พิจารณา อัศวินคู่ใจ docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์1.72 MB
วันที่แก้ไข1 กุมภาพันธ์ 2569

เนื้อหาในไฟล์

460705_ฝึกปฏิบัติจิตให้อยู่เหนือสุขและทุกข์ โดย พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ที่สันติอโศก กรุงเทพฯ

✨️พิจารณา อัศวินคู่ใจ✨️

💫คำว่าพิจารณานี้สำคัญมากนะ เราพิจารณากายในกาย พิจารณาเวทนาในเวทนา พิจารณาจิตในจิต พิจารณาธรรมในธรรม

คำว่า พิจารณาคำนี้ ภาษาที่ใช้ในศาสนานี่ เราต้องพิจารณาจริงๆนะ ต้องพยายาม มันจะเผลอ มันจะไม่พิจารณาอะไร มันก็ทำไปเรื่อยๆ ที่อาตมาเน้นว่าให้อ่านจิตอ่านใจก็คือ อ่านและพิจารณาไม่ใช่อ่านรู้เฉยๆ แล้วไม่พิจารณา

💫ต้องพิจารณาให้เห็นเลยว่า ในใจเรามันมีกิเลสหลัก ก็คือนิวรณ์ 5 นี่เป็นกิเลสหลัก กามหรือพยาบาทก็คือราคะกับโทสะ ราคมูล โทสมูล ถีนมิทธะ อุทธัจจกุกกุจจะ ก็คือความไม่ได้สัดส่วนของจิต จิตมันตกไป จิตมันหดหู่ไป จิตมันไม่โปร่งใส จิตไม่เบิกบานร่าเริง จิตมันไม่มีฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา จิตมันไม่ยินดีเบิกบานร่าเริง จิตมันหดหู่ จิตมันไม่ค่อยดีถีนมิทธะ หรือมันฟุ้งกระจายหรือจิตมันอุทธัจจกุกกุจจะ มันฟุ้งซ่าน มันอะไรต่ออะไรก็ไม่รู้ ต้องรวบรวมว่ามันอะไรกันนักกันหนาอารมณ์ของเรา ทำไมมันกระจัดกระจาย กระเจิดกระเจิงอย่างนี้เป็นต้น เราก็ต้องดู ไม่มีถีนมิทธะไม่มีอุทธัจจกุกกุจจะ จนรู้ว่าในองค์ความคิดหรือว่าจิตของเรานี่ มันไม่อยู่ในฐานะที่ ไม่เป็นองค์รวมที่ดี ไม่เป็นเอกัคคตา

🌟เอกัคคตาไม่ได้หมายความว่า จิตจะต้องไม่มีกิเลสเลย ไม่มีอารมณ์อะไรเลย ไม่มีอะไรเลย ไม่ใช่ เอกัคคตาหมายความว่า เป็นองค์รวม จิตมันรวมเป็นหนึ่งอยู่ในระบบที่เราดูแลมันได้ทั้งหมด อารมณ์ของเรา จิตของเรานี่ เราดูแลมันได้ทั้งหมด นั่นคือองค์รวม จิตของเรามันก็ย่อมคิด ย่อมสัมผัสรู้ ตาหูจมูกลิ้นกายใจ สัมผัสทั้ง 6 ทวาร พิจารณาธรรมในธรรม

✨️มีธรรมทั้ง 5 นี้ก็คือเราต้องพิจารณาตัวเองแล้วว่า ขณะนี้เราพิจ

อ่านต่อ

ารณาอยู่ในหลักเอกมั๊ยทุกข์-เหตุแห่งทุกข์-ความดับทุกข์ และเรากำลังมีการปฏิบัติมรรคองค์ 8 หรือไม่ นั่น "อาริยสัจ 4"

💫ถ้าเราเองเราพิจารณาเห็นนะ ไม่ใช่ระเริงสุข ท่านให้เตือนตนให้รู้จักทุกข์ ให้เห็นความเป็นทุกข์ทุกอย่าง อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ทุกอย่างมันอยู่ในไตรลักษณ์นี้อยู่ตลอดเวลาเลย เพราะฉะนั้นเมื่อเราสัมผัสแล้ว อย่าไประเริงสุข ธรรมะพระพุทธเจ้า ไม่ให้ไประเริงสุข เพราะสุขคือตัวล่อของทุกข์ สุขนี่คือตัวล่อของทุกข์ เป็นตัวหลอก หลอกให้เราหลงสุขโลกีย์ เมื่อเราได้สมใจในกาม สมใจในอัตตา มันก็เป็นสุขทั้งนั้นนะ สมใจในอัตตามันก็เป็นสุข ✨️ก็พิจารณาให้มากจริงๆว่ามันทำให้เราติดยึดจริงๆนะนี่ อย่างวันนี้นี่ดูซิไอ้นี่อดไม่ได้นี่กินอร่อยนี่ซัดเข้าไปแล้ว อื้อหือ.. แล้วเราก็หลงไหลติดยึดต้องพิจารณามันจะผ่านไปแล้วก็ตามหรือยังไม่ผ่าน ยิ่งกำลังปัจจุบันนี้เอาดีไม่เอาดีนี่กิเลสมันจะเอาแล้วนะ จะเอานะนี่ มันอื้อหือ..ความหลังมันมากระซิบเลย อร่อยนะ! ชอบนะ! อย่างนี้น่ะ! มันของชอบนะ! พิจารณาจริงๆ 💫คำว่าพิจารณาเห็นมั๊ย สำคัญมั๊ย แล้วคิดดูว่า พวกเรานี่ตกหล่นพิจารณาไปเท่าไหร่ มันลืม มันเผลอตัวไปแล้ว มันไม่พิจารณาแล้ว มันล่อเลยแหละ ไม่ว่าทางตาทางจมูกทางลิ้น ทางกายมันเอาไปแล้ว ไอ้ตัวพิจารณา หายไปไหนไม่รู้ ไม่ทัน พิจารณามันไม่อยู่

✨️เพราะฉะนั้นต้องเอาอัศวินคู่ใจไว้ที่ตัวเองคือตัวพิจารณา อัศวินคู่ใจพิจารณาให้มาก คำนี้ลึกซึ้งและกินความ ถ้าปฏิบัติ เอามาปฏิบัติได้จริง จิตย่อมแล่นไป ความเลื่อมใสย่อมเลื่อมใสแน่นอน ที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ โอ้โห สละสลวย ตรัสไว้สั้นๆ ฟังดีๆแล้วเอาไปทำให้มันเกิดสภาพ ฟังแล้วเอาไปตามตัวเองดู เออ.. เราพิจารณาน้อยจริงๆ เพราะฉะนั้น เมื่อพิจารณาน้อย มันก็ย่อมจิตไม่แล่นไป ไม่เลื่อมใส ไม่เจริญ ไม่ก้าวหน้า ไม่พัฒนา แต่ถ้าเราได้พิจารณาจริง มันก็จะชัด

🍂เพราะฉะนั้นตัวหลักๆนิวรณ์ 5 นั่นแหละเป็นตัวกิเลส ที่จะอยู่ในใจเราแท้ๆเลย เพราะฉะนั้นในรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณทั้งหมดเราใช้มันหมดเลย ✨️ธรรมะของเรามันมีรูป รูปตั้งแต่สิ่งที่ถูกรู้ ตั้งแต่รูปธรรมวัตถุ จนกระทั่งถึงรูปในจิต เป็นรูปจิต เป็นรูปสิ่งที่ถูกรู้ อ่านออก ตัวถูกรู้ก็เป็นตัวรูปมันไม่รู้เรื่องหรอกตัวถูกรู้ ตัวรู้มันมีซ้อนอีกต่างหาก จิตกับจิต อ่านจิตในจิต อ่านเวทนาในเวทนา เวทนาก็เป็นเรื่องของจิต อารมณ์อาการของเรา

✨️เมื่อเรามียกจิตขึ้นอีกเป็นปัญญา ยกจิตขึ้นสู่วิปัสสนา ก็คือจิตมันจะมาเห็นจิต จิตของเราจะเห็นจิต มันมีญาณตัวจิตตัวหนึ่งก็คือญาณปัญญาของเรานะ มันอยู่ไหนไม่รู้ คุณฝึกขึ้นมา คุณก็ต้องรู้พยายามอ่านจิตของเราเอง จิตของเราเองที่มันเป็นเวทนาก็ตาม มันเป็นจิตก็ตาม หรือมันเป็นกิเลสก็ตาม มันเป็น สราคะ สโทสะ สโมหะอย่างไรก็ตามนะ เสร็จแล้วเราก็มีญาณอีกอันหนึ่งอ่านเห็น เห็นแล้วมันมีรูปกับนาม มันมีตัวหนึ่งถูกรู้ มันอีกตัวหนึ่งเป็นนามเป็นตัวรู้ อันหนึ่งเป็นธาตุรู้ อีกตัวหนึ่งเป็นธาตุจิต เหมือนกัน แต่เป็นธาตุจิตที่ถูกรู้ (ในหนังสือ: คนคืออะไร ทำไมสำคัญนัก) มันไม่ใช่วัตถุรูปแล้ว มันเกี่ยวเนื่องกันก็ใช่ เราก็พิจารณาตามว่า มันเป็นตัวเหตุต่อเนื่องกันเข้ามาหาอายตนะแล้วก็เข้ามาสู่จิตของเราเป็นรูป เป็นเวทนา เป็นสัญญา เป็นสังขารมันเป็นอย่างไรมันปรุงแต่งแล้วนะ กำหนดรู้ให้ชัดอารมณ์เวทนาโดยเฉพาะตัวเวทนานี่พิจารณาถึง 108 วิเคราะห์ วิจัยออก จนกระทั่งชัดเจนว่า เราได้เรารู้แล้วเวทนา 108 นี่เ รามีภาคปฏิบัติของเราได้ ทำตั้งแต่กาย มาจากกาย เป็นกายิกเวทนาหรือเจตสิกเวทนามาจากทางใจของใจเอง เจตสิกเวทนาหรือของกายนี่ เวทนา 2 เวทนา 3 มีสุข-ทุกข์ อุเบกขาหรือ อทุกขมสุข เออ..เราก็ได้รู้แล้วอารมณ์อย่างไรนะ อารมณ์มันนี่ มันอารมณ์กำลังระเริงสุขหรือสุขด้วยอัตตาก็ตามใจคุณเองเถอะ

🌻#พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ฝึกปฏิบัติจิตให้อยู่เหนือสุขและทุกข์ 5 กรกฎาคม 2546 ที่สันติอโศก กรุงเทพฯ

CR: รายการ #พุทธศาสนาตามภูมิ 14 มกราคม 2569

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน