ฌานของพุทธใน "วิญญาณฐิติ 7" มีขณะ "ลืมตา".docx
เนื้อหาในไฟล์
ฌานของพุทธใน "วิญญาณฐิติ 7" มีขณะ "ลืมตา"
ใน "วิชชาจรณสัมปันโน" ก็ยืนยันอยู่โต้งๆ โทนโท่ว่า "ฌาน"นั้นต้องปฏิบัติ "จรณะ 15 วิชชา 8" โดยมี "ศีล" เป็นหลักต้นและมี "อปัณณกปฏิปทา 3" เป็นข้อ "ปฏิบัติที่ไม่ผิดของพุทธ" แล้วจะเกิด"สัทธรรม 7" จึงจะมี "ฌาน 4" ที่ประกอบด้วย "วิชชา 8" กันจริงๆ "หลับตา"ปฏิบัตินั้นเป็น"ฌาน"เดียรถีย์นอกพุทธแน่แท้ ขืนหลงผิด"หลับตา" จะให้เกิด"ฌาน"แบบพุทธ มันก็"มิจฉาทิฏฐิ"ไปตลอดกาลนาน สูญเปล่า โมฆะไปทั้งชาติ "มิจฉาทิฏฐิ" นั้น ถ้าแม้นหลงผิดไปตั้งแต่ต้นขั้น "กาย"แล้ว มันก็จะมีทิศทางผิดเดินวนหมุนออกไปสู่ทางผิดเป็นปากกรวย "บานปลาย"ออกไปไม่มีที่สิ้นสุดกันทีเดียว จะหันทิศเข้ามาหาทางที่"ถูก ต้อง" ไม่ได้ง่าย ๆ เลยนะ! กว่าจะเข้าใจความเป็น"ฌาน"ของพุทธ หรือเข้าใจวิธีปฏิบัติให้เกิด"ฌาน"ของพุทธที่"สัมมาทิฏฐิ"แบบพุทธนั้นได้ถูกต้องถ่องแท้ว่า ฉะนี้ๆ ต่างหากคือ"ฌาน"ของพุทธนั้น มันเป็น"อจินไตย"จริงๆ ยากมากที่คนจะเข้าใจได้ง่ายๆ "สัมมาทิฏฐิ" คือ "ความเห็น-ความเข้าใจ"นี้ มันไม่ใช่ว่าจะเกิด "ทีเดียว-ครั้งเดียว" ก็จะมี "สัมมาทิฏฐิ"สัมบูรณ์ทันที แต่"ความเห็น-ความเข้าใจ" มันค่อยๆ เพิ่มขึ้นๆ เป็นลำดับๆ "ทิฏฐิ"คือ "ความเห็น-ความเข้าใจ"นั้น มันจะค่อยๆเพิ่ม"สัมมาทิฏฐิ"ไปตามลำดับ เจริญงอกงามไปทีละขั้นทีละคราว มีอานิสงส์ถึง 5 ประการทีเดียว นั่นคือ 1. ได้ฟังสิ่งที่ไม่เคยฟัง 2. เข้าใจชัดสิ่งที่ได้ฟังแล้ว 3. บรรเทาความสงสัยเสียได้ 4. ทำความเห็นให้ถูกตรง 5. จิตของผู้ฟังย่อมเลื่อมใส (พระไตรปิฎก เล่ม 22 ข้อ 202)
ดังนั้น การฟังธรรมพระพุทธเจ้า หรือฟังธรรมจาก"สัตบุรุษ"เสมอ จะมีแต่เพิ่มความรู้เจริญ งอกงาม ไพบูลย์ได้จริงๆ ผู้"สัมมาทิฏฐิ"จึงจะฟังธรรมจาก"ผู้รู้แท้จริง"
อ่านต่อ
เสมอๆ ส่วนสาย"ศรัทธา"นั้นจะช้านานก็เพราะไม่มีลำดับ ไม่เช่นนั้น สาย"ศรัทธา"ก็จะหลงจมอยู่ในความเป็น"มิจฉาวิมุติ" ที่ตนหลงเป็น"ศรัทธาวิมุติ"แบบของตนอยู่จริง ถ้า"ศรัทธานุสารี" ผู้ใดยังหลงติดเสพอยู่ใน "ศรัทธาวิมุติ"แบบ"มิจฉาทิฏฐิ" ตามเดียรถีย์ ก็จะจม"เสพติด" อยู่ใน"ภพ"นั้นนาน จนกว่าจะมี"สัมมาทิฏฐิ"ได้ จึงจะเป็นการเติม"ปัญญา"ขึ้นไปตามขั้น ตามตอน จึงจะเริ่มเข้าขั้น"ทิฏฐิปัตตะ"ได้ ซึ่งจะต้องมี"กาย"อันเป็น"ภายนอก"ร่วมอยู่ในขั้นหยาบไปตามลำดับ แต่ถ้าผู้"ศรัทธาวิมุติ"ใด ไม่มี"กาย"เป็น"สัมมาทิฏฐิ" เช่น ผู้"ศรัทธาวิมุติ" ที่หลง"หลับตา"เสพติด"มิจฉาวิมุติ" อยู่ใน"ภพภายในภวังค์ของตน"เป็นต้น ก็จะหลงจมอยู่นานกว่าจะมี"สัมมาทิฏฐิ" ในความเป็น"กาย"ขั้นตอนใหม่ได้ ผู้"ศรัทธาวิมุติ"จึงจะเลื่อนขึ้นเป็น "ทิฏฐิปัตตะ"ได้ แล้วก็จะปฏิบัติในภาวะที่มี"กาย"ที่ตนรู้จักรู้แจ้งรู้จริงได้เรียนรู้ "อาริยสัจ 4" ที่มี "สัมผัส" เกิด "เวทนา" ให้ศึกษา
พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ปัญญา 8 เล่ม 3 หน้า 161-163