ศีล 5 พาไทยให้เป็นมหาอำนาจได้.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.16 KB
วันที่แก้ไข30 มิถุนายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

ศีล 5 พาไทยให้เป็นมหาอำนาจได้ _Took Aswin (ตุ๊ก อัศวิน) : ประชากรในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธตามทะเบียน..ถ้าเขาเหล่านั่นเป็นพุทธบริษัท..คือ..เป็นพุทธโดยธรรม มีศีล ๕ ประเทศไทยจะเป็นมหาอำนาจและมีความสุขที่สุดในโลก..เจ้าค่ะ พ่อครูว่า... คำพูดที่คุณตุ๊ก อัศวินพูดเป็นเรื่องจริง ถ้าคนมีศีล 5 ในประเทศอย่างทั่วถึงอย่างมากพอ ไม่ต้องเอาอะไรมากหรอกถ้าหากคนครึ่งหนึ่งของประเทศ มีศีล 5 แล้วไม่ใช่ว่าถือศีลเฉยๆ แต่เป็นผู้ที่มีศีลที่มีคุณภาพถึงขั้นบรรลุธรรมะตามศีลนั้นๆแล้วอย่างน้อยโสดาบันขึ้นไป เป็นอรหันต์ขึ้นไป ในศีล 5 ถ้าคน 50 ของเปอร์เซ็นต์ของประเทศมีศีล 5 รับรองจะเป็นมหาอำนาจ และไม่ใช่มหาอำนาจอย่างที่ชาวโลกียะเข้าใจ ซึ่งเขาเข้าใจว่าเป็นมหาอำนาจแบบยิ่งใหญ่เป็นเผด็จการใหญ่ ซึ่งเดี๋ยวนี้เขารู้แล้วว่าใช้อำนาจคำสั่งอำนาจบาตรใหญ่ไม่ดี แต่ถ้าหากจิตใจไม่ได้ล้างกิเลสจริงๆ เขาไม่รู้จักอัตตามานะ ไม่ได้เรียนรู้ ไม่ได้มีทฤษฎีเรียน เขาไม่เข้าใจบทบาทของจิตจริงๆที่มันมีกิเลส ตัวอัตตามานะ ที่เป็นเจ้าอำนาจใหญ่ เขาจะไม่สามารถที่จะแข็งขืนกิเลสอำนาจกิเลสได้หรอก เพราะฉะนั้นก็เป็นไปไม่ได้ ขณะนี้โลกกำลังยืนยันให้เห็นได้ว่า ประเทศที่ไม่เข้าใจโลกุตระธรรม นึกว่าตัวเองเป็นมหาอำนาจบาตรใหญ่ คำว่า บาตร ไม่ใช่คำว่า บาทนะ แต่เป็นนัยแฝงว่ากดข่ม เหยียบผู้อื่นแต่เขาไม่พูดมันหยาบก็เลยใช้ บาตร มีบาตรใบใหญ่ๆ เอาไว้ใส่เงินเยอะๆ เป็นอำนาจลาภยศสรรเสริญโลกียสุขก็เป็นโลกีย์ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นผู้ที่บรรลุธรรมของพุทธเป็นโลกุตระไม่ใช่โลกียะจึงเป็นเรื่องคนละโลกคนละอย่างกัน เขายังไม่รู้โลกุตระที่แข็งแรงหรือเป็นหลักแหล่งแล้วว่ามีอยู่ในโลกมีอยู่ในประเทศไทยยุคนี้ขณะนี้ เพราะโลกุตรธรรมได้หมดไปจากโลกแล้ว มันเงียบมันสูญมันถ

อ่านต่อ

ูกให้เสื่อมไป ซึ่งยังไม่สิ้นยุคพุทธศาสนาโลกุตระธรรมจะยังมีแต่เชื้ออาศัยมันยังมีน้อย พอกระตุ้นแตะต้องก็ตื่นฟื้นขึ้นมา ซึ่ง 2,500 กว่าปีผ่านมาแล้วศาสนาพุทธไม่มีโลกุตรธรรมที่เด่นชัดที่เอามาพูดได้ อาตมาต้องขออภัยที่ต้องพูดว่าตัวเองเกิดมาในยุคนี้มาทำงานศาสนา ตั้งแต่ พ.ศ. 2513 ก็ออกบวช จริงๆแล้วทำงานศาสนาตั้งแต่เป็นฆราวาสเขียนหนังสือเกี่ยวกับพุทธศาสนาเกี่ยวกับปฏิบัติธรรม ซึ่งมันมีเชื้อเดิมมา จนกระทั่ง เอ๊ะ! เราจะอยู่ดำเนินชีวิตเป็นฆราวาสอย่างนี้ไม่ใช่แล้ว รู้ตัวแล้วจึงออกมาทำงานนี้ตั้งแต่ พ.ศ. 2513 อาตมาเริ่มทำงานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 อาตมาเรียนจบปี 2500 ก็ออกมาทำงานโทรทัศน์อยู่ 12 ปี อยู่ในวงการมายาวงการบันเทิง ออกมาก็มาเข้าบริษัทไทยโทรทัศน์ โดยไม่ได้ไปบรรจุที่ไหนอื่นเลย อาตมาก็ออกอากาศเป็นพิธีกรตั้งแต่เป็นนักเรียนยังเรียนไม่จบ ทำรายการเด็ก ทำรายการเยาวชน มาตั้งแต่ยังเรียนอยู่ เพราะฉะนั้นเมื่อเรียนจบแล้วก็ไม่ต้องสมัครงานให้ยาก บอกทางบริษัทไทยโทรทัศน์ ผู้อำนวยการก็บอกว่าจะทำงานเขาก็บอกให้เขียนใบสมัครมาสิ..บรรจุเลย เพราะเขาเชื่อมือแล้ว ทำงานต่อเนื่องอยู่แล้วด้วย มันเป็นไปตามธรรมไม่ได้ยากเย็นอะไร ก็ทำงานครบ 12 ปีในปี 2513 อาตมายื่นใบลาออกหลายทีแต่เขาก็ยับยั้งไว้ไม่ให้ออกจนสุดท้ายอาตมาก็บอกคุณกำจัด กีพาณิชย์ เป็นผู้จัดการโทรทัศน์ตอนนั้น บอกว่าอย่างไรอาตมาก็จะไปทำหน้าที่นี้ เขาก็พอรู้เพราะก่อนจะออกมา อาตมาปฏิบัติธรรมตั้งแต่ตอนทำงาน จนกระทั่งช่วงผ่องถ่าย รายการงานต่างๆให้คนอื่นไป ตัวเองตอนนั้นก็ผอม เพื่อนฝูงคนอื่นเขาก็รู้ว่าปฏิบัติธรรมจริงผู้บังคับบัญชาก็รู้ทั้งนั้นเขาก็ห้ามไม่ได้ สุดท้ายอาตมาก็ลาออกมา ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ไม่เอาไม่พูดมากเดี๋ยวเขาหาว่าคนแก่ชอบเล่าความหลัง ที่อาตมาพูดเพราะต้องการฟื้นความจริงขึ้นมา ทำให้เป็นปาฏิหาริย์ของธรรมะ ฟื้นขึ้นมาก็ได้ตายไปก็ได้ เพื่อพิสูจน์ธรรมะพระพุทธเจ้าด้วยและทำประโยชน์อันนี้ด้วยให้ได้มากที่สุด ให้ถ้วนเต็มมากที่สุดไปเรื่อยๆ จึงจำเป็นต้องทำ เพราะมันจะเป็นเรื่องที่จะต้องสืบทอดอาตมามีเรื่องที่จะบรรยาย เขียนก็ยังเขียนไปเรื่อยๆอยู่ นี่ก็หนังสือเปิดยุคบุญนิยมเล่ม 2 ส่วนเล่ม 3 ยังไม่ออกมา ส่วนรวมคนจะมีธรรมะได้อย่างไร เล่มต่อไปตอนนี้เขียนได้ 800 กว่าหน้า ยังมีหนังสือเล่มอื่นที่จะออกอีกเช่นหนังสือลำธารชีวิต ที่ออกไปแล้วมีตะลุยไฟตะไลเพลิง จริงๆแล้วทุกวันนี้คนไม่ค่อยจะจับหนังสือ แต่ก็ไปอ่านกระปิดกระปอยอยู่ในเครื่องมือ ไม่ค่อยอยากอ่านยาวๆ แต่ก็มียาวๆอยู่เยอะ หากขยันค้นคว้า ซึ่งอาตมาเห็นว่าเป็นสิ่งดีสิ่งจำเป็นและกำลังทันสมัย อาตมาว่าทันสมัยที่สุดเลยมันเป็นแฟชั่นใหม่ที่คนยังไม่ค่อยรู้ดีกันเท่าไหร่ยังไม่ตื่นตัว 640630_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ อานาปานสติ 16 ขั้นตอน

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน