221018-D ธรรมจากพระโพธิรักษ์ ตอนบารมี10ทัศ ตอน4-พ่อท่าน-สถานีวิทยุขส.ทบ-R305.txt

โฟลเดอร์2522 MP3 บารมี10ทัศ-สถานีวิทยุขส.ทบ ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์46 KB
วันที่แก้ไข31 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

ขณะนี้เราได้เข้าสู่รายการธรรมะจากพระโพธิรักษ์ได้จัดให้มีขึ้นเป็นประจำตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันเสาร์ธรรมะที่เราจะได้รับฟังกันในวันนี้เป็นการบรรยายเรื่องบารมี 10 ทัศซึ่งได้เสนอติดต่อกันมาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ขอเชิญท่านรับฟังได้ณบัดนี้ วงเงินผู้ใดเพิ่มวิริยะบารมีเพิ่มขันติบารมีสัจจะบารมีอธิษฐานบารมีหมายความว่าเป็นผู้พิพากเพียรที่จะหัดทำทานให้มากขึ้นภาคเรียนที่จะรักษาศีลให้มากขึ้นถ้าเพียรที่จะฝึกตนให้ออกจากกามคุณมากขึ้นมากขึ้นรถลงปล่อยออกในเรื่องกามคุณมากขึ้นเป็นผู้สร้างปัญญารู้ให้ได้ว่าโลกนี้มันแย่งทรัพย์สมบัติกันโดยไม่ยอมทานโลกนี้มันจะเบียดเบียนกันมันจะทำในสิ่งที่ไม่เป็นศีลละเมิดศีลทำในสิ่งที่ไม่น่าดูไม่มีสีไม่มีธรรมกันมากขึ้นโลกนี้มันมีแต่ หลวงตาไม่ออกจากกามมากขึ้นผู้ใดเกิดปัญญาอย่างนี้ผู้นั้นพากเพียรเข้าพากเพียรเขาก็จะเพิ่มปัญญาอย่างนี้เข้าทุกทีทุกทีแล้วเราก็พยายามฝึกตนให้สูงขึ้นสูงขึ้นอดทนนะมีทานให้มากรักษาศีลให้สูงให้ละเอียดเพิ่มขึ้นออกจากกามไม่สนิทมากขึ้นเราจะได้ปัญญามากขึ้นมากขึ้นมันก็จะส่งเสริมให้เรายิ่งขยันยิ่งวิริยะมากขึ้นและมันก็จะส่งเสริมให้เราทำมากขึ้นเราก็ต้องอดทนที่จริงมันไม่ง่ายคนเรามันเคยชินมันโลภในลาภโลภในเงินทองวัตถุไม่อยากทานแล้วมันก็ไม่อยากจะมีศีลอะไรหรอกศีลต้องบังคับไม่ให้ทำอย่างนี้ให้ทำเป็นอย่างโน้นจะถึงยากๆทั้งนั้นศีลเนี่ยแต่สีหน้านี่ก็ทำก็ไม่ค่อยได้ ศีล 8 ก็ยิ่งทำยาก 40 ก็ยิ่งทำยากจุลศีลก็ยิ่งทำยากใหญ่มัชฌิมศีลมหาศีลยิ่งยากขึ้นไปใหญ่โอวาทปาฏิโมกข์ศีลต่างๆนานาที่พระพุทธเจ้าท่านสอนไว้ทุกเหลี่ยมทุกมุมก็ยิ่งทำยากละเอียดขึ้นไปเท่านั้นเท่านั้นเพราะฉะนั้นศีลก็ทำไม่ยากเพราะฉะนั้นจึงต้องอาศัยขันติอาศัยสัจจะเราวิริยะยังไม่พอขยันหมั่นเพียรยังไม่พอต้องมีขันติหัดอดทนห

อ่านต่อ

ัดกล้าทำให้กล้าฝืนคมข้าวอดกลั้นข้าวมีสัจจะหมดสตางค์สีตั้งข้อสมาทานตั้งจุดที่เราจะกระทำตั้งหลักเกณฑ์ที่เราจะประพฤติแล้วเราจะต้องมีสัจจะทำให้ได้จริงๆตามที่เราตั้งใจไว้ให้ได้อย่างนี้เรียกว่า สั่งสมบารมีมีขันติบารมีมีสัจจะบารมีและเราก็พยายามตั้งอธิษฐานคือตั้งจุดอธิษฐานไม่หมายความว่าตั้งฐานะหรือตั้งจุดที่เราสมมุติเอาไว้ว่าจะให้สูงมาจากคำว่าอธิบาย + ฐานะอธิษฐานอาทิแปลว่ายิ่งฐานะหมายความว่าเราจะเพิ่มฐานะให้แก่ตนทำให้ตนสูงขึ้นเรียกว่าฐานะอธิกฐานะที่จะยิ่งขึ้นสูงขึ้นนั้นก็คือพยายามเพิ่มภูมิโดยการเพิ่มทานตั้งใจไว้ว่าเราจะทำทานให้มากเท่านี้เท่านี้อย่างนี้ก็หมายความอธิษฐานเหมือนกันเราจะเพิ่มฐานะของแรงสูงเพราะเรามีบารมีทางทหารมากขึ้นแล้วก็เพิ่มตัวเองให้เป็นผู้ที่มีฐานะสูงขึ้นได้โดยธรรมเราจะเพิ่มศีล อธิษฐานคือตั้งจิตตั้งจิตที่จะเพิ่มฐานะให้ยิ่งขึ้นให้แก่เราและอธิษฐานเพิ่มขึ้นนี่เรียกว่าถูกต้องของคำว่าอธิษฐานแล้วเราพยายามทำการออกจากตาไม่มากขึ้นวันนี้เราจะเพิ่มและศีลเป็นศีล 8 ชีวิตก็จะบริรักษ์มันจะทำให้เราลดในการเสพกามมากขึ้นนับจากคีตะหรือเรื่องกินอาหารในการไม่เสพในรูปรสกลิ่นเสียงในรัฐจะดูทางตาคีตะฟังทางหูมาลาดูทางตาดอกไม้คันธหอมในทางจมูกมาลากันพระวิเลปะนะเครื่องตกแต่งสัมผัสในทางกายสาธารณะสิ่งที่จะส่งเอาไว้ในตัวเราสิ่งที่เราจะ ทำไม่ได้ในตัวเราไม่ให้เป็นไปเพื่อความตกแต่งประดับประดามันชนะลิเวอร์พูลชนะฐานาทำฐานะให้เรานี่เป็นไปด้วยการชูช่อตกแต่งครบสงบฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟ้อลิเวอร์พูลชนะทานหมายความว่าพ่อฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยมากขึ้นด้วยอะไรก็ตามแต่ตั้งแต่นัดจะคีตะมาลาคันธะวิเลปะนะทุกสิ่งทุกอย่างนี้เราจะไม่พอกตัวเราเองเข้าไปให้เป็นฐานอันใหญ่ฐานอันโตทานอันสูงสุดอันขาดเราจะไม่ทำอย่างนั้นเราจะทำตนให้เป็นผู้ที่เบาง่ายว่างเป็นฐานนะเป็นผู้ที่มีฐานะอยู่ได้อย่างสะดวกอยู่อย่างสงบอยู่อย่างเล็กน้อยไม่ต้องฟุ่มเฟือยไม่ต้องเปลือง อย่างนี้เป็นฐานะที่ดีถ้าใครทำตนให้เป็นผู้ที่อยู่ในฐานะที่ยากลำบากต้องกระดกประดับประดาต้องมีแต่สิ่งที่ตกแต่งต้องมีแต่สิ่งที่จะต้องพอกต้องมีแต่สิ่งที่จะต้องเป็นตกแต่งเป็นมรณะสิ่งที่จะต้องทรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีทรงไว้ซึ่งเกียรติยศทรงไว้ซึ่งความเป็นผู้ที่เหมือนกับมีลาภมียศสรรเสริญมากมายก่ายกองทรงไว้ซึ่งรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสหนาเตอะไม่เอาเราจะต้องเป็นผู้ที่ไม่พอไม่เพิ่มเรียกว่าวิเลปะนะเราจะต้องเป็นผู้ที่ไม่หลงในสิ่งที่เป็นกลิ่นเป็นหอมอะไรก็ไม่เอาคันพระไม่เอาหลงเลยรูปสวยๆงามๆเป็นสีเป็นสันเป็นดอกไม้ดอกไร่เป็น รูปเป็นร่างอะไรที่มีสีมีสันงามๆไม่เอาไม่เอาเท่านั้นเชิดฉันไปด้วยเสียงไพเราะว่าดีตะคีตะกลมขับกล่อมอะไรก็ไม่เอานัทจะเป็นการวางมาดวางท่าวางทางจนจะกลายเป็นการเล่นการละหัวอะไรไปไม่ใช่ท่าทางอันเป็นไปโดยธรรมท่าทางที่เป็นไปโดยความดีความสงบระงับความสุภาพความเรียบร้อยอย่างพอดีไม่เอาถ้าใช้เกินขอบเขตอย่างนั้นไม่เอาจนกลายเป็นเรื่องเป็นฟ้อนเป็นรำเป็นเถิดจึงเฉิดฉายอะไรอย่างนั้นยิ่งไม่เอาใหญ่เลยการเล่นแบบนั้นยิ่งไม่เอาเราจะเป็นผู้ที่มีการกินอยู่หรือการใช้สอยที่รู้จัก เรียกว่าวิกาลโภชนาวิกาลหมายความว่ากำหนดการกำหนดครั้งกำหนดเวลาและกำหนดจำนวนถ้าไม่ตามเป็นไปตามที่กาลที่เรากำหนดแล้วเครื่องใช้คดีโภชนาหมายความว่าเครื่องใช้ก็ดูได้ด้วยเครื่องกินก็ดีเครื่องอุปโภคและบริโภคนั้นเองโภชนะเครื่องใช้เครื่องกินต่างๆถ้าเกินกว่าที่เรากำหนดแล้วเช่นเราจะกินวันละเท่านี้ 2 มื้อ 3 มื้อหรือมื้อหนึ่งเกินกว่านั้นเราไม่กินเล่นกินหัวไม่กินตกแต่งไม่กินให้มันฟุ่มเฟือยไม่ประดับประดาแล้วจะกินให้ถูกกินให้เป็นกินง่ายๆสะดวกแม้แต่เครื่องใช้เราก็จะใช้ให้เป็น ไม่ถูกกาละทวิกาลไม่เอาถูกกาละหมายความว่าทุกการถูกเวลาที่เรากำหนดหรือโลกก็กำหนดบ้างเป็นเครื่องแต่งตัวไปทำงานตามควรเล็กน้อยแล้วก็เอาเราจะไม่ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยไปกับโลกเป็นแฟชั่นเป็นการสมัยมันเกินขอบเขตเราไม่เอาเราเอาสิ่งที่จำเป็นที่สุดถ้าเราทำงานเราก็แต่งเครื่องแต่งตัวของคนทำงานอยู่บ้านแล้วก็มีชุดธรรมดาที่อยู่บ้านง่ายๆไม่ล้มป่วยเป็นโรคหรือโลกียะเป็นแฟชั่นเป็นสมัยเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟ้อเราไม่เอาอย่างนี้ก็เป็นผู้ที่รู้จักวิกาลโภชนาเราก็จะเป็นผู้ที่รู้จักศีลแล้วก็ปฏิบัติศีลที่สูงขึ้นไปอย่างนี้เมื่อได้สิงห์ก็ดีได้ออกจาก สวัสดีมีอธิษฐานเพิ่มขึ้นมีจิตที่จะตั้งใจทำให้ตัวเรามีฐานะดีขึ้นเรียกว่าอธิษฐานที่แท้จริงเราก็จะเป็นผู้ที่ล้วนแล้วแต่จะเกิดเมตตาเกิดอุเบกขาเราจะได้เมตตาอุเบกขาเป็นบารมีซ้อนเมตตาคืออะไรเมตตาก็คือเรารู้จักได้รู้จักมีไม่รู้แล้วเราก็รู้จักพอพอรู้จักพอแล้วเราก็รู้จักให้พอให้มันก็เป็นเมตตาเราให้วัตถุก็เป็นเมตตาเราให้จิตใจที่เป็นโทสะเราไม่เอาแล้วเป็นโลภะเราก็ไม่โลภและนี่มันเป็นการให้เหมือนกันนะเป็นอภัยอภัยทาน สายพานความโลภทานความโกรธออกจากจิตนี่เรียกว่าอภัยทานไม่ก่อการเบียดเบียนไม่พยาบาทใครไม่ไปจะแก้แค้นไม่ไปเที่ยวไปอาฆาตอย่างนี้เรียกว่าไม่มีโทสะไม่มีโลภะไม่ไปอยากได้ของคนอื่นแม้ไม่อยากได้ของคนอื่นก็เป็นการทำอภัยทานคือทำจิตทำใจของเราไม่ควรเป็นคนขี้โรคอย่างนี้เป็นอภัยทานทำปัญญาให้สูงขึ้นยิ่งนอกจากเราไม่เอาไม่กี่โลแล้วเราให้ด้วยก็เป็นเมตตาให้วัตถุก็เป็นเมตตาให้การอภัยในทุกๆสิ่งไม่โกรธไม่เกลียดไม่รักไม่ผูกพันให้มากอย่างนี้ก็เป็นเมตตาจนกระทั่งจิตของเราจะเกิดสภาวะสูงสุดคือจะเกิดอุเบก เป็นผู้ที่มีจิตเฉยเป็นผู้ที่ไม่สั่นสะเทือนในโลภะโทสะไม่รักจนแรงไม่โกรธด้วยไอ้โกรธยิ่งไม่ให้มีเลยและรักก็ไม่รักอย่างแรงอย่างเป็นลูกๆเราจะรักอย่างผู้ที่มีเมตตาเท่านั้นคือรักเอ็นดูไม่ใช่รักอย่างโลกรักจากเอ็นดูรักจากเมตตาคือจะช่วยเขาถ้าจะรักก็รักเพื่อจะช่วยเขาอย่างนี้เรียกว่ารักอย่างเมตตาแต่ก็ไม่รักพี่จ๋าหรือว่ารักอย่างรุนแรงอะไรเราจะรักอย่างกรุณาปราณีเอ็นดูเมตตาอย่างนั้นแล้วเราก็จะวางจิตของเราเฉยๆให้ได้ด้วยแม้รักก็รักและเป็นเพียงท่าทาง เป็นเพียงกายกรรมวจีกรรมส่วนจิตนั้นก็มีแล้วก็วางเป็นอย่างนั้นแหละอาการรักก็เป็นอย่างนั้นอาการเมตตาก็เป็นอย่างนั้นแล้วเราก็จะวางจิตให้เฉยๆให้เป็นกลางบารมีต่างๆนี่มันจะสูงขึ้นจากทานบารมีศีลบารมีเนกขัมมะบารมีปัญญาบารมีวิริยะบารมีขันติบารมีสัจจะบารมีอธิษฐานบารมีแล้วก็จะเกิดเมตตาบารมีและเกิดอุเบกขาบารมีเป็นที่สุดอุเบกขานี่เป็นฐานแห่งนิพพานเป็นฐานแห่งนิพพานผู้ใดทำจิตอุเบกขาได้ทำทานด้วยติดเฉยเรียกว่าทำทานให้จิตอุเบกขารักษาศีลให้จิตของเราเกิดความปรกติไม่ฆ่าสัตว์ ได้โดยเฉยๆไม่มีจิตไปอยากฆ่าสัตว์แล้วก็ไม่มีจิตไปรักเกินไปไม่รักเกินขอบเขตและก็ไม่อยากฆ่าเขาไม่อยากได้ของใครจิตเชยอทินนาทานนี้จะทำหลอกให้จิตเราไม่อยากได้ของใครจนเกินเหตุและไม่อยากได้เลยเป็นอุเบกขาเป็นที่สุดก็เป็นฐานของนิพพานไม่หลงในกามคุณผัวเมียก็ไม่หลงไม่อยากเจ็บเลยจนทำให้จริยาด้วยก็เป็นฐานของนิพพานพูดจาก็พูดเป็นไปเพื่อประโยชน์ไม่พูดเพื่อที่จะอยากได้จะโกหกตอแหลหล่อลวงด้วยเลทด้วยในผู้ให้เกิดการเกิดการทะเลาะเบาะแว้งไม่มี หยาบคายพูดเพ้อเจ้อส่อเสียดไม่มีเป็นพูดด้วยความกรุณาปราณีหรือพูดไปโดยธรรมพูดให้เป็นธรรมพูดด้วยความเฉยด้วยไม่มีจิตที่จะไปมีเจตนาพูดด้วยไม่มีเจตนาที่จะไปก่อโลภะก่อนโทสะหรือก่อความโกรธความรักอะไรพูดด้วยเจตนาดีที่จะต้องให้ให้เขาได้ธรรมะเฉยๆแล้วไม่พูดด้วยอารมณ์โกรธไม่พูดด้วยอารมณ์โทสะเป็นอารมณ์เฉยๆอย่างนี้ก็เป็นฐานแห่งนิพพานแม้ที่สุดเราไม่เสพไม่ติดอะไรเลยเมื่อไม่ติดอะไรได้เลยอย่างแน่แท้ของควรติดอย่างแรงกล้าเป็นยาเสพติดเป็นน้ำเสพติดเป็นของดื่มเสพ สูบเสพติดของกินเสพติดของใช้เสพติดหรือไปสร้างจิตเสพติดในเรื่องอารมณ์ต่างๆที่เราว่ามันเป็นกามารมณ์หรือเป็นธรรมารมณ์ต่างๆเราก็ไม่เสพติดได้ก็เป็นผู้ที่ยอดเยี่ยมเลยทีเดียวอย่างนี้เรียกว่าเป็นผู้ที่รู้จักฐานแห่งนิพพานอุเบกขานี่เป็นฐานแห่งนิพพานเข้าใจให้มากเข้าใจให้ดีและฝึกฝนให้ตัวเองทำอุเบกขาให้ได้ใจไม่ไปหวั่นไหวในอะไรทำทานก็ทำด้วยใจเฉยรักษาศีลก็ทำให้ตัวเองมีศีลอย่างที่เรียกว่าคิดเป็นปกติไม่หวั่นไหวเป็นอนินทรีย์ว่างได้ไม่โกรธไม่รักได้เป็นที่สุดเรียก ใครทำได้จากนี้ก็เป็นผู้ที่สั่งสมบารมีสูงสุดไปหาอุเบกขาและที่สุดเราจะต้องรู้อุเบกขาอันแท้จริงให้ได้ในขั้นสุดท้ายของอุเบกขาก็ยังเป็นอัตรายังเป็นจิตที่ยังมีตัวตนในการวางเฉยอยู่อันนี้เป็นขั้นสูงสุดเราจะมาวางอารมณ์นิพพานนี้เราจะมาวางฐานอุเบกขานี้เป็นขั้นสุดท้ายโดยเราจะไม่เป็นผู้ที่ประยึดมั่นถือมั่นในอุเบกขาจะใช้ไปทั้งหมดโดยไม่รับรู้อะไรเลยไม่ได้รู้ความเฉยเฉยเพราะเราไม่รับกิเลสตัณหาใช้เพราะเราจะไม่ทุ่มเทให้มันมีโลภะโทสะแต่เราเฉยเพราะเรารู้ เราเฉยเพราะเราไม่หยิบเอาเรื่องใดนั้นมาปรุงให้เป็นโรคให้เป็นกรดแต่เราจะเฉยที่จิตของเราแล้วเราจะทำด้วยหยุดเฉยแต่กายว่าชีทำทำในสิ่งที่เป็นกุศลสิ่งใดจะช่วยเหลือเจือจานใครๆได้โดยทางกายพอสมควรกระทำทำด้วยทางปัญญาที่เรามีเราให้ปัญญาแก่เขาได้ปรุงขณะที่ปรุงมันไม่เฉยเพราะฉะนั้นอันนั้นเป็นกุศลเราไม่เฉยแต่เราทำงานอย่างนี้ได้แก่ใครเราก็จะเป็นผู้ทำความเข้าไปให้มากที่สุดที่สุดเราก็จะได้เป็นผู้ที่ช่วยเหลือโลกเป็นผู้เกื้อกูลโลกเป็นผู้มีคุณ โลกได้มากที่สุดและเราเองเราไม่รับอะไรมามากจะรับอาหารพอกินวันนึงมื้อนึงพอเลี้ยงปลาเลี้ยงขันไปได้ถ้าเขาให้มาเราก็รับเสื้อผ้าก็มีใช้ชุดนึงก็เหลือแหล่มีผ้า 3 ผืนไตรจีวรก็พอแล้วที่อยู่ใครก็มาสร้างให้อยู่ก็สงเคราะห์อยู่ไปทำประโยชน์ได้เลื่อนจากตรงนี้ไปจังหวัดโน้นไปอำเภอนี้เกิดจากมุมนี้ไปที่โน่นทำกุศลด้วยช่วยไปไม่หยุดถิ่นฐานบ้านที่อะไรเป็นของเราได้เรื่อยๆไปผู้นั้นก็ยิ่งมีคุณธรรมที่สูงส่งเรืองโรจน์น้อยกินน้อยเครื่องอุปโภคบริโภคน้อย กินกับวันละมื้อเครื่องนุ่งห่มก็มีเป็นชุดเดียวที่อยู่ก็ไม่เปลืองอะไรไม่เอาเฉิดฉายไม่เอาใหญ่โตมโหฬารนะพอหลบแดดหลบฝนให้พออยู่พออาศัยเพียงพอดีไม่มีซะเลยนอนใต้ร่มไม้ก็ได้รุกขมูลต่างๆนอนกับพื้นดินพื้นหญ้าอะไรก็ได้ง่ายๆอย่างนี้เรียกว่าเป็นผู้ที่มีกุศลอันสูงเป็นผู้ที่สามารถเกื้อกูลโลกด้วยคุณงามความดีอันแท้จริงไม่เบียดเบียนโลกและแถมเป็นผู้ใช้น้อยกินน้อยเป็นผู้เปลืองโลกน้อยก็กลายเป็นคนทำงานให้แก่โลกมากแต่เปลืองโลกน้อยโลกก็กำไรโลกกำไรอย่างนี้มีคนอย่างนี้มากๆใน เศรษฐกิจก็ดีเพราะพรุ่งนี้ไม่สะสม 1 อย่างนึงไม่เอารากมาสะสมไว้ไม่หลงในยศไม่หลงในสรรเสริญและทำงานโดยไม่ต้องให้ใครเอายศมาตั้งทำงานไม่ต้องมีใครมายกยอสรรเสริญแต่เต็มใจทำทำจริงๆไม่หยุดหย่อนมีโอกาสเมื่อใดทำกุศลอันใดมีทำเรื่อยอันใดเป็นของดีที่จะช่วยเกื้อกูลผู้อื่นได้ด้วยกายกรรมด้วยวจีกรรมด้วยมโนกรรมของตนทำเข้าไปท่านไม่มีวัตถุอะไรมากถ้ามีแต่กายกรรมวจีกรรมมโนกรรมซึ่งจะกระจายแผ่ไปได้ไกลนั้นก็เป็นธรรมจักรก็เป็นธรรมมโนก็เป็นธรรมให้แก่ผู้อื่นได้อย่างบริสุทธิ์ผุดผ่องไปเรื่อยๆจนกว่าท่านจะตายจากโลกนี้ไป ถ้าคนชนิดนี้มีในโลกนี้มากโรคก็เริ่มเย็นเพราะกระแสสะพัดเงินก็ไม่ไปกองอยู่ที่ใดมากเพราะท่านเองถ้าไม่เป็นผู้ที่สะสมคนนึงแล้วมันก็ไม่มาตกกองอยู่ที่นี่มากโลกนี้ถ้าเผื่อว่ามีคนมีของวัตถุทรัพย์สมบัติวัตถุมากๆแล้วก็ได้หัดทำอย่างท่านบ้างแหมทำไม่ได้ถึงขนาดที่พระคันทรีพูดให้ฟังนี่ว่าท่านไม่โลภในลาภยศสรรเสริญอะไรแล้วและท่านก็ทำงานด้วยกายจะทำวจีทำมโนธรรมอย่างกล่าวนี้ไม่โลภอะไรไม่สะสมอะไรข้าวกินวันละมื้อเสื้อผ้ามีไตรจีวรที่อยู่ไม่ยึดที่อยู่พอหลบแดดพอหลบอาศัยได้ทำขุดให้พอเราอาศัยก็อยู่ไปโปรดไปแล้วก็หมุนเวียนไปจากมุมโน้นมากๆนี้มั่ง อำเภอนี้มากตำบลนี้บ้างเรื่อยๆผู้ที่ทำได้ถึงขนาดนี้ก็เป็นพูดที่เกื้อกูลโลกได้อย่างดีดังกล่าวแล้วผู้ที่จะกระทำตามเห็นอันนี้ว่าเป็นธรรมเห็นอันนี้ว่าเป็นของดีเห็นอันนี้มันเป็นสิ่งที่ควรเอาอย่างแล้วก็หัดทำบ้างโดยแท้จริงผู้นั้นก็เป็นผู้ที่ได้รับผลดีเป็นผู้ได้มีปฏิปทาอันสูงอันควรเป็นผู้ที่จะยังโลกนี้ให้เจริญอย่างแท้จริงคนที่เป็นพระอริยะดังกล่าวนั้นคือเป็นผู้ที่ไม่โลภในลาภยศสรรเสริญสุขไม่สั่งสมอะไรแล้วไม่เสพกามเป็นผู้ที่ไม่มีสมบัติเป็นของตัว เป็นผู้ที่แสดงธรรมแก่ธรรมเป็นผู้ที่เกื้อกูลโลกด้วยการทำตัวเองเป็นตัวอย่างไม่โลภไม่โกรธไม่หลงมีกายจะทำมีวจีทำมีมโนธรรมคนอย่างนี้มีในโลกทุกยุคทุกสมัยแต่ไม่มากแต่จะเป็นผู้ที่ช่วยโลกไว้จริงๆอย่ากลัวโลกนี้จะมีคนมาบวชเป็นพระอรหันต์หมดโลกอันนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยไม่ว่าโลกยุคไหนสมัยไหนปางไหนมีไม่ได้มีพระอรหันต์จำนวนหนึ่งถ้ามากได้เท่าใดเท่าใดโลกยุคนั้นแหละเจริญที่สุดโลกยุคนั้นท่านเรียกว่าโลกยุคพระศรีอริยเมตไตรยจะมี ทหารม้าที่สุดพระพุทธเจ้าเคยตรัสไว้ว่าสมัยพระพุทธองค์นี่นะพระพุทธองค์โปรดคนนี้ท่านบอกว่าท่านเองท่านสอนคนท่านพยายามทำให้คนชักจูงคนมาปฏิบัติธรรมนี่ก็จะบรรลุอรหันต์เป็นจำนวนร้อยเป็นเอนกไม่มากหรอกเป็นจำนวนร้อยเป็นอันนี้เท่านั้นเองท่านว่าอย่างนี้ท่านตัดอย่างนี้แต่สมัยยุคพระศรีอริยเมตไตรยที่พระศรีอริยเมตไตรจะโกรธคนให้ออกมาเป็นพระอรหันต์ได้มีจำนวนพันเป็นอเนกท่านตรัสอย่างนี้เพราะฉะนั้นผู้ที่เป็นพระอรหันต์ในยุคพระศรีอารย์จึงจะมีมากที่มีมากนั้นก็เพราะว่าคนในรุ่นนั้นเขามีกิเลส แล้วก็เขาก็เจริญในทางใจในจิตใจในวิญญาณมากวัตถุของเขาก็ไม่หนักหนาเพราะฉะนั้นเขาจึงจะเป็นพระอรหันต์ได้มากแล้วเขาก็เกื้อกูลโลกได้สูงเพราะจำนวนพระอรหันต์มากยิ่งเป็นการเกื้อกูลโลกได้สูงโลกก็ร่มเย็นสันติเดี๋ยวนี้โลกต้องการคนที่เรียกว่าอย่างพระอรหันต์มากหรือเป็นพระอริยะก็มาถ้าใครปฏิบัติตนให้มีทานมีศีลมีเมฆคำว่ามีปัญญาแล้วก็มีวิริยะมีขันติมีสัจจะมีอธิษฐานเกิดเมตตามีอุเบกขาธรรมมาเป็นบารมีมากๆผู้นั้นก็จะใกล้ความเป็นพระอริยะและก็เดินทางเป็นพระอริยะ ความเป็นพระอรหันต์แล้วก็เดินทางไปสู่ความเป็นพระอรหันต์เมื่อเป็นได้มีได้ในโลกโลกก็จะเจริญแท้จริงแล้วก็จะทำให้โลกนี้ปกติมีสันติมีความร่มเย็นได้อย่างแท้จริงผู้ใดเห็นตามผู้ใดเข้าใจได้ก็เริ่มต้นทำเถอะเริ่มต้นปฏิบัติธรรมศรีเนตรธรรมะสร้างปัญญาด้วยวิริยะขันติสัจจะอธิษฐานแล้วเราก็จะได้เกิดเมตตาอุเบกขาให้แก่ตนอย่างสูงอย่างแท้จริงขอให้ทำทุกๆคนทำได้ตามปัญญาตามภูมิของตนอันนี้เป็นของดีพระพุทธเจ้าก็สั่งสมบารมี 10 ใครใครใครใครใครใครใครใครก็ควรสะสมบารมี 10 อย่างที่ว่านี้เป็นของที่ดีที่สุดสูงที่สุดถ้าใครมัวแต่ไม่มีทานเอาแต่โลภโลภโลภคนนั้นเป็นคนผลาญบ้านผลาญเมืองใครเป็นไม่มีศีลคนนั้นก็เป็นคนที่ผ่านบ้านผลาญเมืองทำบ้านเมืองให้คับแค้นเบียดเบียนเป็นกระหรี่ยุคก็ไม่มีสีไม่มีธรรมและก็ไม่มีทานก็มีแต่ขี้โรคเบียดเบียนเห็นแก่ตัวโลกมันก็คับแค้นถ้าไม่มีเลขธรรมะไม่มีการออกจากกามมันก็จะมีการแย่งชิงกันมากมีเข้าคู่ต่อสู้มีข้าศึกเยอะในโลกดังกล่าวแล้วอธิบายแล้วถ้าผู้ใดไม่สั่งสมปัญญาที่เป็น ปัญญาโลกุตระหรือเป็นปัญญาในทางธรรมที่ได้อธิบายมานี้ไปสั่งสมแต่ปัญญาทางโลกจะพยายามโลกหาทางสร้างล่าไปเป็นตัวเองให้มากๆมีปัญญาที่จะหาล่าให้กับตัวเองมีปัญญาที่จะเสริมให้แต่ตัวเองมียศสูงๆมีปัญญาที่จะซื้อให้ตัวเองมีสรรเสริญเยอะแยะมีแต่ปัญญาที่จะหาสุขมาเสพๆๆให้มากๆและวันๆนึงก็จะหาทางได้เสพสุขในท่าเดียวปัญญาอย่างนั้นเรียกว่าโลกิยะปัญญาทางโลกถ้าใครจะเสริมแต่บรรยายอย่างนั้นโลกทุกโลกมันก็จะทุกข์โรคมันก็จะแย่งกันมันจะมีแต่คนคิดอย่างนั้นมันก็จะมีแต่การเบียดเบียนแย่งชิงลาภยศสรรเสริญสุขแล้วก็กามคุณกันตลอดกาลเพราะฉะนั้นต้อง มีปัญญาอย่างโลกุตระคือปัญญาที่ออกจากกามปัญญาที่ไม่โลภลาภปัญญาที่ไม่หวงแหนลาภวัตถุปัญญาที่ไม่ต้องหลงยศไม่มียศก็ได้ปัญญาจึงต้องไม่หลงสรรเสริญไม่มีใครมาสรรเสริญก็ได้ปัญญาที่ไม่เสพสุขเลยไม่หลงในความสุขเลยอย่างนี้สูงสุดถ้าผู้ใดทำได้จนถึงขั้นที่เรียกว่าไม่เสพสุขเป็นผู้ไม่ได้จิตไม่มีสุขและรู้ทุกข์ดับทุกข์ให้แก่ตัวเองวางจิตให้เฉยเป็นอารมณ์อุเบกขาทำได้ตลอดเวลาผู้นั้นก็เป็นผู้ที่ถึงที่สุดยอดที่สุดผู้นั้นแหละจะเป็นผู้ที่ช่วยโลกได้อย่างดีที่สุด คนอย่างนี้ว่าพระอรหันต์คือพระอรหันต์เป็นผู้ที่ช่วยโลกอย่างมากที่สุดถ้ามีปัญญามากเป็นสัพพัญญุตญาณเราเรียกว่าพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าถ้าไม่มีสัพพัญญุตญาณมีปัญญาที่รู้ว่าทานคืออะไรศีลคืออะไรเนกขัมมะคืออะไรและต้องเข้าใจว่าวิริยะขันติสัจจะอธิษฐานคืออะไรแท้ๆแล้วก็มาอธิบายให้คนฟังมีเมตตาคืออะไรทำเอาอุเบกขาคืออะไรเข้าใจแล้วก็ช่วยเหลือผู้อื่นให้เป็นผู้ที่ลดโลภะโทสะโมหะได้อย่างที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดทั่วโลกนี้ก็จะได้รับประโยชน์และก็ทุกคนก็จะได้ปฏิบัติตามโลกก็จะได้สัน โลกกว่าจะได้เจริญอย่างแท้จริงไม่ใช่เจริญแต่ทางวัตถุเจริญในการสร้างลาภยศสรรเสริญให้มันมากๆแล้วก็หลอกกันว่าอย่างนั้นสุขอย่างนี้สุขแล้วก็แย่งชิงสุขกันแท้จริงก็ตีรันฟันแทงกันแย่งสุขกันนั้นอย่างนี้เราไม่เรียกว่าโลกจะเจริญต้องเข้าใจความเจริญที่แท้จริงให้ได้เอาเท่าที่พูดมานี้ทั้งหมดนี้ขอให้ทุกคนนำไปคิดไปไตร่ตรองแล้วก็เอาไปประพฤติปฏิบัติตามให้กินเริ่มต้นตั้งแต่ทานที่อาตมาได้พูดมาตั้งแต่ต้นแล้วพยายามชักชวนเข้าใจให้ได้สำหรับคำบรรยายเรื่องบารมี 10 ทัศก็ได้จบลงแต่เพียงเท่านี้ องค์ใดพระสัมพุทธท้าววิสุทธิ์สุดท้องใสตัดปูนกิเลสไกลหลีกและในสิ่งลื่นล้มทำใจท่านเกิดแล้วเหมือนดวงแก้วนาทีชมที่สูงสุดดับระทมด้วยพระธรรม [ไม่สามารถถอดข้อความได้] คำนั้นผูกพันทั้งหลายจงเปล่งวาจาว่าสาธุ [ไม่สามารถถอดข้อความได้]

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน