สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน แบบคนจนที่ไม่ติดตำรา.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน แบบคนจนที่ไม่ติดตำรา _กฤตพล นพเก้าแสงนิมิต : ส่วนใหญ่จะรูดบัตรเครดิตเพื่อสินค้าฟุ่มเพือย มากกว่า บางคนใช้เงินเหมือนดินพอกหางหมู วินัย คนไทยขาดวินัย ไม่มองอนาคต บัตรเครดิตแต่ละใบ เหมือนใบมีดที่คอยกีดเนื้อตัวเราเอง ผมก็เคยมีบัตรเครดิต แต่พ่อแม่ผมสอนว่าให้ไปปิดมัน แล้วใช้ชีวิตแบบปกติ ผมว่าดีนะ
พ่อครูว่า เงินเชื่อต้องมีดอกเบี้ย แต่ชาวอโศกยืนเงินกันก็มี แต่เราเรียกเงินเกื้อไม่ใช่เงินกู้ ไม่มีดอกเบี้ย เราไม่เรียกเงินที่เกื้อไปว่าหนี้ แต่เรียกเงินหนุน ยืมกันไปมาเผื่อแผ่กันไปมา ไม่พยายามสร้างให้เกิดทุกข์เดือดร้อน แบบดอกทบต้น เราไม่ทำกลโกงแบบนี้ ต้องมีน้ำใจ อย่างในหลวงตรัส อาตมาซาบซึ้งว่า ...เราต้องเอาแบบคนจน สามัคคี อลุ่มอล่วย แบบคนจน...ไม่ติดตำรา “แบบที่เรียกว่าทำแบบคนจน คือทำวิธีการแบบคนจน ไม่ได้มีการลงทุนมากหลายอย่างของเขา เราก็ทำไป ก็เลยบอกว่าถ้าจะแนะนำก็ทำ แนะนำได้ ทำแบบคนจน เพราะเรา เราไม่ได้เป็นประเทศที่รวย เราก็รวยพอสมควร อยู่ได้ แต่ไม่ใช่เป็นประเทศที่ก้าวหน้าอย่างมาก แล้วไม่อยากจะเป็นประเทศอย่างก้าวหน้าอย่างมาก เพราะว่าถ้าเราเป็นประเทศอย่างก้าวหน้าอย่างมากมีแต่ถอยหลัง ประเทศเหล่านั้นที่เขาเป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมสูง มีแต่ถอยหลังและถอยหลังอย่างน่ากลัว ...แต่ถ้าเรามีการปกครอง แบบ...เรียกว่า แบบคนจน แบบที่ไม่ติดกับตำรามากเกินไป ทำอย่างมีสามัคคีนี่แหละ คือเมตตากันก็จะอยู่ได้ตลอดไป ไม่เหมือนคนที่ทำตามบัญชี ตามวิชาการแล้วก็วันหนึ่งก็วิชาการนั้นเราดูตำราแล้วพลิกไปถึงหน้าสุดท้าย ในหน้าสุดท้ายนั้นเขาบอก อนาคตยังมีแต่ไม่บอกว่าต้องอย่างไร เวลาปิดเล่มแล้ว มันก็ปิดตำรา ปิดตำราแล้วไม่รู้จะทำอะไร ลงท้ายก็ต้องเปิดหน้าแรกใหม่ เปิดหน้าแรก
อ่านต่อ
ก็เริ่มต้นใหม่ ถอยหลังเข้าคลอง แต่ถ้าเราใช้ตำราแบบที่เราอะลุ่มอะล่วยกัน ตำรานั้นไม่จบ พระราชดำรัสเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา : ๔ ธันวาคม ๒๕๓๔ อาตมาภูมิใจที่แม้ยุคนี้ยุคเสื่อม แต่ก็อยากมีคนพากเพียรมาปฏิบัติได้ จะได้จำนวนเท่านี้ก็พอเพียง ได้เท่านี้อาตมาก็ภาคภูมิใจ คนที่แสวงหามีทางออก แล้วเขาก็มาประพฤติปฏิบัติ พวกเราก็อยู่ตามประสาพวกเรา ผู้ใดเห็นรู้ว่าควรก็เข้ามาศึกษาฝึกฝนปฏิบัติ สร้างตนเองสร้างนิสัยใจคอ อาตมามั่นใจว่าได้พาทำอย่างสัมมาทิฏฐิ ยืนนานมา 40 กว่าปีแล้ว แม้แต่เถรสมาคมจะหาว่าทำผิด หาวิธีกั้น เขาไม่ได้ทางธรรมก็เอาทางโลก ฟ้องร้องอาตมาก็แพ้ เขาก็ลงโทษ สุดท้ายจำคุกหกเดือน ก็รอลงอาญา 2 ปี ข้างนอกคุก เจ้าหน้าที่คุมประพฤติก็มา 2 ครั้งแล้วก็หายไปเลย พอเขามาก็มากินมังสวิรัติ มาไหว้ มาฟัง ก็มารู้มาเห็น ไม่รู้จะคุมประพฤติอย่างไร อาตมาก็ไม่อยากพาดพิงถึงสื่อว่าทำตัวเป็น Invisible hand อย่างไร ทำไมไม่นำเสนอสิ่งที่ควรนำเสนอ อาตมารู้อยู่แต่ไม่อยากพูดไป คุณปรีชา เขียนมาก็ดีแล้ว ก็อาศัยอันนี้พูดไปบ้าง แต่ก็นึกตัดพ้อในใจสื่อสารมวลชน จะบอกว่าอยากให้โปรโมทก็ไม่มีหรอก แต่ว่ามันควรทำเป็นมหาปเทส ควรอย่างยิ่งด้วยเพราะเป็นสิ่งหายาก 600712_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ญาณ ๓ สัจญาณ กิจญาณ กตญาณ