ธรรมะที่แท้ ต้องปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีปัญญา.docx
เนื้อหาในไฟล์
ธรรมะที่แท้ ต้องปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีปัญญา _สินอโศก : น้อมกราบพ่อท่านด้วยเศียรเกล้าเจ้าค่ะ ธรรมะวันนี้เริ่มด้วยเพลงแห่งชีวิต ตามหมายเลข ๑ ไปเรื่อย ๆ แล้วก็ฟังธรรมะ และจะได้นำเอาธรรมะมาปรับใช้ในชีวิต มีตั้งมากมายที่ต้องนำมาปรับใช้ในชีวิต สิ่งที่สำคัญคือปัจจุบันเจ้าค่ะ จะทำต่อเนื่องเรื่อย ๆ เจ้าค่ะ พ่อครูว่า... ดีจังเลยนำธรรมะมาปรับใช้ในชีวิต อันนี้อาตมาถือว่าเป็นความสำเร็จ เป็นความสำเร็จที่อาตมามาทำงานธรรมะ คือมาอธิบายธรรมะแล้ว มีคนนำธรรมะไปปรับใช้กับชีวิต ปรับใช้ในชีวิตจริงๆ ปรับใช้แล้วไม่ใช่ปรับใช้ตามจารีตประเพณีเขาข้างนอก แต่มาปรับใช้อย่างที่เราเข้าใจว่า ศีลคืออย่างไร มีอปัณณกปฏิปทา 3 จริง มาสังวรศีล สำรวมอินทรีย์ โภชเนมัตตัญญุตา ชาคริยานุโยคะจริงๆ จนเกิดสัทธรรม 7 เกิดฌาน (พ่อครูไอตัดออกด้วย) สมณะเดินดิน... ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงพ่อครูเลยมีอาการไอ พ่อครูว่า... เป็นฌานที่ มันมีพลังงานจิตที่เผาหรือสลายละลายกิเลส เป็นพลังงานจิต เมื่อผู้ใด โยนิโสมนสิการ ได้ฝึกทำใจในใจของตน ตามสัมมาทิฏฐิตามที่พระพุทธเจ้าสอนไว้คือ จรณะ 15 วิชชา 8 มันก็จะเกิดพลังงานจิต ที่มีพลังปัญญาหรือเรียกว่า ฌาน มีพลังฤทธิ์ที่มันเหนือกว่าไฟราคะ เลยเรียกฌานนี้ว่า ไฟ พลังงานที่เป็นอุณหธาตุแล้ว มันเหนือกว่าพลังงานไฟ เขาเรียกพลังงานของกิเลสว่า ไฟ ก็เหนือกว่าไฟราคะ ไฟโทสะ ไฟโมหะ กิเลสที่เป็นไฟราคะ ไฟโทสะ ไฟโมหะ พลังฤทธิ์ของมันสู้ไม่ได้ ก็ค่อยๆสลาย ถ้าผู้ที่มีบารมีสูง พอเห็นหน้ากิเลสแล้ว มันก็สลาย เหมือนพระพุทธเจ้าบอกกิเลสอย่าโผล่หน้ามา ตถาคตเห็นเธอแล้ว กิเลสไม่เข้าใกล้เลย ไม่รอหน้าเลย อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นพวกเรานี้ได้รับธรรมะแล้ว ก็เอาไปปรับใช้ในชีวิต เขาเข้าใจดีว่ามีตั้งมากมายที
อ่านต่อ
่ต้องนำมาปรับใช้ในชีวิต เขาจับประเด็นได้ถูกเลยว่าสิ่งสำคัญคือ ปัจจุบัน กรรมกิริยา เวลา ที่มันเป็นปัจจุบัน เราสัมผัสกับอะไร เราเผชิญกับอะไร ต้องเร็ว ต้องไวในการรู้เท่าทันในปัจจุบัน กิริยาปัจจุบัน พฤติกรรมที่เราสัมพันธ์กันอยู่ทุกสิ่งทุกอย่าง เมื่อมากระทบเรามีผัสสะ แล้วผัสสะก็จะเกิดเวทนา แล้วก็แยกแยะเวทนา ที่มีกิเลสที่ไม่จริง แล้วก็รู้กิเลสเป็นตัวไหน ก็ต้องเอาปัญญาเท่าที่เรามีนี่ เป็นธรรมาวุธ เฮ้ย!...เอ็งเป็นอกุศลเอ็งเป็นกิเลส อะไรอย่างนี้เป็นต้น แล้วมันจะมีพลังฤทธิ์ของปัญญาเก่งขึ้นๆ ทำให้พลังของกิเลสนั้นๆ มันสู้ไม่ได้ลงไปทุกที เร็วขึ้น ประสิทธิภาพสูงขึ้นเรื่อยๆ อันนี้อธิบายขยายความพลังงานหรือลักษณะธรรมชาติที่มันมีมันจะเป็นอย่างนี้ ถ้าคนปฏิบัติไม่สัมมาทิฏฐิอย่างที่อาตมาสาธยายนี้ ไปนั่งหลับตา ไปเดินจงกรมอะไรก็ได้ แต่เป็นการทำสมถะทั้งนั้น มันไม่เกิดวิปัสสนาญาณ ไม่เกิดวิชชา 8 ไม่เกิดมโนมยิทธิ ไม่เกิดอิทธิวิธญาณ ไม่เกิดโสตทิพย์ จะไม่มีปัญญารู้จักเจโตปริยญาณ 16 ไม่เห็นราคะ โทสะ โมหะ แล้วก็ทำให้มัน วีตะ ราคะ โทสะ โมหะ ทำไม่เป็นเพราะปฏิบัติผิด อาตมาก็สงสารไม่รู้จะทำอย่างไร เขาก็ไม่เชื่อน้ำมนต์อาตมาเลย เขาฟังแล้วก็ติดยึดอาจารย์ของเขานำพากันไปมันผิดกันมาเป็นร้อยเป็นพัน มันอาจจะถึงเป็นพันปี ค่อยๆเสื่อมค่อยผิดไปเรื่อยๆ มาถึงยุคนี้ 2,500 ปี มันไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร มันปักหมุดลงไปในอวิชชา มิจฉาทิฏฐิกัน แข็งแรงตั้งมั่น อยากจะถอนอยากจะคลอน ก็เหลือแต่พวกที่พยายามไม่ไปหลงใหลทางโน้นมากนัก มีบารมีบ้างอย่างพวกคุณ ค่อยพอเข้าใจแล้วก็รับได้ก็ได้บ้าง ก็ทำไป อาตมาไม่ได้ท้อแท้หรอกที่พูดนี้อธิบายธรรมะ 651130 สบายสงบและมั่นคงที่ 1 ในโลกคือประเทศไทย พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราช