที่มีจริงแล้วเขาก็ไปหลงเคารพกัน ก็อยากให้รู้สึกตัว ให้ตื่น รู้สึกบ้างว่ามันงมงายขนาดไหน ไปหลงคนโง่ว่าเป็นพระอรหันต์มันสุดๆแล้วนะ ไม่รู้จะว่าอย่างไร เห็นใจอาตมามั้ย โง่สุดโง่กับอรหันต์เก๊รวมกัน อาตมาพูดสัจธรรม ไม่ได้พูดลอยลมแต่อย่างใด มีตัวตนยืนยันได้ ไม่ได้ลอยลม พูดของจริงยืนยันแล้ว คุณก็ไปหลงกันจริงๆใช่ไหม สู่แดนธรรมว่า...มีคนว่าพ่อครู ว่าเขา เพราะไม่ชอบเขา พ่อครูว่า…อาตมาเป็นพระอรหันต์อาตมาจะไปชังทำไม คุณไม่เชื่อน้ำหน้าอาตมา แล้วคุณก็ไม่รู้ว่า อาการชอบชังเป็นอย่างไร แล้วมหาบัวก็ไม่รู้ไปติดหมาก เหมือนคนตาบอดจูงคนตาบอดไปดูหนังใบ้ อาตมาจำเป็นมากเพราะเขาหยาบมาก เขาอวิชชากันหนัก ไม่รู้ไม่ชี้เรื่องธรรมะพระพุทธเจ้าเลย แม้แต่อบายมุขหยาบต้นๆก็ไม่รู้แล้วหลงว่าเป็นอรหันต์ อาตมาเห็นแล้วก็สงสาร อาตมาพ้นสงสารแล้ว แต่คนที่จมวนในสงสารมันน่าสงสารน่าเห็นใจ เมื่อไหร่จะพ้นสงสารเสียทีหนอ สงสารคือวนแต่ไม่รู้ความวนไมรู้ทางออกไม่รู้ทางแก้ไข คุณก็อยู่ในสงสาร สังสาระ ก็น่าสงสารมาก
640203_พุทธศาสนาตามภูมิ อนุสาสนีปาฏิหาริย์ของวรรณะ 9