สื่อธรรมะพ่อครู(อบายมุข กามคุณ 5) ตอน ออกจากการติดแป้น.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.73 KB
วันที่แก้ไข23 พฤศจิกายน 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(อบายมุข กามคุณ 5) ตอน ออกจากการติดแป้น _เมื่อก่อนนี้อร่อย เพลิดเพลิน ชอบ (พ่อครูว่า...เขียนมาแค่นี้อาตมาก็ภูมิใจที่สอนได้ผล คนที่พูดมาแสดงว่าอ่านอาการอร่อยอัสสาทะนี้ได้) ชอบนี้ยึดเลย เห็นคุณค่ามากที่สุดในการทำงานในดินแดนแห่งนี้ (พ่อครูว่า...อร่อยเพลินชอบนี่เป็นสวรรค์นะ เดี๋ยวนี้รู้ทัน) ดินแดนแห่งนี้ ทำให้เกิดพุ่งเพ่งเร่งการทำงานลืมศีลลืมประมาณลืมคนรอบข้าง จิตใจพุ่งไปข้างหน้ามีกิเลสดูดผลักอยู่ตลอดเวลา เพ่งจัด ไปอยู่ที่อาการ อารมณ์จิต พบกับ ความทุกข์จากเหตุนี้มากจึงหาทางออกจากกิเลสตัวนี้มาเป็นเวลา 10 ปี จนมาสู่ภาวะฝึกทำงานตามเหตุปัจจัยได้มากขึ้น เกิดความผาสุกได้จริง ประมาณเป็นรักษาศีลได้ดีขึ้น คนรอบข้างให้ความร่วมมือและเพราะฝึกมากขึ้น งานออกมาดีจะรู้ได้อย่างไรว่าเราหยุดอยู่หรือแช่อยู่กับความสบายฐานนี้ พ่อครูว่า...ก็อ่านรู้ว่า ตัวเราเองอยู่ในฐานนี้ในเมถุนสังโยค 7 ข้อ 7 เรียกว่าติดแป้น เป็นเทวดาองค์ใดองค์หนึ่ง ถ้าบอกว่าอันนี้เราก็ทำได้แล้วโดยไม่ยากไม่ลำบากใน ฌานทั้ง 4 เราก็สัมผัสความว่างสบายได้แล้วเราก็เพิ่มสิ การปฏิบัติธรรมจึงต้องเพิ่มศีล เราปฏิบัติศีลข้อนี้เกี่ยวข้องกับสัตว์มันเกิดอาการโลภ โกรธ หลง กระทบกับข้าวของกับเพื่อนมันเกิดความโลภ โกรธ หลง กระทบทางตา หู จมูก ลิ้น กายมันก็เกิดอาการ กาม ก็เพิ่มศีล เราอยู่กับกามได้หมดแล้ว เป็นอนาคามี รูปภพ อรูปภพก็ตั้งศีล ของตนต่อ หรือจากกาม ที่จริงมันไม่หมดง่าย เรายังมีอยู่คุณก็รู้ตัวเอง แล้วก็ตั้งศีลในสิ่งที่เราเป็นจริงนั้น มันไม่เหมือนกันหรอกความยึดถือมันต่างกัน คนชอบอันนั้นอันนี้มันไม่ตรงกัน ถ้าหากชอบตรงกันหมดก็ตีกันฆ่ากันตาย _หางแถง...แรงที่ตรงกันข้ามสุดขั้วกับแรงอาฆาตพยาบาท เรียกว่าแรงอะไรครับ พ่อครูว่า.

อ่านต่อ

..สู่แดนธรรมว่า แรงเมตตา ...เมตตาหรืออภัยหรือว่าอย่าไปถือสา อย่าไปยึดอาฆาตพยาบาท วางลง อภัย _กล้าตรง...งานเจที่ผ่านมา สัมผัสได้ถึง ความเป็นมิตรสหายดีสังคมสิ่งแวดล้อมดี เมื่อก่อนเราก็จะเข้าใจแต่ภาษา มิตรดีคือคนที่สูงกว่าเรา (พ่อครูว่า...ไม่ใช่แค่คนสูงกว่าเรา) แต่งานเจที่ผ่านมาเรารู้สึกซาบซึ้งกับคำว่ามิตรสหายดี จริงๆแล้วคนที่อยู่ใกล้ชิดกับเรานี่แหละจากการได้ทำงานคลุกคลีกัน คนที่อยู่ใกล้เคียงมีฐานใกล้เคียง ทำให้เราได้เห็นว่า มีมิติที่ทั้งกว้างลึกในมิตรดี เราไม่ถือสาเราเข้าใจแต่ละคน เหมือนภาพที่เราจะเห็นชัดเจนในเหตุปัจจัยของแต่ละคน อยากถามว่าในภาวะที่เราไม่ถือสา จะพูดเป็นภาษาว่าอนุรักขนาปธานได้ไหม พ่อครูว่า..เป็นความเจริญของเรา ได้เรียกว่าอนุรักขนาปธานเป็นการรักษาผลที่เราได้ทำได้แล้วก็อย่าไปยึดมั่นถือมั่นได้แล้วก็เพิ่มภูมิให้เจริญขึ้นไปอีก

อาตมาฟังพวกเรา คำถามที่ถาม อาตมาอุ่นใจนะว่า พวกเราฟังธรรมะเข้าใจแล้วเอาไปปฏิบัติจนเกิดสภาวะจนเกิดการก้าวหน้าอย่างนี้ ปฏิบัติธรรมได้ผล มีการเรียนรู้ศาสนาได้ประโยชน์ ได้การพัฒนาตนเองถูกต้องตามพระพุทธเจ้าตรัส ไม่ใช่ไปนั่งหลับตาสะกดจิต แต่นี่แหละมีสัมมาอาชีพ สัมมากัมมันตะ สัมมาวาจา สัมมาสังกัปปะ ขณะที่เราปฏิบัติก็เกิดเป็นสมาธิเกิดเป็น ฌาน กำจัดกิเลสไป พลังงานปัญญาพลังงานความรู้ที่มันเป็นไฟ ฌาน ไฟปัญญา สูงจนลดกิเลสได้ คือฌาน คือปัญญา คือบุญ แล้วผลได้ จิตก็ สะอาดขึ้นตกผลึก จึงเป็นความตั้งมั่นที่เรียกว่าสมาธิ สมาธิคืออย่างนี้ไม่ใช่ไปนั่งหลับตาสะกดจิตเอาแล้วเป็นสมาธิ อย่างนั้นคือการสะสมกิเลสให้นิ่งๆก็ยึดไปอีกนาน ใช้เวลาก็นานใช้กำลังอีก อยู่อย่างนั้นแหละมันไม่ได้เรื่องอะไร 611022_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 21

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน