สื่อธรรมะพ่อครู(ปฎิจจสมุปบาท) ตอน ธรรมะสอง Suffer Sufficiency.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน ธรรมะสอง Suffer Sufficiency พลังงานที่มันไม่รู้เรียกว่าอวิชชาเนี่ยเป็นชีวะ มีชอบมีชัง พอไม่ชอบขึ้นมากๆก็ทุกข์ ศาสนาพุทธมาเรียนรู้พลังงานเวทนาที่มันมีอาการทุกข์สุข เรียก สุขเวทนา ทุกขเวทนา ซึ่งสุขทุกข์มันเป็นเรื่องอุปาทาน เกินกว่าสัตว์เดรัจฉานหลายอย่าง มันก็ไม่ค่อยยึดติดสุขทุกข์นี้เท่าไหร่ แต่พอมาอวิชชารักตัวตนมากขึ้นเป็น Selfish มีการยิึดเราเขาคือ ish มี i คือยึดตัวเรา แล้วมีพลังงานสามเส้าเป็นเขา มันแบ่งเป็นหนึ่งกับสอง อันนึงพลังงานหนักก็จะจับตัวกันสอง เหมือนโครโมโซมก็จับตัวกันสอง เป็นอย่างนี้เสมอสามหน่วย สองอันจับกัน อีกอันก็แยกไป จนกระทั่ง มาผลักมาดูด ชอบไม่ชอบมากขึ้น ก็กลายเป็นทุกข์ ish เนี่ยมันกลายเป็นทุกข์ ตัวเราตัวเขา ชอบใจไม่ชอบใจ ยึดเป็นตัวเอง ทุกข์ เกิดอาการนี้เมื่อไหร่ก็ไม่ชอบใจ จะต้องพยายามคลายทุกข์ แต่โง่คลายไม่เป็น สัตว์เดรัจฉานไม่รู้ มาเป็นคนอเวไนยสัตว์ก็ไม่รู้วิธีการ มันอดกลั้น อดทน แน่นอัดเข้า เรียกว่า Sufferance จนอัดแน่นมากเข้าจำนวนเต็มถึงขีดขั้นก็เป็น Sufficiency ถึงขีดสูงสุดเต็มที่เรียก Sufficience ถ้ามีความเข้าใจว่าเต็มที่ขนาดไหน ที่ว่า Sufficiency คนมีธาตุรู้ ว่าที่จริงมันเป็นพลังงาน ถ้าเราสามารถที่จะแปลเป็นพลังงานที่เป็นประโยชน์ เราก็ได้อาศัยพลังงานนี้เลย นี่คือปัญญาความรู้ แต่ถ้าไม่รู้มันก็อัดแน่น มีหน้าที่ขับดัน เรียกว่าทนร้อน หนาว ไม่ปกติ พระพุทธเจ้าศึกษาจึงรู้ว่าเอามาใช้งานอย่างไร พลังงานที่มันมีแล้วในตัว แทนที่จะให้มันทำทุกข์ร้อนไม่มีประโยชน์ แปลไปเป็นประโยชน์ เรียก Suffice เอาพลังงานมาใช้เป็นความสามารถ พอใจหรือใจพอ ถ้าไม่รู้ก็ทุกข์ Suffer เราไปยึดก็เป็นเจ้าทุกข์ Sufferer มีอาการเกิิดอยู่ก็ Suffering
อ่านต่อ
ถ้าเราสามารถรู้แจ้งเป็น Suffice ก็ใช้ให้เป็นประโยชน์ ผู้ที่สามารถรู้ใช้ประโยชน์ได้ Suffice ก็แปลสภาพ Suffer ให้เป็น Sufficience Sufficiency ที่มีปัญญา ในหลวงเอา Sufficiency มาจากอันนี้ อาตมาก็มาขยายต่อ เราเรียนรู้แล้วเอาไปปฏิบัติ มีธาตุรู้เป็นปัญญา รู้อาการพวกนี้ ภาษาอังกฤษที่ใช้นี้ความหมายในบาลีน่าจะมี ซึ่งก็คือคำว่า กาย นี่แหละ กายต่างๆ กายสังขาร กายปัสสัทธิ กายานุปัสสนา ทำปัญญาให้รู้จักกายพวกนี้ไปเรื่อยๆ ตามลำดับ กายานุปัสสนา อนุแปลว่าตาม ปัสสนะแปลว่าเห็น รู้ ตามรู้ตามเรียนไปเรื่อย จนรู้ กายกลิ จนเป็น กายกัมมัญญตา กายปาคุญญตา เรียนรู้ธรรมะสอง องค์ประชุมรูปนามที่เรียกกาย เอามาใช้ประโยชน์ได้เป็น Suffice เป็นประโยชน์ Sufficience เป็นพลังงานมีประโยชน์ กายกัมมัญญตา ทำจนเอามาใช้เป็นประโยชน์เป็นการงาน กายกรรม มีธาตุรู้เหนือมัน ใช้มันได้ เพราะฉะนั้น พลังงานขั้นนามธรรม เวทนาสัญญาสังขาร ใช้มันได้เก่งขึ้น คือ กายกัมมัญญตา องค์ประชุมรูปนาม ที่ผู้รู้ รู้เวทนาสัญญาสังขาร ว่าคล่องแคล่วเปลี่ยนแปลงให้เป็น เจโตหรือปัญญา อย่างมีธาตุรู้ปัญญา เอาไปใช้ประโยชน์ตามความสามารถ คนมีความสามารถมากก็ใช้ได้มาก ใครมีความสามารถน้อยก็ใช้ได้น้อย ใครไม่มีความสามารถก็ถูกเล่นงาน ทุกข์สุขอย่างบ้าๆ โง่ๆ สุขก็โง่ ทุกข์ก็โง่ อวิชชาทั้งคู่ ยิ่งเป็นสุข ยิ่งโง่เนียน ไปหลงนึกว่าเทวดา แท้จริงมันคือผี อารมณ์เท็จ เมื่อความโง่ครอบงำเขาเชื่อจริงๆ เหมือนสมาชิกธรรมกาย ถูกธัมมชโยหลอก เขาก็ไม่รู้ ถูกสะกดจิตเอาไว้ โดยให้ดูช่องนี้ช่องเดียว ให้ฟังแต่ผู้สะกดจิต จึงตกอยู่ใต้อำนาจอย่างไม่โงไม่เงย น่าสงสารไม่รู้จะช่วยอย่างไรได้ อาจจะตายข้ามชาติไปอีกหลายชาติก็ยังหลงเชื่ออยู่ เป็นเรื่องที่น่าสงสาร พวกเราไม่ไปหลงก็ดีแล้ว เขาใช้วิชามารหลอกคนว่าจะมาปราบมาร แท้จริงแล้วเขาคือต้นธาตุต้นธรรมของมาร
590225_รายการตอบปัญหาอันยอดเยี่ยม ๑