อุทิสมังสะกับปวัตตมังสะ เป็นเช่นไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
อุทิสมังสะกับปวัตตมังสะ เป็นเช่นไร _สัญจิจจะ แปลว่าจิตมีความมุ่งหมาย มีปณิธานไปสู่อะไร พ่อครูว่า... ไปสู่อะไรก็ได้ จิตคุณมุ่งหมายไปสู่อะไร อุทิสะก็ดี สัญจิจจะก็ดี แปลว่า จิตมุ่งหมาย จิตเจาะจง จิตจงใจเจตนาไม่มีที่หมาย เจตนาไปที่ไปสู่ มีที่จะไปสู่ตรงนั้น ยกตัวอย่างเช่น ชีวกสูตร 5 ข้อ มันละเอียดสุดยอดเลย ชีวกสูตร 1. ผู้นั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปนำสัตว์ชื่อโน้นมา” (อุทิศ, อุททิสสะ คือ เจาะจงมุ่งหมายไปที่สัตว์ชื่อนั้น) อุทฺทิสฺส ปาณํ อารภนฺติ หรือ สัญจิจจะ ปาณัง ชีวิตา โวโรเปตุง (สญฺจิจฺจ ปาณํ ชีวิตา โวโรเปตา) จิตมุ่งหมายเจาะจง ท่านไปเบี้ยวบาลีว่าไปเจาะจงบุคคล บุคคลคือใครใน 5 ข้อก็คือภิกษุหรือพระตถาคต ข้อที่ 5 เพราะฉะนั้นในเรื่องทั้งเรื่องคือเรื่องของการฆ่าสัตว์ ข้อที่ 5 มันเลยการฆ่าสัตว์ไปแล้วในข้อที่ 4 สัตว์ตายแล้วเอามาทำอาหาร แล้วถวายภิกษุถวายตถาคตถวายพระพุทธเจ้า ซึ่งมันไม่ใช่การฆ่าสัตว์แล้วมันเลยการฆ่าสัตว์แล้ว มันเป็นข้อสุดท้ายที่บาปที่สุด บาปมากกว่าบาปข้อที่ 5 ไล่มาตั้งแต่ข้อที่ 1 ของชีวกสูตร 1. ผู้นั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปนำสัตว์ชื่อโน้นมา” (อุทิศ, อุททิสสะ คือ เจาะจงมุ่งหมายไปที่สัตว์ชื่อนั้น) อุทฺทิสฺส ปาณํ อารภนฺติ หรือ ในอง สัญจิจจะ ปาณัง ชีวิตา โวโรเปตุง (สญฺจิจฺจ ปาณํ ชีวิตา โวโรเปตา) 2. สัตว์นั้นเมื่อถูกเขาผูกคอนำมา ย่อมได้เสวยทุกข์โทมนัส 3. ผู้นั้นพูดอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปฆ่าสัตว์นี้” 4. สัตว์นั้น เมื่อกำลังถูกเขาฆ่าย่อมเสวยทุกข์โทมนัส 5. ผู้นั้นย่อมยังตถาคตและสาวกตถาคต ให้ยินดีด้วยเนื้อเป็นอกัปปิยะ ชื่อว่าย่อมประสพบาปมิใช่บุญเป็นอันมาก (ตถาคตํ วา ตถาคตสาวกํ วา อกปฺปิเยน อสฺสาเทติ อิมินา ปญฺจเมน ฐาเนน พหุง อปุญฺญ
อ่านต่อ
ํ ปสวตีติ)ชีวกสูตร ล.13 ข.60 สัตว์ที่ถูกฆ่าเต็มรูปเลยจึงเป็น อุทิสมังสะ ไม่ใช่ปวัตตมังสะ ปวัตตมังสะ คือพระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ว่าจะกินก็กินได้มันไม่เป็นโทษเป็นเพราะอะไร ปวัตตมังสะ มี 2 อย่างคือ 1. สัตว์มันตายเองไม่มีใครฆ่า 2. เดนสัตว์กิน คือสัตว์มันฆ่ากัน ไม่ใช่ถูกคนเจาะจงฆ่า ที่ถูกคนฆ่าโดยเจาะจงฆ่าสัตว์นี้ สำหรับ ปวัตตมังสะคือเนื้อสัตว์ที่เกิดจากสัตว์ มันฆ่ากันเอง มันกินกันเอง มันทำวิบากกันไปแล้ว เพราะฉะนั้นสัตว์ที่จะไปจองเวรกันก็คือสัตว์ตัวที่ฆ่ามัน แต่เราไปเอาเศษเดนเนื้อสัตว์มากิน สัตว์ที่มันเป็นตัวเจ้าของเนื้อ มันก็ไปจองเวรตัวที่ฆ่ามันแล้วมันก็ไม่ได้มาจองเวรคนกิน เป็นเนื้อบังสุกุลแล้ว นี้คือนัยยะละเอียด ในนี้ไม่ได้หมายถึงเจาะจงตัวบุคคล แต่เจาะจงว่าสัตว์ถูกฆ่าโดยคน คนที่ไปเจาะจงฆ่ามันให้ตาย เนื้อสัตว์อย่างนั้นพระพุทธเจ้าบอกว่ากินไม่ได้ก็เท่านั้น ถึงจะถูกต้องแต่ไปเบี้ยวบาลีว่าเจาะจงบุคคลข้อที่ 5 ข้อเดียว อีก 4 ข้อเอาไปทิ้งไว้ไหนจ๊ะ เจาะจงบุคคลข้อที่ 5 หมายถึงว่าบาปเสร็จแล้วแล้วเอาบาปเต็มถ้วยมาถวาย แล้วเอาบาปมาถวายพระพุทธเจ้าถวายภิกษุทำไม คุณจะบาป คุณก็ไปกินบาปของคุณเอง คุณบาป คุณไปฆ่าไปทำมาก็เอาบาปของคุณไปแล้วจะเอาบาปนั้นมาให้คนอื่นเขาทำไม เพราะฉะนั้นภิกษุหรือตถาคตรู้ดีอยู่แล้วว่าสัตว์นี้ถูกฆ่าโดยคน ไม่ใช่ ปวัตตมังสะ แล้วที่ไหนจะมี ปวัตตมังสะ เอามาทำอาหารถวายพระ แล้วคุณจะเอาเนื้อสัตว์มากินตรงไหน 660818 ตอบปัญหาผ่าอวิชชาหลับตาโง่ๆ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก