สื่อธรรมะพ่อครู(พระวินัย) ตอน ทำไมสมณะต้องโกนผม.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(พระวินัย) ตอน ทำไมสมณะต้องโกนผม _ทำไมท่านสมณะต้องโกนผมออกด้วยครับ พ่อครูว่า...เรื่องนี้มันมีตำนาน ที่ยาวมาก นักบวชมีสองชนิด ชนิดโกนผมกับไม่โกนผม ไม่โกนผมก็ไว้หนวดเครา ปล่อยยาว มุ่นเป็นฤาษี เช่นไม้ร่ม ไม่โกน แต่เขาไม่ค่อยยาว เขาก็หั่นเล่นให้มันด่างตามประสาศิลปินเขา เพื่อให้เป็นจุดสนใจ พวกไว้ผมก็พวกหนึ่ง พวกที่โกนผมก็พวก 1 ในยุคสมัยที่สลับไปสลับมา พราหมณ์กับพุทธ ก็โกนกับไว้ผมเหมือนกัน ของพุทธยุคหนึ่งก็ไว้ผมเหมือนกัน ถึงยุคหนึ่งก็มาโกนศีรษะสลับกันไปสลับกันมา สมัยพระพุทธเจ้าศาสนาพราหมณ์นั้นไว้ผม พระพุทธเจ้าก็มาโกนผม พวกพราหมณ์ที่ถือไตรเภท คือวิชชา 3 แท้จริงก็สลับไปสลับมากับของพระพุทธเจ้านั่นแหละ เหมือนกับพระไตรปิฎกนี่แหละ แล้วเขาก็ไว้ผม พวกโกนผมเขาก็บอกว่าเป็นพวกศีรษะโล้น เป็นพวกที่ใช้ไม่ได้ พระพุทธเจ้าก็ซักไซ้ไล่เลียงจนเขาจนแต้ม สุดท้ายท่านไล่เรียงมาจนถึงไตรเภท จนกระทั่งผู้ที่รู้จักไตรเภทแล้วเอาไปปฏิบัติได้ไหม ทำให้จิตใจไม่เศร้าหมองทำให้จิตใจไม่เกิดความพยาบาท จนกระทั่งยังจิตให้เป็นไปในอำนาจได้ไหม ท่านก็ไล่เรียงมา เขาก็จนแต้ม พวกคุณว่าได้ไตรเภท แต่ได้แต่ท่อง เหมือนกับสมัยนี้ได้แต่ท่อง ทำได้แล้วยืนยันกับผู้อื่นได้หรือไหมว่าบรรลุสำเร็จ มันอย่างเช่นอาตมายืนยัน เขาก็เอาคำที่มาย้อนแย้งว่า ผู้ได้แล้วไม่พูดหรอกอย่าอวดตัว อาตมาก็ว่าอาตมาไม่มีกิเลสอยากอวดตัวนั้นในจิต อาตมาพูดเพื่อยืนยันสัจจะความจริงบอกความจริง ตัวคุณเอง 1 คุณมาสอนว่าผู้บรรลุอย่าพูด ก็เลยมีแต่พระอาริยะที่เดา อรหันต์เดา อาตมาก็สงสารมีแต่อรหันต์เดา ไปเดาผิดว่า ใครเป็นอรหันต์ก็ไม่รู้ อาตมาจึงต้องยืนยันว่านี่คืออรหันต์ อรหันต์ไม่ใช่คนซื่อบื้อไม่กระดุกกระดิกไม่รับรู้โลกอะไร ไปหลับหูหลับตามันไม่ใช่ แต่เ
อ่านต่อ
ป็นคนคล่องแคล่วปราดเปรียว ปาคุญญตา เป็นคนมีพลังด้วยนะ 84 ยังแจ๋ว พระพุทธเจ้าถึงได้สอนเอาไว้ ในโลหิจสูตร ….โลหิจจพราหมณ์ มีทิฏฐิลามก ว่า “ผู้บรรลุแล้วไม่พึงบอกแก่ผู้อื่น เพราะคนอื่นจะทำอะไรแก่อีกคนหนึ่งได้ การบอกแก่คนอื่นจัดว่าเป็นความโลภที่เป็นบาป เปรียบเหมือนคนตัดเครื่องพันธนาการเก่าออกแล้ว กลับทำเครื่องพันธนาการใหม่... ฯลฯ ” . พระพุทธองค์ตรัสว่า เป็นมิจฉาทิฏฐิ ย่อมมีคติ 2 คือ นรกหรือกำเนิดเดียรัจฉาน อย่างใดอย่างหนึ่ง (พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 358) อย่ามายืนยันกับอาตมาว่า บรรลุแล้วบอกใครไม่ได้อย่ามาพูด ในอภิณหปัจจเวกขณ์ ข้อที่ 10 ก็มี คุณวิเศษยิ่งกว่ามนุษย์สามัญที่เราบรรลุแล้ว มีอยู่หรือไม่ ที่จะให้เราเป็นผู้ไม่เก้อเขิน เมื่อถูกเพื่อนบรรพชิตถาม ในกาลภายหลัง อาตมาไม่ได้มีจิตสาเถยจิตอยากอวด มีแต่เน้น ดินแดนความจริงว่าในยุคนี้ก็ยังมีพระอรหันต์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ อาตมาเองยืนยันพวกคุณไม่กล้ายืนยันหรอก พวกคุณยืนยันแล้วหากคนอื่นเขายันสู้แล้วคุณก็สู้เขาไม่ได้ ยันกันไปยันกันมาแย้งกัน สู้ไม่ได้ แต่อาตมาไม่กลัว ใครจะมายันกับอาตมา อาตมายันตอบได้ อาตมาทำงานอยู่ ประพฤติปฏิบัติอยู่จึงเป็นของจริงของแท้ของสด สดจนกระทั่งดิบ จนเขาหาว่าอะไรต่ออะไร อาตมาไม่มีปัญหาหรอกแต่ว่าจะติก็ว่าได้ ติได้ อาตมารับฟัง แต่อาตมาจะเชื่อคุณหรือไม่ก็อย่ามายุ่งกับอาตมา อาตมาตัดสินเองอาตมาก็ทำตามที่อาตมารู้ว่าควรจะทำอะไร โดยกาละสมัยอันควร ก็ต้องทำอย่างนี้ ตามที่อาตมามี สัปปุริสธรรม 7 มหาปเทส 4 ได้ผล อาตมาได้ผลจนพูดไม่รู้กี่ทีว่าทำงานได้ผลทำให้คนเข้าใจได้ปฏิบัติตาม ยืนยันของจริงว่ามีผู้บรรลุธรรมตามเป็นพระโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ เกิดขึ้นได้แม้แต่ในยุคนี้ ซึ่งหายไปแล้ว อาริยชนไม่มีแล้ว จริงๆ อาตมามางมขึ้นมาแล้วก็เอามาปลุกเสกขึ้นมาให้เป็นไปได้ ใครเชื่อไหมว่ามีอาริยะจริง ..ยกมือกัน คือมันจะไม่รังเกียจรังงอนไม่เพ่งโทษจะรู้ว่ามันรู้จริงมันเห็นกันอยู่ มันเห็นกันอยู่เข้าใจกันได้ เป็นสัจจะที่บอกในตัวเองได้ อาตมาจึงบอกว่าอาตมาสบายใจชาตินี้ ได้ทิ้งลาภ ยศสรรเสริญ โลกียสุข อาตมาประสบผลสำเร็จ ตายตาหลับแต่ยังไม่ยอมตายง่ายๆ ...จบ611022_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 21