สื่อธรรมะพ่อครู(กถาวัตถุ 10) ตอน กถาวัตถุ 10 ที่พาเจริญ_.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(กถาวัตถุ 10) ตอน กถาวัตถุ 10 ที่พาเจริญ ธรรมะที่พูดมาวันนี้ วันมาฆบูชา จึงเป็นธรรมะที่เห็นว่าประชาชนคนไทยทั้งหลายเอ๋ย ตื่นเถิด หันเข้ามาสนใจในธรรมะบ้าง ชีวิตของความเป็นคนสูงส่งกว่าสัตว์เดรัจฉานตรงที่มีธรรมะ สัตว์เดรัจฉานไม่รู้ว่าธรรมะคืออะไร ถ้าคนไหนไม่รู้ว่าธรรมะคืออะไร ไม่เคยใส่ใจ นอกจากหมกมุ่นกับ ลาภ ยศ สรรเสริญ กามารมณ์ บำเรออัตตา คนอย่างนั้นแม้จะรวยลาภ และจะสูงส่งด้วยยศศักดิ์ ได้เสพสุขที่บำเรอกาม พรั่งพร้อมไปด้วยเบญจกามคุณ เหมือนเทวดาองค์ใดองค์หนึ่ง บําเรออัตตาตนเองอยู่ คนที่ได้เจริญแบบนั้นจิตเสพจัดจ้านกว่าสัตว์ เพราะสัตว์ไม่รู้ไม่มีอุปาทานเหล่านั้น สัตว์เดรัจฉานมันสะสมไม่ได้แบบคน น้อยสัตว์ชนิดที่จะสะสมซุกซ่อนของกินบ้าง แต่คนนี่สะสมเหลือเกิน จิตโลภ มักมาก กอบโกยแย่งชิงยิ่งกว่าสัตว์ ถ้าเรามีจิตอย่างนั้นจะเจริญกว่าสัตว์ไหม? ธรรมะใดไม่เป็นไปเพื่อความ ละ หน่าย คลายกิเลส เพราะคนไม่รู้จักธรรมะ ไม่เข้าใจกิเลส ที่พามักมาก ต้องการรวย ต้องการมาก เป็นมหัปปิจฉะ คนหลงสะสมอบาย กามโลกธรรมจัดจ้าน เป็นรสอร่อยทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ จนเป็นความเมามัว ขั้นลึก สุราเมระยะ มัชชะ ถ้าไม่ล้างตั้งแต่หยาบมาก่อน มาถึงกลาง จนถึงละเอียด ไม่รู้เรื่องมีแต่ความติดยึด จิตจึงยิ่งหนาด้วยกิเลสเรียกว่าปุถุชน ยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานจริงๆ สัตว์เดรัจฉานมันไม่ติดยึดขนาดนี้ คนไม่รู้ก็ไปแย่งเขา คนรู้แล้วไม่ต้องไปแย่งเขา จะไปหลงเสพอะไรมากมาย คานธีบอกว่า “ทรัพย์สมบัติในโลกนี้มีมากมายที่จะแบ่งแจกใช้สอยมีพอสำหรับแบ่งแจกทั้งโลก แต่ไม่พอในคนคนเดียวที่ขี้โลภ” อัปปิจฉะ สันตุฏฐิ ปวิเวก อสังสัคคะ วิริยารัมภะ ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุติ วิมุติญาณทัสสนะ คือ กถาวัตถุ 10 คนจะพูดกันตั้งแต่สองคน สามคน หรือ
อ่านต่อ
ในกลุ่มคนไหนๆ ถ้าพูดไปแล้วส่งเสริมให้มักมากเป็นมหัปปิจฉะ ไม่สันโดษ ไม่รู้จักพอ มีแต่มากเท่าไหร่ก็ไม่พอ ไม่สันตุฏฐิ จิตไม่สงบ ไม่อสังสัคคะ ไม่เป็นไปเพื่อไม่ประกอบสวรรค์ แต่เขาแปลอสังสัคคะว่าปลีกเดี่ยวเหมือนฤาษี ว่าจะหลุดพ้น แบบนั้นไม่ใช่ แต่ศาสนาพุทธต้องมีมิตรดีมาก่อนเลย เป็นแสงเงินแสงทองพระพุทธเจ้า ว่าเราคือมิตรดีของเธอภิกษุ ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่ต้องเข้าหมู่กลุ่ม ไม่ใช่หลีกหนีจากกลุ่มไปอยู่คนเดียว ในกถาวัตถุ 10 ที่พูดกัน ถ้าไม่เป็นไปเพื่อความมักน้อย ใจพอ ไม่เป็นไปเพื่อวิเวก 3 ไม่เข้าใจอนุปุพพิกถา คือ มีทาน ศีล สวรรค์(สัคคะ) แล้วโทษของกาม รู้จักทานที่จะทำให้จิตละหน่ายคลาย ให้จิตเป็นอุบัติเทพ เป็นเทวดาที่กิเลสลด จิตเกิดใหม่ คนธรรมดามีแต่จิตสมมุติเทพ เทวดาเก๊ทั้งนั้น ความเป็นเทพ คือจิตวิญญาณสะอาดเจริญ ไปหลงแต่สมมุติเทพที่ปุถุชนรู้กันหมดว่าจะเป็นสุขอย่างไร เราก็มาล้างสวรรค์เก๊นี้ แต่เขาไม่รู้เรื่องก็เลยปฏิบัติไม่มีมรรคผล คำพูดที่เป็นไปเพื่อความละหน่ายคลายคือ กถาวัตถุที่พาเจริญ แต่ถ้าพูดไปแล้วมีการทำให้มักมากขึ้น แล้วก็จะบอกว่าพอ ไม่ใช่ ต้องรู้จักความพอ แล้วให้เกิด กายวิเวก จิตวิเวก อุปธิวิเวก กายก็เข้าใจกันผิด พระพุทธเจ้าว่ากายคือ จิตบ้าง มโนบ้าง วิญญาณบ้าง ถ้าการพูดใดไม่เป็นไปเพื่อ กถาวัตถุ 10 ก็เป็นเดรัจฉานกถา เป็นการพูดที่ขวางทางนิพพาน ไม่เป็นไปเพื่ออนุตตริยธรรม พวกเราปฏิบัติธรรม ชาวอโศกทำงานมาช่วยสังคมแต่เขาไม่แยแส ไม่ได้พูดทวงบุญคุณนะ อย่างข้าราชการเขาทำงานรับจ้างประชาชน แต่เราทำงานรับใช้ประชาชนจริงๆ ไม่ได้หวังโลกธรรมเลย ข้าราชการประจำเป็นนักการเมืองเบอร์หนึ่งเลย ไม่ทำก็ได้บำนาญอีก ประชาชนเลี้ยงไว้ให้เป็นผู้รับใช้ประชาชน ข้าราชการการเมืองเขาให้ไปตรวจสอบข้าราชการประจำ แต่ไปซูเอี๋ยกันอีก ข้าราชการหากทำสุจริตจริงไม่ต้องกลัวตรวจสอบ แต่นี่เสื่อมกันหนักแล้ว สังคมประเทศชาติถึงเดือดร้อนอย่างที่เป็น ตอนนี้ผู้บริหารก็พยายามจะกวาดล้างสิ่งที่เลวร้าย พอร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาก็เพื่อกำจัดพวกที่เลวร้ายก่อน อย่าไปฟังเสียงนกเสียงกาพวกนั้น ไปริดรอนสิทธิพวกนี้ ต้องเข้าไปกำจัดพวกนี้ก่อน รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญที่จะขจัดข้าราชการและนักการเมืองโกงกินออกไปก่อน อย่าไปไว้หน้า อย่าไปฟังเสียงสี่ขาสองขาพวกนั้น เขาเสียประโยชน์ก็ต้องต่อต้าน แต่ขนาดนี้จำเป็นต้องออกกฎหมายเหล่านี้ เป็นเครื่องมือในการบริหารบ้านเมืองให้ได้ ให้กล้ากล้าหน่อยเถอะ อย่าไปฟังพวกที่ไม่เข้าใจแม้เรียนจบด็อกเตอร์มา ไม่รู้จักกาละเทศะ ว่ากาละนี้ควรจะใช้กฎหมายนี้ก่อน เมื่อเลือกตั้งแล้วก็ใช้รัฐธรรมนูญฉบับถาวรอีกที ตอนนี้ก็ใช้กฎหมายนี้ให้ได้ก่อนเพื่อกวาดล้างให้สะอาด อาตมาพูดมากก็หาว่าเป็นนักบวชมาพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องบ้านเมือง อาตมาไม่ยอมถูกตู่ว่าบ้านเมืองเป็นของคุณคนเดียว แต่จะพูดว่านักปฏิบัติธรรมนี่แหละคือผู้ที่จะทำประโยชน์เพื่อบ้านเพื่อเมืองจริงๆ ทำเพื่อประชาชนด้วย คุณว่าคุณจริงใจคนเดียวหรือ อาตมาด้อยกว่าคุณตรงไหนในการรักบ้านรักเมือง คุณมีสิทธิ์รักบ้านรักเมืองคนเดียวจริงหรือ อาตมารักบ้านรักเมือง เจตนาดีเพื่อบ้านเพื่อเมือง จะผิดอะไร ทำงานรับใช้บ้านเมืองจริงๆ คุณจะเห็นว่านักธรรมะไม่ควรทำงานเพื่อบ้านเพื่อเมือง ก็เป็นความเห็นของคุณ แต่อาตมาเข้าใจแล้วไม่ประหลาดใจ ศาสนาพระพุทธเจ้าเกิดมาเพื่อเปิดเผยอนุตตรธรรม อนุตตริยธรรม เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่มวลชนและประชาชน แก่ส่วนรวมของประเทศชาติและโลก ขอยืนยันว่านี่เป็นสัจจะความจริง วันอันสำคัญมาฆบูชานี้ จึงอยากจะเตือนคนไทยที่เป็นพุทธศาสนิกชน 95% ได้โปรดหันมาสนใจธรรมะพระพุทธเจ้า เรียนรู้ให้สัมมาทิฏฐิกันด้วยเถิด และประพฤติให้ได้มรรคได้ผลของคำสอนของพระพุทธเจ้าบ้าง อย่าสักแต่ว่าชื่อเราเป็นพุทธ แต่ไม่ไยดีเรียนรู้ศึกษาฝึกฝนพุทธเลย ไม่เห็นคุณค่าศาสนาพุทธเลย กลับไปหลงจารีตประเพณีตามที่เขามอมเมากันเลอะเทอะจนตกนรกหมกไหม้ไม่รู้ตัว ขอยืนยันว่าพูดความจริง จารีตประเพณีลัทธิที่ผู้ไม่รู้ผู้มิจฉาทิฐิพากันก่อนรกให้แก่ตัวเองเยอะ ให้ติดตามฟังธรรมะต่อไปในงานนี้ สำหรับวันนี้เวลาหมดแล้ว ก็ขอจบการแสดงธรรมแต่เพียงเท่านี้ เจริญธรรมทุกคน
590222_ธรรมะมาฆบูชา โดยพ่อครู ธรรมะอนุตตริยะ