สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน เวทนา 108 ย่อความง่ายๆ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์12 KB
วันที่แก้ไข23 พฤศจิกายน 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน เวทนา 108 ย่อความง่ายๆ _เวทนา 108 ย่อความง่ายๆ พ่อครูว่า...ถ้าเผื่อว่าผู้ที่สามารถรู้เวทนา 108 แล้วก็ตีแตกเวทนา 108 ปฏิบัติเวทนา 108 มีผลสำเร็จ บรรลุธรรมในเวทนา 108 ผู้นั้นเป็นอรหันต์ ผู้ที่มาสนใจเรียนรู้เวทนา 108 คนจะมีเวทนาต้องมีผัสสะเป็นปัจจัย ถ้าไปหลับตาปิดตาปิดหูปิดจมูกปิดลิ้นปิดกาย ไม่มีการรับสัมผัสทางทวารทั้ง 6 เวทนาก็ไม่เกิดมีได้ เป็นการปฏิบัตินอกรีตศาสนาพุทธ ให้ตีทิ้งได้เลยพวกที่ทำการหลับตาปิดทวารไม่ใช่ศาสนาพุทธ ฟังอาตมาย่ำยีตีทิ้งพวกนั่งหลับตามาจนกระทั่งป่านนี้ 40 กว่าปีแล้ว เขาก็ไม่สะดุ้งสะเทือนเลย เราพูดไปเถอะ แต่อาตมาก็ต้องตีเพราะเป็นสัจจะที่เลี่ยงไม่ออก เวทนา 108 คือเนื้อแท้ของศาสนาพุทธ ในพระไตรปิฎกเล่ม 10 ข้อ 60 ดูกรอานนท์ ธรรมทั้งสองเหล่านี้ รวมเป็นอันเดียวกันกับเวทนา โดยส่วนสอง (เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ ) ล.10 ข.60 สั้นๆแค่นี้ สุดยอดของหัวใจศาสนาพุทธแล้ว

ธรรมะ 2 เทฺว ธมฺมา หรือเทวะคือไปเป็นศาสนาที่เป็นเทวนิยมตีเทวไม่แตก ยกให้เป็นสุดยอดความจริงความรู้ แล้วเขาก็ไม่รู้ว่าความจริงความรู้นี้คืออะไรเพราะเขาตีไม่แตกเขาแยกไม่ออก พระพุทธเจ้าก็จึงได้หยิบเอามาแยกแยะ โดยเอาเนื้อแท้ของมนุษย์ เวทนาของมนุษย์ ความสุขความทุกข์ก็อยู่ที่เวทนา มาเป็นอริยสัจ 4 แล้วก็ให้หาเหตุแห่งทุกข์และดับเหตุแห่งทุกข์ให้ได้ จนหมดความสุขความทุกข์ เหลือเพียงหนึ่ง เหลือเพียง 0 ถ้าดับเหตุนี้ได้คนที่บรรลุตรงนี้ก็หมดโทษภัยหมดพิษ เป็นคนที่จะมีแต่ (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) สมณะฟ้าไทว่า..เอาของเทียมออก ให้เหลือแต่เวทนาแท้ อุเบกขาที่เขาเข้าใจว่าเฉย แต่ที่พ่อครูเอามาอธิบาย นั้นอุเบกขาของพุทธเจ้าต้องมี “กรรม”-การงานพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ไม่

อ่านต่อ

ใช่อยู่เฉยๆไม่ทำอะไร ปริโยทาตา ต้องมีการกระทบมีผัสสะ จึงจะเกิดให้รู้ว่าบริสุทธิ์ที่แท้จริงหรือไม่ มุทุ เขาแปลว่า นิ่ม อ่อน แต่พ่อครูว่าแววไว เปลี่ยนได้ไวทั้งปัญญาเจโต มีธาตุหัวอ่อน พ่อครูว่า..เป็นธาตุจิตหัวอ่อนปรับได้เร็ว เป็นยอดของเวทนาที่อยู่ใน ธาตุวิภังคสูตร ในพจนานุกรมฉบับประมวลศัพท์ของพระพรหมคุณาภรณ์หรือสมเด็จพุทธโฆษาจารย์ในปัจจุบัน ท่านไม่ได้รวมเอา คุณสมบัติของ เวทนา 5 ไว้แต่อาตมาเห็นว่าสำคัญมากเป็นตัวจบสุดยอดของเนื้อหา ซึ่งน่าเสียดาย ที่ไม่มีในนั้น เวทนา 5 อาตมาไม่เห็นเวทนา 5 ที่เป็น ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา แต่ ท่านมีเวทนา 5 ที่เป็น สุขเวทนา ทุกขเวทนา โทมนัส โสมนัส อุเบกขา ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา ทำให้ได้ต่อเนื่องเสมอๆสมบูรณ์แบบก็เป็นอรหันต์ที่สมบูรณ์ ผู้ใดทำได้เป็นครั้งคราวก็ได้เป็นครั้งคราวในอรหัตตผลนั้นๆ ในปฏิจจสมุปบาทหรือมูลสูตรก็มีผัสสะกับเวทนา อายตนะ ผัสสะ เวทนา ตัณหาอุปาทาน แม้แต่ในสูตรอื่นมีผัสสะก็เกิดเวทนา ไม่มีผัสสะ ไม่เกิดเวทนาไม่มีการปฏิบัติ แต่การปฏิบัติไปดับเวทนา อยู่ดีๆก็นั่งแล้วไม่เกิดความรู้สึกอะไรมันก็หมดความฉลาด ในจิตมันไม่มีความฉลาดมีแต่โง่ตัวเดียว ถ้าไปทำอย่างนั้น อาตมาก็เลยว่าทำไมเข้าใจกันไม่ได้อ่านพระไตรปิฎกกันมา สอนกันมาพูดกันมา ผู้รู้ก็สอนกันมา คนที่ไม่รู้ไม่อ่านก็แล้วไป เอาแต่นั่งก็ตามโง่เง่าอย่างนั้น ก็ไม่ตื่นสักที ผู้รู้ภาษารู้ตำราก็เอามาอธิบายแต่ทำไมไม่อธิบายหรืออธิบายไม่ออก ถ้าแก้ไขตรงนี้ไม่ได้ศาสนาพุทธไม่ฟื้น ถ้าแก้ความตื่นให้เกิดชาคริยาตรงนี้ไม่ออก ผู้ใดรู้ตัวแล้วก็ให้เลิกเสียที บางคนกลัวจะเสียหน้าก็ไม่ยอมเปลี่ยนก็มี อย่าไปนั่งหลับตาปิดทวาร ต้องเปิดทวารในขณะที่มีงานสัมมาอาชีพ อะไรกุหนาก็เลิก อย่างทักษิณทั้งกุหนา ลปนา ทั้งโกง ตอแหล ทั้งปฏิบัติประพฤติในพฤติกรรมให้เห็นอยู่ ตัวเองประพฤติไม่พอก็ส่งน้องสาวมาประพฤติซ้ำซากอีก ถอดแบบพี่ชายมา ก็เลยถูกตัดสินจำคุกมากกว่าพี่ชายอีก เห็นไหมผลมันออกมาก็ชัดเจนแต่ไม่รู้เรื่องเลยว่าตัวเองทำเอง แล้วมาหาว่าศาลไม่ยุติธรรม ไปตัดสินเขาผิดๆ (พ่อครูไอมาก ตัดออกด้วย) สมณะฟ้าไทว่า..เขาทำผิดไปก็ไม่ยอมรับผิด แต่ถ้ายอมรับผิด ขอเข้าคุก คนจะยอมรับเขามากเลย แน่มาก พ่อครูว่า...อาตมาใช้พยัญชนะสื่อถึงสภาวะที่ลึกมากเลยนะ มีลีลาท่าทางด้วย

สรุปว่าโลกนี้ ไม่มีอะไรเลยนอกจาก ธรรมะ 2 มีแต่ตัวนี้ ถ้าใครเข้าใจได้ทั้งความหมายที่เป็นภาษา ทั้งในสภาวะที่เป็น ว่า 2 นี้คืออะไร 2 คืออะไร ชาวเทวนิยมที่ยึดถือในพระเจ้า เป็นสิ่งสุดยอด และเขาก็ไม่รู้จักพระเจ้า เขาไม่เคยได้สัมผัสกับพระเจ้า ไม่เคยเห็นเนื้อตัวไม่เคยจับต้องเป็นสิ่งลึกลับ สายเทวนิยมจะตีธรรมะไม่ออก เป็นต้นว่าจะแยกเวทนา 108 แยกไม่ออก แยกเป็น เคหสิตะกับเนกขัมมะ เวทนา ก็แยกไม่ได้ แม้แต่ในศาสนาพุทธของพระพุทธเจ้าเดี๋ยวนี้ก็ไม่มีใครจะมาแยกแยะอธิบายได้ เพราะไม่เห็นความสำคัญ ไม่รู้เนื้อแท้ว่าเป็นสิ่งที่สุดยอด ถ้าผู้ใดเป็นชาวพุทธเป็นนักปฏิบัติขนาดไหนก็ตามไปหานิพพาน ถ้าไม่รู้สภาวะเวทนาที่เป็น เคหสิตะกับเนกขัมมะ เวทนา ไม่รู้จักสภาวะของอาการ ลิงค นิมิต ว่าแตกต่างกันอย่างไร แล้วทำอาการที่เป็นเคหสิตะ มันจะเป็นสุข ทุกข์ โทมนัส โสมนัส อุเบกขา ก็ทำให้เป็นเนกขัมมะให้ได้เข้าใจจิตที่เป็นโลกียะกับโลกุตระ เนกขัมมะคือการจับตัวกิเลสให้ได้ อาการที่มันเกิดจากเหตุคือกิเลสความสุขที่มันเป็นโลกียะ ก็ทำให้มันลดลงไปได้ ที่จริงสุขมันคือตัวแทนของทุกข์ คือตัวปลอม สุขคือลิเกของทุกข์ มันก็ทรงเครื่องร่ายรำว่าสุข สมมุตินามตามท้องเรื่องว่าข้าพเจ้าคือท้าวเธออย่างนั้นอย่างนี้ ความจริงแล้วสุขกับทุกข์มันคือตัวเดียวกัน มันคือลิเกทั้งนั้นแหละเนื้อแท้ของมันคือทุกข์ แต่มันทรงเครื่องเป็นความสุขมาหลอกมานานแล้ว เท่านั้นเอง ตัวทุกข์นี้คุณเลิกเป็นตัวทุกข์เสียทีได้ไหม เหตุอะไรที่มันพาให้ทุกข์ก็ตามหาเหตุ ภาษาที่เป็นเทวคือธรรมะ 2 แล้ว 2 คือคุณมีตัวภาษาเทวะกับตัวสภาวะ คุณก็แยกภาษา 2 นี้ให้ออก สภาวะว่ามันคืออย่างไร อาการของจิต สภาวะคืออาการของจิต จิตของคุณมีอาการสุข อาการสุขคืออาการของ 2 อย่างคือรูปกับนามเรียกว่าธรรมะ 2 เรียกว่ากาย เรียกว่าเทวะ เพราะฉะนั้นคนที่หลงเทวะ คือหลงเทวะที่ยิ่งใหญ่ที่ไม่ทุกข์เลยคือพระเจ้า เพราะฉะนั้นใครได้ไปอยู่กับพระเจ้า ตายไปแล้วอยู่กับพระเจ้า แต่ใครทำชั่วไปหาพระเจ้า พระเจ้าจะไม่รับพระเจ้าจะส่งลงนรก ถ้าใครทำดีก็จะไปอยู่กับพระเจ้า ความหมายก็อธิบายอยู่แค่นี้ แล้วทำไมต้องให้พระเจ้าส่งลงนรกหรือดึงเอาไว้ในสวรรค์เป็นเจ้าของสวรรค์คนเดียว สวรรค์อยู่ในโลกมนุษย์ไม่มีหรือ เวทนาเป็นอาการของสวรรค์หรือนรกเป็นความทุกข์ความสุข ให้เรียนความจริงตรงนี้ให้ได้ คุณเป็นคนนี้มีความรู้สึกไหม รู้จักความรู้สึกไหม อ่านความรู้สึกให้เป็น ความรู้สึกที่เป็นความสุข ความรู้สึกที่เป็นความทุกข์ให้แยกแยะให้ออก แล้วให้รู้ว่าความสุขนี้มันคือตัวทุกข์ปลอมแปลงตัวเหมือนเป็นลิเก มาหลอกว่าเป็นตัวสุข ที่แท้เองมันคือตัวทุกข์แท้ๆ ก็ต้องตาม หามันให้เจอ เทวะคือ 2 ต้องดูสภาวะทุกข์แล้วตามหาเหตุแห่งทุกข์ให้ได้ ศาสนาพุทธตามหาเหตุอย่างนี้ แล้วก็ทำลายเหตุตัวโง่ตัวอวิชชา ตัวที่ไปยึดถือว่าอาการอย่างนี้สภาวะอย่างนี้เอามันไว้ในจิต เอามาไว้ทำไมเอามาเป็นตัวทำให้ตัวเองทุกข์ ทำให้ตัวเองโง่ ตัวนี้พระพุทธเจ้าท่านก็อธิบายว่าตัวนี้มันไม่ใช่ตัวตน มันไม่ใช่ตัวจริง มันไม่มี แต่คุณไปมีอยู่ในจิต คุณก็โง่อยู่นั่นแหละ ถ้าหากคุณเข้าใจแล้วถ้าไม่มีตัวเหตุที่พาให้ทุกข์ตัวนี้มันก็สบาย ตัวเหตุคืออะไร เหตุคืออาการ “อยาก” คุณก็ต้องอ่านอาการอยากให้ได้ ท่านก็สอนเป็นลำดับ มันอยากได้อะไร ในการสัมผัสสัมพันธ์เกี่ยวข้องปรุงแต่งเกี่ยวกับโลกอบายมุข เช่นโลกขี้โกงแล้วสุข อย่างเช่นทักษิณหรือน้องสาวกับธัมมชโยเป็นต้น ธัมมชโยก็หลอกให้ไปสวรรค์ ไม่พูดถึงเหตุแห่งทุกข์ให้เลิกความทุกข์อะไร แต่ทุกคำพูดของเขาก็คือตัวเหตุแห่งทุกข์ ทำให้เกิดแห่งทุกข์ คือตัวโง่ที่หลอกให้เกิดเหตุแห่งทุกข์ทั้งนั้น แต่คนไม่เข้าใจ อ้างอิงเรื่องจริง ทั้งเรื่องนักบวชและฆราวาสเป็นตัวอย่างของความโง่ที่ไม่เข้าใจกัน เสร็จแล้วเราไม่เรียนรู้เราก็ไปเป็นลูกน้องของทักษิณของคนนิยมของอวิชชาตัวนี้ คุณก็ไม่รู้อาการจิต อาการ ลิงคิ นิมิต ว่า มันเป็นตัวอยากอบาย คุณก็ดูเอามาทำไมสิ่งที่โง่สิ่งที่ต่ำเหล่านี้ หรือคุณได้โลกนั้น ได้โลกที่คุณรวยคุณชนะ ขณะนี้ ทักษิณได้ความรวยไป แต่ยังชนะเขาไม่ได้ ธัมมชโยได้ความรวยไปแต่ยังชนะไม่ได้ แต่อย่างไรประเทศไทยก็ระงับชะนีบ้าบอสองตัวนี้ได้แล้ว มีบทบาทเต้นแร้งเต้นกาอยู่คือทักษิณแต่คนหนึ่งไม่รู้ว่าอยู่ไหนเลยส่งลูกน้องมาเท่านั้น คือ ธัมมชโย เมืองไทยเป็นฟีโนมีนอนมีตัวอย่างที่ให้ศึกษาได้เลยมีตัวตนด้วย ทั้งทางด้านการเมืองและทางด้านธรรมะเห็นได้ชัดเลย แม้ที่สุดตัวโลกุตระก็มีตัวอย่างของคนไทยให้ศึกษา แล้วชี้หน้าได้อย่างไม่เกรงใจผีซาตานทั้งสอง ทั้งด้านฆราวาสและทางด้านนักบวช ไม่ไว้หน้าอย่างไม่เกรงไม่กลัวเลย เข้ามาสิอาตมาวิ่งหนีเป็นนะ เรื่องอะไรอาตมาจะอยู่ให้เขามาทำลาย คุณเชื่อไหมว่าคนโง่นี้ทำชั่วทำร้ายได้ อาตมาไม่โง่ให้เขาทำชั่วหรอกอาตมาฉลาดที่จะต้องไม่พยายามให้เหตุเขาทำชั่ว ต้องหนี ถ้าอาตมาอยู่ก็จะเป็นเหตุให้เขาทำชั่วอาตมาก็จะไปทำทำไม อาตมาจะไปรับให้เขาตกต่ำไปทำไม อาตมาไม่เป็นเหตุเป็นคู่ให้เขาทำชั่วหรอก หนีก็ไม่เจ็บตัวด้วย สมณะฟ้าไท ...สรุป611021_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ตีให้แตกจนแหลกสูญในเทวะคือเวทนา 2

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน