การแยกกายแยกจิต ของธรรมนิยาม 5.docx
เนื้อหาในไฟล์
การแยกกายแยกจิต ของธรรมนิยาม 5 การแยกกาย แยกจิต เรื่องแยกกาย แยกจิต อาตมาขอซ้ำ ขออธิบายสู่ฟัง ข้างนอกไม่เข้าใจง่ายๆ แม้ในพวกเราก็ขออธิบายให้ดีๆ ธรรมะของพระพุทธเจ้าคำว่า กาย เขาก็เข้าใจเป็นมิจฉาทิฐิกันแล้วทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นคำว่า จิต ไม่ต้องพูดเลย มันเป็นความซับซ้อนเข้าไปในกายอีกเยอะแยะ มันเป็นไปไม่ได้ง่ายที่จะเข้าใจ ถ้าเข้าใจการแยกกาย แยกจิตไม่สัมมาทิฏฐิ และไม่เข้าใจชัดเจน ไม่มีทางบรรลุอรหันต์ ฟังใหม่ ถ้าไม่เข้าใจความเป็นกายกับความเป็นจิตที่ชัดเจนเลย ในธรรมะนิยาม 5 แยกแล้วจะเป็นสภาพธรรมะนิยาม 5 ถ้าเข้าใจไม่ได้ หมดสิทธิ์ที่จะเป็นอรหันต์ เพราะฉะนั้นศึกษากันอยู่แค่ตื้นๆนี้ไม่มีหรอกเอาอรหันต์ที่ไหนก็ไม่มี ธรรมวินัยพระพุทธเจ้าบังคับไว้ว่าให้พระอุปัชฌาย์ เมื่อบวชให้ลูกศิษย์แล้วก็ต้องสอนมูลกรรมฐาน 5 จากผม ขน เล็บ ฟัน หนัง วิธีการแยก แยกจากผมก็ได้ เพราะเมื่อใดเป็นอุตุนิยาม เมื่อใดเป็นพีชนิยาม เมื่อใดเป็นจิตนิยาม แล้วเมื่อรู้จิตนิยาม มีปัญญาในจิตนิยามก็จะทำกรรม ทำธรรมะเจริญไปจนกระทั่งถึงนิพพานได้ ถ้าไม่เข้าใจความเป็นอุตุอย่างไร มันปรุงแต่งกันอยู่เป็นแค่อุตุ ปรุงแต่งกายอย่างไรเป็นพืช ปรุงแต่งกันอย่างไรเป็นจิต 3 ขั้นตอนนี้แหละ ถ้าแยกไม่ชัด แยกไม่สัมมาทิฏฐิ ไม่ได้ ท่านให้พิจารณาจากผม ขน เล็บ ฟัน หนัง ถ้าหากพิจารณาจากหนัง อธิบายมันละเอียดเหลือเกินไม่ไหว เล็บ ค่อยชัดหน่อย ง่าย ฟัน ก็ยากกว่า เห็นยากกว่า เห็นยากกว่า เอาความรู้สึกเค้าว่า อันนี้ก็ใช้ความรู้สึก ขนเส้นเล็กนิดเดียว ผมก็เส้นเล็กยาวๆ อาตมาก็เลือกเอาที่เล็บ แยกให้ได้ว่าเมื่อใดเป็นกาย เมื่อใดไม่เป็นกาย นี่คือประเด็น อาตมาเอาเล็บมาเป็นตัวอย่างที่จะอธิบายแยก เล็บ เมื่อใดเป็นอุตุ ตัดเล็บข้างนอก มันยาวออกมาก็ตัดออกไ
อ่านต่อ
ป เมื่อขาดออกไปแล้วจากเล็บที่ติดอยู่กับตัวเรา สิ่งที่มันหลุดขาดออกไปแล้วมันกลายเป็น ดิน น้ำ ไฟ ลม ไม่มีชีวะแล้ว เป็นพืชก็ไม่มีแน่ กลายเป็นดิน น้ำ ไฟ ลมแล้วมีแต่จะผุพังสลายเป็นดินน้ำไฟลม เมื่อนั้นก็ไม่มีกาย ไม่มีกาย เพราะอะไร เพราะมันไม่มีจิต ฟังให้ดีนะ ไม่มีกายเพราะไม่มีจิต สองเป็นพีชะ พีชะคือมันยังมีชีวะ มีอาหารเลี้ยง ยาวออกมาได้ ยาวออกมาเลยปลายประสาทแล้ว มีชีวะอยู่ ไม่เหมือนอุตุ ไม่มีกาย ทำไมไม่มีกาย ทั้งๆที่มันอยู่กับตัวเราอยู่ เพราะมันไม่มีความรู้สึก เพราะฉะนั้น ในชีวะที่ไม่มีความรู้สึก ไม่เจ็บ ไม่ปวด ไม่บาป ไม่บุญ พีชะ คือ พืช นี่แหละพืช มันไม่เจ็บ ไม่ปวด ไม่บาป ไม่บุญ ตัดมัน ต้มมัน แกงมันก็แล้วแต่ ฆ่ามัน มันก็ไม่ได้มีบาปมีบุญ ไม่ได้เจ็บได้ปวดอะไร ถ้าไม่รู้อันนี้ ไม่ได้เป็นอรหันต์ อย่างนั้นมันก็เป็นรูปธรรม เพราะฉะนั้น ถ้าเป็นจิตจะมีความรู้สึกเจ็บ มีรู้สึก มันมีชีวะ เป็นพืชแล้ว แต่มันไม่ได้มีความเจ็บ มันไม่เกิดเวทนา ไม่มีจิตขั้นเวทนา ความรู้สึกไม่มี ไม่เป็นกาย พอมีความรู้สึกจึงเป็น กาย เพราะฉะนั้น กาย จึงเป็นจิตอย่างยิ่ง เป็นพีชะ มันก็เป็นชีวะ แต่มันก็ยังไม่ได้เป็นกาย ที่นี้ไปหานามธรรม ไปหาจิตวิญญาณ จิตวิญญาณของคุณมีความเป็นกาย หรือไม่เป็นกาย คุณต้องชัด จิตวิญญาณของคุณไม่เป็นกายในลักษณะของอุตุทำได้ คือทิ้งขาดเลยไม่นำพาเลย เรียกว่า ทิ้งขาด หากว่ายังเกี่ยวพันอยู่ แต่ไม่รับรู้สึกทุกข์ รู้สึกทุกข์ไม่จองเวรจองกรรมเป็นพีชะ คุณต้องทำใจในใจมนสิการของคุณ กระทบสัมผัสเกี่ยวข้องกับอะไรให้มันเป็นจิตที่มันเป็นพืชให้ได้ นี่คือจุดสำคัญประเด็นที่จะเป็นอรหันต์ ไม่สุขไม่ทุกข์ ถ้าไม่เข้าใจอันนี้ทำจิตให้เป็นอย่างนี้ไม่ได้ ก็ไม่ได้เป็นพระอรหันต์ ส่วนคนที่ยังสุขยังทุกข์อยู่นั้น คุณยังเป็นจิตนิยามที่เป็นอวิชชา ผู้ที่มีอวิชชา มีปัญญาแล้วจึงทำจิตให้เป็นพีชะได้ ไม่สุข ไม่ทุกข์ แต่ดีแน่คือไม่ทำชั่ว อันนั้นเป็นประเด็นโลกียะเท่านั้นทำก่อน ไม่ทำชั่วทำดีได้อย่างแข็งแรงถาวรด้วย ไม่ใช่ดีแล้วก็ตกต่ำ ไม่ ได้ดีเข้ากระแสดีอย่างมีปัญญา อวินิปาตธรรม นิยตะ เที่ยงแท้มีแต่จะไปสู่ที่สูงที่สุดอยู่ถ่ายเดียว ดีก็ดีเที่ยง เที่ยงแท้ และมีแต่สูงขึ้นไป ไม่วนเวียนเหมือนโลกียเทวนิยม เพราะรู้จักจิตเจตสิกรูปนิพพาน รู้จักถึงขั้น เหตุใดคือกิเลสฆ่ากิเลสจนดับหมดฤทธิ์ในจิต มันจึงไม่มีการวนเวียน สูงสุดจนไม่สุข ไม่ทุกข์ เมื่อไม่สุขไม่ทุกข์แล้ว ไม่ยึดในหมดเลย ทุกภพทุกชาติ จิตวิญญาณที่ยึดสุข ยึดทุกข์อยู่ เทวะ จึงไม่หมดภพ หมดชาติ หรือ ไม่รู้จักภพชาติ ตายแล้วไปอยู่นิรันดร ไม่มีปรินิพพานเป็นปริโยสาน เพราะฉะนั้นพระอรหันต์ของพุทธแล้ว รู้จักจิตสมบูรณ์แบบ รู้จักวิญญาณสมบูรณ์แบบ ว่าเป็นของตนสามารถรู้ความเป็นอนัตตาว่า มันสูญได้ มันเป็นดิน น้ำ ไฟ ลมได้ พิสูจน์ตั้งแต่โลกอบายที่เรายังเกี่ยวข้องไปอยู่ แล้วโลกจิตวิญญาณก็เป็นโลกที่สมบูรณ์แบบเป็น พีชะเท่านั้น จะเจริญได้ก็เจริญอีกทำให้เจริญได้เพิ่มขึ้นโดยไม่มีวิบาก พืชพันธุ์ธัญญาหารพีชะไม่มีวิบากไม่สุขไม่ทุกข์ไม่มีวิบาก นี่คือประเด็นที่จะต้องอธิบายซ้ำซากอีกหลายที พวกเราจะเข้าใจดีเรื่อยๆแล้วก็ทำได้ นี่แหละคือการศึกษาให้เป็นอรหันต์ได้ ต้องเข้าใจแยกกาย แยกจิตได้ แล้วทำจิตในจิตอย่างชัดเจน ในจิตเจตสิกรูปนิพพาน คุณทำได้จริง คุณก็เป็นได้จริง สมณะเดินดิน... สรุปจบ พ่อครูว่า... ใครยังสุขยังทุกข์อยู่กับบอลบ้าง โลกเขามีความสุขความทุกข์กับบอลโลกแต่มีคนไทยจำนวนหนึ่งไม่สุขไม่ทุกข์อยู่กับบอลโลก สมณะเดินดิน... สรุปจบ 651207 มาฝังชิปโลกุตระใส่จิตวิญญาณตนจนเป็นอรหันต์ พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราช