สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน จนแต่มีสุขได้ ดีกว่ารวยแล้วมีสุข.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข3 ธันวาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน จนแต่มีสุขได้ ดีกว่ารวยแล้วมีสุข _มณี ศรียงค์ ....ขอให้คำแนะนำลุงรักษ์เป็นธรรมทาน จะได้มีสัมมาทิฐิ เรื่องสุข-ทุกข์กับความจน! สุข-ทุกข์ นั้นอยู่ขึ้นกับความคิดและจิตใจเมื่อกระทบผ่านอายตนะทั้ง 6. แล้วจะมี reaction แบบไหน ถ้าเป็นชาวพุทธก็ใช้หลักพุทธธรรม ฉะนั้นสุข-ทุกข์จึงไม่ขึ้นกับรวย/จนเลยนะคะ

ปล.และพระพุทธเจ้าไม่เคยตรัสให้แยกโลกุตระกับโลกียะด้วยความรวย-จนเลย แต่ทรงสอนให้แยกแยะด้วยกิเลสตัณหาคือลดละหมดกิเลสตามระดับชั้น ฉะนั้นกลับมาสู่การเทศน์ด้วยสัมมาทิฐิด้วยหลักคำสอนถ้อยคำแก่นแท้ของพุทธธรรมเถอะค่ะ

พระพุทธเจ้าก็ไม่เคยตรัสว่าสุข-ทุกข์ขึ้นกับความรวยความจน จึงไม่ควรเพ้อเจ้อพาสาวกหลงผิดจมดิ่งกับความเพ้อของท่านเลย

อย่าเพิ่งdeadก่อนนะคะ เดี๊ยนแฟนคลับค่ะ

อยากดูลีลาวาทะท่านพ่อครู

พ่อครูว่า...เรื่องสุข-ทุกข์กับความจน! ที่ว่า...สุข-ทุกข์ นั้นอยู่ขึ้นกับความคิดและจิตใจเมื่อกระทบผ่านอายตนะทั้ง 6. แล้วจะมี reaction แบบไหน ถูกต้องแล้ว ถ้าเป็นชาวพุทธก็ใช้หลักพุทธธรรม ฉะนั้นสุข-ทุกข์จึงไม่ขึ้นกับรวย/จนเลยนะคะ ที่ว่านี้ถูกต้อง แต่คุณมณีศรียงค์ ถ้าจนแล้วจะสุขไหม? ถ้ายังทุกข์ นี้ก็ยังไม่ไปถึงไหน จนก็ทุกข์ได้รวยก็ทุกข์ได้ถ้าอวิชชาเสียอย่าง? เราเข้าใจอันนี้ได้ และเชื่อมั่นว่ารวยแล้วก็เป็นสุข กับจนแล้วสุข เราก็เลือกเอามาจนแล้วเป็นสุขดีกว่า เพราะมันจะไม่ได้ไปแก่งแย่งเบียดเบียนคนอื่น ให้คนอื่นรวยเสียให้เข็ดคนที่ติดยึดมากๆ เราไม่อยากให้ใครรวยหรอก มาจนสิดี เศรษฐกิจแบบคนจนที่ยิ่งใหญ่ เราทำได้อย่างมีหลักฐานยืนยันว่าทำได้ ไม่ใช่แค่ชั่วคราว แต่ทำได้ยั่งยืนยืนนานเป็นสุขอันสงบจริงๆ เป็นคุณสมบัติของจิต จะต้องมีความพิเศษหลายด้

อ่านต่อ

านจึงจะอยู่อย่างนี้ได้ สู่แดนธรรมว่า...ทำให้นึกถึงคำตรัสของพระพุทธเจ้า ที่บอกว่า สุขโดยส่วนเดียว พระเจ้าพิมพิสารบอกว่า ต้องนอนบรรจถรณ์จึงจะมีความสุข แต่พระพุทธเจ้านอนได้ทั้งบรรจถรณ์บนเตียงก็มีความสุขนอนขอนไม้ก็มีความสุข จะบอกว่าไม่เกี่ยวกับขอนไม้ไม่ได้ทุกๆต้องอยู่กับภายนอกด้วย เขาบอกว่าสุขทุกข์ไม่เกี่ยวกับรวยหรือจนก็ไม่จริง ถ้าคุณมาจนได้แล้วไม่ทุกข์ คุณลองมาเป็นดู

พ่อครูว่า...เพราะฉะนั้นคนที่มาจนได้นี่แหละ เรากำลังไขคำว่าความจนหรือคนจนคือคนไม่สะสมวัตถุสมบัติ วัตถุสมบัติเป็นส่วนกลาง วัตถุสมบัติเป็นสิ่งที่มีชิ้นมีอันมีตัวมีตน มีแท่งมีก้อน แล้วจำเป็นต้องใช้ สิ่งที่เป็นอุตุนิยาม พีชนิยาม วัตถุที่มันไม่มีชีวิตก็คืออุตุนิยาม มีชีวิตเริ่มต้นด้วย พีชนิยาม แต่มันยังไม่มีวิญญาณไม่มีเวทนา เป็นพลังงานธาตุรู้ แค่สัญญากับสังขาร ศึกษาให้ดีศึกษาให้ละเอียดแล้วจะรู้ว่าเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มันคืออาการอย่างไรของพลังงานจิตระดับไหน แล้วเราก็จะรู้ว่า พีชะมีแค่สัญญากับสังขาร ยังไม่มีเวทนายังไม่เป็นวิญญาณ ยังไม่มีธาตุที่มีวิญญาณครอง จึงยังไม่มีกรรมวิบาก จะเข้าใจลึกซึ้งขึ้นไปอีก เพราะฉะนั้นคนที่ชัดเจนแล้วในเรื่องรายละเอียดพวกนี้ดี จึงมาอยู่ข้างไม่สะสม เพราะสะสม ถ้ามีของมากจะต้องรักษาดูแล อะไรต่างๆนานาอีก เป็นภาระเยอะแยะ เพราะฉะนั้นมาอยู่ร่วมกันช่วยกันดูแล ทำให้เป็นระบบแบบสาธารณโภคี ติดตามไปเถอะ เราจึงพยายามอธิบายขยายและเป็นตัวอย่างที่เป็นจริง ยถาวาที ตถาการี พูดอย่างไรเราทำอย่างนั้น ยกถาการี ตถาวาที เราทำอย่างไรก็พูดอย่างนั้น ตรวจสอบกันได้ด้วยความจริงกันได้ เพราะฉะนั้นเราจึงยึดถือเอาแนวทาง ไม่สะสมทรัพย์สินไว้กับตัวเองมากมาย คือมาจนดีกว่า โดยพยัญชนะพระพุทธเจ้าบอกว่า อัปปิจฉะไม่ใช่มหัปปิจฉะ ที่คือการสะสมแบบปลายเปิดมากไม่มีที่สิ้นสุด ส่วนอัปปิจฉะนี้น้อยก็พอ จนไปหาศูนย์ มีที่จบที่สุด ส่วนมากๆ ไม่มีที่สิ้นสุดเป็นปากกรวยออกไปนอกโลกมหาจักรวาลบานไปเรื่อยๆไม่จบ มหัปปิจฉะหรือมหิจฉะ เป็นพยัญชนะเดียวกัน มหัป คือมาก อ คือไม่ เพราะฉะนั้น อัปปิจฉะคือคนไม่สะสม มากล้าจน ไม่มีมากไม่เอามาก อันนี้แหละเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ในสังคมมนุษย์ที่เรียกว่าเป็นเรื่องเศรษฐศาสตร์ เป็นเศรษฐศาสตร์คนจน คนที่มีภูมิปัญญามีปัญญาจริงๆอย่างเช่นในหลวงรัชกาลที่ 9 ของเรา ตรัสเปิดเผยกับโลกเลย ตรัสตรงๆเลย กับผู้บริหารประเทศ โดยหลักฐานคือ ตรัสกับรัฐมนตรีประเทศเกาหลี ท่านก็ตรัสว่าเอาแบบคนจน ในหลวงเราท่านพูดสั้นพูดน้อย อาตมาก็เอามาขยายความสาธยายเยอะ แล้วก็ต้องยากเพราะเป็นนามธรรม ในหลวงทรงทางรูปธรรม อาตมานี่โดยจริงแล้วอาตมาจะต้อง ขออภัย พูดจริงๆใจ ว่า ก็มีอายุขัยเกินกว่าจะ 89 ปี ไม่เช่นนั้นไม่ถูกต้อง ตอนนี้ จะย่างเข้า 85 ปีแล้ว

คุณมณี บอกว่า.. ฉะนั้นสุข-ทุกข์จึงไม่ขึ้นกับรวย/จนเลยนะคะ

พ่อครูว่า...ถูกต้องแล้ว ความสุขความทุกข์ไม่ขึ้นกับความรวยหรือความจน เราจึงเลือกเอาความจนด้วยความมีปัญญา จนอย่างมีปัญญา เราก็มีสุข ระหว่างไม่ขึ้นกับจนหรือรวย มีสุขเพราะเราจนจึงมีสุข อันนี้เอาไปคิดดีๆ คุณมณี ศรียงค์คุณจะมาเป็นบ้างไหม ถ้าจะมามีความสุขแบบจนก็มาเลย ยินดีต้อนรับ

แล้วบอกอีกว่า พระพุทธเจ้าก็ไม่เคยตรัสว่าสุข-ทุกข์ขึ้นกับความรวยความจน จึงไม่ควรเพ้อเจ้อพาสาวกหลงผิดจมดิ่งกับความเพ้อของท่านเลย พ่อครูว่า...ถ้าคุณเองไม่เข้าใจในนัยสำคัญที่พระพุทธเจ้าตรัส คุณก็บอกว่าไม่มี แต่ตอนนี้ยังไม่ได้เอาหลักฐานนั้นมา ขอยืนยันว่า โลกียะกับโลกุตระนั้น ความมักมากหรือมักน้อยนั้นเกี่ยว สู่แดนธรรมว่า ...พระพุทธเจ้าเคยประนามสาวกที่มักมากครับ พ่อครูว่า...แล้วคุณบอกอีกว่า อาตมาขอยืนยันว่าเกาะติดคำสอนพระพุทธเจ้าด้วยสัมมาทิฏฐิชินจิ แต่คุณ มณีศรียงค์บอกอีกว่า พระพุทธเจ้าไม่เคยตรัสว่าความสุขทุกข์เกี่ยวกับความรวยความจน สู่แดนธรรมว่า ...พระพุทธเจ้าบอกว่าความยากจน และเป็นหนี้เป็นทุกข์อย่างยิ่ง

คุณมณี ศรียงค์บอกอีกว่า อย่าเพิ่งdeadก่อนนะคะ เดี๊ยนแฟนคลับค่ะ

อยากดูลีลาวาทะท่านพ่อครู พ่อครูว่า...คุณก็อย่าเพิ่งตายช่วยกันไปสงเคราะห์กันไป

_อันนี้ขึ้นหัวว่ารู้ทันพวกธรรมกาย รู้ทันพวกธรรมกาย ...คุณมณี ศรียงค์คงไม่ใช่คนธรรมดา อาจจะเป็นพระตุ๊ดเณรแต๋วรึเปล่า.. มายั่วแย้งลักษณะเหมือนจะรู้ภาษาธรรมะ นิดๆหน่อยๆ ถ้าจะว่าเป็นการถาม ทักท้วง ติติง ก็ควรจะยกอ้างที่พ่อครูเทศน์ตอนไหน อย่างไร ผิดตรงไหน เอาหลักฐานมาแสดง ไม่ใช่มั่วๆหาเรื่อง พ่อครูอย่าเสียเวลาตอบเลยครับ พ่อครูว่า..พ่อครูว่า สร้างมิตรไว้ก่อนดีกว่าอย่าสร้างศัตรูเลย ก็มีบางคนที่อาตมาบอกว่ามันเป็นความเห็นต่างกันแล้ว ก็นานาสังวาส ต่างคนต่างเห็นกันไปคนละทาง อันนี้ก็ให้โอกาสกันจนกว่าที่สุดแล้ว 601202_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ คนจนที่ถูกต้องตามหลักธรรมในพระไตรปิฎก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน