สื่อธรรมะพ่อครู(สมถะ วิปัสสนา) ตอน วิธีดับกิเลสตัณหาอุปาทาน.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สมถะ วิปัสสนา) ตอน วิธีดับกิเลสตัณหาอุปาทาน _การใช้ธรรมะกับกิเลสโลภโกรธหลงที่เกิดขึ้นทางทวารตา เกิดความพอใจควรใช้ธรรมะข้อใดดับกิเลส _ถ้ามีหนังสือบาลีสันสกฤตแปลว่าเราจะตัดกิเลสดับตัณหาอุปาทานอย่างไร จะเป็นคู่มืออย่างดี นี่ก็อธิบายอย่างที่คุณเขียนบอกมานี้ และก็เขียนหนังสือด้วย แต่ไม่ได้แปลทุกคำแปลทั้งหน้าทั้งเล่มพระไตรปิฎกเท่านั้น จะเป็นคู่มือในการดับกิเลสทุกวัน อาจใช้สมาธิวิปัสสนาช่วยในการตัดกิเลส...ดูพยัญชนะเท่ๆนะ สมาธิวิปัสสนาก็แยกไม่ได้ สมาธิ กับวิปัสสนามันคนละกาละสมัย สมาธิคือเป็นจิตที่เกิดหลังปัญญา ศีล สมาธิ ปัญญา สมาธินี้เป็นองค์รวมของจิตที่สำเร็จแล้ว ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ วิมุตติญาณทัสสนะ วิมุตติญาณทัสสนะนี่แหละคือปัญญาที่รู้จักจิตมันลงตัวตกตะกอนตกผลึกตั้งมั่น ปริสุทโธ ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา เห็นความซับซ้อนกับไปกับมาเป็นสิริมหามายาไหม พยัญชนะมีแค่นี้แต่อาตมาสภาวะสลับไปสลับมาเป็นสิริมหามายา นี่เป็นหน้ามือหรือหลังมือ หรือนี้เป็นหลังมือหรือหน้ามือ กิเลสมีอะไรบ้างครับ พ่อครู...ว่าขอผลัดไปก่อน หากตอบหมดคงใช้เวลาสัก 5 ชาติ กิเลสเกิดจากที่ใดบ้างนอกจากทวารทั้ง 6 พ่อครู...อาจเกิดที่ตำแหน่งนายกฯ อธิบดีหรือ? เกิดอยู่ที่คนหล่อเกิดที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น แต่อยู่ที่จิตของคุณนั่นแหละ เกิดตัณหาอุปาทานใดๆ อุปาทานคือจิตยึดอย่างนี้ไม่เคลื่อนที่เป็น static พอดำเนินบทบาทมาก็เป็นตัณหาเป็น dynamic กิเลสเกิดทางทวาร 6 ตากระทบรูปมีสองแล้วปสาทรูป โคจรรูป แล้วมีการสัมผัส หากไม่มีสัมผัสก็ไม่เกิดภาวรูป2 อิตถีภาวะปุริสภาวะ โคจรรูปคือ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสที่เคลื่อน โค คืออาการจะเคลื่อน ค ตัว ก คือตัวเริ่ม ข ไม่มีแล้ว ว่าง แต่ กข คือสภาพธรรมะสอง มี ค
อ่านต่อ
ก็เคลื่อนแล้วจับตัวเป็น ฆ ตัวฆ ระฆังคือก้อนสิ่งที่รวม ส่วน ง คือ งงโง่เงินงามก็แล้วแต่ที่จะเป็นไป เห็นระกำ คุณก็ชอบก็บอกงามก็โง่ เงิน งก อะไรก็แล้วแต่ ห้าตัวนี้ พยัญชนะ 5 ตัวนี้ก็ทำให้ โง่ งง งวย เยอะแยะ รู้เท่าทัน ก ข ค ฆ ก็ทำให้จิตว่าง ข ให้ดำเนินไปเคลื่อนที่เป็นอยู่คือ ตัว คือ ดำเนินไป ฆ ก็จับตัวแล้วแค่นี้ก็จบแล้ว ก ข ค ฆ ง ควรใช้ธรรมะข้อใดดับบ้างครับ พ่อครู...ใช้ปัญญาทั้งนั้นแหละ หากกดข่ม มันก็เป็นธรรมชาติอยู่แล้วไม่ได้เรียนธรรมะก็ใช้อยู่แล้ว แต่ถ้ามีความรู้ทางปัญญา พระอรหันต์คืออะไรตามความเป็นจริงไม่ต้อง ข่ม อย่างนี้เป็นต้น อะไรเป็นโทษอะไรเป็นประโยชน์ก็รู้โดยปริยายรู้ความจริงตามความเป็นจริงเท่านั้นเอง ไม่ใช่ไปบังคับไม่ใช่ไปข่ม การศึกษาธรรมะหากใช้แต่การระงับสะกดข่ม มันก็ไม่รู้ความจริงตามความเป็นจริง ความจริงคำว่าดับของศาสนาพุทธไม่ได้ดับอะไร เป็นความรู้จบของเทวะ ของสิ่งสองสิ่ง สัมผัสกับอะไรมันก็คือสองสิ่ง นามกับรูป สัมผัสเสร็จรู้จบ ไม่ได้สงสัยอะไร รู้แต่ว่าอะไรเป็นประโยชน์ไม่เป็นประโยชน์ควรหรือไม่ควรเป็นของเราหรือไม่เป็นของเรา ถ้าเป็นของเราเกิดโอกาสก็เอาไปใช้ประโยชน์ หากไม่เอาไปใช้ประโยชน์มันก็กองอยู่ตรงนี้ หากเป็นที่อื่นคนนั้นคนนี้ก็หยิบไป เดี๋ยวก็ไม่เหลือ แต่ที่นี่ของเราไม่ได้ มีความสุจริตก็สบาย สรุปแล้วยอดสุดคือปัญญา
พิจารณาในเวทนา 108 คือหลักในการปฏิบัติธรรมะพุทธเจ้า ตั้งแต่เวทนา 2 กายิกเวทนา เจตสิกเวทนา มีสุขทุกข์อุเบกขา และมีเวทนา 5 เวทนา 6 เกิดจากตาหูจมูกลิ้นกายใจ และมีมโนปวิจาร 18 เคหสิตะ 18 เนกขัมมะอีก18 นี่คือสำคัญแยกเทวะกับอเทวะ หากศึกษาธรรมะพุทธเจ้าแยกแยะเนกขัมมะกับเคหสิตะได้ ถ้าไม่รู้อันนี้ได้ไม่มีวันเป็นอรหันต์หรอก ต้องแยกธรรมะ 2 มโนปวิจาร มโนคือจิตวิจารคือพฤติกรรมของจิตอย่างยิ่ง คือวิจาร นี่คือฐานแท้ของโลกุตรธรรมของพุทธศาสนา หัวใจของศาสนา เทวธัมมา เทวเยน เวทนายะ เอกสโมสรณา ภวันติ หัวใจอยู่ตรงนี้แหละแยกแยะพัฒนา 2 ให้เป็น 1 เกิดความอุเบกขาเนกขัมมะเป็นเวทนามีคุณสมบัติ ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา เป็นอรหันต์จ้อย แยกกิเลสตัณหาอุปาทานอย่างไร พ่อครูว่า...กิเลสเป็นคำรวมๆ ตัณหาเป็นการเคลื่อนจากอุปาทาน แบ่งเป็นกามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา ใจ จิต อารมณ์ เหมือนกันหรือต่างกันอย่างไร พ่อครูว่า..พยัญชนะต่างกัน วิญญาณดับด้วยหรือไม่เมื่อนิพพานแล้ว พ่อครูว่า...วิญญาณจะดับด้วย พระอรหันต์เป็นผู้จบแล้ว ท่านจะตายด้วยปรินิพพานเป็นปริโยสานดับธาตุรู้นี้ ดับอัตภาพตัวเองเลย แตกธาตุเป็นอุตุนิยาม เป็นดินน้ำไฟลมไปเลย ไม่มี she he เกาะเกี่ยวอีกเลย อรหันต์ทำได้ จะตายเลิกสลายเป็นอุตุนิยามไปเลยต้องรู้ หทยรูป ชีวิตรูป จิตเรามีเชื้ออะไร แม้จะเหลือเชื้อชีวะ หากเราตายแล้วไม่ทิ้งอัตภาพ ยังมีตัวตนอยู่อย่างอาตมานี้ตายแล้วจะยังเกิดอีกศึกษาต่ออีก อาตมามีสภาวะและมีพยัญชนะขยายสู่ให้พวกเราฟังหากไม่มีสภาวะจะเอาอะไรมาขยายให้พวกเราฟัง คนที่เป็นอรหันต์เป็นโพธิสัตว์แล้ว จะดับวิญญาณหรือไม่ดับก็ได้ อย่างเช่นอาตมาจะทำงานต่อเป็นโพธิสัตว์ สวนพฤหัสที่ท่านจะไม่ต่อจะดับสูญไปวิญญาณจะดับด้วย การกล่าวตำหนิบุคคลในการแสดงธรรมะเป็นกิเลสหรือไม่ พ่อครูว่า...เป็นทั้งกิเลสก็ได้ไม่เป็นกิเลสก็ได้อย่างอาตมานี้ด่าแหลก อย่างตำหนิมหาเถรสมาคมเยอะ มีแต่กุศลเจตนาไม่ได้ด่าเพราะอกุศลเจตนาอะไร คำพูดอาจแรง แต่ว่าไม่ได้หยาบนะ คำหยาบคือคำที่แสดงคำพูดออกมาโดยมีกิเลสผสมคำนั้นออกมา เช่นว่า นี่เธอสวยจัง ..นี่คำด่านะ ฟังเข้าใจไหม เป็นคำที่ประกอบด้วยกิเลสนี่คือคำด่า แต่คำที่ไม่ได้ประกอบด้วยกิเลส อย่างอาตมาพูดนี้มีแต่เจตนาให้คุณรู้และแก้ไขปรับปรุง คุณยังมีอารมณ์ไปร่วมมีกิเลสคุณควรถูกด่า เช่น บอกคุณสวยจัง ยังมีจิตใจชอบในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสอยู่ไม่ใช่อรหันต์ กิเลส1,500 ตัณหา 108 หมายถึงอะไรบ้างครับ พ่อครูว่า...ในพระไตรปิฎกก็มีบันทึกเกิดจากอรรถกถาจารย์มาขยายความ เขาแตกรายละเอียดไว้นะ ท่านประยุทธ ปยุตโตก็ได้บันทึกไว้ ท่านเป็นอรรถกถาจารย์แล้วแต่เป็นตัวเลข 108 เอาตัวเลข 1,500 คือแตกออกไป ที่จริงสามารถแตกเป็นล้านอย่างก็ได้ ตัณหาทางทวาร 6 ก็คูณ สุข ทุกข์ อุเบกขา แล้วก็คูณอดีต ปัจจุบัน อนาคตอีก
เวทนา 108 ก็เริ่มจาก กายิกเวทนากับเจตสิกเวนา คำว่ากายเป็นภาษาธรรมะของพระพุทธเจ้า กายไม่ใช่แค่ร่างภายนอกหากแปลแค่ร่างภายนอกนั้นผิด ร่างภายนอกพิจารณาง่าย แต่ให้เน้นภายใน คือ กายคือจิต มโน วิญญาณ ตถาคตเรียกกายว่าคือจิตบ้าง มโนบ้าง วิญญาณบ้าง ล.16 ข.230 กาย ก็ตาม เทวะก็ตาม ธรรมะ 2 ก็ตามเป็นความหมายเดียวกันใช้แทนกันได้หมด แล้วศึกษาตามธรรมะ 2 ศึกษาคำว่าเทวะ ตีแตกเทวะรู้จักสภาวะของเทวะ ธรรมะ 2 และทำให้เป็น 1 สุดท้ายไม่ทรงไว้เลย ในขณะเป็นยังไม่ตายก็ทำได้ คุณยังไม่สูญทีเดียว มีอัตภาพมีธาตุรู้ร่วมแต่จิตทำให้ ปริสุทธา ปริโยธาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา ทำให้จิตสะอาดปราศจากกุศลอกุศลทั้งปวงจิตมีมุทุธาตุ สะอาด แต่ดำเนินการสัมผัสกระทบกับอะไรอยู่ ถ้าเป็นอรหันต์แม้จิตกระทบก็สะอาดบริสุทธิ์ อะไรมาเปื้อนก็ดูความเปื้อนแล้วช่วยความเปื้อนให้สะอาดอยู่เรื่อยไป ตัวท่านไม่ได้เปื้อนแล้ว พระอรหันต์มีหน้าที่ช่วยคนอื่นเขาตัวเองจบกิจแล้ว ตัวเองรู้จักกุศลอกุศล แล้วช่วยให้คนอื่นล้างกิเลส ท่านทำไป มุทุของท่านก็ดีขึ้น จะเพิ่มความเจริญทั้งเจโตและปัญญา มุทุก็เก่ง อัปปนา พยัปปนา เจตโสอภินิโรปนา กับ ตักกะวิตักกะ สังกัปปะ ก็เก่งรวมเป็น วจีสังขารา วจีนั้นก็มีสองอีกคือมีทั้ง ปฏิฆสัมผัสโส อธิวจนสัมผัสโส การสัมผัสรู้อันนี้ ฆ มันเคยตั้งชื่อหรือยังหากสภาวะนี้สัมผัสแล้วไม่เคยตั้งชื่อ เช่นว่าสิ่งอะไรก็แล้วแต่ มีพืชบางชนิดอยู่ในประเทศอะไรที่เกิด ประเทศนั้นคนไปเอามาจากประเทศนั้นมาสู่ประเทศไทย คนไทยก็ดูว่าอันนี้พืชอะไร ประเทศไทยไม่เคยมีมีใครตั้งชื่อหรือยัง ขณะที่สัมผัสพืชต้นนี้ก็เป็น ปฏิฆสัมผัสโสของคุณ แต่เราไม่เคยรู้ชื่อ แต่ถ้าคนรู้ก็บอกว่า ต้นไม้นี้เกิดในประเทศอโศกชื่อต้นไม้สาธารณโภคี ก็เป็นไง ก็มาชม มาสัมผัสมารู้ได้เอหิปัสสิโก มาศึกษาต้นสาธารณโภคี มีลักษณะคุณสมบัติของเศรษฐศาสตร์เศรษฐกิจเป็นแบบนี้ คุณสมบัติการเมืองรัฐศาสตร์เป็นแบบนี้คุณสมบัติของสังคมศาสตร์เป็นอย่างนี้ นี่คือของราชธานีอโศก สุดยอดแล้ว สังคมแบบนี้มันสุดยอด คอมมิวนิสต์ก็สู้ไม่ได้ ประชาธิปไตยเต็มที่ จะบอกว่าไม่เป็นประชาธิปไตยก็ได้ชาวอโศก ทุกคนมานี่ใครบังคับมา อิสระเสรีภาพสมบูรณ์ เข้ามานี่ให้มาล้างอัตตานะ โดนล้างอัตตาทั้งนั้นนะ มาที่นี่ให้เรียนรู้จิตวิญญาณเป็นหลัก นี่คือแดนสาธารณโภคีแดนแผ่นดินพุทธ กิเลสตัณหาตัณหา108 ก็ต้องศึกษาเวทนา 108 ให้ชัดเจน 611108_ทำวัตรเช้า งานมหาปวารณา ครั้งที่ 36 ครบรอบ 4 นักษัตร โพธิกิจ ตอน 2