กว่าคนผู้"ศรัทธาวิมุติ" จะมี "ปัตตะ"เป็น"ทิฏฐิปัตตะ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์4.95 MB
วันที่แก้ไข11 ตุลาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

กว่าคนผู้"ศรัทธาวิมุติ" จะมี "ปัตตะ"เป็น"ทิฏฐิปัตตะ

* "ปัตตะ"แปลว่า "บรรลุแล้ว" กว่าผู้ใดจะบรรลุแล้ว ก็คือ ผู้นั้นหมดสิ้น "ความยึดมั่นถือมั่น"นั้น มันต้อง"มีปัญญา"ถึงขั้นพลังฤทธิ์ที่เพียงพอ จึงจะจัดการใน"อาริยสัจ 4" คือ"ทุกข์" ต้อง"รู้จัก"กิเลสโดยแยกแยะเอาเฉพาะที่เป็นกิเลสในจิตให้ได้ ตัวนี้คือ "เหตุ" ต้องลดจนดับตัวนี้ ที่สุด"กิเลสดับ"หมดได้จริง หรือกำจัด"ความยึดมั่นถือมั่น" ที่ตนยึดอยู่นั้นๆ ลงเกลี้ยงสิ้นได้ด้วย"ปัญญา" การบรรลุเข้าขั้น"ทิฏฐิปัตตะ" จึงชื่อว่า"ปัญญา"แท้ เพราะ"จิตนิยาม"ของสัตว์ที่ยัง"อวิชชา"อยู่นั้น ยังมีเชื้อจองเวรจองกรรมเป็น"วิบาก" กันไม่"ลดละ" และไม่ "ปล่อยวาง"เด็ดขาด เพราะ"ไม่มีปัญญา"กันนี่เอง จึงมีความยึดมั่นถือมั่น"ตน"ยึดมั่นถือมั่นใน"ของตน" อย่างมืดบอดอยู่แน่น ก็เพราะยังไม่มี"ปัญญา " คือยังมี"อวิชชา"

ซึ่งตามสัจจะนั้น จริตทั้ง 2 คือ "ศรัทธา"กับ"ปัญญา" มีลักษณะเป็นของ "ตัวเอง" จริงๆ ที่เดินทางคนละทิศทาง เริ่มตั้งแต่ยึดมั่นถือมั่นในความเป็น"เทฺว"ที่ผิดๆ ซึ่ง"เทวฺ"คำนี้นั้น มันยิ่งใหญ่สุดๆ นักกว่านัก ที่คนจะสามารถรู้จักรู้แจ้งรู้จริงได้บริบูรณ์สัมบูรณ์ จากเริ่มต้นคือ "พ้นสักกายทิฏฐิสังโยชน์" จนกระทั่งถึงที่สุด แห่งที่สุด ตรวจตัวเองด้วย "วิญญาณฐิติ 7" รู้จักรู้แจ้งรู้จริงด้วย"กาย"กับ"สัญญา" โดยการตรวจตนเองว่า ตนนั้นพ้นความเป็น"สัตตาวาส 9"ได้บริบูรณ์สัมบูรณ์แท้จริงหรือยัง ดังนั้น"อาสวะ"จึงดับสิ้นจนกระทั่งเกลี้ยง..ไม่ง่ายแน่ บุคคลผู้เป็น"ทิฏฐิปัตตะ" คือ บุคคลที่ 6 ก็คือ ผู้เริ่มมี "สัมมาทิฏฐิ"ได้แล้ว ใน"อาริยสัจ 4" เพราะ"เห็นชัดด้วยปัญญา ดำเนินไปด้วยดีแล้วด้วยปัญญา อนึ่ง อาสวะบางอย่างของผู้นี้ ก็หมดสิ้นแล้วเพราะเห็นด้วยปัญญา" ผู้"ทิฏฐิปัต

อ่านต่อ

ตะ" จึงเริ่มสามารถทำให้"อาสวะ"สิ้นไปได้บ้างแล้ว เพราะ"เห็นด้วยปัญญา" เน้น"สิ้นอาสวะ"นะ! "เพราะเห็นด้วยปัญญา" ประโยคนี้สำคัญมาก อย่าลืมว่า"อาสวะ"จะหมดสิ้นได้นั้น ต้องหมดสิ้นได้ด้วย"ปัญญา" ถ้าแม้นยังไม่มี"ปัญญา" ก็จะไม่สามารถทำ"อาสวะ" ให้หมดสิ้นไปได้ แม้"อาสวะบางอย่าง"กันจริงๆ แสดงว่า ต่อให้คนที่ "ศรัทธา" มีมากมีแรงเท่าใดก็ตาม ถ้ายังไม่มี "ปัญญา" จะปฏิบัติให้ได้ตายขนาดไหน ก็ "ดับอาสวะให้สิ้นหมดไป" ไม่ได้ เพราะยังไม่มี"ปัญญา"

พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ปัญญา 8 เล่ม 3 หน้า 31-33

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน